บทที่ 25 คนบ้านใหญ่
คนเป็พี่ยืนมองเด็กน้อยด้วยความรัก เขาหยิบเอาผ้าห่มผืนบางมาคลุมขาเอาไว้ทำให้ปลายฝนรู้สึกตัว เด็กน้อยมองพี่ชายขี้หวงที่แม้แต่ขาั้แ่เข่าลงไปก็ไม่อยากให้ใครเห็นอย่างช่วยไม่ได้ แม้ว่ามันจะวับๆแวมๆขึ้นไปเห็นขาอ่อนของเขาเล็กน้อยเพราะนอนลง แต่มันก็ใช่ว่าจะโป๊เปลือยเสียเมื่อไร
แต่เอาเถอะ เขาจะว่าอะไรได้ล่ะ
“ขอบคุณครับพี่” ปลายฝนเอาหูฟังออกพร้อมกับส่งยิ้มหวานขณะพูด ต้นหนาวลูบผมน้องชายเล็กน้อยด้วยความเอ็นดู
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง แม้ว่าคนที่กำลังเคาะอยู่จะหวาดกลัวคนเป็นายที่เธอกำลังเร่งรัดเท่าไรก็ตาม แต่คุณชายใหญ่่นี้ก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ทั้งยังมีคุณชายรองที่หนุนหลังทุกคนอยู่ด้วย ดังนั้นตอนนี้ไม่ค่อยมีคนกลัวคุณชายใหญ่มากอีกแล้ว พอคุณชายใหญ่โมโห เจอท่าสยบมารด้วยการกระพริบตาถี่ๆของคุณชายรองทีเดียว เดี๋ยวมารก็สลายไปเหลือเพียงเทพบุตรพี่ชายแสนดีเท่านั้น
และเพราะความกลัวที่ลดลงนี้ บวกกับมีเื่ใหญ่ที่ต้องแจ้งจริงๆ ดังนั้นเธอจึงลงมือเคาะประตูเรียกความสนใจของคนในห้องอีกครั้ง
ปลายฝนและต้นหนาวที่ส่งยิ้มให้กันทางสายตาชะงักไป เด็กน้อยขมวดคิ้วยุ่งก่อนจะพูดออกมาพี่
“พี่ มีคนมาเรียกแหละ” เด็กหนุ่มตัวเล็กลุกขึ้นก่อนจะวิ่งไปที่ประตู ทำเอาคนเป็พี่ที่ยังจ้องตากับอีกฝ่ายได้แต่เสียดาย
แม้ว่าเด็กน้อยจะเคยพูดว่าจะจีบเขาเพราะตัวเองเป็ฝ่ายรุก แต่นี่ก็ผ่านมานานแล้ว เขาไม่เห็นเ้าตัวจะทำมันจริงๆ เหมือนกับว่าที่เคยพูดมาเป็เื่คุยเล่นอย่างไรอย่างนั้น ดีที่ปลายฝนไม่ได้รำคาญที่เขาเข้าใกล้หรือหลอกกินเต้าหู้บ้าง ไม่อย่างนั้นเขาคงจะคิดว่าตัวเองนั้นดีใจเก้อที่น้องน้อยไม่ได้รังเกียจตนเองในฐานะอื่นแน่แล้ว
เพราะการที่อีกฝ่ายยอมให้เขากอดให้เขาหอม เขาจึงรู้สึกเข้าข้างตนเองว่ามีความหวังอยู่บ้าง
ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะไม่เสียใจที่ความสัมพันธ์นั้นไม่คืบหน้า
“เข้ามาสิ” ปลายฝนที่แม้จะยังวางตัวเป็คุณชายรองที่เย่อหยิ่ง กระนั้นเขาก็ไม่เคยปฎิบัติกับผู้คนไม่ดี แม่บ้านที่เข้ามารายงานเื่ใหญ่มองคุณชายของตนเองด้วยความเคลิบเคลิ้มก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตนเองมีเื่ใหญ่กว่านั้น เธอแทรกตัวเข้ามาก่อนจะมองหาคนเป็เ้าบ้านด้วยความร้อนใจ
“คุณชายใหญ่คะ เกิดเื่แล้วค่ะ” เธอพูดออกมาอย่างร้อนรน
ปลายฝนที่กำลังเดินไปนั่งโซฟาก็เลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ ในขณะที่ต้นหนาวไม่ได้สนใจคนมาใหม่ด้วยซ้ำ ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ใบหน้าเล็กที่น่ามองอย่างไม่ละสายตา
“คือว่าคนบ้านใหญ่...” เมื่อพูดถึงตรงนี้ ต้นหนาวก็ถอนสายตากลับมา
ดวงตาของเขาเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็สายตาที่ดำมืด ปลายฝนเองก็ใมากเช่นกัน จำได้ว่าชีวิตก่อนจนกระทั่งเขาแยกตัวไปจากพี่ชาย คนบ้านใหญ่ก็ไม่เคยเข้ามาวุ่นวายเลยนะ
นึกถึงตอนที่ตนเองถูกดูแคลนต่อหน้าและลับหลัง เขาแอบร้องไห้ตลอดทุกครั้งที่ไปบ้านใหญ่กับครอบครัวก็รู้สึกโกรธขึ้นมา ตอนนั้นพ่อแม่ปกป้องเขาที่เป็ลูกนอกไส้ถึงกับยอมตัดขาดบ้านใหญ่อย่างจริงจัง หลังจากนั้นก็สู้ทนกระทั่งผ่านเื่ร้ายๆมาได้ แล้วทำไมตอนนี้พวกบ้านใหญ่มาเหยียบที่นี่กันล่ะ
หน้าไม่อายกันแล้วหรืออย่างไร!!
“อย่าพูดถึงพวกมัน” ต้นหนาวเองก็โกรธพวกบ้านใหญ่ไม่ต่างกัน คนพวกนั้นมีสิทธิอะไรมาว่าน้องน้อยของเขาถึงกับทำให้เสียน้ำตาหลายต่อหลายครั้งกัน
ตัวเขาเองแม้จะไม่ได้ถูกรังแก แต่ก็ยอมรับมันไม่ได้ พ่อแม่ของเขาที่ผ่านมาก็ไม่ใช่ว่าจะมีความสุขกับการได้อยู่กับพวกบ้านใหญ่ การที่พวกท่านออกมาไม่ใช่แค่เื่ของปลายฝนเท่านั้น หากแต่พวกท่านคิดถึงเขาด้วยเช่นกัน ถ้ายังอยู่บ้านใหญ่ มีหวังว่าจะถูกบังคับทิศทางให้เดินจนไม่มีเวลาของตัวเองล่ะมั้ง
นอกจากนี้หลังจากที่พ่อแม่เสียไป พวกมันทั้งหมดทำอะไรไว้ ทำไมเขาจะไม่รู้!
ยุยงให้ผู้ถือหุ้นขายหุ้นออก ปั่นราคาให้ร่วง สร้างข่าวให้คนไม่เชื่อมั่นผู้บริหารคนใหม่ ทำอย่างนี้ก็เพื่อขู่ให้เขาหันหน้าไปซบอกตระกูลใหญ่ หรือไม่ก็ขายทิ้งเพื่อให้คนอื่นได้มาดูแลแทนกดดันคนอายุ 19 ปีด้วยวิธีทุเรศและลอบกัด ตอนนั้นเขาเองก็สู้ทั้งหมดที่มี พวกมันขาย เขาก็ซื้อ ใครขาย เขาก็ซื้อหมด จนท้ายที่สุดแล้วได้ซื้อหุ้นกลับมาคืนกว่า 60% แล้ว พวกมันถึงได้รู้ว่าเขาสู้ไม่ถอยจริงๆ
เหอะ!
แล้วตอนนี้ยังมาพูดตระกูลใหญ่อะไรอีก
ตอนพ่อแม่ของเขาเสีย พวกมันส่งมาแค่ดอกไม้กระจอกๆไม่กี่ดอก กระทั่งพวกปู่ย่าก็เป็ไปกับเขาด้วย งานศพลูกๆไม่เคยมาแตะ บอกว่าตัดขาดกันแล้วก็ตัดขาดจริงๆ แล้วทำไมตอนนี้มันดูไม่จริงขึ้นมาแล้วล่ะ!
“ตะ แต่ว่า...” แม่บ้านลังเล เธอกลัวคนตรงหน้าที่แผ่รังสีฆ่าฟันออกมา ดังนั้นจึงรีบขอความช่วยเหลือไปที่คุณชายรอง
ใครจะคิดว่าคุณชายรองไม่เพียงแต่จะคิดช่วยเธอ ใบหน้าของเขาก็บูดบึ้งไปด้วยอีกคนเช่นกัน
“แต่ว่าอะไร? อย่าบอกว่าพวกเขามาถึงหน้าบ้านเราแล้วนะ!” ปลายฝนกัดฟันกรอดถามกลับไป น้ำเสียงของเขาทำให้คนอายุมากกว่าก็ใไม่ต่างกัน จากออร่าทะมึนเมื่อครู่ ตอนนี้เขากลับต้องลบมันทิ้งไปแล้วมองหน้าน้องน้อยอีกครั้ง
“คะ คุณ คุณชาย...” แม่บ้านที่รับรังสีฆ่าฟันของเด็กน้อยที่ไม่เคยมีมาก่อนปากสั่น เธอรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองจะต้องถูกปะาแล้วในตอนนี้
“ปลายฝน มานี่” ต้นหนาวแทรกขึ้น เขากวักมือเรียกน้องชายของตนด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
หากบอกว่าพวกเขาที่โกรธแทนปลายฝนยังรู้สึกมากขนาดนี้ แล้วเ้าหนูน้อยของเขาล่ะ อีกฝ่ายจะรู้สึกคับข้องใจมากขนาดไหน
เหมือนถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาจากความทรงจำเก่าๆที่น่าเศร้า ปลายฝนกระพริบตาสองครั้ง น้ำตาก็ไหลที่แก้มเนียนใสอย่างช่วยไม่ได้ คนตัวเล็กวิ่งเข้าไปหาพี่ชายที่ยืนรอรับอยู่ก่อนแล้ว
มือหนาลูบกลุ่มผมของปลายฝนด้วยความรู้สึกสงสาร เขากระชับอ้อมแขนของตนเอง แสดงให้น้องชายเห็นว่าเขานั้นยังอยู่เคียงข้างอีกฝ่ายเสมอ เมื่อได้รับการปลอบประโลมเช่นนี้ ปลายฝนก็เลิกที่จะใส่ใจเื่ที่ผ่านมาไปเสีย ไอ้คำพูดที่บอกว่าเขาเป็ได้แค่ “กาฝาก” น่ะ เขาจำมันเอาไว้ตลอด แล้วตอนนี้ก็พร้อมที่จะแสดงให้คนพวกนั้นได้เห็นว่า “กาฝาก” ที่ทุกคนมองเห็นนั้น ที่จริงเติบโตมาเป็ต้นไม้ที่งดงามขนาดไหน
“ขอโทษครับพี่ ผมแค่...” ปลายฝนไม่ลืมว่าเมื่อครู่ได้หลุดทำท่าทางอะไรออกไป เขาเอ่ยบอกคนเป็พี่ด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิว และแน่นอนว่าเป็การพูดเพื่อให้แม่บ้านคนนั้นรู้สึกสงสารเขา และไม่คิดเอาเื่ที่เขาข่มขู่ไปก่อนหน้านี้ด้วยเช่นกัน
“ไม่เป็ไร” ต้นหนาวไม่ได้สนใจอยู่แล้วว่าปลายฝนจะเป็คนขี้เหวี่ยงขี้วีนหรืออะไร เขาชอบที่ปลายฝนเป็ปลายฝน ชอบดวงตาที่สดใส ชอบมองคนตัวเล็กเติบโตไปเรื่อยๆ
“แล้ว...คนบ้านใหญ่พวกนั้น ทำไมหรอครับ” ปลายฝนที่ยังถูกกอดอยู่หันคอไปมองแม่บ้านที่ยืนมองอยู่ที่มุมของห้อง เมื่อถูกถาม เธอก็ต้องพูดออกไป
“คนบ้านใหญ่มารอที่ห้องรับแขกค่ะ” พูดจบก็เหลือบมองคุณชายรองที่เพิ่งร้องไห้อย่างหนักเมื่อครู่ หัวใจของเธอก็พลันห่อเหี่ยวลงไปด้วย รู้สึกว่าการรับหน้าที่มาบอกครั้งนี้จะไม่ใช่เื่ดีเลย ถึงจะเตรียมใจเอาไว้แล้ว แต่ที่ไม่คิดคือเธอจะกลายเป็คนที่ทำให้คุณชายรองต้องร้องไห้
“มารอ?” ปลายฝนทวนคำ เขาอยากจะหัวเราะออกมาจริงๆ คนพวกนี้แม้จะไม่ได้เชิญ แต่ก็หน้าด้านเข้ามารอพวกเขาถึงในบ้านเลยหรอ
“ใครปล่อยให้เข้ามา” ต้นหนาวส่งสายตาอำมหิตไปอีกครั้ง
“พี่ อย่าโกรธคนของเราเลยครับ ต่อให้ไม่อยากให้เข้ามา แต่พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้” ปลายฝนพูดตามความจริง อย่างไรพวกเขาก็เป็แค่คนงานที่จ้างมา เมื่อมีแขกก็ต้องต้อนรับ นอกจากนี้แขกพวกนั้นก็ยังเป็ญาติสายเืเดียวกับพี่ชายอีกด้วย จะให้เอาสิทธิที่ไหนไปบอกว่าไม่ได้ ห้ามเข้า แบบนี้กันล่ะ
“เหอะ” คนแค่นเสียงออกมาในลำคออย่างไม่พอใจ แต่เขาก็ไม่ได้โกรธเหมือนเดิมแล้ว
ปลายฝนคิดเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้ามองคนที่ถือโอกาสกอดเขาไม่ปล่อยด้วยสายตาที่ลึกล้ำ
“พี่ ในเมื่อพวกเขากล้ามา พวกเราก็ไปเจอกันหน่อยดีไหมครับ”
“.......เดี๋ยวพี่ไป เรารอที่นี่” ต้นหนาวคิดเล็กน้อย ท้ายที่สุดแล้วอย่างไรก็ต้องลงไปเจอคนพวกนั้น แต่เขาจะไม่ยอมให้น้องชายต้องไปถูกคนพวกนั้นพูดจาดูแคลนอีก
“ไม่เอาครับพี่ ผมอยากจะไปดูคนหน้าด้านพวกนั้นเหมือนกัน ไหนว่าจะเลิกยุ่งกับพวกเราแล้วถ้าในบ้านนี้ยังมีผมอยู่ แล้วตอนนี้มาทำไมล่ะ” ปลายฝนพองแก้มอย่างไม่พอใจ ท่าทางน่ารักน่าชังนั่นทำให้ต้นหนาวรู้สึกหมันเขี้ยวขึ้นมา
ไวกว่าความคิด คนมือใหญ่บีบไปที่แก้มขาวเบาๆจนเหมือนจะเป็การลูบคลำเสียมากกว่า ปลายฝนแสร้งจักจี้และหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงดังคิกคักของน้องชายทำให้หัวใจของคนเป็พี่กระเจิดกระเจิง เขาอดที่จะก้มหน้าลงไป อยากจะสูดดมแก้มนิ่มนั่นสักครั้งไม่ได้
“อ๋า พี่กำลังทำอะไรน่ะครับ” ปลายฝนรู้ตัวก่อน เขาดันหน้าและจมูกโด่งๆของพี่ชายออกไป แต่แรงของเขาก็สู้ไม่ได้กับแรงของคนเป็พี่เลย
“ขอหอมหน่อย”
“ไม่เอา พี่ไม่ได้ทำความดีความชอบอะไร จะรับรางวัลได้ไงครับ” เด็กน้อยก็ยังคงเป็เด็กน้อย เมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายแล้ว ดวงตาของต้นหนาวก็หรี่ลงอย่างใช้ความคิด
“ถ้าอยากลงไป ก็ให้พี่หอม” เขาพูดขึ้นมาอย่างเคยชิน รู้ว่าน้องชายเป็เช่นนี้ แม้จะยอมให้เขาหอม แต่ก็ต้องมีอะไรมาแลก ถ้าจู่ๆเข้าไปหอมล่ะก็ จะถูกอีกฝ่ายงอนและไม่พูดด้วยไปหลายชั่วโมง
ต้นหนาวที่ตามใจน้องน้อยอยู่แล้วก็จึงต้องสรรหาความดีความชอบของตนเองมาทุกครั้งไป
“งั้นก็เบาๆนะครับ พี่ชอบแกล้งทำให้ผมเจ็บ” ต้นหนาวฟังคำน้องแล้วอยากจะบอกเหลือเกินว่าพี่ไม่ได้ตั้งใจจะหอมให้อีกฝ่ายเจ็บเสียหน่อย เพียงแต่พอหอมลงไปที่แก้มนุ่มแล้วก็ถอนตัวออกมาไม่ได้เสียทุกครั้ง กลิ่นหอมๆนั้นทำให้เขาอยากจะกลืนกินแก้มนุ่มลงไป ไม่สิ! เขาไม่ได้คิดจะกระทำชำเราแค่แก้มของอีกฝ่ายเสียหน่อย ที่จริงเขาอยากจะสูดดมไปทั้งตัวเลยต่างหาก
“อืม” คนครางรับในลำคอ เมื่อมือเล็กๆของปลายฝนปล่อยลง ต้นหนาวก็กดจมูกของตนเองเข้าไปในแก้มนุ่ม ผ่านไปหลายสิบวินาทีก็ยังไม่ถอดออก แถมลมหายใจของคนก็สูดเข้ายาวๆตนเนื้อแก้มแทบจะเข้าไปในจมูกอยู่แล้ว
“อื้อ! พี่” ปลายฝนทนไม่ไหว เขาดันอกแกร่งให้ออกไป แต่ท้ายที่สุดแขนทั้งสองของเขาก็ถูกคนตัวใหญ่กว่ารวบเอาไว้ ทั้งยังไม่ยอมเลิกที่จะเคลียคลอที่แก้มของเขาอีกด้วย
“พี่ อย่าแกล้งสิครับ” ปลายฝนรู้สึกเหมือนกำลังถูกรังแก พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ
“พี่ไม่ได้แกล้ง เราน่ารักเกินไป พี่ก็เลย....อยากได้มากกว่าแค่หอมเบาๆ” เมื่อสูดดมจนพอใจแล้วก็ผละออกมา ทิ้งรอยแดงๆไว้ที่แก้มของเด็กน้อยอย่างช่วยไม่ได้ เขากวาดมองไปทั่วใบหน้า สายตาอ่อนโยนจนแสดงความรักออกมาอย่างไม่ปิดบัง ปลายฝนเขินอายเล็กน้อยกับสายตานั้น แต่ก็แสดงออกมาอย่างใสซื่อ ทำตัวราวกับถูกรังแกจริงๆ
ทั้งที่ในใจของเขานั้นคิดไปไกลแล้วกับคำพูดหวานๆของคนเป็พี่
แม้ว่าเขาจะทำตัวเป็เด็กก็จริง ทว่าอย่าลืมว่าเขาได้ผ่านโลกมามากกว่าพี่ชายอีกนะ! ตอนนี้สิริรวมแล้วอายุมากกว่าด้วยซ้ำ จะไม่เข้าใจเลยหรอว่าสายตานั้นหมายถึงอะไร
“ผมงอนพี่แล้ว หลังจากไปเจอพวกบ้านใหญ่ ผมจะงอนพี่ 1 ชั่วโมง” ปลายฝนกอดอก ทำหน้าจริงจังตอนมองคนอายุมากกว่า
“หืม? งอนพี่ด้วยเื่อะไร” ต้นหนาวเลิกคิ้วถามเด็กน้อย
“งอนพี่เพราะพี่หอมแรง”
“อย่างอนเลย เื่นี้เราก็มีส่วนผิดเหมือนกันนะ” ต้นหนาวกระชับแขน
“ผมผิดอะไร ผมบอกพี่แล้วว่าอย่าทำให้ผมเจ็บ แต่พี่ก็ทำให้เจ็บเลย แดงแล้วมั้งเนี่ย” ปลายฝนชี้ไปที่แก้มของตนเอง ซึ่งมันก็เป็รอยแดงจริงๆนั่นแหละ
“งั้นให้พี่ง้อเรายังไงดีล่ะ” ต้นหนาวเอ่ยถาม เขารู้สึกผิดอยู่เหมือนกันที่ยั้งตัวเองไม่อยู่ทุกครั้งไป
“เอ่อ ผมอยากไปดูหนัง” ปลายฝนคิดก่อนจะพูดออกมา
“เอาสิ เดี๋ยวพี่พาไป”
“ไม่ๆ ผมไม่อยากไปดูหนังกับพี่ อยากไปคนเดียว ที่ห้าง ที่คนเยอะๆ” ปลายฝนพูดพร้อมกับทำท่าทางน่ารักๆไปด้วย แต่มันกลับไม่ได้ทำให้ต้นหนาวรู้สึกพอใจเลย
“ไม่อยากดูหนังกับพี่? อยากไปคนเดียว?” เขาทวนคำขอของน้องชายเหมือนไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ได้ยิน
ปลายฝนชะงักเล็กน้อย เขารู้ว่าพี่ชายคนนี้อยากจะตัวติดกับเขาตลอดไป แต่อะไรที่มากไปก็จะทำให้อึดอัด เขาอยากให้พี่เชื่อใจเขาให้มากกว่านี้ และต้องรู้จักปล่อยวางด้วย ่นี้พี่ชายนั้นดีกับตนเองมาก และเขาก็ทำตัวเป็เด็กดีด้วย ดังนั้นเขาจึงคาดหวังว่าการที่เขาทำตัวเป็เด็กดีมาตลอดนั้นจะทำให้พี่ต้นหนาวผ่อนปรนให้บ้างได้แล้ว
ทว่าดูเหมือนเขาจะคิดผิด อีกฝ่ายยิ่งได้ควบคุมเขา ก็เหมือนจะไม่อยากปล่อยบังเหียนนี้ไปเสียแล้ว
................................