ปอร์เช่คาเยนน์สีดำสุดหรูของภูธเนตรเข้ามาจอดในบ้านหลังใหญ่ใจกลางกรุงได้ไม่นานก็ตามมาด้วยรถของหมอ
นภัทรเข้ามาจอดร่างบางของหมอพิมพ์รดาก้าวลงมาจากรถและเดินตามภูธเนตรเข้าไปในบ้าน
“ภูหยุดก่อนได้ไหมพิมพ์ขอโทษนะภูพิมพ์ไม่ได้ตั้งให้เื่นั้นเกิดขึ้นจริงๆ”
“ไม่ได้ตั้งใจหรอพิมพ์แล้วที่จูบกันดูดดื่มขนาดนั้นมันคืออะไรพิมพ์”
“มันก็แค่อารมณ์ชั่ววูบอ่ะภูพิมพ์ขอโทษยกโทษให้พิมพ์”
“แล้วถ้าภูทำแบบพิมพ์บ้างละพิมพ์จะให้อภัยภูได้ไหม”
“ ไม่มีทางหรอกพิมพ์รู้ว่าภูไม่มีนิสัยแบบนั้นภูไม่มีทางทำเด็ดขาด”
“ภูถามจริงๆนะพิมพ์รักผู้ชายคนนั้นใช่ไหมใช่ไหมตอบมาสิพิมพ์”
“ ใช่พิมพ์ยังรักพี่ภัทรเพราะเขาคือรักแรกของพิมพ์ั้แ่สมัยเรียนแพทย์ด้วยกันแต่คุณแม่บังคับให้พิมพ์ต้องเลิกกับพี่ภัทรมาแต่งงานกับภูเพื่อรักษาโรงพยาบาลที่คุณพ่อสร้างมาเพื่อไม่ให้ล้มละลายพอพิมพ์อยู่ใกล้พี่ภัทรพิมพ์ก็หวั่นไหวรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้แต่พิมพ์ก็รักภูกับลูกมากเหมือนกันถ้าพิมพ์ต้องเลือกยังไงพิมพ์ก็เลือกครอบครัวของเราพิมพ์ขอโทษนะภู”
“ถ้าพิมพ์ยังรักเขาอยู่แล้วมาแต่งงานสร้างครอบครัวมีลูกกับภูทำไม”
“เพราะตอนนั้นพิมพ์ไม่มีทางเลือกพิมพ์ต้องทำตามที่คุณแม่ขอแต่พิมพ์รักลูกนะภูเค้าเกิดเพราะความตั้งใจและก็ความรักของพิมพ์”
“ภูถามจริงๆนะพิมพ์เคยรักภูจริงๆบ้างไหมพิมพ์เคยรักภูเหมือนที่พิมพ์รักผู้ชายคนนั้นบ้างรึเปล่า”
พิมพ์รดาเอาแต่ก้มหน้าไม่กล้าสบสายตากับเขาเพราะเธอเองก็ไม่อยากพูดความในใจของเธอออกไปเพราะไม่อยากให้เขาต้องเสียใจอีกแต่ในเมื่อเขาอยากได้คำตอบจากเธอเธอก็จำใจต้องตอบเขาออกไป
“รักสิก็ภูเป็พ่อของลูกพิมพ์”
“ถ้าภูไม่ใช่พ่อของลูกแสดงว่าพิมพ์ก็ไม่ได้รักภูสิถ้าพิมพ์รักผู้ชายคนนั้นอยากอยู่ด้วยกันจริงๆภูกับลูกก็จะไม่เข้าไปยุ่งเกี๋ยวกับชีวิตของพิมพ์อีกภูจะเป็ทั้งพ่อแม่แม่ให้ลูกเอง”
“ไม่นะภูภูจะเอาลูกไปจากพิมพ์ไม่ได้นะพิมพ์สัญญานะภูพิมพ์จะไม่ให้เื่แบบนี้เกิดขึ้นอีกพิมพ์จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพี่ภัทรอีกพิมพ์ขอร้องนะภูอย่าพาลูกไปไหนเลยพิมพ์รักครอบครัวของเราพิมพ์ไม่อยากเสียมันไป”
“พอเถอะพิมพ์ผมเหนื่อยแล้วเราต่างคนต่างอยู่เถอะพิมพ์ไปอยู่กับคนที่พิมพ์รักเถอะส่วนลูกผมจะดูแลเองเราอย่าได้มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกันอีกเลย”
ภูธเนตรที่ผิดหวังและเสียใจที่เธอหักหลังความรักของเขาเขาหันหลังให้พิมพ์รดาและเดินขึ้นไปยังห้องลูกสารตัวน้อยวัย1ขวบที่นั่งเล่นกับพี่เลี้ยงอยู่ปล่อยให้พิมพ์รดาร้องเรียกตามหลังโดยที่ภูธเนตรเองไม่สนใจใยดีเธอแม้แต่น้อยภูธเนตรเก็บกระเป๋าของตนและลูกสารตัวน้อยเสร็จก็อุ้มลูกสาวตัวน้อยลงมาจากบ้านเพื่อที่จะไปยังสนามบินซึ่งอยู่ไม่ไกลมากนัก
ภูธเนตรตัดสินใจพาลูกน้อยไปอยูต่างประเทศเพื่อที่จะไม่ต้องเจอหน้าหมอพิมพ์รดาผู้เป็ภรรยาและไม่อยากให้ลูกมีความผูกพันธ์กับแม่ที่เห็นแก่ตัวแบบหมอพิมพ์รดาเขาจึงเลือกที่จะพาลูกสาวไปอยู่ต่างประเทศวันต่อมาเมื่อคุณหญิงพิมพ์ดาวแม่ของพิมพ์รดาทราบข่าวว่าลูกเขยของตนเองพาหลานสาวตัวน้อยไปอยู่ต่างประเทศจากนมจิตรคุณหญิงพิมพ์ดาวก็ให้คนขับรถพาตนเองไปหาลูกสาวถึงโรงพยาบาลด้วยความไม่พอใจ
“ยัยพิมพ์”
“แม่มาที่นี้ได้ยังไงคะ”
“ฉันก็นั่งรถมาสิถามแปลก”
“แม่ตอบพิมพ์ดีๆไม่ได้หรอคะ”
“ไม่ได้แก่ทำอะไรไว้ยัยพิมพ์”
“เื่ภูกับลูกใช่ไหมค่ะแม่”
“ทำไม่แกไม่ไปตามลูกเขยกับหลานฉันกลับมา”
“จะให้พิมพ์ไปตามที่ไหนคะแม่ภูพาลูกไปอยู่ที่ไหนประเทศอะไรพิมพ์ยังไม่รู้เลยค่ะอีกอย่างพิมพ์เองไม่ดีพอสำหรับพวกเขาหรอกค่ะเพราะความหวั่นไหวและอารมณ์ชั่ววูบไม่นึกถึงครอบครัวของพิมพ์มันไปร้ายคนที่พิมพ์ไปถึงสองคนปล่อยให้พวกเขาอยู่อย่างไม่มีพิมพ์ดีที่สุดแล้วค่ะแม่พวกเขาจะได้ไม่ต้องเ็ปเพราะพิมพ์อีก”
“แก่ทำผิดก็ต้องไปตามพวกเค้ากลับมาเพื่อแก้ไขสิหรือที่แก่ไม่ไปเพราะแก่จะอยู่กับผู้ชายคนนั้น”
“ไม่ใช่นะคะแม่ั้แ่เกิดเื่พิมพ์ก็ไม่ได้ติดต่อกับเขาแล้ว”
ไม่รู้แก่จะรักใครชอบใครฉันไม่สนแต่แก่จำไว้นะพิมพ์ว่าฉันมีลูกเขยคนเดียวคือภูธเนตรเท่านั้นคนอื่นไม่ใช่