หลังจากที่ต้าหมิงเอาชนะเหล่ยจั่วแล้วต้าหมิงก็ไม่คิดจะอยู่ที่สังเวียนนานและกลับมาพักผ่อนที่โรงเตี้ยม ต้าหมิงนั้นอ่อนเพลียอย่างมากหลังจากต่อสู้กับเหล่ยจั่วครั้งนี้พลังเวทย์และพลังกายถูกเผาผลาญออกไปจนหมด
“นายท่านร่างกายของท่านเป็นอย่างไรบ้าง” เหม่ยซูนวดให้กับต้าหมิงอย่างชำนาญทันที
“ค่อนข้างไม่ดี พลังกายของข้าในตอนนี้ต้องใช้เวลา 2 ถึง 3 วันถึงจะกลับมาเหมือนเดิม การปะทะกับพลังเวทย์ที่เทียบได้กับจอมพลขั้นสูงด้วยพลังระดับขุนพล มันเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำจริงๆ” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับเอนตัวให้หญิงสาวทั้งสามคอยนวดให้
“ทำไมข้ารู้สึกว่านายท่านเหมือนไม่ใช้พลังทั้งหมดแต่กลับซ่อนพลังเอาไว้แทนละ” หมิงเฉียนกล่าว
ตาหมิงที่หลับตาอยู่ก็ยกยิ้ม เขาไม่คิดว่าหมิงเฉียนจะมีสายตาที่เฉียบคมแบบนี้ ใช่แล้วถ้าต้าหมิงใช้พลังของอสูรมายาทั้งหมดการจะเอาชนะอีกฝ่ายนั้นก็ไม่ได้ยากเกินไป
“เจ้าคิดมากไปแล้ว” ต้าหมิงกล่าว
หมิงเฉียนมองไปยังใบหน้าที่สวมหน้ากากเอาไว้ด้วยความแปลกใจ นางรู้สึกได้ว่าต้าหมิงนั้นไม่ได้เอาจริงแน่ๆ แต่นางก็ไม่คิดจะถามต่อ แต่นางเองก็อยากจะเห็นใบหน้าของต้าหมิงภายในหน้ากากอย่างมาก อัจฉริยะระดับต้าหมิงมีหน้าตาอย่างไรกันแน่และทำไมต้าหมิงกลับไม่เหมือนกับครึ่งอสูรทั่วๆไปเลย
อย่างเช่นเหม่ยซูและเหม่ยจูมีหูและหางเหมือนกับจิ้งจอก แต่อสูรคลั่งกลับไม่มีอะไรเลยที่เหมือนกับอสูรมีเพียงแค่กลิ่นอายอสูรที่ยริสุทธิ์เท่านั้นเอง
ไม่ใช่แค่หมิงเฉียนเท่านั้นแม้แต่พวกเหม่ยซูเองก็ยังไม่เคยเห็นใบหน้าของอสูรคลั่งเลยสักคนเดียว มีเพียงคนเดียวที่เห็นใบหน้าของอสุรคลั่งนั้นก็คือจักรพรรดจิ้งจอก มีเพียงนางที่เห็นใบหน้าของต้าหมิงและนางก็ได้สั่งห้ามไม่ให้ใครไปยุ่งกับหน้ากากของต้าหมิงเช่นกันทำให้สองปีมานี้ไม่มีใครคิดจะเปิดหน้ากากของอสูรคลั่งออก
“การต่อสู้ในวันนี้ต้องทำให้หลายคนระวังตัวอย่างแน่นอนและศัตรูคนต่อไปที่มาท้าประลองกับท่านจะต้องแข็งแกร่งขึ้นมากแน่” เหม่ยจูกล่าว
“นั่นสินะ เพราะงั้นข้าควรจะพัฒนาตัวเองได้แล้ว” ต้าหมิงถอนหายใจและกล่าวขึ้น
ตอนนี้ต้าหมิงปรับแต่งแกนเวทย์ของตนเองให้มั่นคงอย่างมากรากฐานของแกนเวทย์คือสิ่งสำคัญเพราะมันคือกุญแจที่จะช่วยให้ไปถึงระดับที่สูงกว่าระดับจักรพรรดิได้ง่ายขึ้น
“ถ้านายท่านไปถึงระดับจอมพล คนที่จะต่อสู้กับท่านได้ก็เหลือน้อยอย่างแน่นอน” เหม่ยซูกล่าว
“หมิงเฉียนตอนเดินกลับมาหมิงเย่มองมาที่เจ้าด้วยสายตาเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าอย่างชัดเจนดังนั้นช่วงนี้อย่าพึ่งไปใหนคนเดียวให้อยู่กับข้าตลอดเวลาเข้าใจหรือไม่” ต้าหมิงกล่าว
“ขอบคูณนายท่านที่เป็นห่วงข้าจะทำตามคำสั่งของท่านอย่างเคร่งครัด” หมิงเฉียนกล่าว
ทางด้านอาณาจักรอสนี จักรพรรดิอสนีที่ได้รับรู้ว่าอุปกรณ์เวทของตนเองถูกชิงไปก็โกรธแค้นอย่างมาก
“สวะ สวะสิ้นดี ข้าให้เจ้านั่นยืมอุปกรณ์เวทของข้าไปเพื่อสังหารเจ้าอสูรคลั่งแต่มันกลับถูกสังหารซะเองแถมอุปกรณ์เวทของข้ายังถูกชิงไปอีก” จักรพรรดิอสนีคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง
ป้ายคำสั่งจักรพรรดิสนีนั้นสำคัญกับจักรพรรดิสนีอย่างมากด้วยมีมันอยู่ทำให้จักรพรรดิอสนีหยิ่งยโสต่อหน้าใครก็ได้และไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดเพราะด้วยการเพิ่มพลังโจมตี 2 เท่าทำให้จักรพรรดิคนอื่นยังต้องเกรงกลัว
“ไป เจ้าส่งทูตออกไปเจรจากับเจ้าอสูรคลั่งนั้นไว่ว่ายังไงก็จงนำป้ายคำสั่งของข้าเอามาให้ได้” จักรพรรดิอสนีหันไปทางหญิงสาวที่งดงามสวมชุดม่วงทันที
“ท่านพ่อ ท่านคิดว่าทางฝั่งนั้นจะยอมคืนให้งั้นเหรอ ด้วยความเจ้าเล่ห์ของจักรพรรดิจิ้งจอกนางไม่มีทางคืนแน่” บุตรสาวของจักรพรรดิอสนีกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบ
ในบรรดาบุตรทั้งหมดหลายคนของจักรพรรดิอสนี กว่าครึ่งได้ตกตายเพราะการชิงอำนาจใจอาณาจักรแล้ว ส่วนหญิงสาวชุดม่วงนี้คือองค์หญิงใหญ่ที่ทุกคนต่างหวาดกลัวเพราะนางสืบทอดนิสัยที่ชั่วร้ายและเจ้าเล่ห์มาจากจักรพรรดิอสนีเต็มๆทำให้จักรพรรดิอสนีเตรียมให้นางและเหล่ยเฟิงแต่งงานและสืบทอดตำแหน่งจักรพรรดิแทนตน
“บุตรข้า ในบรรดาบุตรทั้งหมดเจ้าคือคนที่เข้าใจข้ามากที่สุดและไม่เคยทำให้ข้าผิดหวังเพราะงั้นครั้งนี้ข้าจะให้เจ้าจัดการ” จักรพรรดิอสนีกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ถ้าเป็นคำสั่งของท่านพ่อข้าย่อมไม่ขัดแต่ข้ามีคำขอหวังว่าท่านพ่อจะรับปากข้า” เหล่ยอิงกล่าว
“เจ้าว่ามาได้เลย” จักรพรรดิอสนีกล่าว
“ถ้าข้าทำสำเร็จข้าขอให้ท่านพ่อยกเลิกการหมั้นของข้ากับเหล่ยเฟิง” เหล่ยอิงกล่าว
“ทำไม เหล่ยเฟิงทำให้เจ้าไม่พอใจงั้นเหรอ” จักรพรรดิอสนีกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว
“ใช่ เขาทำให้ข้าผิดหวัง สายของข้ารายงานมาว่า ตัวเขาในตอนนี้ด้อยยิ่งกว่าหมิงเย่เสียอีก ตั้งแต่เหล่ยเฟิงพ่ายแพ้ให้แก่ต้าหมิงมารในใจของเขาก็ปรากฎออกมาแล้วต่อให้ต้าหมิงจะตายไปมารในใจนั้นก็ไม่หายไป แถมตอนนี้อัจฉริยะมากมายกลับปรากฎตัวออกมาทำให้เมื่อเทียบกับคนพวกนั้นแล้วเหล่ยเฟิงกลับด้อยกว่าอีกด้วย ตัวข้านั้นไม่ต้องการผุ้ชายที่ไร้ประโยชน์ ส่วนตำแหน่งจักรพรรดิถ้าไม่มีใครที่เหนือไปกว่าข้าได้ ข้าจะเป็นคนขอรับตำแหน่งไปเอง” เหล่ยอิงกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า สมแล้วที่เป็นบุตรสาวของข้า ไม่สนใจของที่ไร้ประโยชน์ ก็จริงที่เหล่ยเฟิงในตอนนี้ค่อนข้างทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ เอาละถ้าเจ้าทำงานนี้สำเร็จข้าจะจัดการให้กับเจ้าอย่างแน่นอน” จักรพรรดิอสนีกล่าว
“ขอบคุณท่านพ่อที่ยอมรับฟัง” เหล่ยอิงกล่าว
หลังจากนั้นเหล่ยอิงก็ได้พาคนของนางเดินทางไปยังเมืองราตรี เหล่ยอิงนั้นเป็นถึงครึ่งก้าวระดับจักรพรรดิ ไม่เพียงแค่ความงามและความเจ้าเล่ห์ของนาง แต่พรสวรรค์ของนางก็สูงมาก แต่นางมักจะไม่ค่อยปรากฎตัวและคอยชักใยอยู่เบื้องหลังมาตลอดจนทำให้น้อยคนนักจะรู้ถึงตัวตนของนาง
แต่ครั้งนี้นางต้องลงมือด้วยตัวเองเพราะนางไม่รู้ว่าจักรพรรดิจิ้งจอกจะลงมือด้วยตัวเองหรือไม่ เล่ห์เหลี่ยมของจักรพรรดิจิ้งจอกแม้แต่จักรพรรดิสนียังต้องเกรงกลัวอยู่ส่วนหนึ่งดังนั้นนางจึงประมาทไม่ได้
ทางด้านต้าหมิงหลังจากพักฟื้นได้สามวันก็มีคนท้าประลองอีกครั้งแน่นอนว่าครั้งนี้เป็นอัจฉริยะของเผ่าภูติต้าหมิงย่อมตอบรับแต่ก่อนจะถึงตอนนั้น ต้าหมิงก็ยกระดับพลังของตัวเองสำเร็จแล้วเรียบร้อย
หลังจากทะลวงกลายเป็นจอมพลแกนเวทย์ของต้าหมิงก็เปลี่ยนไปขนาดของมันใหญ่ขึ้นกว่าเก่าหลายเท่าความหนาแน่นของพลังเวทย์ก็สูงขึ้นมากพลังทั่วร่างของต้าหมิงเหมือนกับได้รีบการเกิดใหม่ทำให้เต็มไปด้วยพลังเวทย์เช่นกัน