5 ข้าว...ต้ม...มัด...
เกร็ดแก้วมองแผ่นหลังชายที่ทำให้เธออบอุ่นและปลอดภัยหญิงสาวยกมือขึ้นจับตรงหัวใจตัวเองที่เต้นตึกตักๆ เหมือนกับจะทะลุออกมาจากทรวงใบหน้านวลร้อนผ่าวจนคิดว่ามันคงจะแดงเถือกไปตลอดทั้งใบหน้าและลำคอใบหูก็ร้อนผ่าวยังกับถูกไฟลน
“อ้าว...เป็อะไรไปอีกละไพลิน ไหนว่ารีบ อยากไปหาหมอเร็วๆ ไงแล้วทำไมเดินช้าเหมือนเต่าแบบนี้ละ” ธราเทพถาม ก่อนจะยื่นมือไปคว้าแขนเรียวยาวให้มาเดินไปพร้อมๆกันไปที่รถมอเตอร์ไซด์เก่าซึ่งจอดเอียงกระเท่เร่อยู่หน้าบ้าน
ใบหน้าคร้ามแกร่งเปื้อนยิ้มเมื่อก้าวขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซด์คันเก่าที่ไม่ว่าจะไปใกล้หรือไกลก็ไม่เคยสร้างปัญหาแก่ผู้เป็เ้าของแม้ครั้งเดียวรถที่เขานำเงินที่เหลือจากค่าอาหารกลางวันมาซื้อ ตอนนั้นแม่ห้ามแล้วห้ามอีกเพราะกลัวว่าลูกชายวัยรุ่นจะขับขี่อย่างคึกคะนองจนเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้แต่ผู้เป็พ่อกลับไม่ห้ามและยังยื่นมือไปคว้าแขนเขาแล้วพาเดินไปยังร้าน ให้เลือกสีเลือกรุ่นได้ตามความพอใจ แต่ท่านพูดคำหนึ่งสั้นว่าขอเวลาหน่อย
ตอนนั้นเขาก็ไม่เข้าใจหรอกแต่เพิ่งมารู้ตอนหลังว่า พ่อเชื่อเื่ดวงเื่ยามการซื้อของสำคัญซึ่งเกี่ยวพันกับชีวิตของคนในบ้านจึงต้องเลือกวันดีๆธราเทพยังจำได้ว่าเมื่อถึงวันที่ไปเอาจักรยานยนต์ เขาตื่นเต้นและดีใจจนจำเวลาที่จะออกรถไม่ได้ลืมไปว่ามันเป็ตอนบ่าย เลยลุกขึ้นอาบน้ำแต่ตัวนั่งยิ้มรอพ่อั้แ่ตีสามตีสี่
แม่ยังทักบอกให้เขาหุบยิ้มซะบ้าง เดี๋ยวเหงือกมันแห้ง ส่วนพ่อก็เอาแต่หัวเราะกลั้วคอแล้วก็นั่งทานกาแฟและทำงานจนถึงบ่าย จึงได้พาเขาไปเอารถ จากที่ยิ้มจนเห็นเหงือกสีแดงๆใบหน้าเขากลับบึ้งตึงและบ่นน้อยใจเสียยกใหญ่ หาว่าพ่อแกล้งไม่ทำตามคำพูดส่วนแม่ก็ได้แต่นั่งหัวเราะขำในความตื่นเต้นและนำเอามาล้อทำเอาเขาอายม้วนจนแทบไม่อยากขับรถไปเสียหลายวัน
จนมาถึงตอนนี้ก็นับได้เกือบจะสิบปีแล้วแต่จักรยานยนต์ก็ยังใช้การได้ดี จนแม่กับลูกปัดที่ชอบแขวะเขาบอกว่าให้โละขายเป็เศษเหล็กและเอาเงินที่ได้นำไปซื้อคันใหม่มาขับได้แล้วหยุดพูดแม่ที่แสนจะใจดี บอกว่าถ้าเงินไม่พอ เอาจากท่านก็ได้ ที่ทำให้เขาแอบขำอยู่คนเดียวแต่ก็เข้าใจถึงความรักและหวังดีที่ท่านมีให้
“ยิ้มอะไรนะนายกำนัน เป็บ้าไปแล้วหรือไง อยู่ดีๆ ก็ยิ้มกับต้นไม้ใบหญ้าอยู่ได้”เกร็ดแก้วยกมือขึ้นปิดปาก กลั้นหัวเราะจนใบหน้าขาวนวลแดงระเรื่อขึ้นดวงตากลมโตไล่มองไอ้เ้าเศษเหล็กคันเล็ก ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความขำ
รถคันเล็กมากดูยังไงก็ไม่เข้ากับร่างใหญ่เลยสักนิดนั่งไปแล้วเหมือนกับั์นั่งอยู่บนหลักกิโลเมตรดีๆ นี่เอง
“จะหัวเราะให้มันได้อะไรนักหนาไพลิน รีบขึ้นมาซิเดี๋ยวก็ไปหาหมอไม่ทันหรอก” ชายหนุ่มสตาร์สเครื่องในทันทีถึงแม้จะไม่ได้ขับขี่เสียหลายวันแต่เ้าลูกรักของเขาก็ยังคงสภาพการใช้งานได้เป็อย่างดี
“ห๊า...นะ...นายว่าอะไรนะนายกำนัน นาย...จะให้ฉันนั่งไอ้เ้าเศษเหล็กนี่ไปหาหมอ”คนที่หัวเราะคิกๆอยู่เมื่อครู่ถึงกับแผดเสียงร้องแข่งกับเสียงมอเตอร์ไซด์ถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเท้าเล็กถอยไปด้านหลังอย่างช้าๆ แต่ก็ไม่ทันมือที่ยื่นมาคว้าแขนเรียวและดึงเข้าหาตัว
“ก็ใช่นะซิ อนามัยอยู่แค่หัวมุมถนนนี่เอง แล้วตลาดก็อยู่ก่อนถึงอนามัยแค่นิดเดียวเหมือนกันอีกอย่าง ไปกันสองคน ทำไมต้องพารถคันใหญ่ไปละ เปลืองน้ำมัน เอาคันนี้ไปแหละดีแล้วรีบๆ ขึ้นมาเถอะ อย่าเื่มาก”
“ไม่...ปล่อยนะ ฉันไม่ไป ปล่อย!”
“ใครมาส่งเสียงร้องโวยวายเหมือนวัวกำลังจะถูกเชือดแถวนี้นะกำนัน”
น้ำเสียงที่ะโถามมาจากในบ้านหยุดเสียงเกร็ดแก้วได้ทันทีไม่ทันที่หญิงสาวจะทันได้เอ่ยอะไร ร่างเล็กบางก็เดินออกมาดูด้วยความสงสัย
“ว่าไงกำนัน ใครเป็อะไร ทำไมถึงได้ร้องเสียงดังได้ยินไปแปดบ้านสิบบ้านละ”แก้วตาถาม ตอนแรกคิดว่าน่าจะเป็สองในสามสาวที่มักมาแจกขนมจีบลูกชายมาเจอกันแล้วปะทะคารมกันอย่างไม่มีใครยอมแพ้ใคร คนไหนเถียงไม่ทันก็ใช้เสียงกรีดร้องเข้าข่มหรือไม่ก็ใช้น้ำตาและความอ่อนแอเข้าช่วยหรืออีกทีก็รู้ข่าวเื่ที่ลูกชายมีเมียและรับไม่ได้เลยส่งเสียงกรีดร้องออกไปแต่พอมองไปแล้วกลับไม่เห็นใคร นอกจากลูกชายที่นั่งอยู่บนเ้ากระป๋องซึ่งติดเครื่องรออยู่ก่อนแล้วใกล้กันนั้นก็มีลูกสะใภ้หมาดๆ ยืนเบะหน้าทำตาแดงๆน้ำตาคลอเบ้าและพยายามปลดมือธราเทพออก
“จะเอาไอ้กระป๋องคันนั้นพากันไปไหนละกำนันแม่ไพลินเมียกำนันดูท่าทางจะเป็ผู้ดี จะนั่งได้เหรอ?”
“ไปตลาดกับอนามัยแค่นี้เองแม่ ไม่ต้องเอาคันใหญ่ออกหรอก เปลืองน้ำมันเปล่า”
“อีตาขี้เหนียว”
“อ้าว...ใครเป็อะไรละกำนัน” แก้วตาถามอย่างเป็ห่วงรีบกระวีกระวาดเดินมาหาลูกชายอย่างร้อนใจด้วยกลัวลูกสะใภ้ที่เพิ่งจะมาอยู่ด้วยจะรับอากาศที่เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวก็มีฝนตกลงมาไม่ได้เกิดป่วยเป็ไข้ขึ้นมาทางพ่อแม่ฝ่ายหญิงรู้เข้าจะโทษว่านางดูแลไม่ดี
เกร็ดแก้วเห็นเป็โอกาสดีที่จะเอาคืนกำนันเทพดวงตากลมโตแวววาวใสแจ๋วที่มาพร้อมกับรอยยิ้มเ้าเล่ห์แต้มตรงมุมปากด้านหนึ่ง
“ก็กำนันเทพนะซิป้า ไม่รู้เป็บ้าอะไรขึ้นมา คิดจะพาฉัน...”เกร็ดแก้วรีบเปลี่ยนสรรพนามเสียใหม่ เพราะคิดว่าการใช้คำว่าฉันกับคนที่มีอายุมากว่ามันฟังดูเหมือนคนไม่ได้รับการศึกษาและสอนสั่งจึงเลือกใช้คำพูดที่คิดว่าจะทำให้แม่ของกำนันเทพเอ็นดูและสงสารแล้วก็เทคะแนนมาให้
“เอ่อ...ก็พี่เทพนะซิคะป้า พาหนูไปที่เล้าหมู สั่งให้ทำโน่นทำนี่ หนูทำไม่เป็ก็แกล้งจนหนูล้มลงไปคลุกกับโคลนคันคะเยอไปหมดทั้งตัวเลยค่ะ” ไม่พูดเปล่าเกร็ดแก้วรีบปลดมือใหญ่ออกจากแขนและพาตัวเองไปยืนใกล้ๆ กับแก้วตาพร้อมถลกแขนเสื้อให้ดู ใบหน้านวลผ่องก้มลงมองพื้นและพยายามนึกถึงเื่เศร้าๆที่จะพอทำให้มีหยาดน้ำตาคลอเบ้าก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม
“ว้าย!! ตายแล้ว กำนันทำอะไรไปเนี่ย ไปเลยนะกำนันไปเอาคันใหญ่พาหนูไพลินไปหาหมอที่อนามัยเดี๋ยวนี้”แก้วตาสั่งลูกชายน้ำเสียงเด็ดขาดและโกรธเกรี้ยว ใบหน้าเหี่ยวย่นแดงก่ำพร้อมกับก่นว่าลูกชายเป็ระลอก ก่อนจะหันไปหาเกร็ดแก้วที่ยืนทำหน้าเศร้าอยู่ใกล้ๆโดยไม่สังเกตเลยว่าคนที่ทำหน้าเศร้านั้นมีดวงตากลับแวววาวระยับอย่างสาสมใจถึงแม้จะเจ็บตัวแต่ก็สามารถเอาชนะกำนันเทพได้
“เจ็บมากไหมลูก”แก้วตาถามขณะไล้มือไปตามาแสีแดงบนแขนเล็กอย่างแ่เบาและอ่อนโยนก่อนจะจับจูงมือเล็กพาเดินไปนั่งบนแคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นหูกวางใหญ่
“เจ็บค่ะ” เกร็ดแก้วบอกเสียงอ่อยและแสร้งสูดปากเมื่อปลายนิ้วเล็กลากไล้ไปตามาแ
“ตาเทพนะตาเทพ เล่นอะไรก็ไม่รู้ ดูซิผิวหนูยิ่งบอบบางถ้าเกิดมีแผลเป็ขึ้นมาละ” แก้วตาบ่นพึมพำเบาๆและพาร่างโปร่งบางเดินไปส่งที่รถคันใหญ่ เมื่อเห็นว่าลูกชายถอยรถพร้อมที่จะเดินทางเรียบร้อยแล้ว
“ดูแลหนูไพลินให้ดีนะตาเทพถ้าแม่รู้ว่าแกแกล้งหรือเล่นแง่อะไรกับน้องอีกละก็...แม่จะเอาไม้เรียวฝาดก้นแก”แก้วตาก็หันไปหาลูกสะใภ้ที่กำลังกลั้นหัวเราะจนใบหน้าแดงเรื่อ
“หนูก็เหมือนกันนะไพลิน อย่าไปยอมลูกแม่ให้มากนัก ถ้าหาพี่เขารังแกหรือกลั่นแกล้งอะไรก็บอกแม่ได้เลย เดี๋ยวแม่เอาเื่ให้”
“คะ” เกร็ดแก้วรับปากรับคำและรีบหันหน้าไปทางอื่นยกมือขึ้นปิดปากเพื่อสะกดกลั้นเสียงหัวเราะที่กำลังจะหลุดออกมาดวงตากลมโตหลุกหลิกไปมา ท้องน้อยบิดเกลียวและไหวกระเพื่อม เพิ่งจะเคยเจอกับอะไรแปลกๆก็ที่บ้านนอกแห่งนี้แหละ โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้ว หน้าที่การงานก็โอเคไม่ถึงกับดีมาก แต่ถ้าเป็บ้านนอกแบบนี้ก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีแต่ยังจะถูกแม่ตีด้วยไม้เรียวอีก รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น
ธราเทพลงมาจากรถทั้งที่ยังไม่ดับเครื่องยนต์ใบหน้าคมคร้ามแดงก่ำก้มลงจนลมหายใจเป่ารดพวงแก้มขาวเนียนนุ่มพร้อมถามเสียงลอดไรฟัน
“จะหยุดหัวเราะได้หรือยังคุณ”
เกร็ดแก้วถึงกับสะดุ้งเมื่อเสียงแข็งๆดังอยู่ใกล้ใบหู เสียงที่ทำให้หัวใจเต้นแรงเร็วไม่เป็จังหวะหญิงสาวเอนกายไปด้านหลังเล็กน้อยที่ทำให้แผ่นหลังก็แนบชิดกับอกกว้างที่ทำให้ร้อนผ่าวราวกับถูกถ่านไฟทำให้ต้องรีบก้าวไปด้านหน้าอย่างเร็ว หญิงสาวยกมือขึ้นวางระหว่างอกหันใบหน้าขาวนวลจากทั้งอาการกลั้นหัวเราะและความรู้สึกบางอย่างที่มันซุกซ่อนอยู่ในหัวใจไปมองกำนันเทพ
เกร็ดแก้วยกมือขึ้นปิดปากกลั้นเสียงหัวเราะเมื่อได้เห็นใบหน้าเกรี้ยวกราดและแดงก่ำของชายหนุ่ม อีกทั้งดวงตาคู่นั้นก็คมกริบและกำลังเตือนอยู่ในทีถ้าไม่หยุดอาจจะโดนเขาเอาคืนแบบแปลกๆ เอ๊ะ...ไม่นะน่าจะเป็การเอาคืนแบบว่าเธอนั่นแหละที่จะถูกเอารัดเอาเปรียบแต่แหม...จะให้ยอมแพ้ง่ายๆ นะหรือไม่มีทาง ไหล่กว้างยกขึ้น แบะกลีบปากออกเล็กน้อยและจ้องตาชายหนุ่มกลับอย่างไม่ยอมแพ้
“แล้วนายจะทำไม ถ้าฉันยังไม่หยุดหัวเราะ อ๊ะ...แต่ถ้าจะทำอะไรฉันละก็คิดดีๆ นะนายกำนันเทพเกิดฉันเอาเื่ไปฟ้องแม่แล้วนายก็...โดนตีต่อหน้าทุกคนในบ้านอายเป็สองเท่านะเออ...” คิ้วเข้มเลิกขึ้น พร้อมปล่อยเสียงหัวเราะดังมาอีกระรอกใหญ่
ธราเทพยื่นมือไปกระชากแขนเรียวและดึงเข้าหาตัวพร้อมพาเดินไปยังรถแต่สายตาก็มองไปรอบๆ บริเวณเมื่อเห็นว่ามารดาไม่ได้สนใจแล้วก็ก้มลงจนใบหน้าแทบจะติดกับพวงแก้มอวบอิ่มลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดปลายจมูกอีกฝ่ายอย่างตั้งใจ
“แต่ผมว่านะ ถ้าผมทำอย่างที่ตั้งใจนะ คุณไม่กล้าเอาเื่ที่ผมทำไปฟ้องแม่หรอกไพลินหรืออยากจะลอง...?”
เกร็ดแก้วรีบยกขึ้นยันแผ่นอกกว้างแต่เหมือนกับเอามือไปจับถ่านร้อนๆ จะหนีไปด้านหลังก็ทำไมได้เพราะร่างกายถูกตรึงไว้ด้วยสองแขนแกร่งที่เท้าคร่อมลงมากับตัวรถหัวใจดวงน้อยเต้นตึกตักๆ เหมือนกับจะทะลุออกมาจากปอด จุดสีแดงแต่งแต้มบนปลายจมูกโด่งเป็สันลามเลียไปทั่วพวงแก้มอิ่มเต็ม ใบหูเล็กและลำคอระหงอย่างรวดเร็ว
เกร็ดแก้วขบกัดฟันจนมีเสียงดังกรอดๆดวงตากลมโตหลุมมองพื้นสลับกับมองใบหน้าคมคร้ามริมฝีปากขมุบขมิบเจริญพรยาวเป็หางว่าว
หน็อย...อีตาบ้าเอ๊ย!ชอบเอาเื่บ้าๆ นั่นมาขู่เสียจริง ขอให้มีโอกาสเถอะจะเอาคืนซะให้สะใจเลย หญิงสาวตวัดค้อนส่งให้ชายหนุ่มวงโต
“ว่าไง...จะหยุดหัวเราะหรือไม่หยุด” ธราเทพถามขณะโน้มใบหน้าลงไปช้าๆ
“ว้าย! เออ...ยอมแล้วๆ ยอมก็ได้ แต่คอยดูนะฉันไม่ยอมแพ้นายง่ายๆ แน่นายกำนันเทพ!” เกร็ดแก้วยกมือขึ้นยันใบหน้าคมคร้ามหัวใจเต้นแรงเหมือนกับมีคนมาตีกลองอยู่ภายใน
“ตาเทพทำอะไรอยู่ ทำไมยังไม่พาน้องไปอีกลูก”แก้วตาะโถามมาเมื่อเห็นว่าเสียงรถยังคงดังแต่ไม่มีทีท่าว่าจะออกขับเคลื่อนออกไปจากบ้าน
ธราเทพหัวเราะกลั้วคอยกแขนขึ้นสอดและกอดไว้ระหว่างอก ดวงตาพราวระยับมองร่างโปร่งบางที่เดินเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่กลัวว่าคอจะเคล็ดเดินไปขึ้นรถ
เมื่อเห็นหญิงสาวขึ้นรถเรียบร้อยชายหนุ่มก็หันไปะโตอบมารดา
“ครับแม่ กำลังจะไปแล้วครับ”