บทที่ 6 เข้าเฝ้าฮ่องเต้
จ้าวหนิงเอ๋อฟื้นฟูร่างกายจนกลับมาปกติดีแล้ว ใบหน้าของนางก็หายจากการติดสารพิษเหมือนกัน เพราะนางมาส์กหน้าทุกวัน ทั้งใช้ครีมทา ทั้งยารักษา เช่นนั้นหน้าจึงหายดีทันตาเห็น
จ้าวหญิงเอ๋อปรุงยาขึ้นมากมายหลายชนิดเก็บเอาไว้ในคลังมิติลับเพื่อใช้ในยามจำเป็ อีกทั้งประดิษฐ์ของใช้จำเป็หลายอย่างสะสมเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน
"ของพวกนี้มีมากพอจะใช้ในยามฉุกเฉินแล้ว"
"พระชายาสร้างของเหล่านี้มาทำไมหรือเ้าคะ แล้วอะไรคือฉุกเฉินเ้าคะ" สวี่จื่อลู่สงสัยกับคำพูดแปลก ๆ ของจ้าวหนิงเอ๋อ
"ฉุกเฉินก็คือความจำเป็อย่างไรล่ะ" จ้าวหนิงเอ๋ออธิบาย
"เ้าค่ะ แล้วพระชายาทำได้อย่างไรเ้าคะ เหตุใดใบหน้าของพระชายาถึงได้หายจากแผลเป็พวกนั้นได้"
สวี่จื่อลู่เอ่ยถามเ้านายของนางด้วยความสงสัย ไม่คิดว่าแผลเป็บนหน้าที่มีตั้งมากมายจะหายไปได้ ช่างเป็อะไรที่วิเศษจริง ๆ
"มันไม่ใช่แผลเป็หรอกนะจือลู่ มันเกิดมาจากใบหน้าติดสารพิษจนทำให้หน้าบางเมื่อใบหน้าของเราโดนแดดจึงทำให้เกิดรอยโรคเรียกว่าฝ้า กละ พอติดสารมาก ๆ เข้า โดนแดดซ้ำ ๆ รอยฝ้า กละ มันก็จะใหญ่ขึ้นและมีไปทั่วใบหน้า ทำให้หน้าตาดูอัปลักษณ์น่าเกลียดอย่างไรล่ะ"
"เป็เช่นนี้นี่เอง เช่นนั้นวันนี้พระชายาจะคิดค้นอะไรใหม่ ๆ อีกหรือไม่เ้าคะ"
"ยาเราก็ทำขึ้นมาเยอะแล้ว ข้าคิดว่ามันครอบคลุมโรคที่จำเป็แล้วล่ะ ควรจะทำอย่างอื่นบ้าง วันนี้เราก็ออกไปเดินตลาดซื้อวัตถุดิบกันเถอะ ข้าอยากจะทำเครื่องสำอางไว้ใช้เอง"
"เ้าค่ะพระชายา"
ระหว่างที่จ้าวหนิงเอ๋อกำลังแต่งตัวเตรียมจะออกไปเดินตลาดเพื่อไปหาซื้อวัตถุดิบมาทำเครื่องสำอาง หลี่ห่าวหรานก็มาพบนางเพื่อที่จะแจ้งให้นางทราบว่าคืนนี้มีงานเลี้ยงในวัง้าให้นางไปด้วยกัน
"คารวะองค์ชายหกเ้าค่ะ องค์ชายหกมาพบข้าที่นี่ มีเื่ด่วนใช่หรือไม่เ้าคะ"
หลี่ห่าวหรานตลึงในความสวยของจ้าวหนิงเอ๋อ เพราะว่าในตอนนี้ใบหน้าของจ้าวหนิงเอ๋อนั้นหายดีแล้ว เขาได้แต่เก็บอาการทำท่าทีเคร่งขรึมกลิ่นเกลื่อนไป
"คืนนี้เ้าต้องเข้าวังกับข้านะ เสด็จพ่อ้าพบปะกับลูก ๆ ทุกคนจึงได้จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ขึ้นในวัง" หลี่ห่าวหรานพูดไปก็แอบมองใบหน้าสวย ๆ ของนางไปด้วย
"เ้าค่ะ หากข้าแต่งตัวเสร็จแล้วข้าจะไปพบท่านที่เรือนใหญ่นะเ้าคะ" จ้าวหนิงเอ๋อรับคำด้วยสีหน้าเรียบเฉย นางยังคงเมินเฉยหลี่ห่าวหรานดังเดิม
"ข้านำชุดมาให้เ้าด้วย ท่านแม่ส่งชุดนี้มาให้เ้า เช่นนั้นเ้าก็ใส่ชุดนี้ให้ท่านแม่ได้ดูในคืนนี้เถิด" หลี่ห่าวหรานยื่นชุดให้จ้าวหนิงเอ๋อ
"เ้าค่ะ"
จ้าวหนิงเอ๋อรับชุดจากหลี่ห่าวหรานมาด้วยความเต็มใจ นางยังมีท่าทีเฉยชาต่อหลี่ห่าวหรานเหมือนเคยทั้งสีหน้า ท่าทาง และคำพูด แต่นางก็ยังต้อนรับหลี่ห่าวหรานเป็อย่างดีไม่ให้มีอะไรขาดตกบกพร่อง
หลังจากที่พูดคุยกันอยู่นานหลี่ห่าวหรานก็ตัดสินใจพูดตามตรงกับจ้าวหนิงเอ๋อถึงจุดประสงค์ที่ซ่อนอยู่ในการมาพบนางครั้งนี้
"หนิงเอ๋อ!! เย็นนี้ข้าจะพาชายารองไปด้วยนะ"
จ้าวหนิงเอ๋ออึ้งไม่คิดว่าหลี่ห่าวหรานจะกล้าทำเช่นนี้ ดูเหมือนว่าความตายกำลังจะมาถึงนางอีกครั้งแล้ว
"ท่านจะให้นางไปในฐานะอะไรหรือเ้าคะ" จ้าวหนิงเอ๋อมีสีหน้าสิ้นหวัง และผิดหวังต่อการกระทำของหลี่ห่าวหรานเป็อย่างมาก
"ก็ในฐานะที่นางเป็ชายารองของข้า" หลี่ห่าวหรานตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"ท่านจะทำเช่นนี้จริงหรือเ้าคะ แม้แต่รัชทายาทก็มิอาจพาชายารองเข้าร่วมงานเลี้ยงได้ ท่านทำเช่นนี้ผิดกฎธรรมเนียมของวังนะเ้าคะ จวนของท่านจะเดือดร้อนจนทุกคนในจวนอาจรับโทษถึงความตายท่านก็ยังยืนยันที่จะทำอย่างนั้นหรือ"
"ใช่!!"
"หากท่าน้าพาชายารองเข้าร่วมงานเลี้ยงจริง ๆ ข้าจะยอมสละตำแหน่งพระชายาให้นาง ท่านจะได้พานางเข้าวังร่วมงานเลี้ยงได้อย่างเปิดเผยและไม่ผิดกฎของวัง" จ้าวหนิงเอ๋อได้แค่คิดความตายกำลังจะมาเยือนนางแล้ว รวมไปถึงตระกูลของนางด้วย
"จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร เ้าเป็พระชายาที่ฝ่าาพระราชทานสมรสให้ใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าเ้าเป็พระชายาของข้า หากให้ชายยารองมาสวมรอยเป็เ้าคงจะได้รับโทษหลอกลวงเบื้องสูงเป็แน่"
"เช่นนั้นท่านก็เขียนหนังสือปลดข้าสิเ้าคะ ทำเช่นนั้นท่านจะได้เลื่อนฐานะของชายารองให้เป็ชายาเอกได้ ข้าจะช่วยเขียนฎีกาเื่นี้ถวายฮ่องเต้เอง" จ้าวหนิงเอ๋อพยายามเสนอทางเลือกให้หลี่ห่าวหราน นางหวังว่ามันจะเป็หนทางให้นางและตระกูลของนางรอดชีวิตได้
"นี่เ้าไม่อยากแต่งกับข้าขนาดนั้นเชียวหรือถึงได้กล้าพูดเื่หย่ากับข้า" หลี่ห่าวหรานหงุดหงิดกับคำพูดของจ้าวหนิงเอ๋อ
"ข้าทำทุกอย่างเพื่อตัวของข้า ข้าไม่อยากเอาชีวิตและตระกูลของข้ามาแขวนไว้กับคนที่ทำอะไรตามใจโดยไม่คิดหน้าคืดหลังเช่นท่าน" จ้าวหนิงเอ๋อเอ่ยด้วยความโกรธ
"นี่เ้าว่าข้าอย่างนั้นหรือ" หลี่ห่าวหรานโมโหอย่างหนัก
"ข้าพูดความจริงเ้าค่ะ โทษหลอกลวงเบื้องสูงที่ท่านหลอกลวงฝ่าาเื่ชายารองที่ฝ่าาไม่ได้เป็คนแต่งตั้งให้ ท่านคิดว่าโทษมันจะจบลงง่าย ๆ แค่โบยอย่างนั้นหรือ ท่านเป็ถึงองค์ชายโทษหนักก็แค่ปลดจากองค์ชายเป็สามัญชน ส่วนข้าที่เป็แค่ลูกสาวของขุนนาง ข้าและตระกูลของข้าก็คงจะหนีไม่พ้นโทษถูกปะาทั้งตระกูล ท่านทราบเื่นี้หรือไม่" จ้าวหนิงเอ๋อเอ่ยย้ำด้วยความสิ้นหวัง
"นี่เ้ากล้าสั่งสอนข้าเช่นนั้นหรือ อย่างไรข้าก็จะพาชายารองไปร่วมงานเลี้ยงด้วย"
หลี่ห่าวหรานที่ลุ่มหลงอู๋ซิงเยว่จนดวงตามืดบอดไม่ยอมแยกแยะผิดถูก เขาไม่ยอมฟังคำพูดของจ้าวหนิงเอ๋อเลย มีแต่จะพาอู๋ซิงเยว่เข้าวังให้ได้ เขาคิดว่าด้วยความงดงามและความสามารถมากมายของอู๋ซิงเยว่จะทำให้ฝ่าาและฮองเฮาเห็นชอบแล้วสนับสนุนความรักของเขากับอู๋ซิงเยว่
"หากท่านทำเช่นนั้นจริง ๆ คืนนี้ข้าจะหาโอกาสดี ๆ ขอให้ฝ่าาเห็นชอบกับการหย่าร้างของเรา ต่อไปนี้ข้าจะได้ไม่ต้องอยู่อย่างหวาดหวั่นว่าจะโดนปะาทั้งตระกูลเมื่อไหร่ดี" จ้าวหนิงเอ๋อกัดฟันพูดด้วยความคับแค้นใจ หวังเพียงว่าคืนนี้นางและตระกูลของนางหัวจะยังสามารถตั้งอยู่บนบ่าได้
"นี่เ้า!! กล้าพูดกับข้าเช่นนี้เชียวหรือ ชักจะเหิมเกริมใหญ่แล้วนะ ข้าพูดดี ๆ กับเ้าก็แล้ว แต่ก็ยังกล้ามาขัดใจข้าเช่นนี้อีก ต่อไปนี้ข้าจะไม่พูดดี ๆ กับเ้าแล้ว" หลี่ห่าวหรานโมโหหนักถึงกับปาถ้วยชาทิ้ง
"จงทำตามที่ท่านพอใจเหมือนที่ท่านทำทุกครั้งเถิดเ้าค่ะ" จ้าวหนิงเอ๋อน้ำตาไหล นางกลัวว่าชีวิตที่สองของนางมันใกล้จะจบสิ้นแล้วจริง ๆ
"นี่เ้า!! รีบแต่งตัวแล้วมาพบข้าที่เรือนใหญ่ จะได้เดินทางไปที่วังพร้อมกันเย็นนี้"
"เ้าค่ะ น้อมส่งองค์ชายหกกับเรือนใหญ่เ้าค่ะ"
จ้าวหนิงเอ๋อร้องไห้หนักนางใจคอไม่ดี เป็ห่วงคนในตระกูลของนางที่จะมาโชคร้ายไปด้วย นางรีบเขียนจดหมายถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นให้สวี่จื่อลู่นำไปส่งที่บ้านเกิดนางที่ชาญเมือง
ส่วนหลี่ห่าวหรานเดินออกมาจากเรือนของจ้าวหนิงเอ๋อด้วยอารมณ์หงุดหงิด เขาก็เข้าใจดีกับสิ่งที่นางพูดทุกอย่าง แต่เขาไม่คิดว่ามันจะเป็อย่างที่จ้าวหนิงเอ๋อพูด ผลลัพธ์มันจะเป็อย่างที่เขาคิดไว้อย่างแน่นอน จ้าวหนิงเอ๋อกังวลมากเกินไปเอง อีกอย่างเขาได้รับปากกับอู๋ซิงเยว่ไว้แล้วว่าจะต้องเชิดหน้าชูตานาง ฉะนั้นจึงต้องพานางเข้าวังด้วยในคืนนี้เพราะถือว่าเป็โอกาสที่ดี
จ้าวหนิงเอ๋อมอบหีบเครื่องประดับให้สี่จื่อลู่ นางบอกให้สวี่จื่อลู่นำไปขายแล้วนำเงินที่ได้ใช้หลบหนีไปใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองอื่น
"พระฉายาข้าไม่อยากหนีเอาตัวรอดคนเดียวเ้าค่ะ" สวี่จื่อลู่ร้องไห้ฟูมฟาย
"จื่อลู่ หากข้าได้รับโทษปะาจริง ๆ ข้าจะทูลขอฝ่าาให้ข้ารับผิดแต่เพียงผู้เดียวไม่ขอให้วงศ์ตระกูลของข้าเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ฉะนั้นข้าจึงไม่สามารถปกป้องชีวิตของเ้าได้ มีเพียงแต่ทำเช่นนี้เ้าถึงจะมีชีวิตรอดต่อไป"
"พระชายา ถ้าไม่อยากไปเลยเ้าค่ะ" สวี่จื่อลู่ร้องไห้กอดขาจ้าวหนิงเอ๋อ
"หากไม่มีข่าวว่าข้าโดนปะาเ้าค่อยกลับมาหาข้าที่เรือนเล็กหลังนี้ แต่ตอนนี้เ้ารีบนำจดหมายของข้าไปส่งมอบให้ท่านแม่ของข้าที่บ้านแถวชาญเมืองโดยด่วน เ้าไม่ต้องมาช่วยข้าแต่งตัว ข้าจะทำเอง รีบออกเดินทางเถิดหากชักช้าเดี๋ยวจะไม่ทันการ"
"เ้าค่ะพระชายา" สวี่จื่อลู่ร้องไห้ไม่อยากจากจ้าวหนิงเอ๋อไป แต่นางก็จำใจต้องทำตามคำสั่งของจ้าวหนิงเอ๋อโดยที่นางหลีกเลี่ยงไม่ได้
จ้าวหนิงเอ๋อสวมชุดที่พระสนมหลิวฟางหรูส่งมาให้ แล้วแต่งหน้าด้วยความเศร้าโศก ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยรอยเปื้อนของคราบน้ำตา นางจึงทำได้แค่ใช้แป้งปกปิดเอาไว้ นางนำปิ่นที่ฝ่าาทรงประทานให้ขึ้นมาปัก ในใจก็คาดหวังไม่อยากให้มีเื่ร้าย ๆ เกิดขึ้นแต่ว่าความเป็ไปได้มันช่างห่างไกลจากความเป็จริงมากนัก
อู๋ซิงเยว่แต่งองค์ทรงเครื่องเต็มที่ ใส่ชุดสีสันฉูดฉาดขัดกับความเป็ผู้ดีของคุณหนูตระกูลใหญ่ ๆ นางคิดว่าการแต่งกายเข้าหวังจะเหมือนกับการแต่งกายในหอนางโลมโคมแดง ยิ่งแต่งกายด้วยชุดสีสันและใส่เครื่องประดับมากมายเท่าไหร่ ยิ่งแสดงถึงความสูงศักดิ์ของตัวเองเท่านั้น
"เหตุใดเ้าถึงแต่งตัวเช่นนี้" หลี่ห่าวหรานสงสัย
"ซิงเยว่แต่งตัวเช่นนี้ไม่สวยอย่างนั้นหรือเ้าคะ" อู๋ซิงเยว่เอ่ยด้วยสีหน้าเศร้า ๆ
หลี่ห่าวหรานเห็นสีหน้าของนางที่เศร้า เขาก็ใจอ่อนยอมตามใจอู๋ซิงเยว่ ให้นางใส่ชุดที่นางอยากใส่เข้าวังได้
"พระชายามาแล้วเ้าค่ะ" อู๋ซิงเยว่เอ่ย
หลี่ห่าวหรานหันไปมองถึงกับตกตะลึงเพราะจ้าวหนิงเอ๋อใส่ชุดที่ท่านแม่ของเขาส่งมาให้แล้วงดงามยิ่งนัก ช่างดูแตกต่างจากภาพจำในอดีตที่เขาเคยเห็นนาง
อู๋ซิงเยว่เห็นหลี่ห่าวหรานสนใจจ้าวหนิงเอ๋อ นางก็ไม่พอใจเป็อย่างมาก ได้แต่กำมือแน่นข่มอารมณ์โกรธเอาไว้ในใจ ต่อหน้าหลี่ห่าวหรานนางจะต้องเป็สตรีที่อ่อนหวานและใจดี
หลี่ห่าวหรานจึงพาจ้าวหนิงเอ๋อและอู๋ซิงเยว่เข้าหวัง โดยมีบ่าวรับใช้คนสนิทเป็คนขับรถมาให้