ตอนที่12
“เ้าเองหรือยูกิ..”
“ยูกินะ ไม่เจอกันสักพักแล้วนะ เ้าก็มาทดสอบเหมือนกันหรอ” หลินแย่งนิลกาฬถามยูกิ
“ใช่ข้าเองก็มาที่เมืองไม้ครามเพื่อเข้ารับการทดสอบ พวกท่านได้อยู่ห้องไหนกัน” ยูกิถาม
“ข้ากับนิลกาฬอยู่ห้อง S ทั้งคู่เลย แล้วเ้าละ” หลินถาม
“ข้าเองก็อยู่ห้อง S เหมือนกับพวกท่าน ไหนๆพวกเราเจอกันรอบที่ 2 แล้ว ให้ข้าได้เลี้ยงข้าวพวกท่านสักมื้อเป็ยังไง”
“ข้าก็..”
“ไปสิๆ ข้ากำลังหิวอยู่พอดีเลย ว่าแต่เ้าจะเลี้ยงข้าวพวกข้าจริงๆหรอ” ดวงตาขอหลินเป็ประกาย
“อืม ให้ข้าเป็คนเลี้ยงพวกท่านเอง” ยูกิเองดีใจมาก ที่ได้กินข้าวกับพวกนิลกาฬและหลิน
“แล้ววันนี้ซันโซไม่ได้ด้วยหรอ” นิลกาฬถาม
“วันนี้ซันโซไปพบกับอาจารย์ที่โรงเรียน ซันโซเป็นักเรียนห้อง S เหมือนกัน แต่ว่าเขานั้นอยู่ปี 4”
“ไม่ใช่ว่าซันโซอายุ 20 กว่าหรือจากที่ข้าสังเกตุ” นิลกาฬตอบ
ยูกิก็ยิ้มอย่างสดใส “ถึงท่านนิลจะเห็นซันโซเหมือนกับคนอายุ 20 กว่าๆ แต่เขาพึ่งจะ 19 ปีเอง ทำไมคนอื่นๆชอบคิดว่าเขาอายุ20กว่าๆกันทั้งนั้นเลย” ยูกิสงสัย
‘ก็หน้าเข้มสะขนาดนั้น ใครจะคิดว่าเด็กหนุ่มอายุ 19’
นิลกาฬคิด
“แล้วเ้าจะเลี้ยงข้าวพวกข้าที่ใดกัน พวกข้าเองก็ไม่รู้จักร้านอาหารอร่อยๆในเมืองนี้ด้วย งั้นเ้าเป็คนเลือกร้านเอง ก็แล้วกัน” นิลกาฬพูด
“ได้สิ ถึงข้าจะไม่ค่อยได้มาเมืองไม้ครามเท่าไร แต่ข้าก็พอจะรู้จักร้านอาหารอร่อยๆอยู่บาง จะไปกันเลยไหม” ยูกิถาม
“ไปกันเลยยูกินะ ข้าหิวจะแย่อยู่แล้ว”
หลินรีบดึกมือของยูกิ เดินไปหาร้านอาหารกินกันทันที นิลกาฬสายหัวอย่างจำใจ แล้วเขาก็เดินตามหลินกับยูกิทันที
“เ้าไปแจ้งให้นายท่านรู้หรือยัง” ชายชุดคลุมดำพูกกับเงาในซอย
“ข้าแจ้งเื่นั้นแล้ว นายท่านบอกว่า ท่านบอกว่ากำลังเตรียมตัวเดินทางมาที่เมืองไม้คราม นายท่านบอกว่าให้ท่านค่อยจับตาดูเขาอยู่ห่างๆ และอย่าพึ่งทำอะไรทั้งนั้น” เงาดำพูดกับชายชุดคลุมดำ
“ข้าเข้าใจแล้ว” ทั้ง 2 ก็หายไปทันที
ณ ศาลากลางสระบัว มีชายแก่นั่งจิบชาอยู่กับชายอีกคน แต่ชายอีกคนนั้นไม่ได้นั่งจิบชาด้วย แต่เขากำลังนั่งคำนับชายแก่อยู่
“เ้าคิดว่ายังไงบางไซโซ เขามีคุณสมบัติพอหรือไป” ปู่ของยูกิถาม
“ขอรับนายท่าน เขาพอจะมีคุณสมบัติอยู่บาง ในการทดสอบด่านอื่นๆ เขาไม่ได้แสดงความสามารถอะไรออกมาอย่างเด่นชัด แต่หญิงสาวที่ร่วมเดินทางมากับเขาก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน ถึงระดับของนางจะอยู่ระดับปุถุชน แต่พลังที่นางปล่อยออกมานั้นเทียบเท่ากับระดับผู้เป็เลิศเลยทีเดียว”
“เ้าว่ายังไงนะ เทียบเท่ากับระดับผู้เป็เลิศ เ้าไม่ได้ดูผิดไปหรอกนะไซโซ” ปู่ทวดใ
“เื่จริงขอรับนายท่าน ข้าคิดว่านางคงจะมาจากตระกลูระดับสูงเป็แน่” ไซโซตอบ
“อืมๆ~ บอกให้คนของเราจับตาดูเขาเอาไว้ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเขารีบกลับมาแจ้งให้ข้าทราบทันที”
“ขอรับนายท่าน” ไซโซคำนับเสร็จ แล้วก็หายตัวไป
“หรือว่ามันจะเป็พรหมลิขิตที่พวกเขาทั้ง 3 คนจะได้มาพบกัน ข้าเองก็ไม่อยากให้เหลนสาวของข้าต้องมาเกี่ยวข้องกับตระกลูยูกิมากเกินไป ข้าอยากให้นางได้ใช้ชีวิตอย่างที่ตัวเอง้า ไม่อยากจะให้นางต้องเกี่ยวข้องกับเื่การเมืองของทวีปไม้ศักดิ์สิทธิ์ ส่วนข้าเองก็แก่มากแล้ว แถมข้ายังออกมาจากราชวงศ์แล้วด้วย ข้าและพวกเขาไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว
ถ้าพวกเ้าพวกนั้นยังดึงดันมายุ่งกับเหลนสาวของข้าละก็ ต่อให้เป็ราชวงศ์ยูกิข้าก็จะไม่ไว้หน้าพวกมัน”
“ถึงแล้ว ร้านร้อยพฤกษา ข้ากับท่านปู่ทวดชอบมาร้านนี้บ่อยๆ ข้าสามารถการันตีได้ว่าร้านนี้อาหารอร่อยทุกอย่าง” ยูกิพูดด้วยความภูมิใจ
“เข้าไปกันๆ ข้าหิวจนจะทนไม่ไหวแล้ว ไปกันเถอะๆ” หลินรีบวิ่งไปยังร้านอาหารทันที
“ไม่ไหวเลยจริงๆ ยัยตะกละเอ้ย ไม่รู้จักเกรงใจคนเลี้ยงข้าวเลย” นิลกาฬบ่น
“เ้าว่ายังไงนะนิล ข้าได้ยินนะว่าเ้าว่าข้าว่าตะกละนะ เอาไว้ให้ข้ากินเสร็จก่อนเถอะ ข้าจะจัดการเ้าทีหลัง หึ~” หลินทำหน้าบึ้ง อละเดินเข้าร้านอาหารทันที
“เออ~ ข้าต้องขอโทษด้วยคุณลูกค้า ตอนนี้ทางโรงเตี๊ยมได้มีคนจองไว้แล้ว เชิญท่านไปหาร้านอื่นได้หรือไม่” เสี่ยวเอ้อ
“เอ๋~! ทำยังไงดีละยูกินะ ข้าหิวแล้วอะ” หลินวิ่งเข้าไปหายูกิแล้วทำหน้าเศร้า
“ถ้าเช่นนั้นเราไปหาร้านอื่นกันเถอะ” ยูกิพูด
“โอ๊ะยา โอ๊ะย๊ะ นั้นท่านหญิงยูกิมิใช่หรือ วันนี้ช่างเป็เกียรติเหลือเกินที่ข้าผู้นี้ได้พบกับท่าน ช่างเป็บุพเพสันนิวาสอะไรเช่นนี้” ชายหนุ่มรูปงาม แต่งตัวมีฐานะ เดินมาพร้อมกับองครักษ์ อีก 4 คน
“ท่านโยสึเกะ ทาฮาชิ นั้นเอง แต่ต้องขอโทษพอดีข้านั้นมีนัดกับพวกเขาแล้ว ข้าขอตัว” ยูกิรีบพูดแล้วเดินจากไปทันที
แต่องครักษ์ทาฮาชิ 2 คนเข้ามาดักหน้ายูกิซะก่อน
“จะรีบไปไหนละท่านหญิงยูกิ ถ้าไม่เป็การรบกวนเชิญท่านหญิงมาท่านอาหารกับก่อนข้าก็ได้”
“ไม่ละ ข้าขอตัว ไปกันเถอะท่านนิล ท่านหลิน” ยูกิรีบดึงมือของนิลกาฬและหลินออกจากสถานะการตรงนั้นทันที
“จะรีบไปไหนท่านหญิง มาทานข้าวกับข้าดีกว่า ทำไมท่านจะต้องมาคลุกคลีกับสามัญชนชั้นต่ำเช่นนี้ด้วยเล่า มีแต่พวกสะถุนบ้านนอกทั้งนั้น เด็กๆจัดการพวกมัน” ทาฮาชิสั่งองครักษ์ให้จัดการพวกนิลกาฬและหลิน
“พวกแก ไม่รู้หรือยังไงว่าเวลาคนโมโหหิวมันหน้ากลัวขนาดไหน”
ปัง ปัง ปัง ปัง
องครักษ์ทั้ง 4 ลอยกระเด็นไปไกลกว่า 20 เมตร ด้วยการโจมตีของหลิน
หลินในตอนนี้หน้ากลัวเป็อย่างมาก นางปล่อยจิตสังหารมาที่ทาฮาชิ
ทำให้ทาฮาชิถึงกลับใกลัวล้มทั้งยืน และถึงกับเยี่ยวใสกางเกงเลยทีเดียว
“หลิน พอได้แล้ว ตอนนี้เ้าดูไม่น่ารักเลย ช่างพวกมันเถอะ มื้อนี้ข้าเลี้ยงเองก็ได้ แต่เป็อาหารทำเองนะ ข้าจะทำเมนูบ้านเกิดของข้าให้เ้ากินเอง ไปกันเถอะ” นิลกาฬพูด
“จริงหรอ งั้นไปกันเถอะ ไปกันๆ ยูกินะ” หลินเปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือ จากอาการโมโหเปลี่ยนเป็ยิ้มแย้มทันที ส่วนหนึ่งก็มาจากที่นิลกาฬชมนางด้วย ยูกิยืนงงกับเหตุการณที่เกิดขึ้นสักพักนึง จนหลินมาดึงมือของนางไป เลยทำให้ยูกิได้สติกลับมาแล้วเดินตามนิลกาฬและหลินไป
“น..นางเป็สัตว์ประหลาดหรือยังไง จัดการลูกน้องของข้าระดับผู้วิวัฒนาการขั้นท้าย ด้วยการโจมตีเดียวส่งลูกน้องของข้าลอยกระเด็น
ส..สัตว์ประหลาด สัตว์ประหลาดชัดๆ นางต้องเป็สัตว์ประหลาดแน่ๆ” ทาฮาชิรีบวิ่งหนีด้วยความกลัวออกจากตรงนั้นทันที
พวกนิลกาฬก็ได้เดินทางมาถึงแค้มป์ที่นิลกาฬตั้งเอาไว้ โดยให้หลังอานเป็ยามเฝ้าแค้มป์เอาไว้
“ข้าต้องขอโทษพวกท่านด้วย ที่ให้ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ข้าเกรงว่าตระกลูโยสึเกะจะไม่อยู่เฉยๆแน่” ยูกิพูดด้วยความกังวน
“ไม่ต้องเป็ห่วงพวกข้าหรอกยูกิ ข้าว่าตอนนี้น่าเป็ห่วงมากกว่าอีกนะ”นิลกาฬตอบ
“ทำไมเป็เช่นนั้นละท่าน..”
จ๊อกๆ~
ยูกิจับไปที่หน้าท้องของตัวเองทันที
“คือว่า ข้า..”
“ไม่ต้องคิดมาหรอก มาๆเดียวข้าจะทำเมนูพิเศษให้กินกัน หลินข้าฝากเ้าจัดโต๊ะรอได้เลย” นิลกาฬบอก
“ได้เลย ให้ข้าจัดการเอง”
นิลกาฬได้ทำ กระเพราหมู ต้มจืดสมุนไพร ไข่เจียวหมูสับ และหมูทอดกระเทียม เมนูที่ทำมานั้นเป็อาหารจากโลกเดิมของนิลกาฬ
หลินและยูกิ ตาเป็ประกายทันที พวกนางไม่เคยเห็นเมนูอาหารแบบนี้มาก่อน กลิ่นที่โชยออกมาจากอาหาร ทำให้พวกนางถึงกับน้ำลายไหล
“แค่ได้กลิ่นก็หน้าอร่อยแล้ว นิล เมนูพวกนี้มีชื่อเรียกว่าอะไรมั้ง ครั้งหน้าข้าจะได้ให้เ้าทำให้ข้ากินอีก” หลินถาม
“ฮ่าๆ~ มันมีชื่อว่า กระเพราหมู ต้มจืดสมุนไพร ไข่เจียมหมูสับ และหมูทอดกระเทียม” นิลกาฬบอกชื่อเมนูแต่ละอย่างพร้อมกับชี้ไปด้วย เพื่อให้พวกนางได้รู้ว่า อาหารแต่ละอย่างเรียกว่ายังไง
“มาๆ กินกันเลยๆ ทั้งเ้าและก็ยูกิคงจะหิวกันมากแล้ว กินให้เต็มที่ไม่ต้องเกรงใจ มื้อนี้ข้าเลี้ยงเอง ฮ่าๆ~” นิลกาฬบอก
“งั้นข้าก็ไม่เกรงใจละนะ” หลินรีบตักอาหารแต่ละอย่างใสปากของนางทันที
ยูกิเองก็เช่นกันแต่การกินของนางนั้นมีมารยาทมากกว่าหลินเยอะ
““อืม อร่อย”” ทั้งหลินและยูกิต่างก็ชมอาหารฝีมือนิลกาฬกันยกใหญ่
“อิ่มแปล๊เลย นิลที่หลังทำอาหารของบ้านเกิดเ้าให้พวกกินกันอีกนะ” หลินนั้นอิ่มขนาดนอนจนพุงกางเลย
“หลิน มีมารยาทหน่อย ยูกิก็อยู่ด้วยนะ” นิลกาฬบ่น
“ไม่เป็ไรหรอกท่านนิล ข้าได้เห็นท่านหลินมีความสุขข้าก็มีความสุขด้วยเช่นกัน” ยูกิยิ้มพร้อมกับมองไปทางหลิน
‘พวกนาง 2 คน นั้นน่ารักกันไปคนละแบบจริงๆ หลินน่ารักแบบเด็กซุกซน เซ่อซ่า ส่วนยูกิก็น่ารักแบบเด็กเรียบร้อย ไร้เดียวสา’ นิลกาฬคิดในใจ
‘อะแฮ่ม ข้าคิดว่าเ้าลืมข้าไปแล้วสะอีกเ้าหนู’ นนทกแซว
‘เอานนทก เ้ายังอยู่อีกหรือนนทก ข้าลืมเ้าไปสะสนิทเลย’
‘เ้าหนู พอมีสาวงามมาอยู่ด้วยกับเ้า ทำเป็ลืมข้าเชียวนะ’
‘ฮ่าๆ~ ใครจะกล้าลืมท่าน นนทก สุดสวยกันละ’
‘เดียวนี้ข้ารู้สึกว่า ปากเ้าหวานขึ้นนะ หลังจากที่สนิทกับพวกนางทั้ง 2’
‘คนเรามันก็เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา หรือว่าท่านเองก็ไม่เปลี่ยนแปลง’
‘ข้านะหรือเปลี่บนแปลง ถ้าข้าไม่เหลือแค่จิติญญา ป่านนี้ข้าคงจะไล่ฆ่าผู้คนจนหมด ก็อตโทเปียเขต 5 แล้วละมั้ง’
‘เ้ามาจากก็อตโทเปียเขต 5ยังงั้นหรือ เห็นลุงชางบอกว่าระดับราชันย์ขั้นท้ายเข้าไปที่ก็อตโทเปียเขต 5 ตอนนี้ยังไม่มีใครสามารถกลับออกมาได้อีกเลย’
‘มันก็แน่อยู่แล้ว ที่เขต5นั้นระดับพลังต่ำสุดก็ระดับกลายพันธุ์ พวกเ้าเองก็เป็แค่พวกด้อยวิวัฒนาการ พวกเ้าไม่มีทางวาดฝันไปถึงระดับพระเ้าได้หรอก อย่างมากที่สุดก็ระดับราชันย์ขั้นท้าย เพราะในการจะเลื่อนขึ้นระดับพระเ้านั้น มันจะมีเงื่อนไขพิเศษในการเลื่อนระดับ แต่ละคนก็จะมีเงื่อนไขในการเลื่อนระดับแตกต่างกัน ตำนานของพวกเ้าที่รู้กันมาเกี่ยวกับระดับพระเ้านั้น เป็เื่จริงที่พวกเ้าสามารถเลื่อนไประดับพระเ้าได้ แต่ว่าพวกเ้านั้นไม่สามารถผ่านเงื่อนไขในการเลื่อนระดับได้ เพราะเงื่อนไขนั้นพวกเ้าจะต้องไปยังก็อตโทเปียเขต5 เท่านั้นถึงจะรู้ว่าพวกเ้าจะต้องทำยังไงถึงจะเลื่อนระดับขึ้นไปได้ เ้าหนูถ้าเ้าคิดที่จะไปที่เขต 5 ข้าว่าเ้าอย่าไปเลยจะดีกว่า ที่นั้นไม่มีอะไรรอเ้านอกจากความตาย’