ก้องภพ ขับรถเข้ามาจอดที่ลานจอดรถของคอนโดที่ เอวา พักอาศัยอยู่ ดับเครื่องยนต์ เปิดกระจกลงเล็กน้อย มองไปยังตึกคอนโด เผื่อว่าโชคจะเข้าข้างเขาบ้าง และโชคก็ได้เข้าข้างชายหนุ่มตามที่หวังไว้นั้นจริงๆ เมื่อ ก้องภพ เห็น เอวา กำลังเดินแกมวิ่งอย่างรุกรี่รุกรน ไปยังรถยนต์ของหญิงสาว เอวา เปิดประตูรถเข้าไปนั่งแล้วขับพุ่งทะยานออกไปจากลานจอดรถทันที
“ฮัลโล! สุนทร ฉันเจอเอวามาที่คอนโดของเธอ และตอนนี้เอวากำลังขับรถออกไปจากคอนโด ฉันกำลังขับรถตามไปอยู่ห่างๆ” ก้องภพ กดโทรศัพท์มือถือโทรออกหาเพื่อนให้ได้รับทราบ
“โอเค! รถของเอวาเลขทะเบียนอะไร?” สุนทร เอ่ยถามเพื่อนรักขึ้นทันที เพื่อจะได้นำเลขทะเบียนนั้นแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยกันตรวจสอบเส้นทางที่หญิงสาวจะเดินทางไปนั้นอีกแรง
“เดี๋ยวฉันส่งหมายเลขทะเบียนรถของเอวาให้ทางไลน์”
ก้องภพ พยายามจ้องมองเลขทะเบียน ที่ตอนนี้รถได้จอดติดไฟแดงอยู่ ซึ่งรถของชายหนุ่ม อยู่อีกเลนถนนโดยห่างจากรถของ เอวา อยู่สามคัน ก้องภพจึงใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปหมายเลขทะเบียนรถของ เอวา โดยกดซูมให้เห็นหมายเลขได้ชัดเจน และส่งไปให้เพื่อนรักทางไลน์
“นายตามไปห่างๆ อย่าให้เขารู้ตัวล่ะ เดี๋ยวจะไหวตัวไปซะก่อน แล้วเดี๋ยวฉันกับลูกน้องจะรีบติดตามไป” สุนทร เอ่ยบอกเพื่อนก่อนที่จะวางสายไป
รถยนต์ของ เอวา ขับออกไปแถวชานเมือง แล้วเลี้ยวรถออกจากถนนเส้นหลัก ตรงเข้าไปยังซอยที่มีตึกร้างตั้งตระหง่าอยู่ แล้วรถยนต์ของ เอวา ก็จอดลงที่หน้าตึกร้างนั้น หญิงสาวเปิดประตูรถก้าวออกมาจากในรถ มองซ้ายแลขวา แล้วจึงเดินเข้าไปในตึกร้างนั้นอย่างเร็วไว
“มันรู้สึกตัวหรือยัง?” เอวา เอ่ยถามชายฉกรรจ์สองคน ที่เฝ้าอยู่ที่หน้าห้องที่ตนได้จ้างวานมานั้น
“ยังไม่รู้สึกตัวเลย แล้วนี้เจ๊จะให้พวกฉันทำยังไงต่อล่ะ” สรชัย เอ่ยถามผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นนายจ้างของพวกตนขึ้นด้วยความสงสัยใคร่รู้เต็มทีแล้ว
“ฉันก็จะให้มันได้ตายอย่างช้าๆ น่ะสิ ในเมื่อมันคอยเป็นมารหัวใจฉันอย่างนั้นจะเอาไว้ทำไม แต่จะให้ตายเร็วมันก็ง่ายเกินไปไม่สนุกอะไรเลย และฉันอยากให้พวกแกพามันขึ้นสวรรค์กันสักยกสองยก แล้วจากนั้นก็ค่อยเฉือดมันทิ้งซะ จะได้ไม่ต้องมาเป็นมารหัวใจฉันอีก” เอวา กล่าวออกมา พร้อมกับแหยะยิ้มด้วยใบหน้าเหี้ยมเกรียมเลือดเย็น
“แต่ผู้หญิงคนนั้นกำลังท้องอยู่ไม่ใช่เหรอเจ๊ จะให้ข่มขืนและแถมยังจะฆ่าหล่อนเลยเหรอ?” กรรณสูต กล่าวถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ ที่จะทำตามที่ผู้ว่าจ้างสั่งการ เพราะใจหนึ่งก็คิดสงสารไม่อยากให้ถึงกับต้องฆ่าแกงกัน
“ใช่! ฉันไม่ปล่อยให้มันมีชีวิตอยู่ลอยหน้าลอยตา มาแย้งทุกอย่างที่ฉันจะได้ไปจากฉันหรอก ฉันจ้างพวกแกมาไม่ใช่น้อยๆ แล้ว พวกแกต้องทำตามที่ฉันสั่งอย่ามาโอ้เอ้เข้าใจไหม”
เอวา มองหน้าลูกน้องที่จ้างวานมาด้วยสายตาเขียวปัด และดุดัน ไม่พอใจที่ลูกน้องที่ตนจ้างมาจะมาปอดแหกเอาตอนนี้ ทีตอนที่คุยกันก่อนหน้านี้ยังทำได้อย่างนั้นทำได้อย่างนี้อยู่เลย
“แกจะมาปอดอะไรตอนนี้วะ ไอ้บ้าเอ่ย! เลิกคิดได้แล้วนะแก คิดถึงเงินเข้าไว้สิวะ เงินนะ หากเราได้เงินครบตามเจ๊จ้างเรามา เราก็ชิงไปกบดานอยู่ที่ต่างประเทศสิวะ จะกลัวไปทำไม ไอ้พวกตำรวจหน้าไหนก็มาจับพวกเราไม่ได้หรอก” สรชัย เอ่ยบอกเพื่อน ให้เพื่อนคล้อยตามเหมือนอย่างที่เคยคุยกันก่อนหน้านี้
“ก็ไอ้ผู้หญิงคนนั้นมันท้องอยู่นะ แล้วถ้าฆ่ามันตายมันจะไม่มาอาฆาตขนาดหนักเอากับพวกเราหรือไงวะ” กรรณสูต บอกเพื่อนอย่างปอดจริงๆ นั้นแหละ เพราะเคยได้ยินมาว่าผู้หญิงที่ตายท้องกลมจะอาฆาตพยาบาทหนักมากเป็นไหนๆ
“จะกลัวไปทำไมเรื่องแค่นี้วะ ไร้สาระ หยุดเลยไม่ต้องคิดเลย คิดแต่เรื่องเงินที่ข้ากับเองจะได้เข้าไว้สิ เงินเห็นๆ และล้านหนึ่งเลยนะเว้ย! ” สรชัย กล่าวตัดบทบอกเพื่อนอย่างรำคาญเป็นที่สุด
“เอาล่ะ หยุดพูดเรื่องนี้กันสักที ฉันจะเข้าไปคุยกับนังนั่น พวกแกเปิดประตูให้ฉันเข้าไปสิ”
เอวา สั่งคนทั้งสองให้ทำการไขกุญแจเปิดประตูที่ปิดล็อคขังคนข้างในไว้ออก สรชัย จึงเดินไปเปิดกุญแจ พร้อมกับเปิดประตูออกให้ ซึ่งภายในห้องก็เห็น คนธรส นอนอยู่บนพื้นห้อง ซึ่งกำลังงัวเงียรู้สึกตัว และฟื้นคืนสติขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ
๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗