บทที่ 26 เ้าก้อนแป้งน้อยโมโหจนร้องไห้โฮ!
เซียวจิ้งเสวียนเห็นนางเป็เช่นนี้ ภายในใจก็เกิดความสงสารขึ้นมาบ้าง ทว่าเขากลับยังคงปั้นหน้าขรึมไร้ความรู้สึกเช่นเดิม เื่อื่นเขายังพอยอมลงให้ได้ แต่สำหรับเื่นี้เขาจะยอมโอนอ่อนไม่ได้เด็ดขาด!
เื่ราวของตระกูลเซียวคือภาระหน้าที่ของเขาเซียวจิ้งเสวียน เขาจะไม่มีวันดึงเด็กตัวเล็ก ๆ เข้ามาพัวพันด้วยเป็อันขาด ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่และลู่ชิงเห็นเ้าก้อนแป้งน้อยร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสาร ทั้งสองก็พลันรู้สึกปวดใจยิ่งนัก
"ใต้เท้า ท่านดูสิขอรับ..." ลู่ชิงขยับปากตั้งใจจะเอ่ยโน้มน้าวสักสองสามประโยค ทว่ากลับเห็นเซียวจิ้งเสวียนหันหลังหนีไป โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองพวกเขาสักนิด
"แง..."
เมื่อหรานหร่านเห็นเช่นนั้น นางก็ยิ่งร้องไห้สะอึกสะอื้นหนักกว่าเดิม
"หัวใจของท่านพ่อทำด้วยเหล็กไหลหรือหินผาหรือเ้าคะ? ข้า... ฮึก... ข้าร้องไห้จนปวดใจถึงเพียงนี้แล้ว โฮ..."
ทุกคน "..."
"เ้าหนุ่มเซียว มิใช่ว่าตาเฒ่าอย่างข้าอยากจะต่อว่าเ้าหรอกนะ แต่หรานหร่านเป็เด็กที่ทั้งฉลาด น่ารักน่าเอ็นดู ซ้ำยังว่าง่าย การได้แก้วตาดวงใจเช่นนี้มาเป็บุตรสาว นับเป็บุญวาสนาที่เ้าสั่งสมมาหลายภพหลายชาติ แล้วเหตุใดเ้าถึงใจจืดใจดำทนดูนางร้องไห้ได้ลงคอเล่า?" ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่เอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจนัก
"ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่!" ลู่ชิงขบกรามแน่น เขาลอบมองเซียวจิ้งเสวียนอยู่หลายแวบ ก่อนจะช่วยเอ่ยอธิบาย "ใต้เท้าของพวกเราส่งคุณชายน้อยทุกคนในจวนออกไปจนหมดสิ้น ก็เพื่อไม่ให้พวกเขาต้องมารับผลกระทบจากเื่ราวของตระกูลเซียวอย่างไรล่ะขอรับ"
"ใต้เท้าเองก็รักและเอ็นดูหรานหร่านไม่ต่างกัน เพียงแต่เขาไม่อยากให้เด็กตัวเล็ก ๆ อย่างนางต้องเข้ามาพัวพัน จนกลายเป็การทำร้ายนางในภายหลังต่างหาก!"
"ไม่ใช่นะเ้าคะ!" หรานหร่านส่ายหน้าดิกจนผมปลิว นางสูดน้ำมูกฟุดฟิด เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือปนสะอื้น
"หรานหร่านเก่งกาจมากนะเ้าคะ! ข้าดูแลปกป้องตัวเองได้!"
"ท่านอาจารย์เคยบอกไว้ว่า ขอเพียงหรานหร่านหมั่นทำความดี สั่งสมบุญกุศลให้มาก ๆ หรานหร่านก็จะมีอายุยืนยาวเป็ร้อยปีเลยนะเ้าคะ!"
เมื่อได้ยินประโยคนั้น สีหน้าของเซียวจิ้งเสวียนก็พลันฉายแววะเืใจออกมาเล็กน้อย ทว่าเขาก็ยังคงปิดปากเงียบไม่ยอมเอ่ยคำใดออกมา ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ยื่นมือไปเช็ดหยาดน้ำตาให้หรานหร่าน เขามองนางด้วยความเวทนาสงสาร ก่อนจะลอบทอดถอนใจออกมาเบา ๆ
"เ้าหนุ่มเซียวเอ๋ย หากทุกสิ่งที่แม่หนูน้อยพูดมาเป็ความจริง เช่นนั้นต่อให้เ้าจะพยายามบากบั่นสักเพียงใด ก็คงไม่อาจกอบกู้สถานการณ์ที่ตระกูลเซียวของพวกเ้ากำลังตกต่ำลงเรื่อย ๆ นี้ได้หรอก!"
"แม่หนูหรานหร่านผู้นี้ เ้าอย่าได้เห็นว่านางยังอายุน้อยเชียว ทั้งวรยุทธ์และวิชาแพทย์ของนางล้วนเป็เลิศ ซ้ำเื่ภูตผีปีศาจเ่าั้นางก็รับมือได้เป็อย่างดี ในยามนี้ เกรงว่าคงจะมีเพียงนางเท่านั้นที่สามารถช่วยเหลือเ้าได้!"
"ชายชราอย่างข้าย่อมเข้าใจถึงความลำบากใจและข้อกังวลของเ้าเป็อย่างดี แต่เ้าก็ควรจะลองเชื่อใจแม่หนูน้อยดูบ้าง!"
"ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่..." เซียวจิ้งเสวียนหันขวับกลับมา มองดวงหน้าน้อย ๆ ที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาอย่างน่าสงสารด้วยความปวดใจ เขากำลังจะขยับปากเอ่ยคำ ทว่ากลับเห็นเ้าก้อนแป้งน้อยยกมือขึ้นปาดน้ำตาส่งเดช แล้วเอ่ยขึ้นอย่างแง่งอน
"ฮึ! ในเมื่อท่านพ่อใจร้ายไม่ยอมให้หรานหร่านอยู่ข้างกาย เช่นนั้นหรานหร่านก็จะไปตามจับเ้าคนเลวนั่นด้วยตัวเองเ้าค่ะ!"
สิ้นคำ เ้าก้อนแป้งน้อยก็สับขาสั้น ๆ วิ่งออกไปทันที
เมื่อเซียวจิ้งเสวียนเห็นเช่นนั้น หัวใจก็พลันกระตุกวูบด้วยความตื่นตระหนก เขารีบหันไปสั่งการลู่ชิงเสียงหลง "เ้าจงรีบตามนางไป อย่าให้คลาดสายตาเป็อันขาด!"
"ขอรับ!" ลู่ชิงรับคำสั่งแล้วรีบวิ่งตามออกไปในทันที
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ทอดสายตามองเซียวจิ้งเสวียนอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะเอ่ยเตือนสติด้วยความหวังดี
"เ้าหนุ่มเซียวเอ๋ย เ้าจงนำคำพูดของตาเฒ่าอย่างข้าไปตรึกตรองดูให้ดีเถิด ภาระอันหนักอึ้งของตระกูลเซียวมิควรตกอยู่บนบ่าของเ้าเพียงผู้เดียว การร่วมแรงร่วมใจกันแก้ปัญหาต่างหากเล่า จึงจะเป็ยอดกุศโลบาย"
พูดจบ ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ก็ตบไหล่เขาเบา ๆ สองที
"ลองนึกถึงท่านปู่และท่านพ่อของเ้าดูสิ ว่าในอดีตพวกเขาประคับประคองตระกูลเซียวมาได้อย่างไร"
หลังจากทุกคนจากไปแล้ว เซียวจิ้งเสวียนยังคงยืนเหม่อลอยอยู่กับที่เนิ่นนาน ไม่อาจดึงสติกลับมาได้สองมือที่ทิ้งตัวอยู่ข้างลำตัวนั้นกำแน่นแล้วคลายออก ก่อนจะกลับมากำแน่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า การที่เขาส่งลูกหลานตระกูลเซียวทุกคนออกไปให้ไกลหูไกลตา แท้จริงแล้วมันเป็เื่ที่ถูกหรือผิดกันแน่?
หลังจากเดินพ้นประตูที่ว่าการอำเภอ ทั้งสามคนก็มุ่งหน้าไปยังหุยชุนถังพร้อมกัน
ในยามนี้ บรรยากาศหน้าหุยชุนถังกำลังวุ่นวายจนแทบจะควบคุมไม่ได้ บริเวณหน้าประตูมีผู้คนยืนจับกลุ่มอยู่ไม่น้อย ซ้ำร้ายสองฝั่งถนนยังมีชาวบ้านมุงดูเหตุการณ์กันอย่างเนืองแน่น นับเป็ขบวนการประท้วงที่ใหญ่โตทีเดียว
ชาวเมืองยงหลินทุกคนล้วนทราบดีว่า ในอดีตท่านหมอผู้เฒ่าสวี่เคยดำรงตำแหน่งหมอหลวงในวังมาก่อน วิชาแพทย์ของเขาล้ำเลิศเสียจนแม้แต่อดีตฮ่องเต้ยังเคยเอ่ยปากชื่นชม
หลังจากลาออกจากราชการ เขาก็ได้มาเปิดโรงหมอแห่งนี้ขึ้น ทำให้ทั้งผู้คนในเมืองยงหลินและละแวกใกล้เคียงต่างก็หลั่งไหลกันมารักษาตัวที่นี่เป็จำนวนมาก
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่เป็ผู้ทรงคุณวุฒิที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรม จึงเป็ที่เคารพรักและศรัทธาของชาวบ้านยิ่งนัก ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีผู้ใดกล้ามาสร้างความวุ่นวายที่หุยชุนถังเลยแม้แต่คนเดียว วันนี้นับว่าเป็ครั้งแรกจริง ๆ
จากเหตุการณ์นี้ก็พอจะทำให้เห็นได้ชัดแล้วว่า ตระกูลิ่มีอิทธิพลและฐานะสูงส่งในเมืองยงหลินเพียงใด ทันทีที่ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ก้าวเท้าเข้าไปด้านใน ก็เห็น 'ิ่สิงซาน' นายท่านผู้เฒ่าแห่งตระกูลิ่ นั่งถือไม้เท้าด้วยท่วงท่าดุดันน่าเกรงขามอยู่ตรงกลางโถงรับรอง โดยมีคุณชายทั้งสามแห่งตระกูลิ่ยืนขนาบซ้ายขวาคอยคุ้มกันอยู่ไม่ห่าง
รังสีอำนาจที่แผ่ออกมาจากคนกลุ่มนี้ช่างกดดันและน่าครั่นคร้ามยิ่งนัก
"ผู้เฒ่าิ่!"
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่พาหรานหร่านและลู่ชิงเดินเข้าไปด้านในอย่างสง่าผ่าเผย กลิ่นอายความน่าเกรงขามไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลยแม้แต่น้อย เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง
"การที่ผู้เฒ่าิ่พาคนมาบุกโรงหมอของข้ามากมายถึงเพียงนี้ คงมิใช่ว่าตั้งใจจะมาพังร้านของข้าหรอกกระมัง?"
"สวี่ซ่ง! ตาเฒ่าหน้าไม่อาย เ้าหมอเถื่อน!" ผู้เฒ่าิ่กระแทกไม้เท้าในมือลงบนพื้นเสียงดัง ก่อนจะตวาดลั่นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "เ้าดูให้ดีเถิด ว่าหลานชายหัวแก้วหัวแหวนของข้าิ่สิงซาน ถูกเ้ารักษาจนกลายสภาพเป็เช่นไรแล้ว!"
"หากวันนี้ตาเฒ่าอย่างเ้าไม่สามารถรักษาหลานชายของข้าให้หายดีเป็ปกติได้ล่ะก็ โรงหมอแห่งนี้ก็อย่าหวังว่าจะได้เปิดกิจการต่อไปเลย!"
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ปรายตามองคุณชายน้อยตระกูลิ่ที่กำลังนั่งตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัวอยู่ตรงมุมห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
"ผู้เฒ่าิ่ ท่านจงไล่คนของท่านออกไปให้หมดเสียก่อน ตาเฒ่าอย่างข้ามีเื่สำคัญบางอย่างจะสนทนากับท่านเป็การส่วนตัว"
"เ้าคิดจะทำอันใดกันแน่?"
ผู้เฒ่าิ่หรี่ั์ตาฝ้าฟางลงเล็กน้อย หนวดเคราสีดอกเลาที่รกรุงรังบนใบหน้ายิ่งขับเน้นให้เขาดูดุดันและน่าเกรงขาม เขาจ้องหน้าท่านหมอผู้เฒ่าสวี่เขม็งอย่างไม่วางตา
"ทำไมรึ?" ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ยกมือขึ้นลูบเคราของตน พลางเอ่ยด้วยท่าทีสบาย ๆ ไร้กังวล "ตาเฒ่าอย่างท่านกลัวว่าข้าจะจับท่านกินกระนั้นหรือ?"
ผู้เฒ่าิ่ยังคงนั่งตัวตรงตระหง่าน ไม้เท้าค้ำยันอยู่ระหว่างขาทั้งสองข้าง สองมือกุมทับกันอยู่บนหัวไม้เท้า เขาทอดสายตามองท่านหมอผู้เฒ่าสวี่อย่างลึกล้ำอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสะบัดมือขวาเป็เชิงสั่งให้ทุกคนล่าถอยออกไป
เมื่อคนของตระกูลิ่เห็นสัญญาณนั้น ต่างก็พากันทยอยเดินออกไปจากโถงรับรองอย่างเป็ระเบียบ ทางด้านท่านหมอผู้เฒ่าสวี่เองก็ลอบส่งสายตาให้คนของโรงหมอเช่นกัน บรรดาลูกจ้างต่างก็พากันเดินออกไปด้านนอกจนหมด ซ้ำยังช่วยปิดประตูโถงรับรองให้อย่างแ่า
ภายในโถงรับรองยามนี้ คนของตระกูลิ่จึงเหลือเพียงผู้เฒ่าิ่ บุตรชายทั้งสามของเขา และคุณชายน้อยตระกูลิ่ที่กำลังนั่งตัวสั่นกอดเข่าคุดคู้อยู่ตรงมุมห้องเท่านั้น
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ผายมือไปทางลู่ชิงพลางเอ่ยถาม "ทุกท่านพอจะจำชายผู้นี้ได้หรือไม่?"
ลู่ชิงก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ก่อนจะประสานมือคารวะผู้เฒ่าิ่อย่างนอบน้อม "ข้าน้อยลู่ชิง เป็องครักษ์ประจำตัวของใต้เท้าเซียวจิ้งเสวียน นายอำเภอคนใหม่ ขอคารวะผู้เฒ่าิ่และนายท่านทั้งสามขอรับ"
นายท่านสามิ่เอ่ยขึ้น "ข้าจำเ้าได้ เมื่อวานเป็เ้านี่เองที่พาคนของทางการออกค้นหาคน จนกระทั่งไปพบตัวบุตรชายของข้า"
"ขอรับ"
ลู่ชิงพยักหน้ารับ "เมื่อวานคุณหนูของข้าน้อยถูกนักพรตผู้หนึ่งลักพาตัวไป ข้าน้อยจึงรับคำสั่งจากใต้เท้าให้ออกค้นหา และในตอนที่พบตัวคุณชายน้อยตระกูลิ่ เขาก็กำลังอยู่กับคุณหนูของข้าน้อยพอดีขอรับ"
คำกล่าวอ้างเหล่านี้ แท้จริงแล้วเป็สิ่งที่ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่และลู่ชิงได้ตกลงเตี๊ยมกันไว้ล่วงหน้า เพื่อ้าจะปกปิดเื่ที่หรานหร่านไปจับผีเอาไว้ เพราะหากไม่ได้เห็นความสามารถของหรานหร่านด้วยตาตัวเอง การจะป่าวประกาศว่าเด็กน้อยผู้หนึ่งออกไปจับผีสาง ย่อมเป็เื่ที่ยากจะทำให้ผู้อื่นปักใจเชื่อได้ลง
เมื่อลู่ชิงกล่าวจบ หรานหร่านก็ก้าวเท้าออกมายืนด้านหน้า นางยืดอกขึ้นอย่างผ่าเผย สบตากับผู้เฒ่าิ่โดยไม่มีท่าทีเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว "เป็ข้าเองเ้าค่ะ"
"ข้าเห็นกับตาเลยว่านักพรตผู้นั้นดึงเอาบางสิ่งบางอย่างออกไปจากร่างของพี่ชาย หลังจากนั้นพี่ชายก็กลายเป็สภาพเช่นนี้เลยเ้าค่ะ!"
"จริงสิ! นักพรตผู้นั้นยังบอกอีกด้วยนะเ้าคะ ว่าพี่ชายเกิดใน ปีหยิน เดือนหยิน วันหยิน และยามหยิน ซึ่งดวงิญญาของคนที่มีดวงชะตาเช่นนี้ จะสามารถนำไปหล่อเลี้ยงและสกัดเป็ไอสังหารได้ง่ายที่สุดเ้าค่ะ!"