อ๋องหยางกับองครักษ์กลุ่มหนึ่งในชุดบุรุษชาวบ้าน ควบม้ามาถึงตำบลฮวาผิงในตอนเย็น เขาแวะรับประทานอาหารในร้านใหญ่ประจำตำบล ไม่นานนักซ่งสวินหัวหน้าหน่วยมือปราบที่สิบก็มาถึง
“เ้าใจร้อนจริง รอข้าหน่อยก็ไม่ได้ ข้าควบม้ารีบร้อนตามมา หิวจะแย่แล้ว สั่งอาหารเผื่อข้าหรือยัง”
“หากว่าเ้าไม่มีป้ายอนุญาตเข้าตลาดผีล่ะก็ ข้าไม่มีทางง้อเ้า” หยางหลีเหว่ยมองดูอาหารที่ทยอยนำมาวางแล้วส่ายหน้า “การจ่ายค่าจ้างเ้า ช่างสิ้นเปลืองเสียจริง”
“เ้าอยากเข้าไปตั้งสามคน ข้าต้องเหนื่อยไปเจรจาขอป้ายผ่านทางชั่วคราวกับสามผีนั่นอีกนะ” ซ่งสวินย่นคิ้ว การจะพาคนเข้าตลาด เขาต้องใช้ชีวิตของตนเพื่อรับรองกับท่านสามผีว่าคนที่ติดตามมาจะไม่เข้าไปทำร้ายและเข่นฆ่าคนข้างใน
“อย่าพูดมาก รีบกินแล้วก็รีบพาข้าเข้าไปเถอะ”
ซ่งสวินเคยท่องยุทธภพอยู่่หนึ่ง ตรงกับ่เวลาที่หยางหลีเหว่ยต้องไปฝึกทหารอยู่ในกองทัพของบิดา ครั้งนั้นซ่งสวินพบจอมยุทธ์าุโขี้เมาท่านหนึ่ง หลังจากเลี้ยงสุราคนผู้นั้นจนเขาเมาได้ที่ คนผู้นั้นที่้าดื่มสุราชั้นดีจึงได้นำเอาป้ายอนุญาตเข้าตลาดผีออกมาแลกเงินกับซ่งสวิน หัวหน้ามือปราบหนุ่มดีใจมาก รีบตอบตกลงโดยเร็ว
สองสหายอิ่มหนำสำราญแล้วก็ตรงไปยังสะพานข้ามแม่น้ำจินเอ๋อของตำบลฮวาผิง ซ่งสวินไปติดต่อขอป้ายอนุญาตชั่วคราวมาให้สหายและองครักษ์ทั้งสอง เขากำชับคนทั้งสามให้เก็บรักษาป้ายให้ดี
“รอบตลาดล้วนเป็ค่ายกลร้ายกาจ หากพวกเ้าทำป้ายหายก็ต้องไปขอร้องให้ท่านสามผีช่วย ซึ่งข้าจะไม่ไปช่วยขอร้องให้พวกเ้าอย่างแน่นอน”
“เพราะเหตุใดขอรับ” เจิ้งตู้มองหน้าซ่งสวิน
“พวกเขาจะลงโทษคนที่ทำป้ายหายจนกว่าจะพอใจแล้วค่อยปล่อยตัวน่ะสิ หากข้าไปขอร้องช่วยก็ต้องช่วยแบ่งเบาโทษพวกนั้นด้วย ข้าไม่อยากเจ็บตัวโดยไม่จำเป็ พวกเ้าก็รับผิดชอบตนเองเถิด น่ากลัวจะตาย” ซ่งสวินยักไหล่
“เช่นนั้น ป้ายนี้ ข้าน้อยต้องรักษาไว้ด้วยชีวิตขอรับ” ซูจิ้งสัญญา
ซ่งสวินพยักหน้า “สมควรเป็เช่นนั้น”
หลี่หยวนหยวนคิดจะลองสืบหาตัวคนที่ขายพิษสลายใจ ได้ยินว่าตลาดผีมีของขายมากมายและสินค้าส่วนใหญ่คือของที่คนดีๆ ไม่คิดจะซื้อ เห็นทีตลาดแห่งนี้น่าจะมีคนนำพิษมาขาย
“พวกเราปิดบังใบหน้าก่อนเถิด จากนั้นค่อยแยกย้ายกันถามหาซื้อพิษสลายใจ อีกอย่างห้ามเรียกข้าว่าหวางเฟยด้วย เรียกข้าอย่างเดิมก็พอ”
“เ้าค่ะ คุณหนู”
หลี่หยวนหยวนแยกไปกับซุนมามา ส่วนไป๋ซวงกับไป๋เยว่จับมือไปด้วยกัน ระหว่างที่ชมตามแผงต่างๆ อยู่นั้น หลี่หยวนหยวนพลันมองเห็นซุ้มที่เขียนไว้ว่า ‘ขายเื้ัข่าวลือ’ นางจึงชี้ให้ซุนมามาดู
“ข้าสนใจซุ้มนี้ เข้าไปสอบถามสักหน่อยเถิด”
เมื่อเดินเข้าไปด้านในก็พบหญิงสูงวัยคนหนึ่งนั่งอยู่ “แม่นาง เ้าคิดจะซื้อเื้ัข่าวลือข่าวใดในแคว้นนี้หรือ”
“ท่านหมายถึง...”
“ข้ารู้เื้ัข่าวลือทุกข่าวในแคว้นนี้ รู้ว่าผู้ใดเป็คนปล่อยข่าว รู้ว่าคนผู้นั้น้าทำสิ่งใดกันแน่”
หลี่หยวนหยวนยิ้ม ‘นี่ก็เหมือนพวกเพจที่แฉคนมีชื่อเสียง ติดตามข่าวฉาวยังไงยังงั้น น่าสนใจจริง ฉันก็เป็คนดังในเมืองหลวงเหมือนกัน ลองซื้อสักข่าวดูหน่อย’
“ถ้าอย่างนั้น ท่านว่าราคามาเถอะ”
“หนึ่งตำลึงเงิน”
ซุนมามาได้ยินราคาก็ตกตะลึง “แพงจริง!”
“ได้” หลี่หยวนหยวนหยิบเงินตำลึงออกมาวางบนโต๊ะ “เื่ที่คนนินทาว่าคุณหนูรองสกุลหลี่เป็สตรีไร้สาระที่สุดในเมืองหลวงเกิดขึ้นได้อย่างไร”
หญิงสูงวัยผู้นั้นควักเอาสมุดเล็กๆ เล่มหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ กางออกแล้วเริ่มเล่า “คนที่ตั้งฉายานี้ให้นาง แท้จริงก็คือ คุณหนูสามสกุลเซียว”
“หา!” หลี่หยวนหยวนตกตะลึง นางคิดว่าเ้าของร่างกับเซียวหว่านเพิ่งรู้จักกันตอนที่มาแย่งชิงอ๋องหยางเสียอีก
“เริ่มจากมีคนพูดกันว่าคุณหนูรองสกุลหลี่เป็สตรีที่มีความงดงาม จัดเป็หนึ่งในสามของเมืองหลวง สองนางแรกอยู่ในวังหลวงไปแล้ว เหลือเพียงคุณหนูรองที่ยังไม่แต่งงาน คุณหนูสามเซียวอยากทำลายชื่อเสียงของคุณหนูรองหลี่ เมื่อสืบรู้ว่านางมีเื่กับคนไปทั่วจึงจ้างคนนักเล่านิทานตามโรงน้ำชาพูดเื่ของคุณหนูรองพร้อมกับตั้งฉายาให้นาง จนกลายเป็เื่โจษจันที่หาต้นตอไม่ได้”
“อะโห! เลวจริงๆ” หลี่หยวนหยวนสายตาขึงเครียด “ขอบคุณท่านป้าที่ชี้ทางสว่างให้ข้า” นางควักเอาเงินอีกหนึ่งตำลึงออกมา “หากข้าอยากรู้เื่ข่าวลือที่คุณหนูสามเซียวอยู่เื้ัเล่า”
หญิงสูงวัยมองเงินที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วหัวเราะออกมา “แม่นาง เงินแค่นี้จะพอที่ใดกัน หากเ้าอยากรู้ข่าวลือที่คุณหนูสามเซียวผู้นั้นสร้างขึ้น คงต้องใช้เงินราวยี่สิบตำลึง”
“ไอหยา!” คราวนี้เป็ซุนมามาที่ร้องออกมา “นี่ๆ คุณหนูผู้นั้นชั่วร้ายมากเชียว ถึงกับอยู่เื้ัข่าวลือตั้งยี่สิบข่าว”
“อันที่จริงก็น่าจะมากกว่านั้น เพียงแต่ยังมีหลายข่าวที่สืบยังไม่กระจ่าง ข้าจึงไม่กล้าขาย” ท่านป้าผู้นั้นเอ่ยยิ้มๆ
หลี่หยวนหยวนเองก็ถึงกับชะงัก “ข้าคิดว่าคุณหนูสามเซียวแค่ชิงชังคุณหนูรองหลี่แต่นี่ นางเที่ยวสร้างข่าวลือทำลายผู้อื่นมากเช่นนี้ เห็นทีคงดูเบานางไม่ได้แล้วกระมัง”
คนเล่าข่าวยิ้มๆ “ตกลงแม่นาง อยากจะรู้เื้ัข่าวใดอีก”
“เอาเป็เื่ที่คุณหนูสามเซียวอยู่เื้ันี่ล่ะ นางเกี่ยวพันกับข่าวลือของหนิงเฉิงอ๋องหรือไม่”
เ้าของซุ้มขายเื้ัข่าวลือพยักหน้า “นางเกี่ยวพันสองข่าว เ้าจะจ่ายเงินเพื่อซื้อทั้งหมดเลยหรือไม่”
คราวนี้สองนายบ่าวถึงกับหันไปสบตากัน
หลี่หยวนหยวนขมวดคิ้ว “นี่นางสร้างข่าวลือให้กับหนิงเฉิงอ๋องถึงสองข่าวเลยหรือ”
“ถูกต้อง เ้าจะซื้อข่าวแรกหรือข่าวที่สอง”
หลี่หยวนหยวนใเข้าแล้วจริงๆ “เอาสองข่าวเลยก็แล้วกัน”
นางหันไปพยักหน้าให้ซุนมามา สาวใช้าุโจึงได้ควักเอาเงินสองตำลึงออกมาวางต่อหน้าเ้าของซุ้ม
คนขายข่าวยิ้มแล้วเก็บเงินสองตำลึงในใส่ถุงแล้วเก็บเข้าในสาบเสื้อ ก่อนจะกางสมุดเล่มเดิมออกมา
“ข่าวแรก ในตอนที่หนิงเฉิงอ๋องไปงานเลี้ยงน้ำชาได้พยายามเดินไปทักทายพูดคุยกับคุณหนูสามเซียว ครั้งนั้นนางก็ให้สาวใช้ไปปล่อยข่าวลือว่าท่านอ๋องมีใจให้นางและผูกสมัครรักใคร่กับนางแล้ว ทั้งๆ ที่จริง ทั้งสองแค่ทักทายกันตามธรรมเนียมเท่านั้น คุณหนูสามเซียวหมายทำให้หญิงสาวผู้อื่นเข้าใจผิดในความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาทั้งสอง”
“แต่ภายหลังพวกเขาก็เป็คู่รักกันจริง มิใช่หรือ” หลี่หยวนหยวนขัดขึ้น
คนผู้นั้นส่ายหน้า “ไม่เลย นี่ยังเป็เพียงข่าวลืออยู่ดี หลังจากนั้นอีกหลายงานที่ท่านอ๋องไป ล้วนไม่เคยได้คุยกับนางตามลำพัง เพราะมีคุณหนูรองหลี่เข้ามาแทรก ท่านอ๋องมัวแต่คอยหลีกหลบคุณหนูรองหลี่ ส่วนคุณหนูสามเซียวก็คอยทะเลาะกับคุณหนูรองหลี่ ทั้งสองจึงไม่เคยได้คุยกันส่วนตัว จะเป็คู่รักกันได้อย่างไร”
“เช่นนั้นแล้ว พวกเขาก็ไม่เคยคบหากันน่ะสิ”
“ไม่เคย ทุกอย่างเป็เพียงการโหมประโคมข่าวของคุณหนูสามเซียวเท่านั้น กระทั่งตัวอักษรสักประโยคหนิงเฉิงอ๋องก็ยังไม่เคยส่งหานาง”
“อ้าว!” หลี่หยวนหยวนถึงกับร้องออกมา รู้สึกคล้ายตนเองถูกคนทุบหัวจนมึน นี่นางถูกคนประณามไปโดยไม่ได้ผิดจริงหรอกหรือ “ถ้าอย่างนั้นที่ลือกันว่าคุณหนูรองหลี่พรากคู่รักยวนยางก็ไม่จริงน่ะสิ”
“ระหว่างหนิงเฉิงอ๋องกับคุณหนูสามเซียวยังไม่ได้เป็คู่รัก ยังไม่ได้คบหากันด้วยซ้ำ เป็เพียงความประสงค์ของผู้ใหญ่ฝ่ายชายที่อยากจะได้คุณหนูสามเป็สะใภ้จึงให้บุตรชายไปทำความรู้จักกันคุ้นเคยกับนางเสียก่อน”
หลี่หยวนหยวนกำหมัดด้วยความเจ็บแค้น ที่แท้นางก็ถูกคนด่าเพราะเซียวหว่าน “ถ้าอย่างนั้น เล่าข่าวลือที่สองมา”
“ข่าวลืออีกเื่ที่คุณหนูสามเซียวอยู่เื้ัก็คือ ตอนที่หนิงเฉิงอ๋องแต่งงานกับคุณหนูรองหลี่ คุณหนูสามเซียวไม่ได้คิดมากจนล้มเจ็บ นางยังคงสบายดี แค่เก็บตัวอยู่ในห้องหอ ที่ปล่อยข่าวเช่นนั้นออกมาเพราะ้าให้หนิงเฉิงอ๋องรู้สึกผิด และผู้คนจะได้ก่นด่าพระชายาของหนิงเฉิงอ๋องว่าแย่งชิงวาสนารักของนางไป”
****************
