ท่ามกลางความเงียบสงัดของราตรีที่มืดมิดที่สุด จวนตระกูลเฉิงที่เคยโอ่อ่าบัดนี้กลับปกคลุมไปด้วยบรรยากาศแห่งความตายที่คืบคลานเข้ามาอย่างเงียบเชียบ หลินชิงเหยาในคราบ "เซี่ยอวี้" ยืนตระหง่านอยู่บนระเบียงเรือนลับ ดวงตาที่เคยอ่อนหวานบัดนี้กลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขณะมองดูหมากตัวสุดท้ายที่นางวางไว้กำลังเริ่มเคลื่อนไหว
เมื่อแผนการ "ครรภ์มารยา" ประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ และเฉิงกวางได้มอบตราประทับอำนาจสูงสุดของตระกูลให้นางถือครองแล้ว บัดนี้ถึงเวลาที่จะเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายของการแก้แค้น นางจะไม่เพียงแต่ทำลายร่างกายของศัตรูเท่านั้น แต่จะฉีกกระชากจิติญญาและสายสัมพันธ์ของพวกเขาให้พินาศย่อยยับจนมิอาจกลับมาเป็ดังเดิมได้อีก
ใน่สามวันที่ผ่านมาหลังจากการประกาศยกสถานะของนาง บรรยากาศภายในจวนได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ฮูหยินเหยาที่เคยเป็นายหญิงใหญ่ผู้มีอำนาจสูงสุดในการบริหารจัดการจวน บัดนี้กลับต้องมองดูสาวใช้คนหนึ่งที่นางเคยดูถูกดูแคลนได้รับการยกย่องให้สูงกว่านาง ความอับอายและความโกรธแค้นที่สะสมในใจของนางเริ่มปะทุขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม
เฉิงจื่ออี้ก็เช่นเดียวกัน ความหึงหวงและความแค้นใจที่บิดาแย่งชิงผู้หญิงที่เขาปรารถนาไปทำให้เขาเริ่มดื่มเหล้าหนักขึ้นทุกคืน เขาไม่เข้าใจว่าทำไมบิดาถึงต้องทำเช่นนี้กับเขา ทำไมบิดาถึงไม่ยอมให้เขามีความสุข ความกตัญญูที่เคยมีต่อบิดาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็ความแค้นใจและความ้าแก้แค้น
บ่าวไพร่ทั้งจวนต่างก็รู้สึกสับสนและกังวลใจ พวกเขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวที่เคยเป็หนึ่งเดียวกัน ทำไมบรรยากาศในจวนถึงได้เปลี่ยนไปจากความสงบสุขเป็ความตึงเครียดและความขัดแย้ง การที่เซี่ยอวี้ได้รับการยกสถานะขึ้นเป็เมียลับอย่างกะทันหันทำให้พวกเขาต้องปรับตัวในการปฏิบัติต่อนาง
เซี่ยอวี้ใช้โอกาสนี้ในการสร้างความแตกแยกให้รุนแรงยิ่งขึ้น นางเริ่มใช้อำนาจจากตราประทับในการสั่งการบ่าวไพร่ให้ทำตามคำสั่งของนางเท่านั้น นางสั่งให้พวกเขาไม่ต้องเชื่อฟังฮูหยินเหยาอีกต่อไป และให้รายงานทุกการเคลื่อนไหวของเฉิงจื่ออี้มาให้นางทราบ
การใช้อำนาจของนางในลักษณะนี้ทำให้ความขัดแย้งในครอบครัวรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว ฮูหยินเหยาที่เคยสั่งการบ่าวไพร่ได้อย่างง่ายดาย บัดนี้กลับถูกเพิกเฉยและไม่ได้รับการเคารพ นางรู้สึกอับอายและโกรธแค้นอย่างมาก
นางแอบส่งสัญญาณลับให้ "เถี่ยเฟิง" จอมยุทธหนุ่มที่บัดนี้กลายเป็สุนัขรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ให้นำกองกำลังนักฆ่าลอบเข้ามาในจวนยามวิกาล โดยอ้างเหตุผลลวงว่าเพื่อปกป้องนางจากการคุกคามของเฉิงจื่ออี้ที่กำลังคลุ้มคลั่ง ทว่าในความเป็จริง เถี่ยเฟิงคือคมดาบที่นางเตรียมไว้เพื่อปลิดชีพทุกคนที่ขวางทางล้างแค้น
การเตรียมการครั้งนี้ใช้เวลาหลายเดือนในการวางแผน นางต้องศึกษาเส้นทางการเข้าออกของจวน จุดอ่อนของการป้องกัน และตารางเวลาของยามรักษาการณ์ นางใช้ตราประทับในการสั่งให้ยามบางคนออกไปปฏิบัติหน้าที่ภายนอกจวนในคืนนี้ เพื่อให้การป้องกันอ่อนแอลง
เถี่ยเฟิงที่ได้รับคำสั่งจากนางรู้สึกสับสนเล็กน้อย เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเซี่ยอวี้ถึง้าให้เขานำคนมาปกป้องในขณะที่นางอยู่ในจวนที่มีการป้องกันแข็งแกร่งอยู่แล้ว แต่เขาก็ไม่กล้าถามมาก เพราะเขาเชื่อใจนางอย่างสมบูรณ์แบบ
"เซี่ยอวี้ ข้าจะนำคนมาตามที่เ้าสั่ง แต่ข้าอยากให้เ้าระวังตัวให้ดี หากเกิดอันตรายใดๆ ขึ้น ข้าจะไม่ยกโทษให้ตัวเอง" เถี่ยเฟิงกล่าวด้วยความกังวล
"เ้าไม่ต้องกังวล ข้ารู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร" นางตอบด้วยรอยยิ้มที่ลึกลับ "เพียงแค่ทำตามที่ข้าสั่งก็พอแล้ว"
ในขณะเดียวกัน ชิงเหยาก็เริ่มรุกคืบเข้าหาเฉิงจื่ออี้ที่กำลังจมดิ่งอยู่ในกองเพลิงแห่งความหึงหวงและฤทธิ์ยาหลอนประสาทที่นางแอบผสมลงในสุราของเขา ยาชนิดนี้เป็สูตรลับที่แม่เฒ่าหงเคยสอนไว้ มันจะทำให้ผู้ที่ดื่มเข้าไปรู้สึกหวาดระแวงและโกรธแค้นมากขึ้น ทำให้การตัดสินใจผิดพลาดและทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ
เฉิงจื่ออี้ที่ได้รับฤทธิ์ยาเริ่มมีอาการหวาดระแวงว่าทุกคนในจวนกำลังสมคบคิดกันเพื่อทำร้ายเขา เขาเริ่มเห็นภาพหลอนว่าบิดาและเซี่ยอวี้กำลังหัวเราะเยาะเขาอยู่เื้ั เขารู้สึกว่าตัวเองถูกทอดทิ้งและถูกหักหลัง
นางกระซิบที่ข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่แฝงไปด้วยยาพิษ การเข้าหาเฉิงจื่ออี้ในครั้งนี้ต้องใช้ความระมัดระวังสูง เพราะเขาอยู่ในสภาพที่อันตรายและอาจจะทำร้ายนางได้หากเขาสงสัยว่านางเป็ศัตรู
"คุณชายใหญ่... ท่านพ่อของท่าน... เขาจะกำจัดท่านในคืนนี้ เพื่อให้ลูกในท้องของข้าได้สืบทอดอำนาจแทนท่านแต่เพียงผู้เดียว" นางแสร้งสะอื้นไห้พลางซุกหน้าลงกับอกของเขา "ข้ากลัวเหลือเกิน... หากท่านไม่ลงมือก่อน เราสองคนคงไม่มีวันได้ครองคู่กัน"
คำพูดของนางเป็การปลูกฝังความคิดที่ว่าเฉิงกวางเป็ภัยคุกคามต่อชีวิตของเขา นางใช้ความจริงที่ว่าเฉิงกวางได้แสดงความผิดหวังต่อเฉิงจื่ออี้มาโดยตลอด และความจริงที่ว่าเขาหวังจะมีทายาทใหม่ที่ดีกว่า มาเป็เครื่องมือในการโน้มน้าวใจเขา
"ท่านพ่อเคยพูดกับข้าว่าท่านไม่เหมาะสมที่จะเป็ทายาทของตระกูล ท่านบอกว่าท่านขี้เมาและไม่มีความรับผิดชอบ บัดนี้ท่านมีลูกใหม่แล้ว ท่านคงจะกำจัดท่านเพื่อให้ลูกใหม่ได้สืบทอดตำแหน่ง" นางเพิ่มเติมด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกลัว
คำลวงเื่ "ครรภ์มารยา" และความหวาดระแวงที่ถูกปลุกปั่นทำลายสติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่ของจื่ออี้จนหมดสิ้น ยาหลอนประสาทที่นางผสมลงในเหล้าของเขาทำให้เขาไม่สามารถคิดได้อย่างมีเหตุผล เขาเห็นเพียงความจริงเขียวที่บิดา้ากำจัดเขา และเซี่ยอวี้ที่เขารักกำลังตั้งครรภ์ลูกของศัตรู
เขาคว้าดาบวงพระจันทร์คู่กายขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา ดาบเล่มนี้เป็มรดกตกทอดจากบรรพบุรุษของตระกูลเฉิง มันเคยใช้ในการปกป้องตระกูลจากศัตรูภายนอก แต่บัดนี้กลับจะถูกใช้ในการทำลายตระกูลจากภายใน ดวงตาแดงก่ำด้วยความแค้นที่บดบังความกตัญญูจนสิ้น เขาไม่เห็นเฉิงกวางเป็บิดาผู้ให้กำเนิดอีกต่อไป แต่เห็นเป็เพียงอุปสรรคที่ขวางทางสู่ความสุขของเขา
ความคิดที่ว่าเขาจะได้เซี่ยอวี้หลังจากกำจัดบิดาแล้วทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นและกระหายเื เขาจินตนาการถึงภาพที่เขาจะได้อยู่กับนางอย่างสุขสม โดยไม่มีใครมาขัดขวาง เขาไม่รู้เลยว่าความคิดเหล่านี้ถูกปลูกฝังโดยนางผู้ที่เขาคิดว่ารักเขา
"บิดา... ท่านบังอาจแย่งชิงสิ่งที่เป็ของข้า ท่านบังอาจทำลายความสุขของข้า วันนี้ข้าจะจบเื่นี้ให้เสร็จสิ้น!" เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความบ้าคลั่ง
เขาบุกฝ่าความมืดตรงไปยังห้องนอนของบิดาด้วยจิตใจที่มุ่งหมายสังหาร ก้าวเดินของเขาแข็งแกร่งและมั่นใจ เหมือนนักรบที่กำลังเดินทางไปสู่สนามรบ เขาไม่รู้สึกกลัวหรือลังเลใจเลย เพราะในใจของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจว่าสิ่งที่เขากำลังจะทำคือสิ่งที่ถูกต้อง
ระหว่างทางไปยังห้องนอนของเฉิงกวาง เขาผ่านบ่าวไพร่หลายคนที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ยามค่ำคืน แต่พวกเขาไม่กล้าขัดขวางเขา เพราะเขาเป็ลูกชายคนโตของหัวหน้าตระกูล และท่าทีของเขาในขณะนี้ดูน่าเกรงขามและอันตราย
บ่าวไพร่เ่าั้สังเกตเห็นดาบในมือของเขาและสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น พวกเขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่ก็ไม่กล้าถามหรือขัดขวาง พวกเขาเพียงแค่ยืนมองเขาเดินผ่านไปด้วยความกังวลและความไม่เข้าใจ
เมื่อเฉิงจื่ออี้มาถึงหน้าห้องนอนของบิดา เขาหยุดยืนอยู่ครู่หนึ่งเพื่อเตรียมใจ เขาได้ยินเสียงการหายใจที่สม่ำเสมอของบิดาที่กำลังหลับใหล เสียงนั้นทำให้เขานึกถึงวัยเด็กที่เขาเคยนอนข้างๆ บิดาเมื่อเขาฝันร้าย แต่ความทรงจำเ่าั้บัดนี้กลับถูกบดบังด้วยความแค้นใจและความหึงหวง
เขาคิดถึงครั้งที่บิดาสอนเขาใช้ดาบ ครั้งที่บิดาพาเขาไปล่าสัตว์ ครั้งที่บิดาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปกครองตระกูล แต่ความทรงจำดีๆ เหล่านี้ไม่อาจเอาชนะความโกรธแค้นที่เต็มเปี่ยมในใจของเขาได้ ยาหลอนประสาทที่เซี่ยอวี้ผสมลงในเหล้าของเขาทำให้เขามองเห็นเพียงด้านร้ายของบิดาเท่านั้น
"ท่านเคยสัญญาว่าจะรักข้าเหนือสิ่งใด แต่ท่านกลับทรยศข้า ท่านแย่งชิงผู้หญิงที่ข้ารัก ท่าน้ากำจัดข้าเพื่อให้ลูกใหม่ได้สืบทอดตำแหน่ง วันนี้ข้าจะไม่ยอมให้ท่านทำตามใจอีกต่อไป!" เขากระซิบกับตัวเองด้วยความมุ่งมั่น
เสียงประตูห้องนอนของเฉิงกวางถูกถีบออกอย่างแรง เสียงกระแทกดังสนั่นไปทั่วจวน ตามมาด้วยเสียงดาบที่ฟาดฟันลงบนแท่นบรรทม ใบมีดที่คมกริบฟาดลงบนเสาเตียงไม้แกะสลักประณีต ทำให้เศษไม้กระเด็นไปทั่ว
เฉิงกวางที่เพิ่งตื่นจากภวังค์แห่งกามารมณ์ะโหลบได้อย่างหวุดหวิด สัญชาตญาณของนักรบที่ฝึกฝนมาตลอดชีวิทำให้เขาสามารถหลบการโจมตีครั้งแรกได้ทันเวลา แต่เขาก็ใมากที่เห็นว่าผู้ที่บุกเข้ามาหมายเอาชีวิตคือบุตรชายแท้ๆ ของตน
ในความมืดมิด เฉิงกวางเห็นเงาของคนที่ถือดาบยืนอยู่ข้างเตียง เมื่อแสงจันทร์ส่องเข้ามาทางหน้าต่าง เขาจึงเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยแต่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น ใบหน้าของลูกชายที่เขาเคยรักและภาคภูมิใจ แต่บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเกลียดชังและความ้าฆ่า
พยัคฆ์เฒ่าคำรามด้วยโทสะเมื่อเห็นว่าผู้ที่บุกเข้ามาหมายเอาชีวิตคือบุตรชายแท้ๆ ของตน ความโกรธแค้นและความผิดหวังที่สะสมมานานต่อลูกชายคนนี้บัดนี้ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง เขาไม่เข้าใจว่าเขาทำผิดอะไรจนลูกชายถึง้าฆ่าเขา
"เ้าลูกเนรคุณ! เ้ากล้าชูคมดาบใส่บิดาเชียวหรือ!" เฉิงกวางตวาดก้องพลางคว้าดาบที่หัวเตียงขึ้นมาปัดป้อง เสียงของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความเ็ปใจ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมลูกชายที่เขาเลี้ยงดูมาถึงต้องทำเช่นนี้กับเขา
ดาบที่เฉิงกวางคว้าขึ้นมาเป็ดาบที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มันเคยใช้ในการปกป้องตระกูลจากศัตรูภายนอกมาหลายชั่วอายุคน แต่บัดนี้กลับต้องใช้ในการต่อสู้กับลูกชายของตัวเอง มันเป็ความประหลาดใจที่เ็ปที่สุดในชีวิตของเขา
"บิดา! ท่านเป็คนทรยศข้าก่อน! ท่านแย่งชิงเซี่ยอวี้ไป ท่าน้ากำจัดข้าเพื่อให้ลูกใหม่ได้สืบทอดตำแหน่ง! วันนี้ข้าจะไม่ยอมให้ท่านทำตามใจอีกต่อไป!" เฉิงจื่ออี้ะโด้วยความโกรธแค้น พลางฟาดดาบใส่บิดาอย่างดุดัน
คำกล่าวหาของลูกชายทำให้เฉิงกวางใและสับสน เขาไม่เข้าใจว่าทำไมลูกชายถึงคิดว่าเขา้ากำจัดเขา เขาไม่เคยมีความคิดเช่นนั้นเลย แม้ว่าเขาจะผิดหวังในตัวลูกชาย แต่เขาก็ไม่เคยคิดจะทำร้ายเขา
"เ้าเข้าใจผิด! ข้าไม่เคยคิดจะกำจัดเ้า! เ้าคือลูกชายของข้า!" เฉิงกวางพยายามอธิบาย แต่เฉิงจื่ออี้ไม่ยอมฟัง
"หยุดแกล้งทำเป็! เซี่ยอวี้เล่าให้ข้าฟังแล้ว! ท่านบอกนางว่าข้าไม่เหมาะสมที่จะเป็ทายาท! ท่าน้าให้ลูกใหม่มาแทนที่ข้า!" เฉิงจื่ออี้ะโด้วยความโกรธแค้น
การกล่าวถึงเซี่ยอวี้ทำให้เฉิงกวางเริ่มเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเริ่มสงสัยว่าเซี่ยอวี้อาจจะเป็คนที่ปลุกปั่นลูกชายให้มาทำร้ายเขา แต่เขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมนางถึงต้องทำเช่นนั้น
การห้ำหั่นกันเองระหว่างพ่อลูกตระกูลเฉิงเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือดท่ามกลางกองเืที่เริ่มนองพื้นห้อง ดาบทั้งสองเล่มกระทบกันด้วยความแรงที่น่าเกรงขาม ประกายไฟเล็กๆ ฟุ้งกระจายทุกครั้งที่ใบมีดัักัน เสียงดาบกระทบกันดังกังวานไปทั่วจวน เป็เสียงที่น่าสะพรึงกลัวและเศร้าโศก
เฉิงกวางแม้จะอายุมากแล้ว แต่ความสามารถในการต่อสู้ของเขายังคงแข็งแกร่ง เขาใช้ประสบการณ์หลายสิบปีในการต่อสู้เพื่อปัดป้องการโจมตีของลูกชาย แต่เฉิงจื่ออี้ก็มีความแข็งแกร่งของวัยหนุ่มและความโกรธแค้นที่เป็แรงผลักดัน
"จื่ออี้! หยุดเถิด! เราคือพ่อลูกกัน! เ้าจะฆ่าบิดาของเ้าเองหรือ!" เฉิงกวางะโพลางปัดป้องการโจมตีที่รุนแรง
"ท่านไม่ใช่บิดาของข้าอีกแล้ว! ท่านเป็เพียงศัตรูที่ขวางทางความสุขของข้า!" เฉิงจื่ออี้ตอบด้วยความโกรธแค้น พลางฟาดดาบใส่บิดาอย่างไม่ลดละ
การต่อสู้ระหว่างพ่อลูกนี้เป็การต่อสู้ที่เศร้าโศกและน่าะเืใจ พวกเขาเคยรักกันและเคยเป็ครอบครัวที่อบอุ่น แต่บัดนี้กลับต้องมาฆ่าฟันกัน ความรักและความผูกพันที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความเกลียดชังและความ้าทำลาย
เสียงการต่อสู้ดังก้องไปทั่วจวน สลับกับเสียงกรีดร้องของบ่าวไพร่ที่ถูกกองกำลังของเถี่ยเฟิงสังหารอย่างโเี้อยู่ภายนอก นักฆ่าที่เถี่ยเฟิงนำมาไม่ได้มาเพื่อปกป้องเซี่ยอวี้จริงๆ แต่มาเพื่อสังหารทุกคนที่อยู่ในจวน พวกเขาเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบและมีประสิทธิภาพ
บ่าวไพร่ที่ไม่รู้เื่ราวความจริงต่างใและหวาดกลัวเมื่อเห็นคนแปลกหน้าบุกเข้ามาในจวนและเริ่มสังหารพวกเขา พวกเขาพยายามต่อสู้เพื่อปกป้องตัวเอง แต่ก็ไม่ใช่คู่แข่งของนักฆ่าที่ฝึกฝนมาเป็อย่างดี
เสียงกรีดร้องและเสียงการต่อสู้ดังก้องไปทั่วจวน บรรยากาศที่เคยสงบสุขกลายเป็สนามรบที่เต็มไปด้วยความตายและความทำลาย กลิ่นเืเริ่มฟุ้งกระจายไปทั่ว ผสมกับกลิ่นควันจากไฟที่เริ่มลุกไหม้ในส่วนต่างๆ ของจวน
ชิงเหยายืนหลบอยู่ในเงามืดหลังม่านมุก ตำแหน่งที่นางเลือกยืนเป็จุดที่สามารถมองเห็นการต่อสู้ระหว่างพ่อลูกได้อย่างชัดเจน แต่ไม่เสี่ยงต่อการถูกโจมตี นางเฝ้ามองภาพการเข่นฆ่ากันเองของศัตรูด้วยรอยยิ้มที่งดงามทว่าอำมหิตที่สุด
รอยยิ้มบนใบหน้าของนางไม่ใช่รอยยิ้มของความดีใจธรรมดา แต่เป็รอยยิ้มของความสะใจที่รอคอยมานานหลายปี มันเป็รอยยิ้มของผู้ที่ได้เห็นความยุติธรรมถูกทำให้สำเร็จ แม้ว่าความยุติธรรมนั้นจะมาในรูปแบบของการแก้แค้นที่โหดร้าย
นางนึกถึงครอบครัวของตัวเองที่ถูกทำลายโดยตระกูลเฉิง นึกถึงพ่อแม่ที่ตายอย่างอนาถ นึกถึงน้องชายที่หายไปโดยไม่ทราบชะตากรรม ความเ็ปเหล่านี้ได้รับการชำระด้วยเืของคนที่ทำลายครอบครัวของนาง
"ในที่สุด... ความแค้นของตระกูลหลินก็จะได้รับการชำระ" นางกระซิบกับตัวเอง
สำหรับนาง เสียงดาบที่ฟาดฟันและเสียงโอดครวญด้วยความเ็ปของคนตระกูลเฉิงคือบทเพลงที่ไพเราะที่สุดที่นางเคยได้ยินมาตลอดห้าปี มันเป็เสียงเพลงแห่งความยุติธรรม เสียงเพลงแห่งการแก้แค้น เสียงเพลงที่นางรอคอยมาตลอดชีวิต
ความพินาศย่อยยับที่นางเฝ้ารอคอยบัดนี้ได้ปรากฏขึ้นอย่างเป็รูปธรรมท่ามกลางเปลวไฟที่เริ่มลุกโชนขึ้นจากเรือนซักล้าง ไฟที่ลุกไหม้ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็ส่วนหนึ่งของแผนการที่นางวางไว้ นาง้าให้จวนนี้ถูกทำลายอย่างสมบูรณ์ ไม่เหลือร่องรอยของความโอ่อ่าที่เคยมี
เปลวไฟเริ่มลุกลามไปยังส่วนต่างๆ ของจวน แสงสีแดงส้มของไฟส่องให้เห็นภาพการต่อสู้ระหว่างพ่อลูกได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น เงาของพวกเขาเต้นระบำไปตามแสงไฟ เหมือนการแสดงที่น่าสะพรึงกลัวและเศร้าโศก
"ฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่งเถิด... ให้เืของพวกเ้าชำระล้างความแค้นของตระกูลหลินให้สิ้นซาก" นางพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบ
คำพูดของนางเต็มไปด้วยความเกลียดชังที่สะสมมาหลายปี มันเป็ความเกลียดชังที่บริสุทธิ์และเข้มข้น ไม่มีความปรานีหรือความเมตตาปนเปอยู่เลย นาง้าให้พวกเขาทุกข์ทรมานเหมือนที่ครอบครัวของนางเคยทุกข์ทรมาน
การต่อสู้ระหว่างเฉิงกวางและเฉิงจื่ออี้ยังคงดำเนินต่อไปอย่างดุเดือด ทั้งสองคนต่างได้รับาเ็จากการต่อสู้ เืไหลออกมาจากแผลต่างๆ บนร่างกายของพวกเขา แต่พวกเขาก็ยังไม่ยอมหยุด
เฉิงกวางเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ อายุที่มากขึ้นทำให้เขาไม่สามารถต่อสู้ได้นานเหมือนเมื่อหนุ่มๆ แต่เขาก็ยังคงต่อสู้เพื่อปกป้องชีวิตของตัวเอง และเพื่อหวังว่าจะสามารถทำให้ลูกชายกลับมาสติได้
"จื่ออี้... ข้าขอร้อง... หยุดเถิด... เราคือครอบครัวกัน..." เขาพูดด้วยเสียงที่อ่อนล้า
แต่เฉิงจื่ออี้ไม่ยอมฟัง ยาหลอนประสาทที่เซี่ยอวี้ให้เขาดื่มทำให้เขาไม่สามารถคิดได้อย่างมีเหตุผล เขาเห็นเพียงความ้าที่จะกำจัดบิดาเพื่อที่จะได้เซี่ยอวี้
ในที่สุด หลังจากการต่อสู้ที่ยาวนาน เฉิงกวางก็ล้มลงด้วยความเหนื่อยล้าและาแที่รุนแรง เขามองดูลูกชายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกและความผิดหวัง
"จื่ออี้... เ้าจะเสียใจ... เมื่อเ้ารู้ความจริง..." เขากระซิบด้วยลมหายใจสุดท้าย
เฉิงจื่ออี้ยืนมองดูร่างของบิดาที่นอนนิ่งอยู่บนพื้น ความรู้สึกผสมผสานระหว่างความสะใจและความเศร้าโศกเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเขา เขาได้ทำในสิ่งที่เขาคิดว่าถูกต้องแล้ว แต่ทำไมเขาถึงไม่รู้สึกมีความสุข
ความพินาศของตระกูลเฉิงไม่ได้จบลงเพียงแค่ความตาย แต่มันคือการสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างแม้กระทั่งความรักและความเชื่อใจในสายเืเดียวกัน ครอบครัวที่เคยเป็หนึ่งเดียวกันถูกทำลายจากภายในด้วยความหึงหวง ความโลภ และการหลอกลวง
รอยยิ้มของมัจจุราชในคราบหญิงงามยังคงประดับอยู่บนใบหน้าของชิงเหยา ขณะที่นางเตรียมตัวก้าวออกจากกองเพลิงแห่งนี้เพื่อมุ่งหน้าสู่เป้าหมายถัดไป การแก้แค้นของนางยังไม่สิ้นสุด ตระกูลเฉิงเป็เพียงจุดเริ่มต้น นางยังมีเป้าหมายอื่นๆ ที่ต้องชำระบัญชี
ตระกูลหวัง... เป้าหมายถัดไปในรายชื่อการแก้แค้นของนาง พวกเขาก็เป็ส่วนหนึ่งของการทำลายครอบครัวของนาง และพวกเขาก็จะต้องจ่ายราคาเช่นเดียวกัน นางจะใช้บทเรียนที่ได้จากการทำลายตระกูลเฉิงในการวางแผนการแก้แค้นครั้งต่อไป
เมื่อเปลวไฟเริ่มลุกลามไปทั่วจวน และเสียงการต่อสู้เริ่มเงียบลง หลินชิงเหยาก็ค่อยๆ เดินออกจากเงามืด นางมองดูผลงานของตัวเองด้วยความพอใจ จวนที่เคยโอ่อ่าบัดนี้กำลังถูกไฟไหม้ คนในตระกูลเฉิงต่างตายหรือกำลังจะตาย
นางเดินผ่านศพของคนที่เคยเป็ศัตรูของนางด้วยความเ็า ไม่มีความรู้สึกสงสารหรือเสียใจแม้แต่น้อย สำหรับนาง พวกเขาได้รับสิ่งที่สมควรได้รับแล้ว
ขณะที่นางเดินออกจากจวนที่กำลังไหม้ นางหันกลับมามองครั้งสุดท้าย เปลวไฟที่ลุกโชนสูงขึ้นสู่ท้องฟ้าเหมือนกับการส่งิญญาของครอบครัวนางไปสู่สุคติ
"พ่อ แม่ น้องชาย... ลูกทำสำเร็จแล้ว ตระกูลเฉิงได้รับการลงโทษแล้ว แต่การแก้แค้นของเรายังไม่จบ ลูกจะไม่หยุดจนกว่าทุกคนที่ทำลายครอบครัวเราจะได้รับการลงโทษ" นางกระซิบกับลมยามค่ำคืน
แล้วนางก็หายไปในความมืดมิด เหมือนเงาที่ไม่เคยมีตัวตน เหลือไว้เพียงเปลวไฟที่ยังคงลุกโชนและเถ้าถ่านของสิ่งที่เคยเป็ตระกูลเฉิงผู้ทรงอำนาจ
การแก้แค้นของหลินชิงเหยายังไม่สิ้นสุด และเมื่อใดที่ยังมีคนที่ทำลายครอบครัวของนางยังมีชีวิตอยู่ เมื่อนั้นรอยยิ้มของมัจจุราชก็จะยังคงปรากฏบนใบหน้าของนางต่อไป