04
ปึง!
เสียงประตูเหล็กบานหนักปิดลงทันทีเมื่อกลุ่มทหารและหนึ่งชาวบ้านเข้ามายังด้านในดูเหมือนว่าส่วนที่พวกเขาอยู่จะเป็โกดังเก็บสินค้า
เฉินเฟิงกระชับฮู้ดด้วยความประหม่าเป็ครั้งแรกที่รู้สึกอึดอัดกับการใกล้ชิดคนแปลกหน้า ทั้งยังเป็สถานการณ์ไม่ปกติ
ตึง ๆ
กรร…
แกรก ๆ
เสียงทุบประตูและเสียงคำรามในลำคอมีมากกว่าหนึ่งก่อนหน้านี้บางส่วนก็เดินตามรถของโจเซฟมาั้แ่หน้าโรงงานอยู่แล้วยิ่งพอได้ยินเสียงพูดคุย พวกมันก็เริ่มเดินเร็วขึ้น พอเฉินเฟิงเข้ามาสมทบก็มีประมาณมากชนิดที่ว่าควรหาที่หลบภัยก่อน
“เดี๋ยวจะออกไปเคลียร์ข้างนอกให้”ตุ่นวางกระเป๋าสัมภาระไว้ที่พื้น เตรียมหาช่องหน้าต่างปีนออกไปจัดการประตูโกดังเป็บานเลื่อนเหล็ก มันใหญ่ไป เปิดทีคงได้วิ่งกรูกันเข้ามาแน่
“ไม่ต้องหรอกพวกมันเป็แค่ซอมบี้ธรรมดา” โจเซฟส่ายหน้าไม่เห็นด้วยแค่พวกเขาเดินเข้าไปในตัวโกดังให้ห่างประตูหน่อย เดี๋ยวพวกมันก็เลิกทุบไปเองแต่ถ้าออกไปฆ่ามัน เสียงและกลิ่นจะเป็ตัวเรียกซอมบี้ในละแวกนี้มาเพิ่มแทน
นอกจากนี้การมีซอมบี้อยู่ด้านนอกยังใช้เป็เครื่องส่งสัญญาณชั้นดีหากมีมนุษย์คนอื่นเข้ามาใกล้
“พวกเราจะไปเดินสำรวจด้านในคุณจะไปด้วยกันไหม” ทีโอเอ่ยถามเพื่อนร่วมทีมชั่วคราว
“...”เฉินเฟิงพยักหน้ายอมรับคำชวน ลงเรือลำเดียวกันแล้วก็มีแต่ต้องเดินหน้าถ้าหากปฏิเสธอาจถูกสงสัยและถูกจับตามอง
ตัวโกดังเก็บสินค้าของโรงงานน้ำตาลแห่งนี้ไม่ต่างจากภาพที่ชายหนุ่มเคยเห็นในโทรทัศน์หรือสารคดีที่ทำออกมาเพื่อให้คนทั่วไปได้เห็นถึงกระบวนการทำงานของโรงงานอุตสาหกรรมยังดีที่ถูกก่อสร้างด้วยปูนถ้าหากเป็สเตนเลสอาจไม่สามารถรับมือกับซอมบี้จำนวนมากได้ตัวหลังคาสูงเกือบหกเมตรทำให้ที่นี่ทั้งกว้างและโปร่งภายในบรรจุกระสอบน้ำตาลซ้อนกันมากกว่า 20 กระสอบ กล่องกระดาษอีกจำนวนมาก มันถูกเรียงสูงเป็ชั้นและแบ่งเป็ล็อกเพื่อสะดวกในการจัดเก็บรวมถึงการแยกประเภท
เฉินเฟิงเปิดประสาทััการได้ยินให้มากที่สุดนอกจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มทหารด้านหน้ากับเสียงซอมบี้ทุบประตูทางด้านหลังก็ไม่มีเสียงอื่นอีก
หูของเขาก็ยังได้ยินปกติดีนี่นา…
แล้วทำไมก่อนหน้านี้ถึงได้เงียบกริบเลยล่ะ?
“มีอะไรผิดปกติไหมตุ่น”โจเซฟสอบถาม
ในกลุ่มของเขาตุ่นที่มีใบหูของสุนัขนั้นมีหูดีที่สุด และการดมกลิ่นก็ยอดเยี่ยมแต่สัญชาตญาณระวังภัยกลับสู้หงส์ที่เป็กวางไม่ได้
“ไม่ครับ ผมไม่ได้ยินเสียงหรือกลิ่นอะไรเลย”ตุ่นส่ายหน้า “แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีพวกซอมบี้วิวัฒนาการไหม”เ้าพวกนั้นบางครั้งก็มาแบบไม่ให้สุ้มให้เสียงหากไม่ระวังตัวอยู่ตลอดเวลาอาจกลายเป็อาหารมันได้ง่าย ๆ
ซอมบี้วิวัฒนาการ?
“เอ่อ คือ…”เวลานั้นเองเฉินเฟิงจึงเริ่มพูดคุยขึ้นเป็ครั้งแรก ชายหนุ่มสูดหายใจลึก ๆเขาอยากรู้ว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่สิ่งที่กำลังเผชิญอยู่นี้สามารถกลับมาสู่ภาวะปกติได้ไหมและต้องใช้เวลากี่เดือนหรือกี่ปี
“ครับ”นิโคลัสชะลอเท้าเพื่อให้ตนเดินเป็จังหวะเดียวกันกับคนแปลกหน้า
ทีโอลอบมองโจเซฟทั้งสองคนสบสายตากัน ในแววตาของคนทั้งคู่ปรากฏร่องรอยของความประหลาดใจ
นิโคลัสยอมคุยกับคนอื่น?
ไม่สิก่อนหน้านี้ก็เป็คนช่วยยิงซอมบี้ให้ด้วยเหมือนกัน
หมอนี่ที่ทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาวมาตลอดเนี่ยนะจะยื่นมือช่วยคนที่ไม่รู้จักกัน
แปลกมากเกินไปแล้ว!?
“สถานการณ์นี้มันคืออะไรเหรอครับทำไมถึงมี เอ่อ ซอมบี้โผล่ออกมา ไหนจะการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายแบบคุณอีกแล้วทางรัฐบาลมีแผนการรับมือในเื่นี้ยังไงบ้างพวกผมที่เป็แค่ชาวบ้านธรรมดาต้องไปรายงานตัวหรือเปล่า”เฉินเฟิงถามทุกคำถามที่เขาสงสัยในคราวเดียว
นิโคลัสหันหน้าไปหาทีโอั์ตาคมหรี่ลงราวกับจะบอกว่าให้คนที่มีความสามารถด้านการพูดมาอธิบายในเื่นี้จะดีกว่า
“...?” ทีโอ
เขาเรอะ!
ชายหนุ่มร่างสูงพยักหน้ายืนยัน
ไหงกลายเป็หน้าที่เขา!
ชายหนุ่มร่างเล็กยกมือเกาศีรษะอย่างหัวเสียแต่ก็ยอมอธิบายโดยดีคนพวกนี้เวลาต้องไปติดต่อกับสำนักงานใหญ่ก็ชอบโบ้ยงานแบบนี้มาให้เขาอยู่เรื่อย
“จำอุกกาบาตเมื่อหลายเดือนก่อนได้ไหมครับ”เฉินเฟิงพยักหน้า เื่นี้เป็ข่าวโด่งดังระดับโลกต่อให้เป็คนเฒ่าคนแก่ที่ไม่รู้หนังสือก็ต้องได้ยินประกาศเตือนภัยครั้งใหญ่ในวันนั้นแถมหลังจากเบี่ยงทิศอุกกาบาตไปแล้ว ยังเกิดฝนดาวตกวิ่งตัดผ่านท้องฟ้าเป็ริ้ว ๆรวมถึงความเสียหายจากเศษอุกกาบาตในบางพื้นที่อีก
“นั่นแหละครับเป็ตัวปัญหา”ทีโอ
“พวกมันมีเชื้อ?” หนุ่มชาวบ้านลองคาดเดา
“ใช่ครับหลังจากที่มีคนกลายร่างเป็กึ่งคนกึ่งสัตว์นักวิทยาศาสตร์ร่วมกับแพทย์วินิจฉัยว่าเดิมทีเราก็มีโรคระบาดอยู่แล้วและเชื้อที่มาพร้อมกับเศษอุกกาบาตในวันนั้นได้ไปกระตุ้นให้มันกลายพันธุ์และมีความสามารถที่ร้ายแรงขึ้นส่วนคนที่มีภูมิต้านทานในระดับหนึ่งจะถูกทำให้เปลี่ยนสภาพเพื่อต่อต้านเชื้อไวรัสในร่างกายบ้างก็ออกมาในลักษณะของรูปลักษณ์ภายนอกที่คล้ายคลึงกับสัตว์รวมถึงความสามารถและอย่างสุดท้ายก็คือพลังพิเศษ”
“อึก”ฟังมาถึงตรงนี้ชายหนุ่มก็เผลอกลืนน้ำลายเพราะตื่นเต้น
นี่มันอย่างกับนิยายแฟนตาซีตามเว็บไซต์ชื่อดังเลยนี่นา
“แล้วทำไมถึงไม่มีการแจ้งเตือนจากภาครัฐเลยล่ะครับ”ออกข่าวโทรทัศน์ก็ยังดี ไม่ใช่เตือนแค่ประกาศจากทางวิทยุกระจายเสียงเื่นี้มันใหญ่โตและร้ายแรงมาก ๆ เลยนะ
“อันนี้จากข่าววงในนะครับเดิมทีเชื้อไวรัสชนิดนี้มันจะกระจายอยู่ในกลุ่มคนที่ติดเชื้ออยู่ก่อนแล้วและที่ไหนมีคนติดเชื้อก็ต้องมีสถานกักกันหรือสถานพยาบาลรองรับ ในตอนแรกเราไม่รู้ว่าเชื้อมันกลายพันธุ์จึงได้นำศพผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีและนำไปฝังรวมกันเหมือนที่หลายประเทศทำแต่วันดีคืนดีศพพวกนั้นกลับลุกขึ้นมาจากหลุมและไล่กัดเ้าหน้าที่กลายเป็การส่งต่อไวรัสอย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยบนเตียงเองก็กลายเป็ซอมบี้เช่นเดียวกันเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นทุกที่รัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้อย่างทันท่วงทีจึงได้แต่ผลักภาระให้แต่ละจังหวัดบริหารจัดการในส่วนของตนเองไปก่อน”ทีโอค้อมตัวลงเล็กน้อยป้องปากกระซิบ
นัยก็คือถ้าจังหวัดจัดการไม่ดีก็จะเป็อย่างที่เขาเผชิญอยู่สินะ
ต้องโทษว่าเขาอยู่ชนบทจึงรู้ข่าวช้าหรือ?
“ได้ข่าวว่าพวกคนใหญ่คนโตระดับนายกรัฐมนตรีหรือทหารยศสูงๆ ต่างใช้เครื่องบินส่วนตัวหนีออกนอกประเทศไปหมดแล้วครับเพราะไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ อีกทั้งพวกซอมบี้น่ะถ้าไม่จัดการที่หัวมันก็จะไม่มีวันตายตาแก่พวกนั้นเลยหอบสมบัติหนีั้แ่รู้ว่าหลายจังหวัดมีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นเกินกว่าที่จะควบคุมไหว”
“แต่เป็แบบนี้จะหนีไปไหนได้?” ถ้าต้นเหตุคือฝนอุกกาบาตเื่ซอมบี้นี่คงไม่จบแค่ในประเทศของเขาหรอก คงเป็เหมือนกันทั้งโลก
“ไม่รู้สิครับ”ชายหนุ่มยักไหล่ คนพวกนั้นไปที่ไหนเขาก็สุดรู้ นอกจากหนีไปอยู่ในเกาะส่วนตัวที่ไม่มีคนเลยล่ะมั้งถึงจะมีชีวิตรอด
“ถ้าอย่างนั้นเื่การช่วยเหลือ…”จะยังมีอยู่อีกหรือ
เฉินเฟิงมุ่นคิ้วแบบนี้ก็เท่ากับพวกเขาต้องดิ้นรนหาทางรอดกันเอง?
“ที่เมืองหลวงมีค่ายของกลุ่มรัฐบาลที่ยังเหลืออยู่ร่วมมือกับทหารและประชาชนให้ความช่วยเหลือผู้ที่ไม่ติดเชื้ออยู่ครับเรียกว่าค่ายพันธมิตรเพราะได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย ตามจังหวัดต่าง ๆเองก็เริ่มตั้งค่ายของตัวเองเป็การให้ความช่วยเหลือชั่วคราว ส่วนพวกเราไม่ใช่ทหารประจำการแต่เป็ทหารรับจ้างที่จะรับงานจากฐานของกลุ่มพันธมิตรหรือฐานตามต่างจังหวัดอีกที”แต่ก็เพิ่งรับงานนี้เป็งานที่สี่ เรียกได้ว่าไม่ได้มีผลงานโดดเด่นนักวันสิ้นโลกมันเพิ่งจะเริ่มเองนี่นา
“ส่วนการช่วยเหลือถึงแหล่งคงต้องรออีกสักพักแต่ละค่ายยังคงอยู่ใน่ปรับตัว ถ้าประชาชนสามารถไปที่ค่ายได้ด้วยตัวเองพวกเขาก็พร้อมจะรับไว้” หมายความว่าอีกสักพักถึงจะมีความช่วยเหลือ
“แล้วที่นี่มีค่ายที่ว่าไหมครับต้องเดินทางเข้าเมืองหรือว่าอยู่ในอำเภออื่น พวกคุณพอจะทราบหรือเปล่า”ถ้าพวกเขาไปอยู่ที่นั่นคงจะดีกว่า ยิ่งตอนนี้อาหารที่สะสมไว้ก็มีจำกัด
อีกทั้งตามค่ายที่จัดตั้งแบบนี้ต้องมีการรวบรวมอาวุธแน่นอนความปลอดภัยย่อมมากกว่าการอาศัยอยู่บนูเาเขาอยากนอนหลับอย่างสบายใจโดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีซอมบี้บุกมางับคอตอนไหน
“เหมือนจะมีนะครับอยู่ในตัวอำเภอเมืองเลย ดูเหมือนส.ส.ในพื้นที่จะเป็คนรวบรวมทหารและประชาชนจัดตั้งค่ายชั่วคราวผมได้ยินคนในเมืองพูดว่ากำลังขยับขยายและเร่งให้ความช่วยเหลือตามหมู่บ้านใกล้เคียง”
“ขอบคุณมากเลยครับ”รู้อย่างนี้เขาค่อยอุ่นใจหน่อย
“คุณจะเดินทางไปขอความช่วยเหลือที่ค่ายในตัวเมืองจังหวัดเหรอครับ”ทีโอที่อธิบายเพลินก็ชวนคุยต่อ
“ครับ”เฉินเฟิงพยักหน้ายอมรับว่าตนจะเดินทางเข้าเมือง
“ก็ดีนะครับยังไงการอยู่รวมกันก็สามารถช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้มากกว่า”ไม่เหมือนพวกเขาที่เป็พวกหมาป่าเดียวดายถ้าไม่มีโจเซฟที่เป็หัวหน้ากลุ่มทั้งลากทั้งเข็นก็คงไม่มีทางมารวมกลุ่มกันได้แถมยังไม่อยากยึดโยงกับทหารแบบเต็มตัว เลือกรับงานแบบทหารรับจ้าง
“แค่ตอนนี้หรือเปล่าที่ดี”หงส์ค่อนขอด
“หงส์”โจเซฟปราม
“เื่จริงนี่เพิ่งจะเกิดโรคระบาดได้ไม่เท่าไร พวกเบื้องบนก็หนีตายกันยิ่งกว่ามดโดนน้ำร้อนลวกหงส์ไม่ได้จะว่าคนที่เขายังให้ความช่วยเหลืออยู่หรอกนะแต่พวกมันบางตัวก็ไม่ได้ดีเด่อะไรเลย ฉากหน้าก็ทำเป็ให้ความช่วยเหลือเื้ัก็เอาเปรียบลูกน้อง แน่จริงก็ออกไปสู้เองสิ ซอมบี้สักตัวน่ะเคยฆ่าหรือเปล่า ไม่ใช่เอะอะก็ลงโทษ ๆ ๆ เวลาที่ทำภารกิจผิดพลาด”
“ไม่เป็ไรนะ”ตุ่นเดินเข้าไปกอดแฟนสาวไว้แนบอก รู้ดีว่าอีกคนกำลังโกรธแทนตนเอง“เื่มันผ่านมาแล้ว ไม่ต้องคิดมากนะ ตอนนี้ตุ่นก็อยู่กับหงส์แล้วนี่ไง”
เฉินเฟิงมองคนทั้งคู่กอดกันไม่สนสายตาใครระหว่างนี้ในสมองก็ต้องตีความประโยคนั้นของหญิงสาวอีกทีหรือว่าการไปอยู่ในค่ายจะเป็เื่ที่ควรพับเก็บไว้ก่อน
“เื่ค่ายสำหรับประชาชนก็ต้องแล้วแต่คนครับพวกเราเองก็มีบ้านในค่ายเ่าั้ไว้ใช้พักผ่อนเวลาที่กลับจากภารกิจเพราะมีการลาดตระเวนแ่า สามารถนอนหลับได้อย่างเต็มอิ่มส่วนเื่ราวภายในค่ายส่วนใหญ่ ปัญหาก็จะอยู่ในหน่วยงานไม่ค่อยมีอะไรที่ประชาชนรับรู้หรอก เหมือนคลื่นใต้น้ำมากกว่า”ทีโออธิบายเมื่อเห็นว่าคนที่พวกเขาช่วยเอาไว้กำลังมีสีหน้าคิดไม่ตก “แต่การอยู่ในค่ายขอแค่ทำงานก็สามารถรับแต้มคะแนนเพื่อแลกอาหารกินได้ไม่ต้องอดมื้อกินมื้อ”เหมาะสำหรับผู้คนที่ยัง้าใช้ชีวิตอย่างที่เคยเป็และไม่้าออกไปฆ่าซอมบี้หรือรับภารกิจแบบพวกเขา
“ขอบคุณมากเลยนะครับ”เฉินเฟิงค้อมศีรษะให้กลุ่มทหารรับจ้างตรงหน้า
“ไม่เป็ไรครับเป็ข้อมูลที่พวกคุณควรรู้เอาไว้อยู่แล้ว” โจเซฟยกมือทั้งสองข้างกอดอก
“เอ่องั้นเชิญพวกคุณสำรวจกันต่อเลยครับ” ถึงจะพูดไปคุยไปแต่สายตาก็ไม่ได้กวาดมองกระสอบน้ำตาลเลย มัวแต่มองหน้าคุยกัน
“คุณอาศัยอยู่แถวนี้เหรอครับ”นิโคลัสเห็นคนตัวเล็กกว่ากำลังสนใจกระสอบน้ำตาลก็เอ่ยชวนคุย
“เปล่าครับผมข้ามมาจากอีกฝั่งของูเา” เฉินเฟิงยกมือชี้ทิศทางประกอบคำพูดทั้งที่ในโกดังไม่มีหน้าต่างให้เห็นว่าูเาลูกไหน
“คุณมีพลังพิเศษสินะครับ”โจเซฟเอ่ยถาม พลางมองสำรวจสมาชิกชั่วคราว
“ครับไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไร แต่ผมรู้สึกว่าตัวเองว่องไวแล้วก็อึดมากขึ้นกำลังกายก็มีเพิ่มมากกว่าเดิมประมาณหนึ่ง” เฉินเฟิงบอกเพียงครึ่งเดียวเขาไม่รู้ว่าในเวลานี้มีคนใช้พลังพฤกษาอย่างเขาได้มากน้อยแค่ไหนไม่รู้ว่าถ้าบอกออกไปแล้วจะส่งผลกระทบกับตัวเองหรือเปล่า ดังนั้นเซฟได้ก็ต้องเซฟ
“คงเป็สายเสริมพลังกาย”ทีโอมองประเมินรูปร่างโปร่ง แม้จะดูเหมือนว่ามีส่วนสูงถึง 180 เิเแต่ก็ค่อนข้างตัวบางกว่าคนในทีมของเขา “ว่าแต่เราแนะนำตัวกันไปหรือยังนะ”
“...”
ทุกคนนิ่งอึ้งไปนี่พวกเขาคุยกันอยู่ได้ตั้งนานสองนานโดยที่ไม่รู้จักชื่อกัน?
“เอ่อผมชื่อเฉินเฟิงครับ เป็ลูกครึ่งประเทศ T กับ C”
“ผมโจเซฟเป็หัวหน้าทีม คนที่คุณคุยด้วยชื่อทีโอ ผู้หญิงเขากวางตรงนั้นชื่อหงส์ผู้ชายหูสุนัขชื่อว่าตุ่น ส่วนหมอนี่ชื่อนิโคลัส เป็แพทย์ประจำกลุ่มของเรา”
“สวัสดีครับผมนิโคลัส ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” ชายหนุ่มยื่นมือไปทักทายคนตรงหน้าแต่การกระทำนั้นเรียกให้สี่คนที่เหลือตาโตอ้าปากค้าง
หงส์ถึงกับต้องขยี้ตาว่าเธอไม่ได้พาคนอื่นมาร่วมทีมหมอนี่ยังใช่นิโคลัสที่พวกเธอรู้จักอยู่หรือเปล่าแพทย์สนามที่แทบจะเย็บปากคนไข้เพราะแหกปากดังลั่นกับทำเด็กร้องไห้คนนั้นเนี่ยนะจะทักทายคนแปลกหน้าด้วยรอยยิ้ม ไหนจะยื่นมือไปทักทายอีก
ตาฝาดแน่เธอต้องตาฝาดแน่ ๆ
“สวัสดีครับ”เฉินเฟิงยื่นมือไปจับอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ จะเลี่ยงก็ดูจะเสียมารยาทคนกลุ่มนี้ให้ข้อมูลเขามาตั้งเยอะ อีกอย่างพวกเขาไม่ใช่ทหารจริงจะไม่ช่วยเขาเลยก็ได้ด้วยซ้ำ
นิโคลัสจับมือที่นุ่มนิ่มนั่นอย่างเบามือพยายามใช้กำลังให้น้อยที่สุด กลัวจะเผลอทำให้เจ็บ
“แนะนำกันเสร็จแล้วก็ไปต่อเถอะ”โจเซฟเอ่ยเตือน เดี๋ยวตะวันจะตกดินเสียก่อน
เฉินเฟิงพยักหน้าเผลอยกมือกระชับฮู้ดโดยไม่รู้ตัว การกระทำเหล่านี้ล้วนตกอยู่ในสายตาของนิโคลัสเขามั่นใจว่าอีกคนคงมีการกลายพันธุ์บางอย่างเหมือนพวกเขาแต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้ปิดบังนักแม้แต่เส้นผมก็แทบไม่ปล่อยให้ออกมาสูดอากาศด้านนอก
มีแต่ดวงตาสีแดงที่เขาเผลอสบตอนจับมือกันนั่นแหละที่ทำให้รู้ว่าร่างกายของคนตรงหน้ามีการเปลี่ยนแปลง
แพทย์ทหารหนุ่มสัญชาติประเทศA ยอมรับว่าสนใจชายหนุ่มลึกลับคนนี้มากเขาเห็นั้แ่ที่เ้าตัวพยายามฆ่าซอมบี้เพียงลำพัง พอฆ่าได้ก็หันไปอาเจียนทั้งที่อยู่ในสภาวะอ่อนแอแต่ก็ยังคงระแวดระวังตัวเสมอ
เหมือนพวกสัตว์กินพืชตัวเล็ก
แม้จะไม่มีพิษสงแต่เปอร์เซ็นต์การเอาตัวรอดกลับสูงจนน่าใ
“ว่าแต่ทำไมในเมืองถึงจัดตั้งฐานกันเร็วนักล่ะครับเพิ่งผ่านมาไม่กี่วันเอง” เฉินเฟิงสงสัย เขาเพิ่งได้เจอกับซอมบี้เมื่อสัปดาห์ก่อนแต่ในเมืองกลับมีการจัดตั้งฐานพักพิงกันแล้ว รับมือกันเร็วมาก
“ที่นี่เพิ่งเจอเหรอครับในเมืองเราเจอซอมบี้เป็เดือนแล้วล่ะ” ทีโออธิบายเขายังจำวันที่ตนเองมาเดินเล่นในห้างแล้วเห็นคนโดนกัดต่อหน้าต่อตาได้อยู่เลยกว่าจะหายใแล้วหนีขึ้นไปอยู่บนหลังคาดาดฟ้าห้างสรรพสินค้าได้ก็แทบหืดขึ้นคอ แถมยังเจอเื่ะเืใจที่ยากจะลืมด้วย
“นานขนาดนั้นเลย!”แต่แถวนี้กลับไม่มีข่าวเลยเนี่ยนะ!!พวกคนใหญ่คนโตคิดว่าคนในชนบทเข้าถึงข่าวสารได้มากนักหรือไงแล้วอะไรคือการบอกห้ามออกจากบ้านโดยไม่แจ้งว่าเหตุเกิดจากอะไรในสมองพลันนึกถึงระยะหลังที่โทรทัศน์เองก็ไม่ได้ออกอากาศรายการสดให้ได้ดูอีกมีแต่รายการที่อัดไว้เท่านั้น บวกกับชาวบ้านนอกจากดูละครแล้วก็ไม่ได้สนใจข่าวสารบ้านเมืองนักจึงไม่ได้รู้สึกว่ามันแปลกที่ตรงไหน
เฉินเฟิงคงไม่รู้ว่าในตัวจังหวัดเองก็ใช่ว่าจะสงบคนจากเมืองใหญ่ที่เสี่ยงขับรถหนีออกมานั้นมีมาก แต่พวกเขาเลือกที่จะพักอยู่รอบ ๆเพื่อรอดูสถานการณ์มากกว่าขับออกไปไหนสุ่มสี่สุ่มห้าจึงมีชาวบ้านตามชนบทน้อยมากที่รู้ว่าเกิดเื่ราวใหญ่โตอย่างวันสิ้นโลกขึ้น
และพวกคนในเมืองเองก็เป็ต้นเหตุหนึ่งที่ทำให้ต่างจังหวัดมีซอมบี้เพิ่มขึ้นเพราะพาคนติดเชื้อในระยะแรกมาด้วย...โดยไม่รู้ตัว
“ครับแต่เพราะนักการเมืองและทหารที่เหลืออยู่ให้ความร่วมมือกันจึงสามารถใช้ค่ายทหารเป็ที่พักพิงชั่วคราวและออกช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ในที่พักอาศัยผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตขอแค่คุณส่ง SMS ขอความช่วยเหลือมาที่เบอร์ฉุกเฉินถ้าประเมินว่าไม่อันตรายมาก จะรีบส่งทหารเข้าไปรับตัวมาไว้ในค่ายทันที”อย่างของเขาเพราะอยู่บนดาดฟ้าห้างสรรพสินค้ากับกลุ่มคนจำนวนมากจึงมีเฮลิคอปเตอร์มาลำเลียงไปและไม่นานหลังจากนั้นไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตก็ไม่สามารถใช้งานได้อีก
โชคร้ายตกเป็ของพ่อแม่เขาที่หนีมาไม่ทันและไม่สันทัดเื่เทคโนโลยีกว่าที่เขาจะสามารถทำเื่ขอกำลังเสริมไปช่วย พวกท่านก็กลายเป็พวกมันไปแล้ว
ทีโอสะบัดไล่เื่ราวเศร้าหมองออกจากความคิดเวลานี้เขาต้องเข้มแข็ง ต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ทดแทนบุญคุณพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดเขาจะไม่ยอมตายง่าย ๆ เด็ดขาด
เฉินเฟิงนิ่งคิดก็หมายความว่าซอมบี้ในเมืองล้นทะลักออกมานอกเมือง...หรือไม่ก็ติดมากับพวกผู้ลี้ภัยสินะ
หลังจากนี้โลกจะเป็ยังไงต่อไปกันละเนี่ย
…
กลุ่มสำรวจแลกเปลี่ยนข่าวของแต่ละคนพร้อมกับเดินตรวจสอบโกดังน้ำตาลไปเรื่อยๆ ประมาณยี่สิบนาทีก็สามารถตรวจสอบเสร็จสิ้น แม้จะมีเสียงเล็บเกาแกรกกรากอยู่หน้าประตูเหล็กแต่ก็ไม่ได้ทำให้การตรวจสอบล่าช้าลงเว้นแต่เ้ากระต่ายที่เป็ต้องเผลอเหลือบไปมองด้านหลังเป็ครั้งคราว
หูเขาดีนี่นา…ยังปรับตัวไม่ได้ก็เลยระแวง
“ต่อไปก็ในโรงงาน”หลังตรวจดูจำนวนที่แน่นอนก็ต้องไปดูเครื่องผลิตว่ายังสามารถใช้การได้หรือไม่ตอนนี้สิ่งที่จำเป็สำหรับมนุษยชาติมากที่สุดก็คืออาหาร กองทัพต้องเดินด้วยท้อง
“วันนี้คงพอแค่นี้ก่อนดีกว่า”โจเซฟมองบรรยากาศ ด้านนอกดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลงมามากแล้วภายในโกดังที่ไม่มีแสงไฟจึงมืดครึ้มพอสมควร
กลุ่มทหารรับจ้างไม่คิดเดินหาแผงไฟสักนิดพวกเขาเริ่มมองหาสถานที่สำหรับนอนพักเอาแรงในค่ำคืนนี้
“ผมแนะนำว่าคุณควรอยู่ที่นี่ก่อน”โจเซฟมองท่าทีลังเลของเฉินเฟิง ชายหนุ่มคงรู้สึกแปลกแยกและทำตัวไม่ถูก“พวกเราไม่อยากเปลืองแรงพาคุณออกไป”
ปัง!
กรรรซ์
เสียงซอมบี้ด้านนอกเริ่มรุนแรงขึ้นเมื่อตะวันดับแสง
“พวกมันจะเกรี้ยวกราดอย่างมากในเวลากลางคืน”โจเซฟมองประตูโกดังด้วยดวงตาซับซ้อน การเกิดขึ้นของซอมบี้ยังเป็ปริศนาทั้งเหล่านักวิทยาศาสตร์หรือหมอต่างก็ได้แค่ทำการคาดเดาไปตามทฤษฎีที่ว่าอาจมาจากอุกกาบาตก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้แน่ชัด
อีกทั้งเวลานี้ก็ไม่เหมาะกับการมานั่งสืบหาต้นตอพวกเขาควรเน้นไปที่การให้ความช่วยเหลือคนที่พอช่วยได้ก่อนควบคู่ไปกับการกักตุนอาหารให้เพียงพอต่อความ้าและการสร้างสถานที่ปลอดภัยให้พักพิงถึงเวลานั้นการหาคำตอบของเื่ราวทั้งหมดคงได้เริ่มต้นขึ้น
เฉินเฟิงค่อนข้างป็นห่วงดาริณีกับเด็กชายดลเขาเป็คนบอกเองว่าจะไม่อยู่สองถึงสามวันแต่การได้รับรู้ข่าวสารทำให้เกิดความกังวลขึ้น
ดูเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างจะไม่ใช่เกิดแค่ชั่วคราวแล้วถ้าควบคุมไม่ดี... มนุษยชาติอาจต้องอยู่แบบนี้ไปจนถึงวันที่สูญสิ้นเผ่าพันธุ์
“พวกเราพกอาหารมาแค่พอกินคุณมีของตัวเองมาหรือเปล่า” โจเซฟไม่ได้อยากแสดงความแล้งน้ำใจกับเพื่อนมนุษย์แต่พวกเขาเองก็ต้องกันอาหารไว้ให้เพื่อนร่วมทีมก่อนกับคนนอกอย่างไรก็ไม่ควรไว้ใจมากเกินไปนัก
“ไม่เป็ไรครับผมมี” ชายหนุ่มหยิบหัวแครอทกับปลากระป๋องออกมาจากกระเป๋า
นิโคลัสมองอาหารที่คนตรงหน้าหยิบออกมาด้วยหัวใจปวดหนึบจินตนาการไปว่าเ้าตัวคงหยิบฉวยทุกอย่างในขณะหนีหัวซุกหัวซุนพอได้แหล่งกบดานก็เริ่มออกสำรวจหาอาหารมากักตุน
“...”กว่าจะรู้ตัว ชายหนุ่มผู้มีใบหูกลมของหมีก็ยื่นขนมปังแข็งให้
“...”เฉินเฟิงมองก้อนขนมปังตรงหน้าตาปริบ ๆ สมองกำลังประมวลอย่างเร็วรี่ว่าเหตุใดแพทย์ทหารคนนี้จึงแบ่งอาหารมาให้ตน
ใจดี?
หรือแอบวางยา?
“!!!”ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังมีความคิดสวนไปคนละทางผู้เห็นเหตุการณ์เองก็อ้าปากตาค้างกับปฏิกิริยาของเพื่อนร่วมทีม
‘หงส์ว่ามันทะแม่งๆ แล้วนะหัวหน้า’ หญิงสาวหันไปมองหัวหน้าอย่างช้า ๆ พลางหันไปพยักหน้าให้คนรักที่หันหน้ามามองเธออย่างอึ้งตะลึงไม่ต่างกัน
‘ผมว่าหมอนี่ต้องไปกินอะไรผิดสำแดงมาแน่’ทีโอเองก็ไม่คิดว่าจะได้เห็นมุมนี้ของนิโคลัส เขาเคยเป็เพื่อนร่วมทีมตอนฝึกอีกฝ่ายมักมีท่าทีเ็าอยู่เสมอ ทั้งที่เป็หมอแต่ดันชอบทำหน้าไม่รับแขกเวลาทำแผลก็ชอบทำสีหน้ารำคาญ ทุกคนบอกว่าเขาชอบทำหน้านิ่งแต่พอเทียบกับนิโคลัสแล้วต้องบอกว่าเขายังเป็มิตรมากกว่าอีก
อย่างน้อยวันหนึ่งก็พูดมากกว่า10 คำ
แล้วตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น!
หรือเฉินเฟิงคนนี้มีพลังพิเศษบางอย่าง...จะว่าไปั้แ่พบกันก็ไม่เคยเห็นเ้าตัวถอดฮู้ดออกสักครั้ง
“...”เฉินเฟิงที่อยู่ ๆ ก็โดนสงสัยว่ามีพิรุธแบบไม่รู้ตัว
“ขอบคุณครับ”เพราะไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร เ้ากระต่ายขาวจึงได้แต่เอื้อมมือรับขนมปังชิ้นนั้นมาตั้งใจว่าจะกินทีหลัง แต่พอเงยหน้าเห็นสายตาคาดหวังก็รู้สึกกระอักกระอ่วน
‘หรือในขนมปังจะแอบวางยาจริงๆ’
“กินเลย ๆ”มีคะยั้นคะยอด้วย
เพื่อนร่วมทีมกลอกตามองบน
โอเคพวกเขาคิดมากไป คนที่มีปัญหาไม่ใช่เฉินเฟิง แต่เป็แพทย์ประจำทีมของพวกเขานี่แหละหมอนี่เกิดเพี้ยนอะไรขึ้นมา
หงส์ทนมองไม่ไหวเลยต้องเอ่ยปากปราม
“นิคแกทำตัวน่ากลัวมากรู้ตัวปะ เหมือนพวกตาแก่กำลังหลอกเด็กอะ”หญิงสาวหนึ่งเดียวในกลุ่มเท้าคางมอง อยากให้อีกฝ่ายสังเกตหน้าคู่สนทนาเหลือเกิน
“คุณกลัวผมเหรอ”
“...”เพื่อนร่วมทีมและเฉินเฟิงที่พูดไม่ออก
“ผมไม่ได้ตั้งใจทำให้คุณกลัวนะ”แพทย์หนุ่มยกมือเกาหัวอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดีแสงโพล้เพล้จากด้านนอกทำให้ยังพอเห็นว่าแก้มและใบหูของชายหนุ่มเป็สีแดง
“!!!” หรือว่า…บ้าน่า
ทั้งตุ่นและทีโอต่างหันขวับไปมองชายหนุ่มปริศนาที่พวกเขารู้เพียงชื่อ
อีกฝ่ายเป็ชายหนุ่มที่สวมฮู้ดสีเทาอยู่ตลอดเวลาทำให้เห็นเพียงดวงตาสีแดงโดดเด่นคู่นั้นกับใบหน้าหล่อเหลาสะอาดสะอ้านรู้ว่าชื่อเฉินเฟิง มาสำรวจโรงงานน้ำตาลเพราะตัวเองอยู่อีกฝั่งของูเา
คุณหมออออ!!
จะไปตกหลุมรักเขาเพราะข้อมูลแค่นี้ไม่ได้นะ!!