เป็นเวลามากกว่า 1 เดือนที่อู๋ซวงถูกกักบริเวณ ในช่วงระหว่างนั้นทางด้านจินเฉิ่นอู่มันตั้งใจเรียนศาสตร์แห่งวิชาต่างๆด้วยความตั้งใจอย่างบ้าคลั่งเพราะตัวมันไม่ต้องการที่จะเป็นตัวถ่วงของอู๋ซวงทักษะที่เด็กหนุ่มให้แก่มันครานั้นช่วยส่งเสริมและยกระดับให้มันแข็งแกร่งขึ้นเป็นอย่างมากและนั่นทำให้ตัวมันนั่นรู้สึกว่าหากเอาทักษะยุทธ์ของที่นี่มาเปรียบเทียบกับของนายท่านของมันดูแล้วมันก็ไม่ต่างอะไรกับของเด็กเล่นเลย
ทั้งความลึกซึงและความแข็งแกร่ง แต่ที่สถานที่แห่งนี้พอจะให้ประโยชน์กับมันได้ก็คือศาสตร์วิชาทางการบริหารกองทัพมากกว่าหรือแม้แต่กลยุทธ์ในการทำศึกสงครามผู้เป็นถึงระดับนายกองไปจนถึงแม่ทัพไม่สามารถที่จะใช้กำลังเพียงอย่างเดียวได้จำเป็นต้องรู้จักใช้มันสมองเพื่อหลอกล่อศัตรูเพื่อให้ได้ผลมาซึ่งชัยชนะ จินเฉิ่นอู่จึงให้ความสำคัญกับเรื่องพวกนี้เป็นพิเศษ
ตั้งแต่วันที่มันได้รู้จักกับนายท่านของมันจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ไม่มีใครกล้ามาก่อความวุ่นวายให้กับมันอีกเพราะผู้คนต่างรู้กันทั่วว่าในยามนี้นั่นจินเฉิ่นอู่คือข้ารับใช้เพียงคนเดียวของอู๋ซวงเพียง 2 วันนายท่านของมันกับสังหารคนเป็นผักไปถึง 4 คนและหนึ่งในนั้นคือกลุ่มห้องอัจฉริยะ แม้จะไม่ได้จัดอันดับความแข็งแกร่งอย่างเป็นทางการแต่พวกมันทุกคนล้วนเชื่อว่ามันคือที่หนึ่ง
หากจะพูดถึงเจ้าของฉายาอันดับหนึ่งอย่างเป็นทางการนั้น มันก็คือ ฮั่นเหลียง ประวัติของมันไม่แน่ชัดมากนัก หน้าตาหล่อเหลาสง่า งามราวกับเทพจุติ บุคลิกท่าทางอบอุ่นเป็นที่รักใคร่ของเหล่ามิตรสหายและผู้คนมากมายเป็นขวัญใจเหล่าอิสตรีแม้แต่สาวใหญ่สูงวัยยังคงต้องแอบเหลียวมองด้วยความเขินอายไม่เคยก่อวีรกรรมให้เป็นเรื่องเสื่อมเสียชื่อเสียง ถือว่าเป็นบุคคลที่เลือกเดินเส้นทางสีขาวอย่างแท้จริงหากว่ามันเป็นใหญ่ในภายหน้าผู้คนต่างเชื่ออย่างสุดหัวใจว่ามันผู้นี้จะต้องเป็นแม่ทัพผู้ทรงธรรมอย่างแน่แท้
หากจะเอามาเปรียบเทียบกับอู๋ซวง เจ้าบ้านี่มันคือปีศาจร้ายในร่างคนมันคือฆาตกร ที่เห็นชีวิตของคนอื่นเป็นดั่งผักปลาและมันไม่สนใจใครหน้าไหน ทุกผู้คนต่างเกิดความรู้สึกหวาดกลัวความรู้ศึกนี้มันไม่ได้เกิดกับแค่พวกนักเรียนเท่านั้นแม้แต่เหล่าอาจารย์ที่มีความสามารถที่อ่อนแอก็ยังมีความหวาดกลัวขึ้นมาภายในจิตใจ พวกมันทั้งคู่ต่างถูกยกย่องว่าคือที่หนึ่งแต่อีกคนเดินในเส้นทางที่สว่างแต่อีกคนหนึ่งเดินในเส้นทางที่มืดมิดราวกับขุมนรกเรื่องราวของอู๋ซวงถูกปั้นแต่งจนเกินจริงมามาก
"นายท่าน นายท่านในที่สุดท่านก็ออกมาข้าเป็นห่วงแทบแย่….จินเฉิ่นอู่กล่าวทักทายด้วยความตื่นเต้นยินดี
"ฮ่า ฮ่าไม่เห็นมีอะไรต้องคิดมากเลยข้าก็แค่นั่งเล่นอยู่ภายในห้องของท่านผู้อำนวยการตลอดหนึ่งเดือนเท่านั่นดูเหมือว่าตัวเจ้าจะดูแข็งแกร่งขึ้นเยอะเลยนะ เจ้าทำให้ข้าไม่ผิดหวังจริงๆ
"นั่นเป็นเพราะการส่งเสริมจากนายท่านหากไม่มีนายท่านพลังฝีมือของข้าคงจะไม่ก้าวหน้าถึงเพียงนี้
"หืม…ทำไมผู้คนถึงมองที่พวกเราแปลกๆเด็กหนุ่มกล่าวถามด้วยความแปลกใจ
"ก็ในเวลานี้นายท่านเป็นคนที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากบางคนถึงขนาดยกย่องท่านว่า เป็นบุคคลที่มีพลังความแข็งแกร่งอันดับหนึ่งแต่ถึงจะเป็นอย่างงั้นพวกมันต่างก็รู้สึกหวาดกลัวพวกเราอยู่ดีกับเรื่องที่เกิดขึ้น
"อืม เป็นเช่นนั้นหรือช่างพวกเขาเถอะเราคงจะไปเปลี่ยนความคิดเจ้าพวกนั้นไม่ได้
"ขอรับนายท่าน
"นั่น ใช่นายน้อย อู๋ซวงใช่รึไม่ในระหว่างที่เด็กหนุ่มทั้งสองกำลังพูดคุยกันก็มีคนผู้หนึ่งกล่าวทักทายขึ้นมาแววตาของมันแหลมคมอย่างแปลกประหลาดหากจะให้พูดตามตรง เจ้าคนผู้นี้เป็นบุรุษที่หล่อเหลาเท่าที่เด็กหนุ่มเคยพบมาช่างสง่างามเสียเหลือเกิน
"เป็นข้าเองแล้วเจ้าเป็นผู้ใดกันมีธุระ อันใดกับข้า
"คนผู้นี้คือ ฮั่นเหลียงขอรับนายน้อยคนผู้นี้ถูกยกย่องว่าเป็นผู้ที่มีพลังและความสามารถที่แข็งแกร่งเป็นบุคคลอันดับ1 อย่างเป็นทางการ จินเฉิ่นอู่ กล่าวด้วยท่าทางยกย่อง
"ฮ่า ฮ่า นายน้อยอู๋อย่าเย็นชากันนักซิ อย่างไรเสียพวกเราก็เป็นศิษร่วมสำนัก ฮั่นเลียงกล่าวอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองราวกับเป็นมิตรสหาย
ข้าทราบข่าวมาว่าวันนี้คือวันที่ท่านถูกปล่อยตัวจากการกักบริเวณตัวข้าจึงต้องการมาเห็นด้วยตาตนเองว่าแท้ที่จริงแล้วท่านเป็นคนเช่นไรสมแล้วที่คนบางคนยกย่องท่านแข็งแกร่งเหนือยิ่งกว่าข้าเสียอีกท่านไม่ทำให้ข้าผิดหวังเลยจริงๆ
"ฮ่า ฮ่าท่านเองก็ยกย่องข้าจนเกินไปแล้วท่านพี่ ฮั่นเหลียงฝีมือของข้ามันก็พื้นๆเท่านั้นหาได้ม่ค่าให้สนใจ
"นายน้อยอู๋ซวงช่างถ่อมตนยิ่งนักช่างแตกต่างจากคำเล่าลือมาเยอะเลยเห็นทีข้าคงต้องขอตัวลาก่อน ไว้มีโอกาสพวกเราค่อยมาพูดคุยกันใหม่ตามประสามิตรสหาย
"สมแล้วที่ศิษย์พี่ฮั่นเหลียงถูกยกย่องเป็นตัวตนอันดับหนึ่ง เขาดูยกย่องท่านเป็นอย่างมาก จินเฉิ่นอู่พูดออกมาจากใจจริงพร้อมทั้งมองตามหลังไป
"ถึงแม่ว่าเจ้าจะแข็งแกร่งขึ้นแต่ก็ยังอ่อนต่อโลกไปนะ จินเฉิ่นอู่ ตัวข้าจะบอกกลวิธีการดูใจคนให้จงจำไว้ให้ดีจดจำไปจนตลอดชีวิตของเจ้า
"ขอรับนายท่านข้าจะตั้งใจฟังคำพูดของท่าน
การที่จะรู้ลักษณะนิสัยของคนนั่นหาได้ยากในการพิจารณา โดยบางคนภายนอกดูอ่อนโยนแต่ความจริงแล้วเป็นคนกลิ้งกลอกบางคนดูสุภาพ แต่ความจริงเป็นคนหลอกลวง บางคนภายนอกดูกล้าหาญ แต่ความจริงเป็นคนขี้ขลาดหลักการดูคนเบื้องต้นก็คือ
หนึ่ง พูดให้อับจนแล้วดูซึ่งปฎิภาณ
สอง บอกกล่าวเรื่องอันตรายพร้อมทั้งสังเกตความกล้า
สามมอมเมาด้วยสุราแล้วสังเกตดูซึ่งอุปนิสัย
สี่ ผูกมัดด้วยทรัพย์สินเงินทองแล้วสังเกตซึ่งความสุจริต
"ตัวข้าจะไม่บอกกล่าวกับเจ้าว่าแท้จริงแล้วมันผู้นี้เป็นคนเช่นไรเจ้าต้องหัดมองคนให้ได้ด้วยตัวเองเข้าใจรึไม่
"ขอรับนายท่านข้าจะปฏิบัติตามและยึดหลักตามแนวทางของท่าน
เมื่อพูดคุยกันพอสมควรแล้วอู๋ซวงก็เดินทางกลับไปที่ห้องพักของตนเพื่อทำการเตรียมตัวในการเข้าไปเรียนในอีกเวลาไม่กี่ชั่วยามข้างหน้านี้