ตอนที่ 3 (8)
“ตามหาผมทำไมหรือครับ พวกเขาอยากเกิดใหม่หรือ”
“ยาหวน นักชิมคนนี้มีแฟนคลับนับไม่ถ้วน และนายดันทำให้ไอดอลของเขาโหยหาของบางอย่างแต่กลับไม่ได้ พวกเขาไม่ไล่ตามจับนายสิแปลก” ต้าโจวตบบ่าของหร่วนจือหวนพลางเอ่ย “ถึงแม้จะมีผีมากมายที่ได้แค่สงสัยใคร่รู้เื่ตัวตนของนาย แต่จะเข้าออกที่ไหนก็ระวังหน่อยแล้วกัน คอยระวังพวกผีเอาไว้ด้วย”
“ครับ” หร่วนจือหวนรีบเอ่ยปากพลางพยักหน้าอย่างรวดเร็ว “ขอบคุณพี่ต้าโจวที่ชี้แนะ”
“อีกอย่าง นายไม่ต้องไปทำซุปนั่นอีกแล้ว ตอนนี้ข้างนอกกำลังบ้าคลั่ง ถ้าซุปนั่นปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง พวกเขาอาจจะเริ่มทะเลาะวิวาทจนต่อยตีกันขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้”
“...เข้าใจแล้วครับ ่นี้ผมจะต้มสูตรที่ธรรมดาที่สุดครับ”
และหร่วนจือหวนก็คิดว่าพอผ่านไปสักสองสามวัน ความร้อนแรงของเื่นี้ก็คงจะค่อยๆ จางหายไป
ทว่าเขาประเมินความน่ากลัวของบรรดาผีในนรกที่มีต่อน้ำแกงยายเมิ่งต่ำเกินไปโดยสิ้นเชิง เขาเลิกงานยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ความตื่นเต้นของฝูงชนก็ได้พุ่งทะยานสูงขึ้นถึงขนาดว่ามีคนมาที่บริษัทน้ำแกงยายเมิ่งจำกัดเพื่อยื่นหนังสือคำร้อง ขอร้องให้ทำน้ำแกงยายเมิ่งที่แสนอร่อยตามคำเล่าลือออกมา เื่ราวเริ่มย่ำแย่ลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายผู้บริหารของบริษัทถึงกับต้องมาพบเหล่าผีที่ร้องเรียนด้วยตัวเอง พลางประกาศว่า ‘เขาจะมอบคำอธิบายให้กับเหล่าผีทั้งนรกได้ฟัง’
ทันทีที่พูดคำพูดนี้ออกมา ทั้งนรกก็แทบะเิเลยทีเดียว
และแรงะเินี้ ย่อมะเืไปถึงห้องทำงานอธิการบดีมหาวิทยาลัยสาขาด้วยเช่นกัน
“เฮ้ ฉินเฟิง นายดูข่าวนี้สิ คิดไม่ถึงเลยว่ามีผีที่ดื่มน้ำแกงยายเมิ่งไปแล้วพูดว่าจะกลับมาดื่มอีกชามด้วย!”
แน่นอนว่าป๋ายเจาหนานในตอนนี้กำลังอู้งานไถหน้าจอมือถือเล่น จนเป็เหตุให้เขาได้เห็นบทความของนักชิมและข่าวของฝูงชนไปร้องเรียนเหล่านี้
“หากนายอยากกิน ฉันก็ไม่ถือสาที่จะต้มให้นายกินด้วยตัวเอง ฉันรับประกันเลยว่าหลังจากที่นายกินไปแล้วแม้ตัวเองเป็อะไรก็จำไม่ได้แน่นอน” พอเห็นป๋ายเจาหนานแสดงออกอย่างเปิดเผยว่ากำลังอู้งาน แววตาที่เย็นะเืของฉินเฟิงก็กวาดมองผ่านไป และส่งสัญญาณเตือนอย่างดุร้าย
แต่พอพูดถึงน้ำแกงยายเมิ่ง เขาก็พลันคิดขึ้นมาได้ว่า งานหลักของหร่วนจือหวนก็คืองานต้มน้ำแกงยายเมิ่ง ดังนั้นแม้เขาจะเอ่ยปากปรามอีกฝ่าย ทว่าร่างกายที่ซื่อสัตย์ยิ่งของเขากลับลอยไปหยุดอยู่ข้างตัวป๋ายเจาหนานแล้วดูมันด้วยกันกับเขา
“ตัวเองก็รีบลอยมาดูเหมือนกันไม่ใช่...”
“นายว่าอะไรนะ”
“ฉันไม่ได้พูดอะไรเลย! ฉันจะบอกว่านายลองดูตรงนี้สิ...ดูสิ เขาพูดว่าสามารถต้มน้ำแกงยายเมิ่งเป็ซุปครีมหอยลายได้ด้วย! นี่มันเทพขนาดไหนกันเนี่ย”
ซุปครีมหอยลายงั้นหรือ
ฉินเฟิงขมวดคิ้วทันที เขากวาดตาอ่านข่าวนั้น และคล้ายจะนึกขึ้นมาได้ว่า เมื่อวันศุกร์ที่แล้วเขาชี้ไปที่ซุปครีมหอยลายพลางบอกว่าอยากกินมัน หลังจากนั้นก็มีผีตัวหนึ่งพูดว่ายังไม่เคยทำและอยากจะท้าทายดูสักหน่อยมิใช่หรือ
ถึงนักชิมจะไม่ได้ระบุชื่อแซ่เอาไว้ และไม่ได้อธิบายเอกลักษณ์ของยายเมิ่งคนนั้นออกมา แต่ฉินเฟิงกลับดูออกว่ายายเมิ่งผู้นั้นคือหร่วนจือหวนอย่างอธิบายไม่ถูก
ซึ่งการใช้ข้าวของของบริษัทเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องออกเงินเอง ก็ดูเหมือนจะเป็วิธีการของพ่อครัวเขาจริงๆ
ถึงจะพูดชัดแล้วว่าหากไม่อร่อยก็อย่ามาว่าเขา แต่ตัวเองกลับแอบไปฝึกก่อนอยู่ดี ซึ่งการที่หร่วนจือหวนเป็แบบนี้ก็น่ารักมากจริงๆ
“เขาบอกว่าซุปนี้จะต้มให้กับเพื่อนผีของเขาเท่านั้น ช่างน่าเกลียดเหลือเกิน ตอนนี้ถ้าบอกว่าอยากกินน้ำแกงดีๆ ก็จะต้องไปคบหากับพวกยายเมิ่งหรือ...” ในขณะที่ป๋ายเจาหนานกำลังขบคิดเขาก็พลันสังเกตเห็นว่ามุมปากของผีร้ายที่อยู่ข้างตัวเขาดันยกขึ้นมาอย่างกะทันหัน ซึ่งมันก็ทำให้เขาใจนกรีดร้องขึ้นมาว่า “ฉินเฟิง อยู่ดีๆ นายยิ้มกริ่มขึ้นมาทำไมกัน”
“นายสิยิ้มกริ่ม” ฉินเฟิงชินกับการที่ป๋ายเจาหนานไม่มีอะไรทำก็กล่าวหาเขามานานแล้ว แต่ครั้งนี้เขาไม่ทำกระทั่งกวาดสายตาเ็าใส่ด้วยซ้ำ ั์ตาสีดำของเขาจับจ้องเพียงข่าวบนหน้าจอเท่านั้น ซึ่งเขาก็รู้สึกโดยสัญชาตญาณว่ากลอนที่คอยปฏิเสธความรู้สึกของเขาเอาไว้ขึ้นสนิมอย่างช้าๆ
การที่มีผีตัวหนึ่งแอบทำอะไรบางอย่างให้เขาลับหลังอย่างสุดความสามารถเพียงเพราะคำที่ไม่ทันคิดของตัวเอง ซึ่งความรู้สึกที่ทำให้อบอุ่นมากเช่นนี้ ก็ยิ่งทำให้เขาหมกมุ่นไปกับมันหนักขึ้นเรื่อย ๆ
นับั้แ่ที่เขาหาเวลาว่างเพื่อหร่วนจือหวนในทุกวันศุกร์ เขาก็สังเกตว่าตัวเองได้เสียการควบคุมไปแล้ว เขาเอาแต่มองข้ามมันมาตลอด และอาศัยข้ออ้างว่า ‘อร่อย’ เพื่อเมินเฉยต่อการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง แต่พอหันกลับมามอง เขาก็ต้องยอมรับมัน
ถึงจะมีบางเื่ที่มองข้ามไปจนถึงที่สุด แต่มันก็จะพุ่งมาบีบบังคับให้ตัวเองต้องเผชิญหน้ากับมันอยู่ดี
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม วันนี้หลังจากเลิกงานแล้วเขาแวะไปซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อเค้กดอกพลับพลึงสักสองสามกล่องก่อนดีกว่า
ฉินเฟิงไม่ได้สังเกตว่าตัวเองผิดปรกติมากไป ทว่าแววตาของป๋ายเจาหนานกลับเผยประกายตรึกตรองออกมา เพราะอีกฝ่ายดูสนใจข่าวจนลืมไปว่าตัวเองกำลังยิ้มกริ่ม ซึ่งอีกฝ่ายน่าจะต้องรู้จักผีตัวนั้นอย่างน้อยแปดส่วนแน่นอน ไม่เพียงแค่นี้ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะมีความรู้สึกพิเศษบางอย่างกับผีตัวนั้นอีกด้วย
เขาไม่รู้ว่าฉินเฟิงไปรู้จักมักจี่กับยายเมิ่งได้อย่างไร แต่ยากนักที่อีกฝ่ายจะแสดงอารมณ์แบบผีๆ นี้ออกมาได้สักที ซึ่งป๋ายเจาหนานก็เห็นว่าตัวเองคือผู้บังคับบัญชาที่มีความสามารถที่สุดในแดนรนก ฉะนั้นเขาจะต้องออกหน้าและทำตัวเป็เทพช่วยเหลือเสียแล้ว
แต่เงื่อนไขก็คือ เขาจะต้องรับประกันให้ได้ก่อนว่าฉินเฟิงจะไม่มาแก้แค้นเขากลับน่ะสิ