คัมภีร์ปฐมวิญญาณ (เทพอัสนีย์ มารพยัคขาว ภาค 3)

    ตอนที่ 55 ราชาผู้เร้นกายใต้สมุทร

    ราชามันตรา ประทับยืนนิ่งท่ามกลางแสงแดดยามเช้าที่ส่องผ่านหน้าต่างไม้ กลิ่นกำยานหอมละมุนลอยล่องในอากาศ พระเนตรแฝงความเศร้าสรดขณะมองตามแผ่นหลังของ องค์หญิงเซเรนเทีย ที่เพิ่งเดินจากไป

    ฝ่าบาทมันตราทรงเรียกแม่เฒ่าจิ้งจอกเก้าหางผู้ดูแลเรือนแห่งนี้มาเข้าเฝ้า การสนทนาของทั้งสองเริ่มทอดยาวเนิ่นนาน ความลับที่ถูกปิดตายมาหลายสิบปี จึงเริ่มคลี่คลายออกมาทีละน้อย

    องค์หญิงเซเรนเทีย หรือพระสนมฟักแฟง หาใช่สตรีธรรมดาไม่ นางคือบุตรีของ จักรพรรดินอสเฟอราทู กับสตรีชาวมนุษย์ผู้ถูกเลือกเพื่อให้กำเนิด "เทพปีศาจในร่างมนุษย์" เพื่อสร้างเผ่าพันธุ์ใหม่ที่ทรงอำนาจที่สุดในยุคนี้

    ทว่าเมื่อนางรู้ความจริง นางก็ไม่อาจทรยศเผ่าพันธ์มนุษย์ได้จึงพาลูกสาวและบริวารที่ไว้ใจได้หนีมาเร้นกายที่หมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้ และไม่ยอมกลับไปยังพิภพปีศาจอีกเลย ทำให้เซเรนเทียต้องเติบโตขึ้นมาโดยเดินทางไปมาระหว่างสองเขตแดน นางฝึกฝนจนบรรลุขั้นเทพปีศาจ มีนามว่า "เทพปีศาจจันทรา"

    วันหนึ่งขณะที่นางใช้วิชาเร้นกายเข้าไปในพระราชวังได้พบฝ่าบาทมันตราก็เกิดรักแรกพบขึ้นจึงสมัครเข้าไปเป็นข้าหลวงในวังตั้งแต่อายุยังเยาว์ และซ่อนพลังของนางไว้อย่างมิดชิด เพื่อไม่ให้ชายที่รักต้องหวาดกลัวในชาติกำเนิดของนาง

    แต่... ในยามนี้มหาเทพปีศาจอิ๋งม่อจุน ศิษย์เอกของจักรพรรดิปีศาจ ได้หันคมดาบกลับมาทรยศอาจารย์เพื่อชิงบัลลังก์ แม่เฒ่าจิ้งจอกจึงจำเป็นต้องอัญเชิญองค์หญิงกลับไปยังเขตแดนปีศาจ เพื่อยุติหายนะครั้งนี้ด้วยมือของนางเอง

    เมื่อได้รับรู้ความจริงทั้งหมด ราชามันตราก็ทรงนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ ทรงเข้าใจทุกเรื่องอย่างลึกซึ้งและตัดสินใจปล่อยให้เซเรนเทียไปเผชิญชะตากรรมของตนเอง ก่อนจะหันไปชวนอวิ๋นไห่เฟิง ทะยานออกจากเรือนเข้าสู่พระราชวังแห่งอาณาจักรสมุทรเมฆา... บ้านเกิดที่พระองค์ทรงคะนึงหา

    สองชั่วยามผ่านไป พวกเขาเหาะฝ่าความว่างเวิ้งของฟากฟ้า จนถึงใจกลางของพระราชวังใหญ่ แต่สิ่งที่เห็นกลับทำให้หัวใจวูบไหว... วังทั้งวังเงียบกริบ ร้างไร้ซึ่งผู้คน ราวกับว่าทุกสรรพชีวิตถูกสูบหายไปในพริบตา

    ราชามันตราทรงก้าวเดินอย่างระแวดระวัง ทันใดนั้นก็พลันแว่วเสียงลมหายใจของใครผู้หนึ่ง ดังขึ้นจากทางด้านหลัง! จึงทรงหมุนกายกลับไปตามสัญชาตญาณ พระหัตถ์กำที่ด้ามกระบี่ชักออกจากฝักได้เพียงครึ่งก็ต้องทรงคลายพระหัตถ์ลงพร้อมกับรอยยิ้ม เมื่อได้เห็นใบหน้าของบุรุษคู่กรณี

    "ท่าน... อิ๋นชู่กี?"

    ชายอาวุโสผู้นั้นก้มศีรษะลง แม้ใบหน้าจะร่วงโรยตามกาลเวลาแต่ยังดูมีพลัง "องค์ชาย... ข้านึกว่าท่านจะจำข้าไม่ได้เสียแล้ว"

    "เรานึกว่าท่านสิ้นชีพไปแล้วเสียอีก" ทรงตรัสด้วยความตื่นเต้น

    อิ๋นชู่กีถอนใจยาว "ข้าต้องปล่อยข่าวลือว่าตัวเองตาย เพื่อสืบความลับของเผ่าปีศาจ จนในที่สุดก็สามารถรักษาชีวิตคนในราชวงศ์ไว้ได้... แม้จะเหลือเพียงไม่กี่คนก็ตาม"

    "แล้วคนอื่นๆ ล่ะ?" ราชามันตราตรัสถามด้วยพระสุรเสียงอันสั่นเครือ "พวกเขาหนีไปกับเรือเหาะที่เหลือเพียงสามลำ ดำดิ่งลงสู่ใต้สมุทรลึกเพื่อหลบซ่อน ทหารที่เหลือและศิษย์สองสำนักใหญ่ช่วยกันสู้ตายเพื่อถ่วงเวลาให้เรือเหาะหนีไปได้... ทุกคนล้วนสละชีพอย่างสมเกียรติแล้วพระเจ้าข้า"

    ราชามันตราทรงกำหมัดแน่นจนสั่น หยาดน้ำตาไหลอาบแก้ม "น้องสาม...! เราจะสะสางบัญชีแค้นนี้ด้วยมือของเราเอง"

    อิ๋นชู่กีมองท้องฟ้าด้วยสีหน้ากังวล "โชคดีที่พระองค์อยู่ในทวีปเหนือ ดินแดนที่มีเหล่าเซียนคุ้มครอง พวกปีศาจยังไม่กล้าบุกรุกในทันที แต่คงอีกไม่นานนักหรอกพะยะค่ะ... หากอิ๋งม่อจุนสูบพลังจากเชลยนับล้านได้สำเร็จ เขาจะมีฤทธิ์เหนือเทพ และโลกนี้จะถึงกาลวิบัติ"

    "ทำไมถึงต้องหนีไปซ่อนใต้ทะเลกันเล่าท่านอิ๋นชู่กี?"

    "เพราะเกลือในทะเลมีไอพลังมังกรจากทวีปเหนือ หากปีศาจเงาสัมผัสก็จะมอดไหม้ทันที  ข้าสืบทราบมาว่านี่เป็นกับดักที่จักรพรรดิปีศาจผู้หวาดระแวงทรงวางเอาไว้ด้วยพระองค์เอง แต่ดูเหมือนอิ๋งม่อจุนจะสร้างเกราะคุ้มกันได้แล้ว เขาถึงกล้าทำสงครามกับอาจารย์ของตนเอง"

    "เช่นนั้น... พิภพปีศาจจะถูกอิ๋งม่อจุนยึดครองหรือไม่?"

    "ยากยิ่งนัก" อิ๋นชู่กีตอบอย่างมั่นใจ "จักรพรรดิปีศาจเหนือชั้นกว่าที่คิด ได้ข่าวว่าเขาเรียกลูกสาวที่อยู่ในโลกมนุษย์กลับไปช่วยแล้ว... หากเป็นนางที่บรรลุขั้นเทพปีศาจผนึกพลังร่วมกับบิดาของนางแล้ว อิ๋งม่อจุนไม่มีทางชนะได้ง่ายๆ แน่"

    ราชามันตราทรงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักพระพักตร์ "เราเข้าใจแล้ว... พาเราไปพบเสด็จพ่อเถิด"

    “ไม่แน่นะองค์หญิงปินเสวียนเยว่เองก็อาจจะมีพลังในระดับเทพมารก็ได้นะ เนื่องจากเผ่าเทพ มาร และปีศาจ ต่างแย่งชิงความเป็นใหญ่กัน มีหรือนางจะมีพลังแค่เทพครึ่งก้าว มารและปีศาจเหล่านี้ช่างปกปิดพลังกันเก่งเสียจริง” อวิ๋นไห่เฟิงนึกในใจ

    อิ๋นชู่กีวาดมือไปในอากาศ พลันเกิดพายุหมุนและแสงสีทองเจิดจ้า เรือเหาะลำมหึมา ปรากฏขึ้นตรงหน้า "ขึ้นเรือเถิด องค์ชาย"

    ราชามันตราทรงก้าวขึ้นเรือพร้อมอวิ๋นไห่เฟิง ก่อนจะทรงถามองครักษ์เก่าด้วยรอยยิ้ม "ท่านไม่คิดจะถามหรือว่าสตรีที่มากับเราเป็นใคร?"

    อิ๋นชู่กีหัวเราะเบาๆ "ดูจากกิริยาแล้วข้าก็พอรู้ว่า นางย่อมเป็นพระสนมของพระองค์แน่แท้ ข้าจึงมิกล้าเอ่ยถามให้พระองค์ต้องลำบากพระทัย"

    "สมแล้วที่เสด็จพ่อไว้ใจท่าน" ราชามันตราทรงยิ้มพราย

    เรือเหาะลอยตัวขึ้นสูง ไอเมฆแตกกระจายเป็นละออง พลังกลจักรโบราณส่งเสียงคำรามดั่งมังกร ก่อนจะมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือสู่กลางมหาสมุทร เมื่อถึงจุดหมาย เรือลำยักษ์ก็ค่อยๆ ลดระดับลงและจมดิ่งสู่ใต้ทะเลลึกอย่างนุ่มนวล

    ในที่สุดก็มาถึงเบื้องล่างสุดของมหาสมุทร มันตราได้พบกับเรือเหาะทั้งสามลำที่จอดสงบนิ่งโดยเชื่อมต่อทางเดินผลึกน้ำเข้าหากัน กลายเป็นอาคารชั่วคราวใต้น้ำได้อย่างดีเยี่ยม ราชามันตราจึงสั่งให้ทอดสะพานผนึกน้ำเชื่อมต่อกับหนึ่งในสามลำนั้น แล้วก้าวเข้าไปในห้องบัญชาการด้วยท่วงท่ามั่งคง

    เมื่อประตูห้องบัญชาการเปิดออกก็พลันปรากฏภาพที่คุ้นเคย... พระราชามันสินธร และ พระราชินีมันษิตา

    "ลูกแม่..." / "ลูกพ่อ..." เสียงของทั้งสองพระองค์ดังขึ้นพร้อมกันด้วยความตื้นตัน

    "ได้โปรดวางพระทัย ตอนนี้ทวีปเหนือยังปลอดภัยดี ลูกจึงอยากจะเชิญเสด็จทั้งสองพระองค์ไปประทับที่อาณาจักรเหมันต์ก่อนพระเจ้าข้า"

    ราชามันสินธรทรงยิ้มอย่างเบาใจ ก่อนจะประกาศด้วยพระสุรเสียงกังวานผ่านวิทยุสื่อสารไปยังเรือทุกลำ "เราขอแต่งตั้งให้ ราชามันตรา เป็นผู้บังคับบัญชากองเรือเหาะทั้งหมด นับจากนี้ไปคำสั่งของเขาก็คือคำสั่งของเรา!"

    "รับทราบ!" เสียงทหารจากเรือทั้งสามลำขานรับดังก้อง

    ราชามันตราทรงยืนตระหง่าน แววตาคมกล้ามั่นคง "เพื่อเลี่ยงการปะทะ เราจะดำดิ่งไปทางทวีปเหนือ จัดขบวนเรียงแถวตอน เว้นระยะห่างห้าร้อยเมตร เรือ MT003 เคลื่อนนำขบวน ตามด้วยเรือลำนี้ของเสด็จพ่อ และปิดท้ายขบวนด้วย MT002... ทุกลำ!!... ฟังคำสั่ง… เดินหน้าเต็มตัว!"

    "ไป!!" เสียงทุกคนประสานกันดังกึกก้อง

    เมื่อชักทางเดินที่เชื่อมต่อกันออก เรือเหาะทั้งสามก็พร้อมเคลื่อนที่ไปใต้ผิวน้ำในทันที แสงไฟจากลำเรือส่องสว่างผ่านม่านน้ำดุจขบวนมังกรเงินที่กำลังแล่นผ่านใต้ห้วงมหาสมุทรนี้ มุ่งหน้าสู่ทวีปเหนือด้วยใจที่ไม่ยอมแพ้!

    คล้ายกับเรื่องคัมภีร์ปฐมวิญญาณ (เทพอัสนีย์ มารพยัคขาว ภาค 3) ที่คุณอ่าน