ความมืดมิดค่อย ๆ เลือนหายไป...ััแรกที่ปลุกให้นางตื่นขึ้นมิใช่การมองเห็น หากแต่เป็ไออุ่นจากผิวกายที่แนบชิด... และกลิ่นอายที่แปลกประหลาด
เซเลน่า มาริสนอนนิ่งไม่ไหวติง สัญชาตญาณนักล่าสั่งการให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะ"ระวังภัย" ในทันที ลมหายใจของนางแ่เบาจนแทบจับสังเกตไม่ได้ขณะที่สมองเร่งประมวลผลข้อมูลรอบตัวอย่างเยือกเย็น
นอนราบ... พื้นแข็ง มีผ้ารองรับ...อากาศหนาวเย็น แต่กลับมีแหล่งความร้อนแนบชิด...และมีสิ่งใดบางอย่างพันธนาการรอบเอว
นางค่อย ๆ ปรือตาขึ้นดวงตาสีรัตติกาลปรับสภาพเข้ากับแสงเทียนที่ใกล้จะมอดดับภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำเอาหัวใจของนางกระตุกวูบ...
แผงอกกว้างเปลือยเปล่ามัดกล้ามเนื้อแกร่ง ผิวสีแทนตัดกับแสงสลัวของเปลวเทียน
ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่เหนือศีรษะ และท่อนแขนแข็งแกร่งที่พาดผ่านเอวของนางกดร่างให้นางแนบชิดกับเขาจนแทบไร้ช่องว่าง
เซเลน่าก้มมองสำรวจตนเอง...ร่างเปลือยเปล่า
นางมิได้ส่งเสียงกรีดร้องไม่มีความตื่นตระหนกมีเพียงแววตาที่แข็งกร้าวขึ้นทันควันและริมฝีปากที่เม้มเป็เส้นตรง
นางจดจำได้ดี... ผลลัพธ์ที่เกิดจากพิธีกรรมใต้พระจันทร์สีเืปรากฏอยู่ตรงหน้า
นางขยับมืออย่างเชื่องช้าแทรกปลายนิ้วเข้าไปใต้ท่อนแขนของชายหนุ่มแล้วงัดออกด้วยแรงที่คำนวณมาอย่างดีว่าเพียงพอที่จะหลุดพ้นโดยไม่ปลุกให้เขาตื่นทันทีที่ร่างกายเป็อิสระ นางพลิกตัวลงจากแท่นหินอย่างไร้เสียง
อักขระประหลาดบนผิวสีซีดเริ่มเคลื่อนไหวเส้นสายสีดำและแดงเปล่งแสงวาบขึ้นในความมืด ร้อนระอุราวกับลาวาแต่สีหน้าของเซเลน่ายังคงเรียบเฉยไร้อารมณ์
นางหันกลับไปประเมินชายหนุ่มที่นอนหลับใหลใบหน้าคมคาย ผมสีเข้มปรกหน้าผากดูไร้พิษสง แต่เซเลน่าหาได้สนใจความสง่างามนั้นสายตาคมกริบกวาดมองหาร่องรอยภัยคุกคาม
มือขวามีรอยด้านหนา—รอยจากการจับดาบ แผ่นหลังมีรอยแผลเป็ยาว—ร่องรอยแห่งการต่อสู้
"ทหาร..." นางพึมพำ"หรือมือสังหาร"
การตัดสินใจเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที: กำจัดภัยคุกคาม
เซเลน่ายกมือขึ้นพลังมืดรวมตัวที่ปลายนิ้วแปรเปลี่ยนเป็กริชเงาคมกริบ นางไม่ลังเลตวัดมือลงไปที่ลำคอของชายหนุ่มด้วยความเร็วแทบไม่กะพริบตา
เปรี้ยง!
แรงกระแทกมหาศาละเิออกราวกับมีเกราะล่องหนร่างของเซเลน่าถูกซัดกระเด็นไปกระแทกผนังฝั่งตรงข้าม เสียงกัมปนาทก้องไปทั่ววิหาร
ความเ็ปแล่นพล่านไปทั่วกระดูกสันหลังรสคาวของเืทะลักขึ้นมาในปาก แต่เซเลน่าไม่ร้องออกมาแม้สักคำ นางกัดฟันแน่นกลั้นเสียงไว้ในลำคอ แล้วดีดตัวลุกขึ้นยืน มือปาดเช็ดเืที่มุมปากอย่างลวก ๆ
ดวงตาของนางหรี่ลงจ้องมองชายหนุ่มที่ยังคงหลับสนิท
"เวทสะท้อนกลับ..."นางวิเคราะห์เสียงเรียบ แม้ภายในกายจะเ็ปร้าวราน "ฆ่าเขาไม่ได้"
ทันใดนั้นความรู้สึกประหลาดก็แทรกซึมเข้ามา แทนที่จะโล่งใจร่างกายส่วนลึกของนางกลับโหยหา... อักขระเรียกร้องให้กลับไปหาเขาเพื่อซุกตัวในอ้อมแขนที่เพิ่งผละออกมา
เซเลน่าขมวดคิ้วเล็กน้อย—นั่นคือการแสดงออกทางอารมณ์มากที่สุดเท่าที่นางอนุญาตกับตัวเอง
"น่ารังเกียจ" นางสบถในใจ
"เซเลน่า! เกิดอะไรขึ้น!"
เสียงแหลมเล็กดังขึ้น เอ็ดการ์ อีกาสีดำบินโฉบลงมาเกาะที่พนักเก้าอี้ขนพองฟู "เสียงเมื่อกี้มันอะไร? แล้วทำไมเ้า...อยู่ในสภาพนั้น?"
เซเลน่าหันมองคู่หูด้วยสายตาเย็นเยียบ"ลดเสียง" นางสั่ง "รายงานสถานการณ์"
"ทหาร! กำลังมาทางระเบียงทิศเหนืออีกไม่กี่นาทีจะถึงประตู!"
เซเลน่าพยักหน้าครั้งเดียว"เวลาจำกัด"
นางเดินไปหยิบเสื้อคลุมสีดำสวมทับร่างเปลือยอย่างใจเย็นนิ้วติดกระดุมอย่างมั่นคง ไม่มีความสั่นไหว
"เราต้องไปแล้ว!"เอ็ดการ์เร่ง
"เตรียมเส้นทางถอย"เซเลน่าตอบสั้น ๆ ขณะดึงฮู้ดขึ้นคลุมศีรษะ
เสียงฝีเท้าบูทเหล็กดังแว่วเข้ามาใกล้เซเลน่าประเมิน: สี่สิบห้าวินาทีก่อนการปะทะ
นางไม่หันไปมองประตูแต่เดินตรงไปยังแท่นบูชากลางห้อง บนนั้นคือเป้าหมาย ถ้วยอัคนีแห่งพันธะ แต่มันแตกออกเป็สองเสี่ยงรอยแยกคมกริบแบ่งลวดลายัและจันทราออกจากกัน
"ทิ้งมันไป! มันเป็ขยะชัดๆ!" เอ็ดการ์ร้อง
"เงียบ"
นางหยิบเศษถ้วยขึ้นมาทันทีที่ปลายนิ้วััโลหะเย็นเยียบ กระแสพลังงานก็แล่นผ่านเข้ามามันเชื่อมโยงกับอักขระบนตัวนาง... และเชื่อมต่อไปยังชายหนุ่มด้านหลัง
คลื่นความปรารถนาซัดสาดเข้าสู่จิตใจภาพััอุ่นในอ้อมกอดวาบขึ้นมาในห้วงความคิด
เซเลน่ากำเศษถ้วยแน่นจนขอบคมบาดนิ้วความเ็ปช่วยดึงสติกลับมา
"พลังยังสถิตอยู่"นางวิเคราะห์ "เสียหายทางกายภาพ แต่แก่นเวทสมบูรณ์... เราจะนำไปด้วย"
นางหยิบผ้ากำมะหยี่ห่อเศษถ้วยทั้งสองชิ้นอย่างรวดเร็วผูกปมแน่นแล้วโยนใส่ย่ามสะพาย ก่อนจะจากไปสัญชาตญาณ—หรือคำสาป—สั่งให้นางหันกลับไปมองอีกครั้ง
เขายังนอนสงบรอยยุบบนที่นอนข้างกายยังอุ่น—ตรงที่นางเคยนอน
แรงดึงดูดมหาศาลพยายามตรึงขานางไว้พยายามสั่งให้กลับไป... ยอมจำนนต่อศัตรู
เซเลน่าสูดหายใจเข้าลึกควบคุมหัวใจให้ช้าลง ดวงตาสีรัตติกาลทอประกายเย็นเยียบ
"โง่เขลา" นางตำหนิตัวเอง
นางหันหลังให้เขาอย่างเด็ดขาด"ไป"
"หน้าต่าง!" อีกานำทาง
เซเลน่าก้าวขึ้นขอบหน้าต่างสายลมพัดเส้นผมสีดำปลิวไสว นางไม่หันกลับไปอีก มุ่งสู่ภารกิจเอาตัวรอดร่างของเซเลน่ากระโจนลงสู่ความมืด นางเรียกเงารองรับปลายเท้าแตะพื้นหญ้าเบาราวแมวป่า แล้วออกวิ่งทันที
"ทางขวามีแสงไฟ"เอ็ดการ์เตือนจากยอดไม้
"รับทราบ เบี่ยงซ้ายเข้าแนวเงา"
เงาเวทมนตร์พรางร่างนางผ่านทหารยามไปอย่างไร้เสียงแต่ศัตรูที่แท้จริงมิใช่พวกเขา—มันคือพันธะที่ฝังรากลึกในตัวนาง
ยิ่งวิ่งห่าง ความเ็ปยิ่งทวีคูณราวกับหัวใจถูกดึงรั้งจนตึงเครียด เหงื่อไหลซึมตามขมับ หากแต่สีหน้ายังนิ่งสนิทนางใช้วินัยเปลี่ยนความเ็ปเป็พลังก้าวเท้าไปข้างหน้า
เมื่อถึงชายป่าเส้นกั้นอาคมของวิหารปรากฏตรงหน้า
"ข้ามเขตนั่นไปพลังวิหารจะอ่อนลง" เอ็ดการ์บอก
เซเลน่ากัดฟัน พุ่งตัวข้ามเส้นกั้น
ตึก!
ทันทีที่เท้าแตะพื้นนอกเขตร่างกายกระตุกวูบรุนแรง นางยันต้นไม้ไว้ไม่ให้ล้ม เข่าทรุดลง มือกุมหน้าอกแน่น
"เซเลน่า!"เอ็ดการ์บินลงมาเกาะไหล่
นางไม่ตอบ เพียงยกมือห้าม อีกาสงบทันที
นางหลับตาััความเปลี่ยนแปลงในกระแสพันธะ ความรู้สึกสงบและง่วงงุนที่ปลายสายอีกฝั่ง...หายไป ถูกแทนที่ด้วยคลื่นพลังงานที่เกรี้ยวกราด คมกริบ ตื่นตัวถึงขีดสุด
เขาตื่นแล้ว และรู้ว่านางหายไป
เซเลน่าลืมตาขึ้นแววตาว่างเปล่าแต่ระแวดระวัง
"สถานการณ์เปลี่ยน"นางเอ่ยเสียงเย็นะเื "เป้าหมายตื่นแล้ว"
"เขา... เขาโกรธไหม?"
"มันไม่ใช่ความโกรธ"เซเลน่ายืนขึ้นเต็มความสูง ปัดฝุ่นตามตัวอย่างใจเย็น "มันคือความมุ่งมั่น...จิตสังหารของผู้ล่า"
นางหันหลังกลับไปมองยอดวิหารที่อยู่ไกลลิบสายตาฝ่าความมืดไปยังหน้าต่างบานนั้น—บานที่นางเพิ่งะโลงมา
นางรู้สึกได้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองกลับมามองทะลุกำแพงและป่าทึบ ตรงมาที่นาง
"เขาจะตามล่าเราจนสุดขอบโลก"
"งั้นเราก็ต้องหนีให้สุดขอบโลก!"เอ็ดการ์ร้อง
"ไม่"
เซเลน่ากระชับสายย่ามที่บรรจุเศษถ้วยอัคคีหันหลังมุ่งหน้าเข้าสู่ความมืดของป่าใหญ่
"เราจะไม่แค่หนี...เราจะหาทางแก้พันธะ" น้ำเสียงราบเรียบ แต่เด็ดขาดดั่งคำพิพากษา"และเมื่อถึงเวลานั้น... ข้าจะเป็ฝ่ายล่าเขาเอง"
ร่างบางในชุดคลุมสีดำพุ่งทะยานหายไปในเงาแห่งราตรีทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและาประสาทที่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น
พร้อมกับแว่วเสียงัคำรามก้อง...มาจากระยะไกล