“บรรพบุรุษจะอภิเษกหรือ”
ซูอวิ๋นเบิกตากว้าง จ้องมองซูฉางเซิงด้วยความตกตะลึงอย่างสุดจะพรรณนา
ไม่ใช่เพียงเขาเท่านั้นเหล่าผู้าุโ รวมถึงผู้าุโสูงสุดทุกท่านต่างก็ตะลึงเช่นกัน
ซูชิงเองก็ตะลึงไม่แพ้กัน ดวงตางามเบิกกว้าง จ้องมองซูฉางเซิงอย่างไม่เชื่อสายตา
อภิเษกหรือ
ทั้งยังจะอภิเษกกับคนรุ่นหลังจากตระกูลกู้อีกรึ
เหล่าผู้าุโต่างก็สับสน พวกเขาไม่คิดเลยว่าบรรพบุรุษฉางเซิงที่อยู่เดียวดายมานานนับพันปีจะคิดเข้าอภิเษก!
นี่มันเป็เื่ปาฏิหาริย์ราวกับต้นไม้เหล็กออกดอกหรือไม่
แต่เมื่อคิดดูดีๆ ก็ไม่น่าแปลกใจกระไร
บรรพบุรุษฉางเซิงนั้นหล่อเหลายิ่งนักเป็บุรุษรูปงามหาผู้ใดเทียบ บัดนี้ยังบรรลุขั้นเซียนนักบุญแล้วมีอายุยืนยาวถึงห้าหมื่นปี อยู่ใน่วัยหนุ่มรุ่งโรจน์อย่างที่สุด
ด้วยอายุขัยที่ยาวนานเช่นนี้การมีภรรยาสักสองสามคนเพื่อเป็เพื่อนคู่คิดก็เป็เื่ปกติ
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เหล่าผู้าุโต่างก็ฟื้นจากความตกตะลึง แล้วค่อยๆยอมรับเื่นี้
สถานการณ์เช่นนี้พบเห็นได้บ่อย เพียงแต่ตอนที่ได้ยินครั้งแรกก็อดตกตะลึงไม่ได้เท่านั้น
อย่างไรก็ตามสิ่งที่พวกเขาประหลาดใจคือ เหตุใดบรรพบุรุษจึงอภิเษกกับผู้สืบเืเนื้อเชื้อไขของตระกูลกู้และยังเป็คนรุ่นหลัง ทั้งที่กำจัดผู้สืบเชื้อสายโดยตรงของตระกูลกู้ไปจนสิ้นแล้ว
คนรุ่นหลังผู้นี้ก็มิได้แข็งแกร่งกระไร เพียงระดับทะเลปราณเท่านั้น พร์ก็ธรรมดาสามัญมีเพียงรูปลักษณ์ที่วิไลกว่าผู้อื่นเล็กน้อยก็เท่านั้น
หากบรรพบุรุษยินดี้าภายในตระกูลซูมีสตรีอัจฉริยะมากมายให้เขาเลือกสรร แม้แต่ในดินแดนเป่ยหวงแห่งนี้ก็ยังมีเทพธิดาและนักบุญที่มีพร์น่าทึ่งอีกมาก
ขอเพียงบรรพบุรุษเอ่ยปาก สำนักต่างๆ ยินดีที่จะส่งเทพธิดาและเซียนสาวมาให้ถึงหน้าประตู
หรือบรรพบุรุษจะหลงรักคนรุ่นหลังจากตระกูลกู้ผู้นี้จนอยากจะอภิเษกด้วยหรือ
“หืม!”
ในชั่วขณะหนึ่งเหล่าผู้าุโต่างก็นึกถึงเื่ราวในตำนานต่างๆที่บรรยายถึงบรรพบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่หลงรักหญิงสาวธรรมดา
ด้านข้าง กู้ชิงเกอมีสีหน้าราบเรียบเ็ามองดูเหล่าผู้าุโที่ตกตะลึง และเริ่มจินตนาการไปต่างๆ นานา ในใจเปี่ยมล้นความรังเกียจ
คนเขลาพวกนี้คิดว่านางอยากได้นักรึ
เซียนกระจอกงอกง่อยเพียงผู้เดียวเมื่อนึกถึงเื่ที่ตนเองจะต้องถูกบังคับให้อภิเษกกับซูฉางเซิง หัวใจของนางก็กู่ร้องไม่ยินยอมพร้อมใจ ทั้งรู้สึกขนลุกขนพองขึ้นมา
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นางถูกบังคับ
นี่ยิ่งทำให้นางรู้สึกอับอายยิ่งนัก
จักรพรรดินีผู้สง่า อนาคตจะได้ปกครองแดน์ฉางเซิง ยิ่งใหญ่เกรียงไกร แม้แต่จักรพรรดิด้วยกันนางก็ไม่เคยสนใจ เป้าหมายของนางคือบำเพ็ญวิถีเซียนอันสูงสุด
ก่อนที่จะกลับชาติมาเกิดเคยมีจักรพรรดิมาสู่ขอนาง หวังจะเป็คู่บำเพ็ญเพียร ถึงกับยอมมอบดินแดน์ให้เป็ของหมั้นทว่านางกลับปฏิเสธไร้เยื่อใย และตบอีกฝ่ายกระเด็นไปเพียงฝ่ามือเดียว
เช่นนั้นช่างโอหังยิ่งหรือไม่
แล้วตอนนี้เล่า
ช่างน่าขยะแขยงสิ้นดี!
ซูฉางเซิง ข้าเกลียดเ้า ฝากเ้าไว้ก่อนเถิด!
กู้ชิงเกอกัดริมฝีปากเบาๆหวนนึกถึงประสบการณ์ที่ตนโอหังในอดีต จิตใจเต็มไปด้วยความแค้นเคืองและคำตำหนิ
“บรรพบุรุษ ท่านจะอภิเษกกับคนรุ่นหลังผู้นี้จริงๆหรือ นั่นคือผู้สืบเชื้อสายของตระกูลกู้เชียวนะขอรับ!”
ในเวลานี้เอง ซูอวิ๋นลังเลเล็กน้อย และระแวดระวังถ้อยคำวาจา
หากซูฉางเซิงจะอภิเษกกับผู้อื่น เขาต้องยกมือสนับสนุนแน่นอน
แม้แต่บุตรสาวของเขาก็ย่อมได้!
ทว่าครั้งนี้เป็ผู้สืบเชื้อสายจากตระกูลกู้ ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็ผู้สืบเชื้อสายโดยตรงด้วย
เช่นนี้มันไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่กระมัง
ใช่แล้ว ต้องอย่างนี้สิ ขัดขวางเขา! ไอ้หมอนี่คิดจะเป็ตาเฒ่าวัวแก่กินหญ้าอ่อนเชียวนะ!
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของกู้ชิงเกอก็เป็ประกาย หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นอยากให้ผู้าุโทุกคนออกมาคัดค้าน
“หืม!”
ซูฉางเซิงกวาดสายตามอง ห้วงมิติสั่นะเื ความกดดันอันน่าสะพรึงกลัวพลันโถมเข้าใส่ทุกคนที่อยู่ในห้องโถงต่างก็รู้สึกใจสั่น และปราณในร่างปั่นป่วนไปตามๆ กัน
ซูอวิ๋นที่อยู่ข้างหน้ายิ่งส่งเสียงโอดครวญออกมา ร่างกายที่สง่างามสั่นสะท้านจนเกือบจะล้มลง
เพราะซูฉางเซิงไม่มีเจตนาฆ่า มิเช่นนั้นซูอวิ๋นคงะเิเป็เสี่ยงๆ ไปแล้วในชั่วพริบตา
ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้ทุกคนต่างตระหนก
พวกเขารู้ว่าบรรพบุรุษฉางเซิงกำลังกริ้ว
บรรพบุรุษมหาเซียน ครั้นตัดสินใจแล้วผู้ใดจะกล้าคัดค้านเล่า
โดยเฉพาะซูอวิ๋น ยิ่งรู้สึกเสียใจ
แน่นอนว่าเขาไม่กล้าคัดค้านบรรพบุรุษฉางเซิงคำทักท้วงก่อนหน้านี้เป็เพียงความกังวล เกรงว่าจะก่อให้เกิดปัญหาตามมาในอนาคตก็เท่านั้น
“ซูอวิ๋นล่วงเกินท่าน ขออภัยบรรพบุรุษด้วย!”
ซูอวิ๋นเหงื่อกาฬแตกพลั่ก คุกเข่าลงกับพื้น
“ลุกขึ้นเถิดจะไม่มีครั้งต่อไปแล้ว!” ซูฉางเซิงมองเขาอย่างไม่ใส่ใจ
แน่นอนว่าเขารู้ดีว่าซูอวิ๋นหวังดี ทว่าการท้าทายอำนาจของเขาต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้ จำเป็ต้องลงโทษบ้าง
“ขอรับ!”
ซูอวิ๋นลุกขึ้นอย่างงุ่มง่าม
เหล่าผู้าุโรวมถึงผู้าุโสูงสุด เมื่อเห็นว่าแม้แต่ซูอวิ๋นยังถูกลงโทษต่างก็ก้มหน้าละอายใจทำเป็ทองไม่รู้ร้อน
ซูชิงกัดริมฝีปาก ไม่พูดกระไร เพียงแต่ดวงตากลมโตฉายแววตัดพ้อเล็กน้อย
เมื่อกู้ชิงเกอเห็นเช่นนี้ หัวใจของนางก็ห่อเหี่ยวลง ยิ่งรู้สึกเศร้าโศกเป็ทบเท่า
หรือว่านางจะต้องถูกหมูรูปงามตัวนี้กินเข้าไปจริงๆหรือ
“กำหนดวันอภิเษกไว้ในอีกสามวันข้างหน้าหลังจากพิธีอภิเษกแล้ว ก็จะเป็เวลาที่ตระกูลซูย้ายฐานที่ตั้ง!”
ซูฉางเซิงกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
“จริงสิ ข้ารวบรวมผู้าุโที่แข็งแกร่งเอาไว้ในที่ลับเป็เวลาหลายปีไม่ต้องกังวลเื่ความภักดี ต่อไปนี้พวกเขาจะเป็นักรบและองครักษ์ประจำตระกูลซู”
เมื่อพูดจบ ซูฉางเซิงก็ตบมือ
ร่างมากมายปรากฏขึ้นจากห้วงมิติแต่ละคนต่างก็แผ่รัศมีอันน่าเกรงขามออกมา
ในไม่ช้าร่างของผู้บำเพ็ญเพียรในระดับสำแดงกฎถึงสามพันนาย และผู้บำเพ็ญเพียรในระดับนิรันดร์สามสิบนายต่างก็ปรากฏตัวขึ้นในห้องโถง
อำนาจอันมหาศาลสร้างความตะลึงงันให้กับทุกคน
“สา... สามพันนาย ระดับสำแดงกฎหรือ”
“หืมผู้าุโระดับนิรันดร์สามสิบนายรึ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็ผู้าุโระดับนิรันดร์ขั้นสูงสุดเสียด้วย!”
“ข้าตาฝาดไปแล้วกระมัง!”
เหล่าผู้าุโรวมถึงซูอวิ๋นต่างก็เบิกตากว้างใ
พวกเขาเคยเห็นภาพฉากเช่นนี้เมื่อใดกัน
แม้แต่กู้ชิงเกอ ในเวลานี้ดวงตาของนางก็ฉายแววตะลึงอย่างสุดซึ้ง
นางมั่นใจแล้วจริงๆ
ซูฉางเซิงต้องมีความลับอย่างแน่นอนเขาไม่ใช่เพียงบรรพบุรุษเซียนของตระกูลซูธรรมดาทั่วไป
นี่ไม่ใช่พลังที่ตระกูลซูควรมี
หรือว่าเขาจะเหมือนกับนางเป็จักรพรรดิโบราณที่กลับชาติมาเกิด
“คำนับบรรพบุรุษ!”
ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึง กลุ่มผู้าุโที่แข็งแกร่งต่างก็ทยอยคำนับซูฉางเซิง
นักรบและองครักษ์ที่ระบบมอบให้เหล่านี้ ไม่ใช่หุ่นเชิดธรรมดาๆทว่าเป็สิ่งมีชีวิตที่มีจิตสำนึกและสติปัญญาของตนเอง เพียงจงรักภักดีต่อซูฉางเซิงก็เท่านั้น
“ต่อไปนี้พวกเขาจะต่อสู้เพื่อตระกูลซูในฐานะผู้นำตระกูล เ้าสั่งการพวกเขาได้ ข้ามีข้อแม้เพียงข้อเดียวคือ พัฒนาตระกูลซูให้เต็มที่แผ่ขยายอิทธิพลออกไปสู่ภายนอก!”
ซูฉางเซิงหันไปสั่งซูอวิ๋น
“ฝึกฝนทหาร สังหาร และเสริมสร้างประสบการณ์การต่อสู้ ข้า้าเห็นตระกูลซูแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม ซูอวิ๋น ข้าหวังว่าเ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง!”
ตีด้วยไม้แข็ง แล้วค่อยให้ขนมหวาน
การกระทำของซูฉางเซิงทำให้ซูอวิ๋นตื้นตันจนน้ำตาคลอ
ผู้บำเพ็ญเพียรระดับสำแดงกฎสามพันคน บวกกับผู้าุโระดับนิรันดร์สามสิบคน เขาเป็เพียงผู้นำตระกูลระดับนิรันดร์ขั้นต้นมีคุณสมบัติอันใดจะบัญชาการผู้าุโที่แข็งแกร่งเหล่านี้ได้เล่า
“ซูอวิ๋นจะไม่ทำให้บรรพบุรุษผิดหวัง!”
ซูอวิ๋นคำนับด้วยความตื่นเต้น
“ส่วนพวกเ้าในเมื่อข้าให้ทรัพยากรแก่พวกเ้าเป็สิบเท่าแล้ว เช่นนั้นก็จงตั้งใจบำเพ็ญเพียรเพื่อยกระดับความแข็งแกร่งของตน หากทำไม่ได้ ก็จงลงมา ปล่อยให้สมาชิกตระกูลคนอื่นที่มีความสามารถขึ้นไปแทน!”
“ฟังเข้าใจหรือไม่!”
ซูฉางเซิงหันไปมองเหล่าผู้าุโด้วยสายตาเฉียบคมพ่วงความกดดันมหาศาลทำเอาผู้าุโต่างใจสั่นและเข้าใจว่านี่หาใช่เื่ตลกล้อเล่นไม่
หากพวกเขาล้าหลังจริงๆ บรรพบุรุษฉางเซิงไม่ไว้หน้าแน่นอน
“จะไม่ทำให้บรรพบุรุษผิดหวัง!”
เหล่าผู้าุโตอบด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“หวังว่าจะเป็เช่นนั้น!”
ซูฉางเซิงพยักหน้าเล็กน้อย