ตอนที่ 15ทุกอาชญากรรมเริ่มต้นจากความโลภ
ฉีเล่ยลากกวนไห่ผิงวิ่งกลับไปยังหมู่บ้านเฟิงจื่อการ์เดนและตรงไปยังห้องควบคุมกล้องวงจรปิดของเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในหมู่บ้านทันที
ระหว่างทาง ฉีเล่ยก็ครุ่นคิดและวิเคราะห์เื่นี้ไปด้วย..
ครอบครัวของเขาไม่ได้ร่ำรวยอะไรฉะนั้นแล้ว คนลักพาตัวต้องไม่ได้ประสงค์เงินทองแน่ๆ แต่น่าจะ้าสิ่งอื่น
และในเมื่อไม่้าเงินเหตุผลที่ฉีเล่ยคิดได้ในเวลานี้ก็คือ น่าจะทำไปเพราะมีความแค้นเป็แรงขับเคลื่อนแต่ว่า.. เฉินอวี้หลัวไปมีเื่กับใครกัน?
‘เอ๊ะ?! หรือจะเป็ไอ้ลุงชั่วช้าของเธอ?’
‘หรือป้าสะใภ้ที่ไม่ค่อยฉลาดกันแน่?’
‘ยังมีไอ้ลูกพี่ลูกน้องตัวแสบนั่นอีกคน?’
‘ไม่สิ! ไม่น่าจะเป็ไปได้..’
ต่อให้พวกเขาจะโกรธเคืองกันหรือมีเื่กระทบกระทั่งกันแค่ไหน สายสัมพันธ์ของพวกเขาก็ยังคงเป็เครือญาติกันแม้ว่าครอบครัวผู้เป็ลุงจะอิจฉา และอยากจะได้บ้านหลังนี้ไปจนต้องใช้วิธีก่อกวนถึงขั้นพังบ้านแบบนั้น แต่ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็ยังนับเป็ญาติที่ใกล้ชิดกัน
แม้ว่าลุงของเฉินอวี้หลัวจะทำงานให้กับเฉินเทียนกรุ๊ปก็ตามแต่เมื่อครั้งที่พวกเขามาสร้างปัญหานั้นาุโหวู่ก็ได้เตือนพวกเขาทุกคนไม่ให้มายุ่งเกี่ยวอีกต่อให้คนพวกนั้นไม่นับเฉินอวี้หลัวเป็ญาติ ก็ไม่น่าจะกล้าขัดคำสั่งหรือทำอะไรที่เป็การไม่ไว้หน้าาุโหวู่แน่
‘แล้วเป็ฝีมือใครกันนะ?’
‘นอกเหนือจากครอบครัวของลุงเฉินอวี้หลัวแล้วอวี้หลัวไปมีเื่กับใครอีกนะ?’
ในระหว่างที่ฉีเล่ยกำลังครุ่นคิดอยู่นั้นแต่แล้วจู่ๆเขาก็ถึงกับหยุดชะงักไปนั่นเพราะภาพของใครคนหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของเขาอย่างกะทันหัน
‘หลิวไห่หยาง!’
‘หมอที่โรงพยาบาล!’
‘ใช่แล้ว! ต้องเป็เขาแน่ๆเขาน่าสงสัยที่สุด!’
ความจริงแล้วอาชีพการงานและอนาคตของหลิวไห่หยางนั้นค่อนข้างสดใสแต่เป็เพราะเฉินอวี้หลัวกับเขา ทำให้อนาคตอันสดใสของหลิวไห่หยางต้องพังทลายลง
‘ใช่แล้ว!นี่น่าจะเป็การลักพาตัวเพราะความแค้นที่มีเหตุมีผลที่สุดแล้ว!’
หลังจากที่คิดได้เช่นนี้ฉีเล่ยก็ถึงกับใจสั่นขึ้นมาทันที..
หากหลิวไห่หยางลักพาตัวเฉินอวี้หลัวเพื่อ้าเรียกค่าไถ่เขาก็ยินดีที่จะจ่ายแต่ถ้าหลิวไห่หยางเรียกร้องเงินจำนวนมากเกินกว่าที่เขาจะสามารถจ่ายได้ล่ะ? แล้วถ้าหลิวไห่หยางเป็ฝ่ายติดต่อไปหาซูชางฉินโดยตรงล่ะ?
แต่หากหลิวไห่หยางลักพาตัวเฉินอวี้หลัวไปเพราะความแค้นแล้วล่ะก็อีกฝ่ายก็อาจจะคลุ้มคลั่งถึงขั้นทำเื่ที่เขานึกไม่ถึงก็เป็ได้..
และเมื่อไปถึงห้องทำงานของเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในหมู่บ้านฉีเล่ยก็ตรงเข้าไปร้องะโเสียงดังอยู่ที่หน้าประตู
“เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย..”
เวลานั้นเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่ง กำลังนั่งดื่มชาอยู่ภายในห้องหลังจากที่ได้ยินเสียงร้องะโเรียก ก็ได้หันไปมองฉีเล่ยหน้านิ่วคิ้วขมวดก่อนจะถามออกไปว่า
“คุณเป็ใคร? แล้วนี่มาหาใครไม่ทราบ?”
ฉีเล่ยไม่รีรอเขาตรงเข้าไปคว้าคอเสื้อของเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนนั้นทันทีพร้อมกับจ้องหน้า และพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นะเื
“ฟังนะ! ภรรยาของฉันถูกคนลักพาตัวไปทุกวินาทีหมายถึงความเป็ความตายของเธอ แล้วถ้าภรรยาของฉันเป็อะไรไปฉันจะฝังร่างแกลงไปในหลุมพร้อมกับเธอด้วย!”
น้ำเสียงของฉีเล่ยนั้นทั้งดุดันแล้วก็เ็าจนน่าขนลุกเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนนั้นถึงกับเหงื่อแต่พลั่กเปียกชุ่มไปทั้งตัว
จากนั้นฉีเล่ยจึงร้องะโสั่งว่า“พาฉันไปดูกล้องวงจรปิดที่ทางเข้าหมู่บ้านเดี๋ยวนี้!”
ด้วยสีหน้าท่าทางดุดัน และเอาจริงของฉีเล่ยทำให้เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่กล้าพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียวและรีบพาฉีเล่ยไปที่ห้องควบคุมกล้องวงจรปิดทันทีจากนั้นจึงได้เปิดภาพที่บันทึกไว้ั้แ่เวลา 8.30 ถึง 9.00 นาฬิกาให้ฉีเล่ยดู
จากภาพของกล้องวงจรปิดนั้นเฉินอวี้หลัวได้เดินออกจากประตูหมู่บ้านไปเวลาในเวลา 8.40 นาฬิกาและได้ไปยืนรอรถประจำทางอยู่ที่ป้ายตรงหน้าหมู่บ้าน แต่แล้วจู่ๆก็มีรถคันหนึ่งพุ่งมาจอดตรงหน้าเฉินอวี้หลัว จากนั้นชายสองคนก็วิ่งลงมาจากรถแล้วฉุดกระชากลากหญิงสาวเข้าไปในรถอย่างรวดเร็ว ก่อนจะขับหนีออกไปในที่สุด
แต่น่าเสียดายที่กล้องวงจรปิดไม่สามารถจับเลขทะเบียนของรถมินิแวนคันนั้นไว้ได้แล้วก็ไม่เห็นหน้าของผู้ชายสองคนที่ลงมาลากเฉินอวี้หลัวเข้าไปในรถอีกด้วย
แต่ก่อนที่จะถูกลากเข้าไปในรถมินิแวนสีหน้าของเฉินอวี้หลัวเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและเมื่อฉีเล่ยได้เห็นใบหน้าของภรรยา เขาก็ยิ่งกระวนกระวายใจมากขึ้น
‘คุณคงจะใแล้วก็หวาดกลัวมากสินะอวี้หลัว?’
‘ตอนนั้น คุณคงอยากให้ผมอยู่ใกล้ๆแล้วก็ช่วยคุณไว้สินะ?’
“ไอ้ชาติชั่ว!”
ฉีเล่ยสบถออกมาเสียงดังพร้อมกับยกเท้าขึ้นถีบประตูด้วยความโมโหก่อนจะหันไปชี้หน้าเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนเดิมพร้อมกับตวาดถามด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว
“แล้วตอนนั้นพวกแกทำอะไรอยู่? คนทั้งคนถูกลักพาตัวไปที่หน้าทางเข้าหมู่บ้านแบบนั้นพวกแกตาบอดหรือยังไงถึงได้มองไม่เห็น?”
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยถึงกับคอตกและได้อธิบายให้ฉีเล่ยฟังว่า ่นั้นเพื่อนร่วมงานของเขาที่อยู่เวรยามได้ออกไปซื้ออาหารเช้าพอดี จึงไม่ทันได้เห็นเหตุการณ์ลักพาตัวนี้เข้า..
‘ใครจะไปคิดว่า่เวลาแค่ประเดี๋ยวเดียวจะเกิดเื่ราวใหญ่โตแบบนี้ขึ้นได้ล่ะ?’ เ้าหน้าที่รักษาความปล่อยภัยได้แต่แอบบ่นอยู่ในใจ
หลังจากที่ได้ระบายอารมณ์โกรธออกไปพอควรแล้วฉีเล่ยจึงได้สติและรู้ว่า ถึงจะกร่นด่าออกไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรเขาจึงได้แต่ต้องระงับความโกรธภายในใจลง และเริ่มคิดหาทางแก้ไขต่อไป
กวนไห่ผิงที่ยืนนิ่งเงียบมานานในที่สุดก็รีบแนะนำฉีเล่ยว่า “ท่านหมอ รีบโทรแจ้งตำรวจจะดีกว่าครับ!”
“ไม่ได้!”
ฉีเล่ยคัดค้านขึ้นทันทีพร้อมกับอธิบายไปว่า “ตอนนี้เบาะแสเพียงชิ้นเดียวที่มีอยู่คือกล้องวงจรปิดซึ่งก็ไม่ได้บอกร่องรอยของผู้ร้ายมากนัก ขั้นตอนการทำงานของตำรวจค่อนข้างวุ่นวายแล้วก็ล่าช้ามาก ผมเกรงว่าจะไม่ทันการนาทีนี้ผมจำเป็ต้องทำทุกอย่างแข่งกับเวลา..”
กวนไห่ผิงเองก็เห็นด้วยว่าขั้นตอนการทำงานของเ้าหน้าที่ตำรวจนั้นล่าช้าจริงๆ หลังจากรับเื่แล้วก็ต้องสอบสวนหาข้อมูล สืบหาพยานที่รู้เห็น กว่าจะถึงขั้นตอนการส่งเ้าหน้าที่ออกสืบหาก็คงต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน
ในขณะที่เหยื่อซึ่งถูกลักพาตัวไปนั้นอยู่ใน่เวลาที่อันตรายอย่างมาก เพราะสามารถถูกฆ่าตายได้ทุกวินาที..
กวนไห่ผิงจ้องมองฉีเล่ยด้วยสีหน้าท่าทางมั่นอกมั่นใจเขาเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวชายหนุ่มผู้นี้มาก และเขาเชื่อว่า ตราบใดที่ชายหนุ่มคนนี้เอาจริงเขาจะทำงานได้ว่องไวยิ่งกว่าตำรวจเสียอีก
ไม่มีเหตุผลสำหรับความรู้สึกเชื่อมั่นศรัทธาในตัวฉีเล่ยเพราะมันได้ฝังแน่นอยู่ในก้นบึ้งของจิตใจกวนไห่ผิงไปแล้ว!
ฉีเล่ยเดินวนกลับไปกลับมาอยู่ครู่หนึ่งในที่สุด เขาก็คิดออกว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี..
ในเมื่อหลิวไห่หยางเคยทำงานที่โรงพยาบาลประจำเมืองมาก่อนทางโรงพยาบาลย่อมต้องมีประวัติของเขาอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็ที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ หรือว่าข้อมูลอื่นๆแต่ดูเหมือนข้อมูลเหล่านี้ไม่น่าจะมีประโยชน์อะไรในเวลานี้เพราะในเมื่ออีกฝ่ายตั้งใจที่จะลักพาตัวเฉินอวี้หลัวเขาย่อมไม่พาไปที่บ้านของตนเองแน่
จากพฤติกรรมของคนที่เคยก่ออาชญากรรมต่างๆนั้นพวกเขาจะไม่อยู่ในจุดที่ตัวเองเคยอยู่ อีกทั้งยังจะใช้ป้ายทะเบียนรถปลอมด้วยหลังจากหนีออกจากเมืองได้ ก็ไม่ต่างจากการงมเข็มในมหาสมุทร
แต่ก็ใช่ว่าข้อมูลต่างๆจะไม่เป็ประโยชน์เลยเสียทีเดียว อย่างน้อยตำรวจก็จะสามารถใช้ข้อมูลเ่าั้ ในการตามสืบหาร่องรอยคนร้ายต่อไป..
แต่ปัญหาคือ..ฉีเล่ยไม่มีเวลามากขนาดนั้น!
เขา้าวิธีที่ได้ผลเร็วที่สุดไม่ใช่การงมเข็มในมหาสมุทรแบบนี้!
แล้วเขาควรทำอย่างไรดี?
ในระหว่างที่ครุ่นคิดอยู่นั้น เท้าที่ก้าวเดินของฉีเล่ยก็ค่อยๆช้าลงไปเรื่อย ก่อนจะหยุดนิ่ง และหันไปจับไหล่กวนไห่ผิง พร้อมกับร้องะโออกมาว่า
“ใช่แล้ว! ความโลภ!ทุกอาชญากรรมล้วนเริ่มต้นขึ้นเพราะความโลภของมนุษย์ แม้จะทำไปเพราะแค้นก็เช่นกัน!”
ฉีเล่ยปล่อยมือออกจากไหล่ของกวนไห่ผิงซึ่งมีสีหน้างุนงงไม่เข้าใจ พร้อมกับพึมพำเบาๆ
“ใช่แล้ว!เื่นี้ไม่เกี่ยวกับอวี้หลัวเลยสักนิด! คนที่หลิวไห่หยางแค้นคือฉันต่างหากล่ะ!มันถึงได้มาลักพาตัวอวี้หลัวไป เพราะนอกจากจะได้แก้แค้นฉันแล้วมันยังจะได้เงินไปใช้อีกด้วย.. นี่เป็การยิงปืนนัดเดียวแต่ได้นกถึงสองตัว!”
จากนั้นฉีเล่ยก็หยิบโทรศัพท์มือถือของตนเองออกมาถือไว้ เขาจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์แน่นิ่งพร้อมกับพึมพำเสียงเบา
“ฉันจะรอให้แกโทรมา..”
ฉีเล่ยยังคงนั่งจ้องหน้าจอโทรศัพท์มือถืออยู่ในห้องควบคุมกล้องวงจรปิด จนกระทั่งผ่านไปครึ่งชั่วโมงในที่สุดโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น
ฉีเล่ยเหลือบมองกวนไห่ผิงก่อนจะเอื้อมมือไปกดรับสาย..
ดูเหมือนคนที่โทรมานั้นจะระมัดระวังตัวอย่างมากมีการซ่อนหมายเลขของตนเองด้วยวิธีการบางอย่าง และน้ำเสียงที่พูดนั้นก็ดูเหมือนว่าจะผ่านเครื่องปรับเสียงอีกที
“นั่นฉีเล่ยใช่มั๊ย?”
“ใช่!”
“ภรรยาของแกอยู่ในเงื้อมือของฉันแล้ว!”
“ถ้าอย่างนั้นก็ให้เธอมาพูดสายกับฉัน!”
"…"
โจรลักพาตัวถึงกับนิ่งอึ้งไปที่เห็นฉีเล่ยตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่สงบเยือกเย็นไม่มีอาการตกอกใแสดงออกมาให้เห็นเลยแม้แต่น้อย จนคนที่โทรมาอดที่จะคิดไม่ได้ว่า
‘ครอบครัวนี้มันยังไงกันแน่นะ?’
‘ภรรยาถูกลักพาตัวไปทั้งคนทำไมถึงดูไม่เดือดเนื้อร้อนใจเลยสักนิด!’
แต่ไม่นานนักเสียงของเฉินอวี้หลัวก็ดังขึ้นจากปลายสาย “ฉีเล่ย! อย่ามานะ! พวกมัน้าฆ่านาย!อย่าเข้าใกล้ตัวฉันเด็ดขาดจำไว้..”
เสียงร้องะโของเฉินอวี้หลัวค่อยๆเบาลงและดูเหมือนจะห่างจากโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ เห็นได้ชัดว่า เธอได้ถูกพาตัวออกไปแล้ว
“แกคงได้ยินเสียงภรรยาของแกแล้วสินะฉีเล่ย? แต่ไม่ต้องห่วงตอนนี้ภรรยาของแกยังคงปลอดภัยดี แต่ฉันก็ไม่รับปากหรอกนะว่าหลังจากนี้เธอจะมีสภาพยังไง ถ้าแกไม่ทำตามที่ฉันสั่ง! ไม่แน่ว่า.. ฉันอาจจะจับเธอถลกหนังแล้วก็ควักลูกตาทั้งสองข้างออกมาก็ได้ เพราะฉะนั้นจงทำตามคำสั่งของฉันอย่างไม่มีเงื่อนไขถ้าแกไม่อยากเห็นภรรยามีสภาพที่น่าเวทนาแบบนั้น..”
เวลานี้ฉีเล่ยถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งร่าง แต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากต้องพยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเอง ให้อยู่ในสภาพที่สงบนิ่งและมีสติมากที่สุด!
“ถ้าอย่างนั้นก็บอกมาว่าแก้าเงินเท่าไหร่? และ้าให้ฉันนำเงินไปให้ที่ไหน?”
โจรลักพาตัวถึงกับหัวเราะออกมาเสียงดัง“ฮ่าๆๆ นับว่าแกเป็คนเฉลียวฉลาด แล้วก็มีเหตุมีผลมากทีเดียว!”
“แต่ฉันจะยังไม่บอกรายละเอียดกับแกตอนนี้แล้วฉันก็ขอเตือนแกไว้ก่อนว่า อย่าบอกเื่นี้กับตำรวจเด็ดขาดเพราะถ้าตำรวจรู้เื่นี้เมื่อไหร่ รับรองได้ว่าภรรยาของแกจะเหลือแค่ร่างไร้ิญญาแน่!”
ตู๊ดๆๆ
หลังจากพูดจบโจรเรียกค่าไถ่ก็กดตัดสายทิ้งไปทันที!