ยามเที่ยงของวันต่อมา สตรีผู้เป็นที่รักของเจ้าอวี้ชิงหนานก็กลับถึงจวนเสนาบดีลิ่วเป็นที่เรียบร้อย มิใช่ใคร อวี้ชิงลั่วมารดาคนงามของมันนั้นเอง...
“ท่านแม่ ท่านกลับมาแล้ว!!” เจ้าอวี้ชิงหนานหน้าบานพร้อมเผยรอบยิ้มสว่างสดใสเมื่อเห็นอวี้ชิงลั่วเดินมาภายในห้องพัก และนั่งลงบนเตียงข้างกายมัน
“แม่กลับมาแล้วหนานหนานเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ช่วงที่แม่ไม่อยู่เจ้าเกเรหรือไม่”
“ไม่เลยสักนิดท่านแม่ ข้าไม่ได้ทำอันใดไม่ดีเลย ก็ท่านแม่บอกให้เชื่อฟังท่านเสนาบดีลิ่วมิใช่หรือ แต่ข้าเหงา และคิดถึงท่านแม่ยิ่งนัก” เจ้าอวี้ิชิงหนานเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อนก่อน ที่มันจะพลันเอนตัวลงนอนหนุนตักอวี้ชิงลั่ว นางที่เห็นเช่นนั้นก็ระบายยิ้มบาง ๆ ออกมา พร้อมเอามือตีแขนบุตรชายเบา ๆ
“นี่หนานหนานเจ้าโตแล้วนะ ไยมาอ้อนแม่เป็นเด็ก ๆ เช่นนี้ลุกขึ้นเร็วแม่หนัก” อวี้ชิงลั่วกล่าวไปก็ทำหน้ากึ่งยิ้มกึ่งดุไปด้วย เพราะอันที่จริงนางก็คิดถึงบุตรชายอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
“ไม่ลุก ข้าไม่ลุก ข้าจะนอนหนุนตักท่านแม่อยู่แบบนี้จนกว่าจะหายคิดถึงเลย อ๊าาา..าา คิดถึงยิ่งนัก” วาจาของอวี้ชิงหนานในประโยคแรกก็ดูคล้ายบุตรชายที่อยากอ้อนมารดา ทว่า...ท่อนท้ายกลับใช้น้ำเสียงแปลก ๆ จนอวี้ชิงลั่วเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี คล้ายนางเริ่มรู้แล้วว่า เจ้าบุตรชายตัวแสบคิดจะทำทะลึ่งตึงตังอันใดเป็นแน่ ทว่า...ก็สายไปเสียแล้ว เมื่อจู่ ๆ เจ้าอวี้ชิงหนานก็พลันพลิกตัวให้ใบหน้าของมัน หันมาจอตรงหว่างเป้ากางเกงของอวี้ชิงลั่ว และใช้จมูกซุกไซ้เข้าใส่อย่างหื่นกระหาย
อวี้ชิงลั่วร้องอุทานออกมาด้วยความตื่นตกใจ ก่อนจะใช้สองมือเร่งดันร่างของเจ้าบุตรชายจอมหื่นออกห่าง
“หยุดนะหนานหนาน!! อย่าเล่นแบบนี้ ไม่เอา! นี่ไม่ใช่ที่บ้านเรานะ แถมยังเป็นกลางวันแสก ๆ ด้วย” อวี้ชิงลั่วร้องเสียงหลง ก่อนที่เจ้าอวี้ชิงหนานจะหยุดชะงัก พร้อมเงยขึ้นมา และกล่าวว่า “โอ้ งั้นแปลว่าถ้าเป็นที่บ้านเรา เวลากลางคืนท่านแม่จะยอมให้ข้าทำได้ใช่หรือไม่ วิเศษยิ่งนัก วิเศษจริง ๆ แต่กว่าจะถึงยามนั้นต้องรออีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้ ตอนนี้ข้าขอดอมดมท่านแม่ให้หายคิดถึงสักหน่อยเถิด” กล่าวจบเจ้าอวี้ชิงหนาน ก็เอาใบหน้าของมันลงไปซุกไซ้หว่างขาของมารดาคนงามต่อ อวี้ชิงลั่วที่รู้ตัวไม่สามารถพูดดี ๆ กับ บุตรชายจอมหื่นผู้นี้ได้อีกต่อไป นางจึงจำใจต้องใช้เสียงแข็ง พร้อมพูดเรื่องบางอย่างออกมา
“หนานหนานแม่บอกให้หยุดยังไงเล่า! หากเจ้ายังไม่หยุด แม่จะเร่งให้งานแต่งให้ไวขึ้นนะ”
“งานแต่งหรือ? งานแต่งของผู้ใดกัน? ข้าหาได้เข้าใจไม่” คำของอวี้ชิงลั่วที่เอ่ยออกมา ดูเหมือนจะได้ผล เจ้าอวี้ชิงหนานหยุดชะงัก ก่อนจะเงยหน้ามามอง อวี้ชิงลั่ว พร้อมขมวดมุ่นคิ้วด้วยความงุนงง
“จะงานแต่งผู้ใดได้อีก นอกจากงานแต่งของเจ้ากับ อี้หนิงเอ๋อ” สิ้นคำของอวี้ชิงลั่ว เจ้าอวี้ชิงหนานก็หน้าเหวอ อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนที่ใบหน้าของมันจะพลันเปลี่ยนเป็นความโกรธ และเอ่ยออกมาเสียงดัง
“ไม่แต่ง! ให้ตายข้าก็ไม่แต่ง ข้าไม่ได้รักนางแบบชายหญิง แต่รักเหมือนน้องสาว ท่านแม่จะมาจับข้าคลุมถุงชนไม่ได้ ข้าไม่ยอม” พออวี้ชิงลั่วได้ฟัง นางก็เอ่ยเสียงโอ้ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “มิได้รักนางแบบชายหญิง แต่รักเหมือนน้องสาวรึ? หนานหนาน แล้วมีพี่ชายแบบไหนในโลกที่ แอบทำบัดสีแบบนั้นกับน้องสาวบ้าง” ประโยคนี้ของอวี้ชิงลั่วยิ่งทำให้อวี้ชิงหนานตื่นตะลึงหนักยิ่งกว่าเดิมหลายอีกเท่า
“ทะ...ท่านแม่ทราบ”
“ย่อมทราบ ก็ตอนแม่กลับมาถึง ท่านเสนาบดีเอ่ยชมเจ้าไม่ขาดปากเรื่องการใช้วิชาแพทย์รักษาอี้หนิงเอ๋อ ทุกคนอาจไม่สงสัยในอาการป่วยสุดประหลาดของนาง แต่หาใช่ข้าไม่ เจ้าอย่าลืมสิว่า แม่คือหมอหญิงอันดับหนึ่งนะ สิ่งที่เจ้าทำมีหรือจะปกปิดแม่ได้” พออวี้ลั่วกล่าวจบเจ้าอวี้ชิงหนานก็หน้าถอดสี ยามนั้นมันหื่นกระหายในกามจนลืมคิดไปว่า มารดาผู้เก่งกาจในวิชาแพทย์ของตนเองอาจจะจับผิดแผนชั่วครั้งนี้ได้
“ละ...แล้วอย่างไรเล่า ข้าให้นางกลืนยาคุมกำเนิดไปแล้วอย่างไรก็คงจะไม่ท้อง ไยข้าต้องรับผิดชอบด้วย”
“หนานหนานนี่เจ้า!!!” อวี้ชิงลั่วถึงกับถลึงตาใส่อวี้ชิงหนานด้วยความโมโหเมื่อได้ยินบุตรกล่าววาจาเห็นแก่ตัว ไร้ความรับผิดชอบเช่นนั้นออกมา
“หัวเด็ดตีนขาดยังไงข้าก็ไม่แต่งกับนาง เพราะข้าไม่ได้รักนาง แต่ข้ารักท่านได้ยินหรือไม่ ข้ารักท่านแม่” อวี้ชิงหนานแผดเสียงลั่นห้องชนิดที่ไม่กลัวใครจะได้ยิน ทว่า....ถึงจะมีผู้ใดผ่านมาได้ยิน ก็คงเข้าใจว่า คำบอกรักนี้เป็นเพียงคำที่ บุตรชายบอกรักมารดาทั่วไปตามวิสัยคนปรกติ แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่า เจ้าอวี้ชิงหนานไม่ได้หมายความตามนั้น หากแต่เป็นรักในเชิงชู้สาวของชายกับหญิง อวี้ชิงลั่วเองก็ทราบดี แต่ซึ่งนางผู้มีฐานะเป็นมารดาของมัน มิอาจยอมรับได้
“หนานหนานข้าเป็นแม่ของเจ้านะ หยุดพูดจาไร้สาระเช่นนี้เสียที” อวี้ชิงลั่วขึ้นเสียงใส่อวี้ชิงหนานด้วยความโมโหบ้าง ก่อนที่ทั้งสองจะเริ่มใช้อารมณ์โต้เถียงกันไปมา และรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนฟางเส้นสุดท้ายมาขาดตรงประโยคที่ว่า
“รักษาคนใดอันใดหลายวันหลายคืน ข้าว่าท่านแม่กับทหารยามพวกนั้นน่าจะแอบไปทำอะไรไม่ดีกันมากกว่า” สิ้นวาจาดูถูก หมิ่นเกียรติจากปากของอวี้ชิงหนาน ฝ่ามือของอวี้ชิงลั่วก็พลันตบมาที่ใบหน้าของมันอย่างแรง อวี้ชิงหนานถึงกับหน้าชา ตัวแข็งค้าง เพราะนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่มันถูกมารดาตบ อวี้ชิงลั่วยามนั้นโกรธจัด แต่พอตั้งสติได้ ก็ทราบว่าตนเองลงมือรุนแรงเกินไป จึงคิดจะเอ่ยปากขอโทษ
“นะ..หนาน แม่....ว้าย!” ทว่า...ยังมิทัน ที่นางจะพูดจบ เจ้าอวี้ชิงหนานที่โมโหจนหน้ามืดก็พลันพุ่งเข้ามารวบตัวนางให้นอนลงกับพื้นห้อง ก่อนที่มันจะใช้ใบหน้าพุ่งลงซุกไซ้ซอกคอของมารดา เพื่อหมายจะข่มเหงย่ำยี
“หนานหนานหยุดนะ! อย่าทำเช่นนี้! ปล่อยแม่นะ!” อวี้ชิงลั่วหวีดร้อง พร้อมกับดิ้นขัดขืนสุดแรง ทว่า...เจ้าอวี้ชิงหนานที่ทั้งโกรธ ทั้งเงี่ยน จนหน้ามืดขาดสติในยามนี้ ไม่ฟังอันใดอีกแล้ว ใบหน้าซุกไซ้สูดดมกลิ่นกายหอมกรุ่น มือหนึ่งกดแขนมารดา อีกมือหนึ่งบีบเคล้นเต้างามนอกชุดอย่างเมามัน ก่อนที่มันจะเลื่อนใบหน้าไปประกบปาก บดบี้กับปากของอวี้ชิงลั่ว มารดาคนสวยได้แต่ส่งเสียงร้องอู้อี้ พร้อมน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม จากนั้นเรียวลิ้นของเจ้าอวี้ชิงหนานก็สอดเข้าไปในปากก่อนเกี่ยวกวัดกับลิ้นของอวี้ชิงลั่วไปมา นางมิอาจขัดขืนต่อสู้ใด ๆ ได้แม้แต่น้อย เห็นทีวันนี้นางคงไม่พ้นโดนบุตรชายสารเลวผู้นี้ย่ำยี และต้องกลายเป็นนางบำเรอของมันอีกคนเป็นแน่...
“อ๊าาา...าาา หอมยิ่งนัก นี่สิ สตรีที่ข้าปรารถนาอยากจะครอบครอง ไม่ใช่ลูกคุณหนูของตระกูลใด เป็นของข้านะท่านแม่” อวี้ชิงหนานเผยรอยยิ้มชั่วร้าย พร้อมใบหน้าบิดเบี้ยวน่ารังเกียจ ก่อนจะกล่าวออกมา ไร้คำตอบใด ๆ จากอวี้ชิงลั่ว นางเบือนหน้าหนี พร้อมน้ำตาที่ไหลอาบแก้มงาม
“น้ำตาหรือ? อย่าคิดนะว่าของสิ่งนี้จะหยุดไม่ให้ข้าขึ้นสวรรค์กับท่านได้ มันใช่ไม่ได้ผลหรอก” อวี้ชิงหนานแค่นเสียงพูด และใช้ใบหน้าพลันพุ่งเข้าไปซุกไซ้ซอกคออวี้ชิงลั่วอีกครั้ง ทว่า...พอทำไปได้นิดเดียวมันก็ถอนหน้าขึ้นมา
“หากท่านแม่เป็นเช่นนี้ มันจะต่างอันใดกับการที่ข้าได้ขึ้นสวรรค์กับท่อนไม้ ก็ได้ ท่านชนะ แต่อย่าหวังเลยว่าข้าจะยอมแต่งงานกับน้องหนิงเอ๋อ หากท่านแม่ไม่ยอมเปลี่ยนใจก็อย่าหวังว่าจะได้เห็นหน้าข้าอีก!!” อวี้ชิงหนานแค่นเสียงกล่าวด้วยความโมโห ก่อนที่มันจะลุกขึ้น และหมุนกายวิ่งออกจากห้องพักไปอย่างรวดเร็ว อวี้ชิงลั่วที่ได้ยินเช่นนั้นก็พลันลุกขึ้นมาพร้อมส่งเสียงเรียก
“หนานหนาน! นั้นเจ้าจะไปไหนกลับมาก่อน” อวี้ชิงลั่ว ตะโกนไล่หลัง แต่ก็ช้าเกินไป อวี้ชิงหนานวิ่งออกประตูจวนเสนาบดีลิ่ว และหายลับในฝูงชนที่เดินอยู่ตามท้องถนนเวลานั้นเป็นที่เรียบร้อย...
จบบท