"ท่านพี่! เป็อะไรหรือเปล่าเ้าคะ"
หานหนานกงได้สติกลับคืนมาหลังจากที่กำลังครุ่นคิดหาวิธีใกล้ชิดภรรยาอยู่ก็ใ เมื่อเห็นกุ้ยเหมยก้มหน้าลงมาสำรวจเขาอย่างเอาจริงเอาจังด้วยความเป็ห่วง
"พี่ไม่เป็ไร เ้ามีอะไรอย่างนั้นหรือ"
"ข้าไม่มีอะไรเ้าคะ ท่านต่างหากที่มี ข้าเรียกท่านตั้งนาน ท่านก็ไม่ตอบ"
"อืม พี่คิดอะไรนิดหน่อย เ้า..อาบน้ำแล้วหรือ" ดวงตาคมใต้ขนตาหนาหลุบสายตาออกจากร่างบอบบางที่อยู่ในชุดตัวในสีขาว ผมยาวที่เปียกชื้นที่ทาบลงผ่านเรือนร่างจนแนบสนิทจนเห็นผิวเนื้อเลือนลางก็หน้าแดง เมื่อรู้ตัวเองว่ากำลังคิดอะไรที่ไม่เหมาะสมกับนางอยู่
กุ้ยเหมยขมวดคิ้วมองสำรวจหานหนานกง หาสาเหตุของอาการของเขาเป็ห่วง เพราะเขาเหมือนคนไม่สบายถึงได้หน้าแดงจัดขนาดนี้ ได้แต่นึกโทษตัวเองในใจที่พาเขาออกไปกินอาหารข้างนอกทั้งๆที่อากาศเริ่มเย็นจัด หากเขาไม่สบายขึ้นมา พรุ่งนี้จะสามารถรักษากับท่านหมอได้หรือเปล่าก็ไม่รู้
"เ้าค่ะ ท่านพี่จะไปอาบน้ำเลยไหมเ้าคะ แต่เหมือนว่าท่านพี่จะไม่สบาย ให้ข้าเช็ดตัวแทนดีไหมเ้าคะ"
"พี่ไม่ได้ป่วย พี่แข็งแรงดี เ้าเสียอีก ทำไมใส่เสื้อบางอย่างนี้ เดี๋ยวจะไม่สบายเอานะ"
กุ้ยเหมยก้มมองตัวเอง ชุดที่นางใส่ไม่ถือว่าบางเลยสักนิด ชุดที่มีเสื้อและกางเกงแขนยาวนางก็ใส่แบบนี้ทุกวัน แถมข้างในยังใส่ชั้นในของตัวเองครบทุกชิ้น นี่ถือว่าชุดที่นางใส่นอนเรียบร้อยที่สุดที่เคยใส่มาเลย
"ไม่บางนะเ้าคะ เสื้อก็แขนยาว กางเกงก็ขายาว ผ้าก็เนื้อหนา ข้าว่ามันอึดอัดไปด้วยซ้ำ"
"พี่ว่าบางก็คือบาง ตอนนี้เสื้อเ้าเปียกน้ำหมดแล้ว รีบไปเปลี่ยนเสื้อเสียเถอะ เชื่อพี่อย่าดื้อ"
ระหว่างคุยหานหนานกงเงยหน้าขึ้นไปสบสายตาของกุ้ยเหมย เขาพยายามบังคับสายตาให้จ้องไปที่ดวงตาของนาง ไม่มองไปที่อื่นอย่างระมัดระวัง เพราะตอนนี้เขาเริ่มอยากจะรีบหายเร็วๆวันนี้พรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำ หากหายดีเมื่อไหร่ เขานี่แหละ ที่จะเป็คนอาสาเปลี่ยนชุดให้นางเอง
"ก็ได้เ้าคะ เอาไว้ช่วยท่านพี่อาบน้ำก่อนนะเ้าคะ ข้าถึงจะเปลี่ยน ไปอาบน้ำกันเถิดเ้าค่ะ เดี๋ยวน้ำที่เตรียมเอาไว้จะเย็นซะก่อน" กุ้ยเหมยเดินอ้อมไปด้านหลังแล้วเข็นรถเข็นของหานหนานกเข้าไปอาบน้ำอย่างที่เคยทำเป็ปกติทุกวัน
โดยไม่ได้เห็นสีหน้าลำบากใจของชายหนุ่มที่คิดหาคำพูดไม่ออกว่าจะบอกกับนางอย่างไรดีแม้แต่นิดเดียว ตอนนี้เขากำลังคิดว่า ที่ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและกุ้ยเหมยไม่คืบหน้า สาเหตุอาจจะเป็เพราะนางไม่ได้มองเขาเป็บุรุษที่เป็สามี แต่นางมองเขาเป็คนป่วยที่ต้องดูแล เขาจึงอยากเว้นระยะห่างให้นางได้มีเวลาคิดถึงเขาในแบบอื่น โดยเริ่มจากการอาบนํ้าเอง จึงคิดว่าจะปฏิเสธไม่ให้นางอาบน้ำให้เขาอีกต่อไปแล้ว
"ดะ เดี๋ยว! ไม่ต้อง! พี่จะทำเอง"
ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังคิด เสื้อตัวนอกก็หลุดออกไป ตามด้วยเสื้อตัวใน จนกระทั่งถึงกางเกงเขาจึงรีบร้องห้ามนาง จนกระทั่งเขาเองยังใ รีบเปลี่ยนน้ำเสียงทันทีเพราะกลัวว่ากุ้ยเหมยจะเข้าใจผิด คิดว่าเขากำลังไม่พอใจนาง
"อ๋อ.." กุ้ยเหมยพยักหน้า ถอยไปผสมน้ำอาบ นางเก็บน้ำร้อนเอาไว้ในช่องว่าง จึงสามารถรักษาอุณหภูมิได้นาน ไม่อย่างนั้นป่านนี้น้ำร้อนคงกลายเป็น้ำเย็นไปแล้ว กุ้ยเหมยมองหานหนานกงที่พยายามถอดกางเกงอย่างทุลักทุเล พยายามปิดบังส่วนนั้นของตัวเองเอาไว้เป็อย่างดี เขาเพิ่งจะมาเขินอายนางหรืออย่างไร ผ่านมานานขนาดนี้เพิ่งจะมารู้สึก สงสัยที่หน้าแดงหูแดงแบบนี้เขาคงกำลังนึกเขินอายนางอยู่กระมัง
หานหนานกงตักน้ำราดตัวเองอย่างยากเย็น พอสักพักก็เริ่มจะเหนื่อย นางสังเกตจากน้ำในกระบวยเริ่มน้อยลงเหลือน้อยกว่าครึ่ง นางนึกเสียดายที่นี่ไม่มีฝักบัว ไม่อย่างนั้นเขาคงจะสามารถอาบน้ำเองได้สบายมากกว่านี้ พอเห็นสภาพของเขาแบบนี้ก็ทนไม่ไหว จึงตัดสินใจแย่งเอากระบวยในมือของเขามาอาบน้ำให้เขาเอง
"ท่านพี่..ข้าอาบให้ดีแล้ว เอาไว้ท่านพี่แข็งแรงขึ้นเมื่อไหร่ ท่านพี่ค่อยอาบน้ำเอง ตอนนี้มันดึกมากแล้ว พรุ่งนี้เราต้องเริ่มรักษาอาการของท่าน เพราะฉะนั้นห้ามดื้อ ข้าจะสระผมให้ท่านด้วย ไม่อย่างนั้นกลิ่นหมูย่างคงติดลงบนที่นอนแน่เลย"
คราวนี้หานหนานกงไม่ปฏิเสธ หากเขายังดื้อดึงอีก นางคงจะไม่ได้นอนแน่ จึงปล่อยให้นางดูแลอาบน้ำสระผมให้เหมือนเดิม ระหว่างที่กุ้ยเหมยกำลังสระผมให้ เขาจึงเลือกที่จะหลับตา เพื่อปกปิดอาการที่ตีกันไปมาในหัวของตัวเอง ถึงแม้ว่าจะไม่อยากให้นางอาบให้ แต่ในใจกลับมีความสุขที่นางดูแลเขาเป็อย่างดี มือน้อยทั้งสองข้าง ที่กำลังคลึงศรีษะช่วยให้ผ่อนคลายมากจริงๆ
ร่างบางจับเอาบุรุษที่นั่งอยู่เก้าอี้อาบน้ำเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ เอาผมที่ทั้งยาว ทั้งหนาออกมาสระให้เขาหลายรอบ จนกระทั่งกลิ่นที่ติดมาจางหายไป เหลือเพียงกลิ่นหอมอ่อนๆของสบู่เหลวอาบน้ำของเด็กที่ใช้ได้ทั้งอาบทั้งสระได้ภายในขวดเดียวที่ตัวเองมี แถมนวดขมับให้กับเขาเมื่อรับรู้ว่าเขากำลังมีเื่ครุ่นคิด ั้แ่เข้าห้องมาแล้ว แต่ที่นางไม่ได้ถามเพราะคิดว่า หากเขาสบายใจอยากจะเล่า เขาคงจะเล่าออกมาเอง นางไม่ควรไปยุ่งวุ่นวาย อยากจะรู้ทุกเื่ก็ได้ จึงทำตัวไม่รู้ไม่ชี้ต่อไป
กุ้ยเหมยอาบน้ำ สระผมให้หานหนานกงจนเหงื่อซึมออกมา เสื้อของตัวเองเปียกชื้นที่โดนทิ้งน้ำและเหงื่อของตัวเอง ร่างกายของเขาเริ่มมีน้ำมีนวลมากขึ้นเท่าไหร่ น้ำหนักตัวของเขาก็มากขึ้นเท่านั้น เวลาที่พยุงตัวของเขาขึ้นรถเข็นและตอนขึ้นเตียง นางต้องเพิ่มแรงยกมากกว่าเดิมเป็เท่าตัว ก่อนหน้านี้ เขาผอมบางก็จริง แต่โครงร่างเขาในอดีตรูปร่างสูงโปร่ง กระดูกก็หนา นางจึงต้องพึ่งยาแก้อักเสบไปหลายวัน ดีที่มีตัวช่วยอย่างรถเข็น และพละกำลังของเขาเริ่มกลับมาบางส่วนแล้ว ไม่อย่างนั้นนางคงจะดูแลเขาลำบากมากทีเดียว
"อย่าเพิ่งนอนนะเ้าคะ เดี๋ยวข้าขอไปล้างตัวก่อน เหงื่อเต็มตัวไปหมดแล้ว เดี๋ยวข้ากลับมาเช็ดผมให้ หากนอนตอนผมเปียกแบบนี้ จะไม่สบายเอาได้นะเ้าคะ"
"อืม" ชายหนุ่มพยักหน้า หยิบผ้ามาเช็ดผมของตัวเองระหว่างรอให้กุ้ยเหมยไปอาบน้ำ รอไม่นานร่างบางก็กลับมาพร้อมกับผ้าเช็ดผมที่อยู่ในมือ
"ผมของเ้าเองก็ยังไม่แห้ง ให้พี่ช่วยเช็ดให้เ้าดีกว่า"
"ตกลงเ้าค่ะ ข้าจะเช็ดให้ท่าน ท่านก็เช็ดให้ข้าดีไหมเ้าคะ"
กุ้ยเหมยเห็นสายตาเหมือนหมาน้อยกำลังอ้อนก็อมยิ้ม เขาคงจะอยากช่วยนางบ้างกระมัง หญิงสาวจึงช่วยพยุงตัวเขานั่งดีๆ แล้วตัวเองก็ปีนขึ้นเตียง นั่งหันหน้าเข้าหากัน เอาผมที่ยาวถึงสะโพกของตัวเองมาพาดเอาไว้ด้านหน้า แล้วก็เอาผมยาวของเขามาไว้ด้านหน้าเช่นเดียวกัน แล้วจึงเริ่มเช็ดผมให้เขาโดยที่ไม่คิดอะไร
แตกต่างกันกับคนที่อยู่ตรงหน้า เริ่มรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัวและใบหน้า เมื่อผมขอนางพาดผ่านอกอิ่มสวยคู่นั้น โดยที่เขายังไม่กล้ายื่นมือเข้าไปจับผม จึงยังคงลังเลอยู่อย่างนั้นเป็นาน จนกระทั่งกุ้ยเหมยจับผมของตัวเองใส่ในมือของเขาแทน เพราะคิดว่าเขาคงจะเอื้อมไม่ถึง จึงช่วยขยับตัวเข้าไปใกล้กว่าเดิม พร้อมกับก้มศรีษะของตัวเอง เพราะไม่อยากให้เขาเกร็งแขนมากเกินไป
หานหนานกงกำลังคิดว่าการที่เขาเอ่ยปากแบบนี้ มันแย่กว่าเดิมอีก ยิ่งนางอยู่ใกล้แค่นี้ ได้กลิ่นหอมอ่อนหวานออกมาจากร่างบาง เขายิ่งอยากกอดนาง แทนการจับผมนุ่มลื่นของนางเท่านั้น หานหนานกงเช็ดผมไป กำลังโมโหตัวเองไป นี่เขาคิดถูกหรือคิดผิดกันแน่ ถึงได้เสนอความคิดนี้ขึ้นมา ตอนนี้เขากำลังทำร้ายตัวเองชัดๆเลย
"แห้งแล้ว" หานหนานกงพูดราวกับกระซิบเสียงทุ้มแ่เบา กุ้ยเหมยยิ้มขอบคุณ แล้วยืดตัวขึ้นเอื้อมมืออ้อมไปด้านหลังของเขา เพื่อช่วยเช็ดผมด้านหลังที่ยังไม่แห้งหานหนานกง หากมองไกลๆจะเหมือนว่านางกำลังโอบศรีษะของชายหนุ่ม หานหนานกงทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งตัวเกร็งปล่อยให้นางปรนนิบัติตัวเองต่อ
ก่อนหน้านี้ก็เคยทำแบบนี้หลายครั้ง แต่ตอนนั้นเขายังไม่มีแผนการอะไรอยู่ในหัว จึงไม่ได้รู้สึกอะไรขนาดนี้ แต่พอเริ่มคิด อารมณ์กับความรู้สึกกลับมาเต็ม จึงได้แต่กำมือตัวเองเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองใจร้อนทำอะไรให้กุ้ยเหมยแตกตื่นไม่สบายใจ พยายามคิดเื่อื่น แทนการรับรู้ รูป รส กลิ่น เสียงที่เกิดจากสตรีตรงหน้า ให้กลับมามั่นคงเหมือนเดิม
"แห้งดีแล้วเ้าคะ ผมของท่านพี่หนากว่าของข้า จึงแห้งช้าแบบนี้ ถ้าหากใช้ตัวช่วยได้ ป่านนี้เราคงได้นอนเร็วกว่านี้ ท่านพี่ง่วงนอนหรือยังเ้าคะ" กุ้ยเหมยคิดถึงไดร์เป่าผมที่อยู่ในช่องว่างของตัวเอง ที่ไม่สามารถใช้งานที่นี่ได้ เพราะไม่มีไฟฟ้า จึงได้แต่นอนนิ่งไร้ประโยชน์เหมือนกันกับข้าวของหลายอย่างในนั้น
นางเอาผ้าเช็ดผมไปผึ่งลมเอาไว้ แล้วดับตะเกียง ปีนขึ้นไปบนเตียง ดึงผ้ามาห่มผ้าให้หานหนานกง แล้วตัวเองก็เอนลงไปนอนด้านข้างของชายหนุ่ม ที่ตอนนี้หลับตาไม่ลง ลืมตาเบิกโพลงท่ามกลางความมืด สองมือกำชายผ้าห่มเอาไว้แน่น หันไปมองใบหน้าของภรรยาที่หลับตาพริ้มนางคงจะหลับฝันหวานไปแล้ว ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากของตัวเองอย่างขัดใจ แล้วแบบนี้เมื่อไหร่เขาจะสามารถสานสัมพันธ์กับนางได้เล่า
"เหมยเอ๋อร์.."
"อืม~"
"พี่หนาว"
กุ้ยเหมยที่กำลังเคลิ้มหลับไปแล้วก็งัวเงียตื่นขึ้นมาคลุมผ้าห่มให้เขาดีๆ พร้อมกับเหน็บเข้าตรงข้างตัวเพื่อป้องกันไม่ให้มันเคลื่อนออกจากตัว แล้วล้มตัวลงนอนอีกครั้ง
ผ่านไปสักพัก เสียงของชายหนุ่มก็ดังเข้ามาในหู"ยังหนาวอยู่" ร่างบางขมวดคิ้วหรือว่าเขาจะไม่สบาย คราวนี้นางลุกขึ้นมานั่งเอามือน้อยทาบลงบนหน้าผากเพื่อวัดไข้ แต่กลับไม่รู้สึกร้อนอย่างที่คิด
"ข้าไปเรียกท่านหมอหลี่ดีกว่าเ้าคะ ท่านพี่คงจะไม่สบาย แต่ทำไมตัวถึงไม่ร้อนกันนะ"
"โอ๊ะ!"ก่อนที่ร่างของภรรยาจะก้าวลงจากเตียง หานหนานกงก็คว้าแขนของนางกลับมา ดึงรั้งอย่างแรงจนร่างของกุ้ยเหมยถลาลงมาทับร่างของชายหนุ่มทั้งตัว
กุ้ยเหมยกัดปากกั้นเสียงร้องด้วยความใ นี่เขาคิดจะทำอะไรกันแน่ พอจะลุกขึ้นเขากลับกอดรัดเอวของนางเอาไว้ ลำแขนทั้งสองข้างอยู่กลับมีเรี่ยวแรงจนนางดิ้นไม่หลุด จึงได้หยุดพักเมื่อรู้สึกเหนื่อยล้าขึ้นมา นางเริ่มรู้สึกว่าเขาไม่คิดว่าจะปล่อยนางจริงๆ ถึงดิ้นรนไปก็ไม่มีประโยชน์
"ท่านพี่คิดจะทำอะไรเ้าคะ"
"พี่เริ่มอุ่นแล้ว"
หญิงสาวอ้าปากค้าง เมื่ออยู่ๆเขาก็พูดขึ้นมา ช่างเป็การตอบคำถาม ไม่ตรงกับคำถามของนางเลย ร่างบางเพ่งมองไปยังใบหน้าที่แสร้งหลับตาพริ้ม ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทำไมลูกแกะน้อยของนางถึงเปลี่ยนแปลงกลายเป็จิ้งจอกจอมเ้าเล่ห์ไปได้นะ กุ้ยเหมยแอบถอนหายใจ เมื่อลองดิ้นลำแขนที่อยู่รอบเอวก็ยิ่งรัดมากขึ้นกว่าเดิม จึงได้แต่ปลดปลงยอมนอนอยู่อย่างนั้นไม่พยายามดิ้นหนีเขาอีกต่อไปแล้ว เขาคงไม่กอดนางทั้งคืนกระมัง เอาไว้เขานอนหลับเมื่อไหร่นางค่อยกลับไปนอนที่ของตัวเองแล้วกัน