“ติ๊ง... ท่านมีข้อความใหม่หนึ่งฉบับ”
เป็หมายเลขที่คุ้นเคย...จากอันจิ่งเทียน สหายร่วมสมรภูมิของเขา
“พี่หลิน ได้ยินว่าพี่กำลังร้อนเงิน เงินปลดประจำการของผมยังเหลืออีกเยอะ พี่ส่งเลขบัญชีมาให้ผมนะ”
“ถ้าว่างก็มาหาผมบ้าง น้องสาวผมบ่นคิดถึงพี่ไม่หยุดเลย”
หลินอันมองข้อความนั้น ในใจพลันรู้สึกอบอุ่นวาบ
พวกเขาไม่ใช่แค่สหายร่วมรบ แต่ก่อนเข้ากรม อันจิ่งเทียนก็เป็ทั้งเพื่อนและน้องชายที่เติบโตมาด้วยกันกับเขา ทั้งสองคลุกคลีกันมาั้แ่เด็ก แม้กระทั่งค่าเล่าเรียนของเขาก็ยังเป็พ่อแม่ของอันจิ่งเทียนที่ช่วยออกให้
ยังไม่ทันที่หลินอันจะตอบกลับ ข้อความถัดไปก็ถูกส่งเข้ามาทันที
“่นี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย พี่ก็รักษาสุขภาพด้วยนะ อย่าให้ป่วยเป็ไข้เหมือนผมล่ะ”
“สายตาผมก็ไม่ดีเหมือนเมื่อก่อนแล้ว มองอะไรก็ต้องใส่แว่นตลอด ตอนเจอกันพี่อย่าหัวเราะเยาะผมนะ”
หลินอันกำลังจะตอบกลับ แต่ร่างกายกลับแข็งค้างไปชั่วขณะ
“ปึง!”
โทรศัพท์มือถือร่วงหล่นลงบนพื้น
เขายืนตะลึงงันอยู่กับที่ ความเย็นเยียบแล่นปราดไปตามแนวกระดูกสันหลัง
อันจิ่งเทียนเป็ทหารหน่วยสอดแนมในกองทัพ สมรรถภาพร่างกายและสายตาดีเยี่ยมเป็ที่สุด
แต่ตอนนี้สายตากลับย่ำแย่ลงอย่างรวดเร็ว แถมยังมีไข้...
นี่มัน...อาการเริ่มต้นของการติดเชื้อไวรัสซอมบี้ชัดๆ!
ในความทรงจำของเขา เชื้อไวรัสซอมบี้ระลอกแรกได้แฝงตัวอยู่ในร่างกายของคนบางกลุ่มมานานแล้ว อาการที่แสดงออกคือมีไข้ สายตาเสื่อมถอย และแขนขาเย็นเฉียบ
ความทรงจำและเบาะแสเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน
ดวงตาของหลินอันค่อยๆ แดงก่ำ
ชาติที่แล้ว ตอนที่วันสิ้นโลกอุบัติขึ้น เขานัดกับอันจิ่งเทียนไว้ว่าจะไปเจอกันนอกเมือง ทว่าวันนั้นกลับไม่เห็นแม้แต่เงาของอีกฝ่าย และไม่มีข่าวคราวใดๆ อีกเลย
เดิมทีเขาคิดว่าอันจิ่งเทียนอาจจะติดธุระ...
แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือ...
อันจิ่งเทียนเสียชีวิตจากการระบาดของเชื้อไวรัส นี่จึงเป็สาเหตุที่ทำให้พวกเขาขาดการติดต่อไป!
สหายรักที่สุดต้องมาตายด้วยเชื้อร้าย กลายเป็ซอมบี้ และทนทุกข์ทรมานไปชั่วนิรันดร์!
ราวกับหัวใจถูกแผดเผาด้วยเพลิงโลกันตร์!
ดวงตาของหลินอันแดงก่ำดุจโลหิต
ในเมื่อรู้แล้วว่าอันจิ่งเทียนตายเพราะอะไร เขาก็จะไม่มีวันยอมให้โศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำรอยเด็ดขาด!
เขารีบเค้นทุกความทรงจำในหัวอย่างบ้าคลั่ง
ต้องมีวิธีสิ!
เป็เวลานาน ดวงตาสีเืของเขาจึงค่อยๆ เงยขึ้น
...ฉีดเืของผู้ปลุกพลังเข้าไปโดยตรง
นี่เป็วิธีเดียวที่เขานึกออกเพื่อชะลอการกลายร่างเป็ซอมบี้
ใน่แรก เชื้อไวรัสจะรวมตัวกันที่หัวใจและก่อตัวเป็แกนกลาง ทางเดียวที่จะชะลอกระบวนการนี้ได้ คือต้องถ่ายเืของผู้ปลุกพลังเข้าไปก่อนที่จะกลายร่างโดยสมบูรณ์
สมรรถภาพร่างกายของอันจิ่งเทียนแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปมาก โดยทั่วไปแล้ว ยิ่งร่างกายแข็งแรงมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งต้านทานการกลายร่างได้นานขึ้นเท่านั้น
สองชั่วโมง!
หลินอันรีบย้อนนึกถึงรายละเอียดของผู้ติดเชื้อในชาติที่แล้ว
อันจิ่งเทียนจะสามารถทนอยู่ได้นานที่สุดแค่สองชั่วโมงหลังจากวันสิ้นโลกอุบัติขึ้น!
ถ้างั้น...
ต้องเตรียมเสบียงภายในสามวัน จัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ แล้วรีบไปหาอันจิ่งเทียนทันที!
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว หลินอันก็เรียบเรียงแผนการในใจอย่างรวดเร็ว
เขายืนนิ่งครุ่นคิดราวกับรูปสลักที่เงียบงัน
ห้านาทีต่อมา หลินอันก็ก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยฝีเท้าที่แน่วแน่
เวลาสามวัน...ก็เพียงพอแล้ว!
บริษัทสินเชื่อหงยวิ่น
ภายในห้องการเงินที่กว้างขวาง ชายสามคนนั่งประจันหน้ากัน
“คุณหลิน เงินหนึ่งล้านเจ็ดแสนนี่ต้องคืนภายในสามวันนะครับ”
“ดอกเบี้ยร้อยละเจ็ด”
“ถ้าถึงเวลาแล้วยังคืนไม่ได้ เราจะยึดบ้านคุณ หวังว่าคุณจะไม่ผิดนัด”
หลินอันพยักหน้าอย่างสงบ ในอีกสามวันข้างหน้า เงินก็ไม่ต่างอะไรกับเศษกระดาษ อีกครึ่งปีต่อมา ธนบัตรที่เกลื่อนถนนจะเอาไปเช็ดก้นยังรู้สึกว่าแข็งเกินไป
ในวันสิ้นโลก สิ่งเดียวที่มีค่าคืออาหารและพลังความสามารถ
ระหว่างทาง เขาได้กู้ยืมเงินจากทุกช่องทางออนไลน์จนหมดสิ้น บ้านและรถก็เอาไปจำนองกับบริษัทรับจำนำด่วนอย่างไม่เกี่ยงราคา
รวมเงินสดทั้งหมดสามล้านสี่แสนหยวน รวมถึงเงินสินสอดที่เขาโอนกลับมาด้วย
เงินจำนวนนี้อาจไม่มาก แต่ก็เพียงพอสำหรับซื้อเสบียงยังชีพจำนวนมหาศาล
ตอนนี้วันสิ้นโลกยังไม่มาถึง เงินยังคงเป็ใบเบิกทางที่ดีที่สุด
หลังจากพยักหน้าอำลา หลินอันก็มุ่งตรงไปยังบริษัทยาที่เขาทำงานอยู่ทันที
เมื่อเขาเดินออกจากประตูไป ชายสองคนที่ปล่อยเงินกู้ก็มองหน้ากันอย่างมีเลศนัย ก่อนจะเริ่มกระซิบกระซาบ
“พี่จาง ผมตรวจสอบประวัติไอ้หมอนี่แล้ว”
“ขนาดบ้านที่ใช้เป็เรือนหอยังกล้าเอามาจำนอง แถมดอกเบี้ยตั้งร้อยละเจ็ด มันไม่ต่อรองสักคำเลย ใจเด็ดชะมัด”
“ช่างมันเถอะ สงสัยจะติดพนันจนหน้ามืดตามัว...”
“อีกสามวันถ้าไม่คืนเงิน เราก็ยึดบ้านมันเลย”
บริษัทยา
หลินอันเดินเข้าประตูไปอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะโยนบัตรพนักงานที่เขาใช้ตอนทำหน้าที่คุ้มกันการขนส่งออกไปอย่างไม่ใส่ใจ
ยามที่เฝ้าประตูยังไม่ทันได้มองชัดว่าเป็ใคร ก็เห็นเพียงบัตรพนักงานใบหนึ่งค่อยๆ ร่วงลงสู่พื้น
ชื่อ: หลินอัน
เพศ: ชาย
อายุ: 24 ปี
ตำแหน่ง: พนักงานคุ้มกันการขนส่งยาพิเศษ
“ติ๊ง!”
ประตูลิฟต์เปิดออก
หลินอันตรงไปที่ชั้นสาม ใช้บัตรผ่านเข้าไปในห้องทดลองทันที
ตอนนี้เป็่วันหยุด แถมยังเป็เวลาพักกลางวัน
ห้องทดลองที่ปกติมีคนอยู่เป็สิบ กลับเหลือเพียงนักศึกษาฝึกงานเฝ้าอยู่คนเดียว
“พี่หลิน?”
นักศึกษาฝึกงานที่อายุน้อยกว่าเขาหนึ่งปีมองหลินอันอย่างประหลาดใจ เขายังคงงัวเงีย ผมเผ้ายุ่งเหยิงเหมือนรังนก
“แกร๊ก”
หลินอันเอื้อมมือไปล็อกประตูห้องทดลองจากด้านใน เพื่อให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะหนีไปไหนไม่ได้
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง เปิดฉากถามทันที
“สารสกัดจากกิ้งก่าั์ กับสารพิษงูบริสุทธิ์ อยู่ไหน”
“พี่หลิน วันนี้ไม่มีภารกิจขนส่งนี่นา พี่จะเอาไปทำอะไรครับ?”
นักศึกษาฝึกงานมีสีหน้าประหลาดใจและเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ
ยาที่หลินอันเอ่ยชื่อล้วนเป็ยาควบคุมที่ต้องลงบันทึกเบิกจ่าย แต่ละหลอดมีราคาสูงลิบลิ่ว
“บางเื่...แกไม่จำเป็ต้องรู้!”
น้ำเสียงของหลินอันเย็นเยียบราวกับคำเตือน
นักศึกษาฝึกงานเหมือนจะััได้ถึงอะไรบางอย่าง
แววตาที่เ็าและไร้ความอดทนของหลินอันทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันที
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
“พี่หลิน...ผมให้ไม่ได้จริงๆ ครับ”
หลินอันเหลือบมองนาฬิกาแขวนบนผนัง เขาไม่มีเวลามาเสียเปล่า
ยาสองชนิดนี้เป็ส่วนสำคัญในแผนของเขา เขาต้องเอามันมาให้ได้
“ซ่า!”
หลินอันเทเงินสดเป็ปึกๆ ออกจากกระเป๋าเป้ลงบนพื้น
“นี่เจ็ดแสน ถือซะว่าฉันซื้อมัน”
“ก็แค่ลัดขั้นตอนการบันทึกไปหน่อย บริษัทไม่ทำอะไรแกหรอก”
นักศึกษาฝึกงานมองเงินสดที่กองอยู่เต็มพื้นอย่างตะลึงงัน ทำอะไรไม่ถูก
เจ็ดแสน...
ราคาที่บริษัทขายให้คนนอกก็ประมาณนี้เช่นกัน
หลินอันไม่คิดจะเสียเวลาพูดต่อ เขาพุ่งเข้าไปในห้องทดลองทันที
เวลามีจำกัด จะมัวลังเลไม่ได้
แม้ว่าเขาจะสามารถหยิบยาพวกนี้ไปได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินสักแดงเดียว แต่ในอีกสามวันข้างหน้า เงินก็เป็แค่เศษกระดาษ อีกอย่างเขากับเด็กหนุ่มคนนี้ก็ถือว่ารู้จักกัน
ปัญหาที่เงินแก้ไขได้ ก็ย่อมต้องใช้เงินเป็ใบเบิกทาง!
ด้านหลัง นักศึกษาฝึกงานได้สติ อ้าปากค้างเล็กน้อย คิดจะห้ามปราม
แต่พอนึกถึงแววตาที่เย็นเยียบของหลินอันกับเงินสดที่กองอยู่เต็มพื้น เขาก็ได้แต่ปลอบใจตัวเอง
...ช่างเถอะ พี่หลินก็จ่ายเงินแล้ว คงไม่ถือว่าผิดกฎร้ายแรงอะไร
เพียงแต่ในความทรงจำของเขา หลินอันที่เคยอ่อนโยน ใจดี และไม่เคยมีเื่กับใคร บัดนี้กลับเปลี่ยนไปเป็คนละคน
หลินอันเปิดตู้แช่เย็นทั้งหมดออกอย่างรุนแรง
หลังจากรื้อค้นอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ชูหลอดทดลองขึ้นส่องกับแสงไฟบนเพดาน ดวงตาจับจ้องไปที่ยาหลอดสีน้ำเงินสองหลอด
ของเหลวสีน้ำเงินเข้มดูแปลกประหลาดภายใต้แสงไฟ
...ช่างน่าหลงใหล
สารสกัดจากกิ้งก่าั์: สกัดจากเืของกิ้งก่าั์อเมริกาเหนือ สามารถเพิ่มพละกำลังได้อย่างมหาศาลในระยะเวลาสั้นๆ
สารพิษงูบริสุทธิ์: กระตุ้นการทำงานของหัวใจและปอด เพื่อเพิ่มพลังะเิและความอดทนอย่างฝืนธรรมชาติ
ในฐานะยาชนิดพิเศษ ยาทั้งสองชนิดนี้ให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม แต่ก็มีผลข้างเคียงที่รุนแรงมหาศาลเช่นกัน
ทว่าหลินอันไม่สนใจ
ขอเพียงปลุกพร์ได้สำเร็จ ร่างกายก็จะฟื้นฟูสู่สภาพสมบูรณ์แบบหลังการปลุกพลัง
แขนขาที่ขาดสามารถงอกใหม่ โรคภัยไข้เจ็บหายสิ้น
ผู้ปลุกพลังทุกคนจะกลายเป็นักรบที่สมบูรณ์แบบ ไม่เพียงเท่านั้น สมรรถภาพร่างกายก็จะแข็งแกร่งขึ้นตามไปด้วย
ด้วยความปรารถนาในพลังจากชาติที่แล้ว หลินอันจึงถือโอกาสเก็บยาที่เหลืออยู่ในห้องทดลองไปด้วย
ของดี จะปล่อยให้เสียเปล่าไม่ได้
ช่องว่างในกระเป๋าเป้ที่เคยใส่เงินสดครึ่งหนึ่ง ถูกแทนที่ด้วยยา 30 หลอด
ยาเหล่านี้จะหยุดผลิตหลังจากวันสิ้นโลกมาถึง ใช้ไปหลอดหนึ่งก็หมดไปหลอดหนึ่ง
ยาเร่งความเร็ว ยาเพิ่มพลังะเิ ยาระงับความเ็ป ยาเพิ่มสมาธิ...
ใน่แรกของวันสิ้นโลก ยาเพียงหลอดเดียวสามารถพลิกสถานการณ์การต่อสู้ได้ทั้งกระดาน
เมื่อมียาเหล่านี้ ความมั่นใจในแผนการของเขาก็เพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน
หลินอันเดินออกจากห้องทดลองอย่างพึงพอใจ ด้านหลังนักศึกษาฝึกงานที่กำลังรีบโกยเงินใส่กระเป๋าก้มหน้าลงด้วยความหวาดกลัว
“เก็บเื่นี้เป็ความลับสามวัน หลังจากนั้นแกจะไปบอกใครก็ได้”
เขาทิ้งท้ายประโยคหนึ่งไว้ก่อนจะก้าวเข้าลิฟต์ แล้วหันหน้ามาตรงๆ
สายตาของทั้งสองสบกันไกลๆ
ความเย็นเยียบในดวงตาของหลินอันทำให้อีกฝ่ายอดที่จะหดคอไม่ได้
...สายตาน่ากลัวชะมัด
ลิฟต์เคลื่อนตัวลง
หลินอันคำนวณรายการสิ่งของที่ต้องซื้ออย่างละเอียด ความคิดหมุนเร็วจี๋
อาหาร: ต้องเป็อาหารกระป๋องที่ให้พลังงานสูง ต้องเตรียมช็อกโกแลตและแท่งพลังงานที่พกพาสะดวกไว้เยอะๆ เพราะผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งก็ใช้พลังงานมากกว่าคนธรรมดาหลายเท่า
น้ำ: ซื้อน้ำถังจำนวนหนึ่งก็น่าจะพอ แต่สามารถผสมกลูโคสลงไปได้
อาวุธ: หน้าไม้ไม่จำเป็ หลังจากปลุกพร์แล้ว ก็ไม่จำเป็ต้องใช้วิธีโจมตีระยะไกลที่ด้อยประสิทธิภาพเช่นนี้
อาวุธปืน: หาได้ยากและเสียเวลามาก ตัดทิ้ง
ชุดต่อสู้: เตรียมไว้หลายๆ ชุดหน่อยก็ดี การต่อสู้ที่หนักหน่วงทำให้เสื้อผ้าเสียหายได้ง่าย
โล่ปราบจลาจลกับเสื้อเกราะกันะุ: หลินอันส่ายหัวเล็กน้อย เมื่อสมรรถภาพร่างกายเพิ่มขึ้นหลายเท่า เสื้อเกราะกันะุก็ไม่มีประโยชน์อะไร มีแต่จะทำให้เกะกะ ขยับตัวไม่สะดวก
อาวุธประชิด: เป็ตัวเลือกที่ไม่เลว หาดาบโลหะผสมดีๆ สักสองสามเล่ม เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ต้องสู้มือเปล่าเพราะดาบบิ่น
หลังจากวันสิ้นโลกอุบัติขึ้น ภายใต้การกดขี่ของกฎเกณฑ์แห่งโลกใหม่ อานุภาพของอาวุธปืนทุกชนิดจะลดลงอย่างมาก
แต่ด้วยพละกำลังอันมหาศาลของผู้ปลุกพลัง อาวุธประชิดจึงเป็สิ่งที่เหมาะสมที่สุดในการต่อสู้กับศัตรู
“ติ๊ง...ถึงชั้นหนึ่งแล้วครับ”
หลินอันก้าวออกจากลิฟต์อย่างรวดเร็ว มือก็พลิกดูแผนที่ในโทรศัพท์อย่างว่องไว
แววตาของเขาร้อนแรง
“ถ้าจำไม่ผิด...ที่นี่มีของชิ้นสำคัญที่จะช่วยในการปลุกพลัง!”