จวนสกุลอวี่
หลังจากที่เธอตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองได้กลายเป็คุณหนูรองสกุลอวี่ อวี่ซีซวน เธอได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็อย่างดีใช้ชีวิตได้อย่างสงบปลอดภัย บ่าวรับใช้ห้อมล้อมรอบกาย แต่สังเกตได้ว่า ไม่เห็นั้แ่วันแรกที่ตื่นมาเธอไม่เห็นอู๋หลิงบ่าวรับใช้ข้างกายของอวี่ซีซวน
เมื่อสอบถามกับผู้ใดก็มีท่าทีที่แปลกไปไม่ได้รับคำตอบ จนในที่สุดก็ได้รู้ว่า อู๋หลิง ได้จากไปอย่างสงบั้แ่ตอนจมน้ำแล้วแต่ทุกคนกลัวว่า เธอจะเสียใจจึงไม่มีใครกล้าพูดความจริงออกมา
องสกุลอวีตัวเอะอีกหนึ่งคนชื่อ อวเ้าคะ สงบปอนั้นแล้วมองกลับ------------------------------------------------------------------อวี่ซีซวนเป็ดั่งไข่มุกงดงามบนฝ่ามือ[1]ของสกุลอวี่ครอบครัวให้ทั้งความรักและเติบโตขึ้นมาเป็อย่างดี คุณหนูรองอวี่ผู้นี้ได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาอย่างเข้มงวดเป็สตรีเพียบพร้อมตามหลักคุณสมบัติที่สตรีพึงมีอย่างครบถ้วน
แต่อวี่ซีซวนก็เป็พูดน้อยและเก็บตัว มักพูดคุยกับเพียงคนที่สนิทเท่านั้นไม่ชอบงานเลี้ยงสังสรรค์หากไม่ใช่งานสำคัญ น้อยครั้งนักที่ผู้คนจะได้พบเจอคุณหนูรองอวี่ผู้นี้ร่วมงานน้อยคนที่จะรู้จักและจดจำหน้าตาของอวี่ซีซวนได้
“ท่านพ่อท่านแม่ วันนี้ข้าขอออกไปข้างนอกได้หรือไม่เ้าคะ”
อวี่ซีซวนเอ่ยขอท่านราชครูอวี่และอวี่ฮูหยินขณะทุกคนกำลังทานอาหารเช้าด้วยกันที่เรือนใหญ่
“เ้าจะออกไปที่ใดเสี่ยวซวน” อวี่ป๋อเหวินถามน้องสาวด้วยความสงสัย แปลกใจที่น้องสาวเป็คนเอ๋ยขอออกข้างนอกเช่นนี้
“นั่นสิ ซวนเอ๋อเ้าพึ่งฟื้นขึ้นมาอยากจะไปที่ใด แม่ว่าเ้าพักผ่อนอีกสักหน่อยดีหรือไม่หรือเ้าสิ่งใดมีที่อยากได้ เ้าบอกแม่มา เดี๋ยวแม่สั่งให้คนไปหามาให้เ้าเอง” อวี่ฮูหยินถามกลับด้วยน้ำเสียงเป็ห่วง
“ข้าจะไปวัดเ้าค่ะ ข้าอยากทำบุญให้อู๋หลิง(และบุตรสาวตัวจริงของท่าน อวี่ซีซวนพูดต่อในใจ) และข้าอยากจะไปเดินเที่ยวตลาดด้วย”
ลำนิ้วเรียวดุจกิ่งหลิวที่ถือตะเกียบคีบทานอาหารของอวี่ฮูหยินถึงกับหยุดชะงักไป เมื่อได้ยินเสียงเศร้าตอบคำถามตอนนางพูดชื่ออู๋หลิงอวี่ฮูหยินย่อมรู้ดีว่าสำหรับบุตรสาว อู๋หลิงมิใช่เพียงสาวใช้เท่านั้น บุตรสาวของนางเป็คนเก็บตัวนอกจากบุตรีสกุลเหอที่พึ่งแต่งงานออกไปกับบุรุษต่างถิ่นเป็เพื่อนสนิทก็มีเพียงอู๋หลิงที่เป็เพื่อนที่สนิทที่สุดอีกคนหนึ่งบุตรสาวและตอนนี้ก็ได้จากไปแล้ว
“่นี้แม่ต้องไปช่วยงานบ้านสกุลซางเอาแบบนี้แล้วกัน เ้าให้พี่เ้าไปเป็เพื่อน เ้าอยากที่ใดก็บอกพี่เ้าได้เลย”
“ใช่ เดี๋ยวข้าไปเป็เพื่อนเ้าเอง อีกสองวันข้าจะพาเ้าไปเองวันนี้ข้าต้องตรวจงานด่วนพรุ่งนี้เย็นถึงจะเสร็จ เ้าเตรียมตัวไว้แล้วรอข้าพาไป”
อวี่ซีซวนเห็นครอบครัวสกุลอวี่เป็ห่วงเป็ใยกันเช่นนี้แล้วเธอนึกถึงครอบครัวแท้จริงของตัวเองยิ่งนักไม่รู้ตอนนี้ท่านพ่อและท่านพี่ของเธอจะเป็อย่างไรจะเสียใจแค่ไหนที่รู้ว่าลี่หลินหรานได้จากไป
“ทุกคนเ้าคะ ข้ารู้ว่าพวกท่านเป็ห่วงข้า ตอนนี้ข้าแข็งแรงดีแล้วนะเ้าคะข้าสามารถไปเองได้เ้าค่ะ”
เมื่อเห็นทุกคนยังเงียบจึงหันไปทางบ่าวรับใช้คนใหม่ของตัวเองที่อวี่ฮูหยินส่งมาให้หลังจากที่เธอฟื้นทำหน้าที่แทนอู๋หลิง แต่ครั้งนี้ให้มาถึงสองคน
“แล้วข้าก็ไม่ได้ไปคนเดียวด้วยนี่ไงเ้าคะจินถิงกับเจียหน่ายก็ไปกับข้า แล้วยังมีผู้คุ้มกันอีกให้ข้าไปเถิดนะเ้าคะ”
อวี่ซีซวนเมื่อเห็นอวี่ฮูหยินยังทำหน้ากังวลชั่งใจจึงเปลี่ยนหันไปออดอ้อนท่านราชครูอวี่แทน อย่างที่อวี่ซีซวนตัวจริงไม่เคยทำ แต่เธอมักใช้วิธีนี้ได้ผลกับท่านพ่อและพี่ชายของเธอเมื่อตอนที่เป็คุณหนูลี่หลินหรานเสมอจึงลองเอามาใช้กับท่านราชครูอวี่
เธอใช้น้ำเสียงและทำหน้าตาออดอ้อนมองท่านราชครูอวี่แล้วค่อยไล่หันไปหาคนอื่นที่นั่งอยู่ทีละคน
“ท่านพ่อเ้าคะ อนุญาตให้ซวนเอ๋อเถิดนะ นะเ้าคะท่านพ่อ ลูกอยากไปจริง ๆ ”
“ให้ลูกไปเถิด ให้นางได้ออกไปข้างนอกนางคงอยากออกไปเดินเล่นบ้าง แต่เ้าต้องดูแลตัวเองดี ๆ” สุดท้ายท่านราชครูก็ย่อมใจเหลวที่เห็นการออดอ้อนเช่นนี้ของบุตรีที่รักมากเป็ทุนเดิมอยู่แล้วเมื่อท่านผู้นำสกุลพูดอนุญาตก็ไม่ผู้ใดกล้าขัดอีก
“เ้าค่ะ ขอบคุณเ้าค่ะ ท่านพ่อข้าจะดูแลตัวเองให้อย่างแน่นอนเ้าค่ะ”
“ได้” อวี่ฮูหยินพึมพำอย่างจำใจ
“ข้าอิ่มแล้ว งั้นข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะเดี๋ยวจะไปถึงวัดสาย” อวี่ซีซวนกล่าวลาก่อนเดินออกไปหันหน้าไปทางที่ท่านพ่อบ้านยืนอยู่
“ท่านพ่อบ้านท่านช่วยเรียกรถม้าให้ข้าหน่อยนะเ้าคะ”
“ขอรับ คุณหนู”
“ท่านพ่อ ท่านแม่พวกท่านรู้สึกหรือไม่ว่าเสี่ยวซวนเปลี่ยนไปข้าสังเกตเห็นว่านางมีบางอย่างแตกต่างไปจากเดิมั้แ่นางฟื้นขึ้นมา” อวี่ป๋อเหวินกล่าว หลังมองน้องสาวเดินออกไปอย่างแปลกใจ
“แต่ข้ากลับรู้สึกว่าให้นางเป็เยี่ยงนี้ข้าก็รู้สึกสบายใจกว่าเดิมนะ” ท่านราชครูตอบ
“นั่นสิเมื่อก่อนข้าได้แต่หวังว่า ซวนเอ๋อจะพูดกับคนอื่นมากอีกสักนิดเก็บตัวน้อยกว่าเดิมอีกสักหน่อย หากนางแต่งออกไปจะได้พูดคุยกับคนอื่นได้บ้างข้ากลัวว่าหากนางยังเงียบและเก็บตัวเกินไปจะโดนบ้านสามีรังแกเอาได้อย่างน้อยวันนี้ซวนเอ๋อก็กล้าที่ขอออกไปข้างนอกข้าเป็มารดาย่อมต้องห่วงนางเป็ธรรมดา แต่ข้าก็รู้สึกดีใจขึ้นนะ” อวี่ฮูหยินพูดและยิ้มบางเบา อวี่ป๋อเหวินพยักหน้าขึ้นลงอย่างเห็นด้วย
ในอารามวัดอันเงียบสงบบนเขาเหรียงซานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ตั้งตระหง่านตรงกลางเบื่องหน้ามองลงมาราวกับกำลังเมตตาธรรมแก่มนุษย์ลำเทียนจุดส่องสว่างและควันธูปล่องลอยส่งกลิ่นหอมกระจายทั่วบริเวณช่วยให้จิตใจผู้เข้ามาณ พื้นที่แห่งนี้ได้สงบลง
หยาดน้ำใสไหลรินลงบนใบหน้างดงามของดรุณีน้อยร่างบางชุดสวมสีขาวเรียบง่ายที่นั่งอยู่บนพื้นไม้อารามดวงตากวางเรียวสวยเหม่อมองพระพุทธองค์อย่างเงียบ ๆั้แ่มาถึงประหนึ่งกำลังปล่อยจิตใจให้ล่องลอย เธอกำลังปล่อยความคิดออกไป
บ่าวรับใช้จินถิงและเจียหน่ายทั้งสองติดตามอวี่ซีซวนมาที่วัดแล้วนั่งมองคุณหนูของตนอยู่มุมห้องอารามอย่างเงียบ ๆ
“เจียหน่ายข้าเห็นคุณหนูนั่งเหม่อมองพระพุทธองค์ แล้วร้องไห้มาสักพักแล้วนะ”
“ข้าว่าคุณหนูคงคิดถึงพี่อู๋หลิงน่ะ ข้าได้ยินมาว่าคุณหนูเล่าเหตุการณ์ตอนจมน้ำให้ฮูหยินฟังพี่อู๋หลิงเป็คนพยายามดันคุณหนูขึ้นมาบนผิวน้ำ จึงถูกช่วยไว้ทัน คุณหนูคงเสียใจมาก”
“เป็ผู้ใดก็ย่อมเสียใจ คุณหนูยามนี้ช่างแตกต่างกับตอนที่ทำตัวร่าเริงอยู่ในจวนเหลือเกินคุณหนูคงไม่อยากให้ผู้ใดเป็ห่วง”
“นั่นสิ ข้าล่ะสงสารคุณหนูยิ่งนัก”
หญิงสาวกำลังปล่อยตัวจมอยู่กับความคิดมากมายในหัวของตัวเองทั้งเื่ราวในอดีตที่เกิดขึ้น นึกถึงว่าครอบครัวสกุลลี่ บุตรชายและเหล่าผู้รับใช้ของตัวเองหรือแม้กระทั่งเธอจะทำสิ่งใดต่อไปจากนี้
อวี่ซีซวนรู้สึกขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์และ์ที่เมตตาให้เธอกลับมาขอบคุณคุณหนูอวี่ซีซวนตัวจริงและอู๋หลิงที่เป็ส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอได้มาอยู่ตรงนี้อีกทั้งขอโทษในสิ่งที่จะกระทำต่อในภายภาคหน้า
ข้าขอสัญญากับดวงิญญาของคุณหนูอวี่ซีซวนผู้ล่วงลับว่าการแก้แค้นใด ๆ กำลังจะเกิดขึ้น เธอจะกระทำทุกสิ่งอย่างมีสติมากที่สุดไม่ทำให้สกุลอวี่ได้เดือดร้อนอย่างเด็ดขาด ขอให้ดวงิญญาผู้ล่วงลับจากไปอย่างสงบสุข อวี่ซีซวนภาวนาระลึกถึงในใจ
“จินถิง เจียหน่าย ออกไปข้างนอกกันเถอะข้าอยากเดินเล่นรอบวัดอีกสักหน่อย พวกเ้าไปบอกคนรถให้เตรียมรถม้าแล้วเดี๋ยวเราไปหาเดินเที่ยวตลาดกัน”
“พวกข้าสองคนหรือเ้าคะ” บ่าวทั้งสองถามย้ำกลับอย่างไม่แน่ใจในสิ่งที่ได้ยิน
“ใช่ ไปบอกคนรถ แล้วค่อยมาหาข้าข้าอยู่คนเดียวได้ รอตรงขอบเชิงเขานี้เอง พวกเ้ารีบไปเร็วสิ” แล้วทั้งสองก็รีบไปทำตามที่คุณหนู้า
[1] ไข่มุกงดงามบนฝ่ามือ หมายถึง สตรีอันเป็ที่รักและเป็ที่ปกป้อง