โจวชิงหลานเดินออกมาจากบ้านหลี่พร้อมลูกสาวทั้งสองคน ถือเงินสองร้อยหยวนไว้แน่น ด้วยความที่ไม่รู้จะไปทางใหนก่อน จึงหันไปถามลูกสาวคนโต
"ชิงเหมย เราจะไปที่ใหนก่อนดีจ้ะ"
โจวชิงหลานตอนนี้อายุได้ สามสิบสองปี เป็คนตำบลซาน ใกล้กับตำบลหยาง ซึ่งอยู่ในเมืองเจิ้งโจว
โจวชิงหลานรู้ว่า กลับบ้านเก่าของตนไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะที่บ้านสภาพความเป็อยู่ก็ไม่ต่างกันอะไรกับบ้านหลี่ ทั้งยากจนกว่าด้วยซ้ำ ถึงจะรู้ว่ามารดาของตน จะไม่รังเกียจหลานทั้งคู่ก็เถอะ แต่ถึงไปก็ไม่มีที่ให้อยู่ เพราะบ้านที่ตำบลซาน มีเพียงสองห้อง แต่มีคนอยู่เต็มหมดแล้ว
หลี่ชิงเหมยพยายามเค้นความคิดของร่างเดิมว่าจะไปตั้งต้นตรงใหนได้
"แม่คะ น้าสามทำงานอยู่ที่โรงงานในตัวเมืองใช่ไหมคะ" ชิงเหมยจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่า โจวชิงเทียน น้าสามของตน น้องชายของโจวชิงหลาน ทำงานอยู่ที่โรงงานในตัวเมือง
"เราลองไปหาน้าสามดูก่อนไหมคะ เผื่อพอจะหาที่พักก่อนได้ อีกอย่าง โรงเรียนของหนูก็อยู่ในเมือง ส่วนหลิงเอ๋อเดี๋ยวเราค่อยย้ายมาเรียนที่เดียวกันด้วยเลย ถ้าหาที่พักแถวนั้นได้ ก็จะสะดวกขึ้นนะคะ"
หลี่ชิงเหมยนั้นเรียนอยู่ชั้นมัธยมปีที่สี่ในตัวเมือง ส่วน หลี่หลิงนั้นเรียนจบชัั้นประถมหกในตำบลหยางแล้ว
โจวชิงหลานพยักหน้าตกลง ทั้งสามจึงขึ้นรถประจำทางเข้าไปในตัวเมืองเสียค่ารถโดยสารไปทั้งหมด สามสิบเฟิน
พอรถโดยสารเดินทางมาถึงในตัวเมือง ทั้งหมดก็เดินเท้าต่อไปในยังโรงงานของน้องชายโจวชิงหลาน
เดินไปเป็ชั่วโมง กว่าจะถึงโรงงานอุตสาหกรรมที่โจวชิงเทียนทำงานอยู่ เขายังไม่เลิกงาน ทั้งสามจำเป็ต้องรอที่หน้าโรงงานก่อน
"หิวกันไหมจ้ะ หาอะไรกินก่อนดีไหม"โจวชิงหลานเป็ห่วงลูกๆทั้งสอง ั้แ่เกิดเื่ตอนเช้า ก็ยังไม่ได้กินอะไรกันเลย
ทั้งหมดเดินเข้าไปที่ร้านบะหมี่ข้างๆกับโรงงาน สั่งบะหมี่หมูแดงมาคนละถ้วย ราคาถ้วยละสิบห้าเฟิน นี่เป็มื้อแรกของวัน
ชิงเหมยตอนนี้กำลังเค้นสมองของตนว่า ณ ตอนนี้เป็่ปลายปี1976 จะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง จะสามารถหาเงินได้จากตรงใหนได้บ้าง ยิ่งคิดยิ่งหิว กินก่อนละค่อยว่ากัน
พอโรงงานถึงเวลาเลิกงาน โจวชิงหลานก็ชะเง้อมองหาน้องชายตน
"ชิงเทียนๆๆ ทางนี้ๆ" โจวชิงหลานเห็นน้องชายตนเดินออกมาก็ร้องเรียก
"เอ้า พี่รอง เกิดอะไรขึ้นครับ ถึงมาหาผมได้"
โจวชิงเทียนที่เพิ่งเลิกงานออกมา ก็แปลกใจที่เห็นพี่สาวตนมาหา
"เกิดเื่ที่บ้านหลี่น่ะ"โจวชิงหลานเล่าเื่ราวให้น้องชายฟังทั้งหมด
โจวชิงเทียนรู้สึกโกรธแทนพี่สาวของตนเป็อย่างมาก มีอย่างที่ใหน ขนาดสามีของพี่ตนส่งเงินมาให้ตั้งมากมาย พอตายไปกลับไล่ลูกเมียเขาออกมาซะอย่างนั้น
"แล้วพี่จะทำยังไงต่อล่ะครับ"
"ตอนนี้พี่พอมีเงินอยู่นิดหน่อย อยากจะหาที่พักก่อน ตอนนี้หลิงเอ๋อจบชั้นประถมแล้วชิงเหมยเองก็เรียนอยู่ที่นี่อยู่แล้ว เลยว่าจะหาลู่ทางในตัวเมืองนี่เลย"
"ได้ครับพี่ แล้วหลานๆอยู่ใหนล่ะคับ"
ชิงเหมย กับ หลี่หลิง นั่งรออยู่ที่ร้านบะหมี่ โจวชิงหลาน ออกไปหาน้องชายคนเดียว
โจวชิงเทียนพอทราบเื่ก็มองหาบ้านพักพนักงานที่ว่างอยู่ พนักงานบางคนก็ไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่ หลายคนมีบ้านมีครอบครัวอยู่ในเมืองอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีสิทธิ์เช่าบ้านพักของพนักงานในราคาถูกอยู่ แล้วค่อยมาปล่อยเช่าต่อให้คนภายนอก ทำรายได้อีกทางหนึ่งได้
โจวชิงเทียนวนถามหาคนปล่อยเช่าห้อง จนได้มาห้องหนึ่ง ในราคาเดือนละ 5หยวน เป็ห้องเดี่ยวที่ใช้ห้องน้ำรวม ยังดีที่ห้องที่ได้เป็ตึกของพนักงานหญิง จึงไม่มีปัญหาอะไร
"ถ้าพี่มีอะไร พี่มาหาผมที่ตึกข้างๆนะ ชั้นสองห้องแรก พี่เข้ามาเรียกผมได้เลย"
โจวชิงหลานเอ่ยขอบใจน้องชายตน แล้วก็พาหลี่ชิงเหมยกับหลี่หลิงเข้าไปที่ห้องพัก
ห้องพักขนาด6×6เมตรนี้ ทั้งห้องมีเตียงอยู่แค่ตัวเดียว และก็พื้นที่ทำอาหารติดระเบียง ชิงเหมยคิดว่า ก็ยังดีนะที่ยังมีเตียง แต่ปัญหาคือ ไม่มีฟูกนอน ละจะนอนยังไง?
โจวชิงหลานบอกทั้งคู่ว่า เดี๋ยวหลังจากพักกันสักแปปแล้วเราออกไปหาซื้อฟูกกัน
หลังจากนั่งพักพร้อมกับเอาของกับเสื้อผ้าที่มีอยู่น้อยนิดเก็บไว้ที่ห้องเช่าแล้ว ทั้งสามก็เข้าไปหาซื้อฟูกนอน พร้อมผ้าห่มอีกสามผืน หมอนอีกสามใบ รวมของทั้งหมดเป็เงิน 34 หยวน ตอนนี้เงินที่เหลือ160หยวนกับอีก25เฟิน
ชิงเหมยคิดว่าถ้าไม่รีบหาเงิน ทั้งสามคงอยู่ได้ไม่ถึงเดือนแน่ๆ เพราะเดือนหน้าก็จะเปิดเรียนแล้วต้องจ่ายค่าเทอมของชิงเหมย 15หยวน หลี่หลิงก็ต้องเข้าเรียนมัธยมในเมืองอีก ค่าเทอมรวมทั้งค่าอุปกรณ์อีก
ชิงเหมยตอนนี้เค้นสมองอย่างหนักว่าจะหาเงินยังไงดี
..................................