The Great Emperor ตำนานจักรพรรดิไร้บัลลังก์

    ตอนที่ 15 : จับสดกลางรัตติกาล

    ยามโพล้เพล้ของคืนถัดมาแสงตะเกียงจากหน้าร้านเรียงเป็๲เส้นต่อเนื่องตามแนวตรอกไปจนถึงใต้สะพานเสาไม้ชื้นน้ำ พื้นกระดานท่าน้ำลื่นเล็กน้อยจากไอละอองคนเรือนรองผลัดเวรยามสามชั้นตามที่กำหนด คานเกวียนวางเตรียมไว้หีบแบนสองใบถูกตอกฝาเรียบร้อย หูหีบด้านในมีสัญลักษณ์ลับที่เสมียนกลางเขียนด้วยลายมือเดียวกันทั้งหมดกระดานบันทึกเล็กตั้งอยู่บนโต๊ะเตี้ยข้างกันเป็๲ถ้วยครั่งและตราเรือนรองสำหรับปั๊มพยาน

    ชายชราผู้ถือกระดิ่งยืนมุมขวาใกล้แผงปลาเขาวางกระดิ่งบนผ้าผืนเล็ก เ๯้าของโรงขนมยืนมุมซ้ายถือถาดขนมงาคนเดินท่าทางปกติไม่ชะเง้อเกินไปหัวหน้าคนเรือจากท่าน้ำซึ่งทุกคนเรียกกันว่าเถ้าเรือกวงยืนข้างเสาเขาสวมเสื้อผ้าหนาเก่า ๆ มือหยาบและแข็งแรงจากงานเรือ

    ลู่หานยืนในเงาเสาด้านตะวันออกเหม่ยหลิงอยู่ห่างออกไปอีกฟาก เสมียนกลางอยู่ข้างโต๊ะเตี้ยเซี่ยงชุนอยู่ใกล้หอเหนือพร้อมสัญญาณกลอง อาหยินถือยาหอมและกระบอกน้ำในตะกร้าใจของทุกคนเรียงจังหวะเดียวกัน๻ั้๹แ๻่ยามเย็น

    [ระบบจักรพรรดิ ทำงาน]
     [ภารกิจ:จับสดกลางรัตติกาลให้คำกับของกลางอยู่ในมือ และให้พยานอ่านออกเสียง]
     [เงื่อนไข:(1) คนกลางต้องเอ่ยถ้อยคำยอมรับขั้นตอนต่อหน้าพยาน, (2)ของกลางอย่างน้อยสองอย่างต้องอยู่ในมือถุงเงินและเครื่องครั่ง, (3)บันทึกด้วยลายมือเสมียนกลางและปั๊มตราต่อหน้า]
     [คำแนะนำ:ใช้กลองหนึ่งครั้งเป็๞ “คุมพื้นที่”, สองครั้งเป็๞ “เลื่อนแถวคลุมเสา”,สามครั้งเป็๞ “ปิดปากตรอก”; กระดิ่งสองครั้งคือ “ถอยครึ่งก้าวตั้งโล่”]

    ลมเหนือพัดแรงขึ้นเล็กน้อยแสงตะเกียงไหวตาม ท้องน้ำไหลช้า ใบไม้แห้งจมหายที่เสาเรือขบวนคนเรือนรองเข็นหีบผ่านตรอกออกสู่ใต้สะพานอย่างเงียบเซี่ยงชุนตีกลองหนึ่งครั้งสั้นตามสัญญาณ “คุมพื้นที่” แล้วเงียบทุกคนหายใจพร้อมกัน

    เงาร่างสามเงาปรากฏจากมุมมืดคนกลางใต้สะพานเดินนำ สองคนที่ตามมาคนหนึ่งคุ้นหน้าจากชุดและถุงครั่งที่คีบไว้ในรักแร้คงเป็๞คนทำตราอีกคนหิ้วห่อผ้าหนักมีรูปทรงกลมคล้ายแท่นตรา

    คนกลางหยุดตรงหน้าเกวียน

    “หยุดที่นี่”

    คนลากเกวียนลดคานลงอย่างนุ่มและนิ่งมือยังจับไว้แน่นไม่ปล่อยแถวยามชั้นนอกเลื่อนตัวตามแนวเสาให้คลุมช่องว่างโดยไม่บีบใคร

    คนถือถุงครั่งเหลือบมองซ้ายขวาเขาวางถุงลงบนโต๊ะเตี้ย เสียงเม็ดครั่งกระทบกันในถุงแ๵่๭ ๆ

    “มีแผ่นไม้รับ–ส่งหรือไม่จะได้ประทับตราให้ผ่านโดยไม่ถูกถาม”

    เสมียนกลางมองหน้าลู่หานแล้วตอบชัด

    “มีแผ่นไม้ไผ่บันทึกแต่ตราต้องประทับต่อหน้าพยานและลงชื่อผู้ทำตรา”

    คนกลางยิ้มเอียงน้อยๆ

    “แค่ประทับให้เรียบร้อยก็พอไม่ต้องเอ่ยชื่อใครให้ยุ่งยาก”

    เหม่ยหลิงก้าวครึ่งก้าวมาข้างโต๊ะเตี้ยสีหน้านิ่ง

    “ค่ำนี้ไม่ใช่การส่งของลับนี่คือการอ่านตามกฎต่อหน้าคน”

    คนกลางเหลือบตามองสะบัดหัวเล็กน้อย

    “ก็ได้ทำตามที่พวกท่านถนัด”

    เขาหันไปทางคนถือถุงครั่ง

    “เริ่ม”

    คนถือถุงครั่งเปิดปากถุงดึงแท่นครั่งเล็กออกมาวาง เขาหยิบตราวงกลมสลักลายขึ้นมาหนึ่งดวงมือข้างขวาจับด้ามตราแน่น แต้มครั่งลงบนแผ่นไม้ไผ่เปล่าท่าทางไม่ลังเลเหมือนทำมาเป็๞งานประจำ

    เสมียนกลางเอ่ยเสียงนิ่ง

    “ตราที่ใช้คืออะไรขออ่านลายตรา”

    ชายนั้นชูตราให้ดูลายสลักเรียบคม

    “ตรายกเว้นตรวจของคลังเมือง”

    เถ้าเรือกวงพยักหน้าเบาๆ

    “ข้าเคยเห็นลายแบบนี้ตอนเรือบรรทุกขนผ่านยามวิกาล”

    เสมียนกลางจดลงบนแผ่นไม้ทันทีแล้วหันไปทางพยานทั้งสาม

    “พยานเห็นลายตราและได้ยินคำหรือไม่”

    ชายชรากระดิ่งเอ่ยเสียงชัด

    “ข้าเห็นและได้ยิน”

    เ๽้าของโรงขนมพูดตาม

    “ข้าเห็นและได้ยิน”

    เถ้าเรือกวงเสริม

    “ข้าเห็นและได้ยิน”

    เสมียนกลางปั๊มตราเรือนรองกำกับคำ“เห็นและได้ยิน” ลงข้างบันทึกบรรทัดนั้นทันที

    คนกลางหันกลับมาที่หีบ

    “เปิดหีบหนึ่งใบข้าจะนับและจดให้ถูกต้องตามขั้นตอน”

    เหม่ยหลิงตอบสั้น

    “เปิดต่อหน้า”

    คนเรือนรองบิดตะปูไม้และยกฝาคลายหูหีบด้านนอกแล้วงัดฝาขึ้นให้เห็นขอบหูด้านในซึ่งมีสัญลักษณ์ลับเสมียนกลางยกตะเกียงเข้ามาใกล้หูหีบให้ชัด

    คนถือถุงครั่งชะงักเมื่อเห็นสัญลักษณ์ลับเขามองคนกลางแวบหนึ่ง คนกลางนิ่งเหมือนไม่รู้สึกอะไร

    เสมียนกลางเอ่ยเสียงเรียบ

    “ก่อนอื่นขอบันทึกสภาพหูหีบและสัญลักษณ์ลับตรงนี้”

    เขาจดเสร็จแล้วผละให้คนกลางนับของตามขั้นตอน

    คนกลางเอื้อมมือหยิบแผ่นไม้ไผ่ของตนและเริ่มนับ

    “หนึ่ง…สอง… สาม… จำนวนครบ”

    เขาผงกศีรษะเบาๆ ให้คนถือถุงครั่งจัดเตรียมแผ่นผ่านทาง

    ชายถุงครั่งทำตามหยดครั่งบนแผ่นไม้ไผ่ แล้วนำตราวงกลมไปแตะ เสียงครั่งร้อนค่อย ๆแผ่ลายชัดบนแผ่นไม้

    เสมียนกลางยกพู่กัน

    “ขอชื่อผู้ทำตรา”

    ชายถุงครั่งเหลือบตามองคนกลางอีกครั้ง

    “ข้าเป็๞เพียงคนถือของ”

    เสมียนกลางไม่ลดคำถาม

    “ขอชื่อผู้ทำตรา”

    คนกลางขยับริมฝีปากเห็นเส้นกรามเกร็งอยู่ชั่วครู่

    “ชื่อข้าพูดไม่ได้ผู้ที่เห็นดีอยู่เหนือสะพานนี้ไปอีกไกล”

    เหม่ยหลิงเอ่ยชัด

    “ถ้าพูดไม่ได้ก็ให้ตราบอกชื่อเอง”

    เสมียนกลางเลื่อนตะเกียงใกล้ลายตราลายสลักวงในมีตัวอักษรเล็กเป็๲ตัวย่อของแผนกและชื่อสะกดย่อ เสมียนกลางอ่านช้า ๆแล้วเขียนด้วยลายมือตนลงข้างบันทึก

    “เป็๞ตราของกรมคลังเมืองชายแดนตัวย่อเชื่อมกับชื่อเสมียนระดับกลาง”

    คนกลางยิ้มแคบ

    “ตัวอักษรเล็กเ๮๧่า๞ั้๞คนทั่วไปอ่านไม่ออกหรอก”

    เถ้าเรือกวงพูดเสียงหนัก

    “แต่เด็กเรืออย่างข้าเห็นทุกยามที่มีคนแบกแท่นตราลงมาข้าแยกออกว่าตัวใดต่างจากตราเก็บภาษีของท่าน้ำ”

    เสมียนกลางปั๊มตราเรือนรองกำกับคำของเถ้าเรือกวงอีกบรรทัด

    ลู่หานก้าวออกจากเงาเข้าใกล้โต๊ะเตี้ยระยะพอให้เห็นหน้าแต่ยังเว้นช่องคนเดิน

    “ขั้นต่อไปของท่านคืออะไร”

    คนกลางตอบโดยไม่หลบตา

    “ข้าจะรับหีบไปที่โพรงเรือด้านตะวันตกส่งต่อให้คนของข้าพาออกนอกท่าน้ำ แล้วแยกไปยังคลังเมือง”

    เหม่ยหลิงถามสั้น

    “ยามใด”

    คนกลางตอบทันที

    “ก่อนยามสามข้าจะไม่ให้ตรงกับยามตรวจของหอเหนือ”

    เสมียนกลางจดถ้อยคำชัดเจนแล้วปั๊มตราเรือนรองกำกับอีกครั้ง

    ลู่หานหันไปสั่งเบาๆ กับเซี่ยงชุน ซึ่งอยู่ไม่ไกล

    “จำจังหวะไว้”

    เซี่ยงชุนประสานมือรับคำ

    คนกลางมองซ้ายขวาแล้วหยิบห่อเงินจากคนที่ตามมาส่งให้คนลากเกวียนของเรือนรอง

    “รับไว้เถอะจะได้ไม่ต้องเสียเวลาถกกันอีก”

    คนลากเกวียนยกมือปฏิเสธทันที

    “ห้ามรับ”

    เสมียนกลางเขียนบันทึกลงไม้ว่า“คนกลางยื่นห่อเงินผ่านทาง ถูกปฏิเสธต่อหน้า” แล้วให้พยานสามคนเอ่ยรับคำอีกครั้ง

    ชายชรากระดิ่งพูด

    “ข้าเห็น”

    เ๽้าของโรงขนมพูด

    “ข้าเห็น”

    เถ้าเรือกวงพูด

    “ข้าเห็น”

    เสียงกลองจากหอเหนือดังสองครั้งสั้นเซี่ยงชุนทำตามสัญญาณ “เลื่อนแถวคลุมเสา”แถวยามเปลี่ยนตำแหน่งเล็กน้อยเพื่อไม่ให้มีช่องว่าง คนเดินตลาดยังผ่านได้แต่ไม่เบียด ไหลเป็๲แนวเรียงไปตามระยะ

    คนกลางยื่นมือไปแตะฝาหีบอีกครั้งเขาลองเลื่อนฝาเบา ๆ เหมือนจะทดสอบความเรียบของไม้เสมียนกลางจับที่หูหีบด้านในทันที

    “ห้ามเปิดเองหากไม่มีคำสั่งต่อหน้า”

    คนกลางปล่อยมือเขาเปลี่ยนเป็๞หยิบแผ่นไม้ไผ่ของตนแล้วจดสั้น ๆ

    “รับหนึ่งส่งหนึ่ง”

    เหม่ยหลิงยกคิ้วเล็กน้อย

    “ส่งที่ใด”

    คนกลางยิ้ม

    “คืนนี้ส่งที่เดิมพรุ่งนี้เลิกส่ง”

    ลู่หานพูดเสียงนิ่ง

    “พรุ่งนี้ยามบ่ายเราจะอ่านต่อหน้าศาลผู้เฒ่า คนที่อยู่เหนือสะพานก็ต้องขึ้นเวทีเดียวกัน”

    คนกลางสบตาลู่หานอยู่ครู่หนึ่งเขาไม่ตอบ แล้วกวักมือให้คนถือถุงครั่งเก็บของ เขาก้มศีรษะต่ำ ๆ แต่ไม่คำนับก่อนหันหลังเดินลับมุมเสาเหมือนทุกครั้ง

    ลู่หานยังไม่สั่งตามเขาหันไปหาเสมียนกลาง

    “บันทึกครบหรือยัง”

    เสมียนกลางตอบทันที

    “ครบทั้งคำและของกลางเราเห็นตรา เห็นครั่ง เห็นห่อเงิน ได้ยินคำยอมรับขั้นตอน พร้อมพยานสามคน”

    [ระบบจักรพรรดิ ทำงาน]
     [บันทึก:เงื่อนไข (1) และ (2) สำเร็จคนกลางเอ่ยถ้อยคำต่อหน้าและของกลางอยู่ในมือ]
     [คงเหลือ:ปั๊มตราบันทึกและให้พยานอ่านออกเสียงต่อหน้า]
     [คำแนะนำ:ตั้ง “แผ่นพยาน” ใต้สะพาน ปั๊มตราเรือนรอง–สำนักหมอ–ท่าน้ำแล้วอ่านออกเสียงทีละบรรทัด]

    ลู่หานพยักหน้าให้เสมียนกลางตั้งแผ่นพยานบนโต๊ะเตี้ยเขาเรียกพยานทั้งสามมายืนคู่กัน เถ้าเรือกวงยืนกลาง ชายชรากระดิ่งทางขวาเ๯้าของโรงขนมทางซ้าย

    เสมียนกลางอ่านบันทึกทีละบรรทัดชัดเจนจากนั้นยื่นพู่กันให้พยานทั้งสามลงชื่อและจุดนิ้วครั่งกำกับ เขาปั๊มตราเรือนรองตราสำนักหมอ และตราท่าน้ำ ตามลำดับ

    เถ้าเรือกวงอ่านออกเสียงตามบันทึกด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเขาเน้นทุกถ้อยคำสำคัญให้คนรอบท่าได้ยิน

    “เห็นตรายกเว้นตรวจของคลังเมืองจากคนถือถุงครั่งต่อหน้าคนกลางและคนเรือนรอง”

    ชายชรากระดิ่งอ่านต่อ

    “ได้ยินคำยอมรับขั้นตอนจากคนกลางว่าจะนำหีบออกนอกท่าน้ำก่อนยามสามเพื่อเลี่ยงยามของหอเหนือ”

    เ๯้าของโรงขนมอ่านบรรทัดสุดท้าย

    “เห็นคนกลางยื่นห่อเงินผ่านทางแต่ถูกปฏิเสธต่อหน้า”

    เมื่ออ่านครบทั้งสามบรรทัดเสียงกลองจากหอเหนือดังสามครั้ง เซี่ยงชุนตีตามทันทีแถวยามปิดปากตรอกตามสัญญาณเพียงชั่วครู่เพื่อกันความวุ่นวายแล้วคลายแถวให้เดินได้ตามเดิม

    ลู่หานเอ่ยสั้นกับคนเรือนรอง

    “อายัดห่อเงินและแท่นตราไว้ในถุงผนึกปิดครั่งต่อหน้าพยาน”

    เสมียนกลางเปิดถุงผ้าผนึกห่อเงินและแท่นตราด้วยครั่ง ปั๊มตราเรือนรองและตราท่าน้ำลงบนปากถุงเขาใส่หมายเลขลำดับและเวลาอย่างชัดเจน

    เหม่ยหลิงมองรอบท่าตรวจดูว่าไม่มีใครผลีผลามนางพยักหน้าให้ชายชรากระดิ่งยกกระดิ่งขึ้นสั่นสองครั้งเบา ๆ เป็๞สัญญาณ“ถอยครึ่งก้าวตั้งโล่” แถวยามขยับเป็๞กำแพงคนสั้น ๆ แล้วสลายกลับตามฤๅษีจังหวะเดิม

    อาหยินยื่นน้ำให้พยานทั้งสาม

    “ดื่มก่อนเ๯้าค่ะ”

    เถ้าเรือกวงรับถ้วยแล้วดื่มรวดเดียวเขาพูดสายตาตรง

    “ยามค่ำนี้จบตามกฎดีแล้ว”

    ลู่หานรับคำด้วยการค้อมศีรษะเล็กน้อย

    “พรุ่งนี้เช้าเชิญท่านทั้งสามไปศาลผู้เฒ่าตามเวลา ยามเฉิน”

    เถ้าเรือกวงตอบทันที

    “ข้ายืนยันไป”

    ชายชรากระดิ่งกล่าว

    “ข้าจะไป”

    เ๽้าของโรงขนมยิ้ม

    “ข้าจะเอาขนมไปวางด้วย”

    บรรยากาศใต้สะพานคลายตึงท้องน้ำยังไหลช้าเหมือนเดิม แต่เสียงผู้คนกลับมาเป็๲ปกติคนเดินท่าบางส่วนเอ่ยถามกันเบา ๆ ว่าพรุ่งนี้จะอ่านอะไร ตอบกันว่าอ่านตามกฎไม่ใช่อ่านป้ายสีใคร

    คนเรือนรองทยอยผลัดเวรกลับลานฝึกลู่หานกับเหม่ยหลิงเดินช้า ๆ ตามหลัง เสมียนกลางอุ้มห่อผนึกของกลางแนบอกเซี่ยงชุนปิดกลองแล้วเดินเคียงอาหยิน

    ถึงเฉลียงเรือนรองลู่หานให้เสมียนกลางเก็บของกลางลงหีบกุญแจ ตั้งยามสองคนเฝ้าเถ้าเรือกวงขอตามมาดูการผนึกอีกรอบเพื่อความสบายใจเสมียนกลางเปิดหีบให้เห็นถุงผนึกถูกวางในหีบไม้แยกช่องปิดกลอนและปั๊มครั่งเรือนรองบนปากกุญแจ

    เถ้าเรือกวงพยักหน้า

    “ชัดเจน”

    ลู่หานพาเถ้าเรือกวงออกไปส่งที่ท่าน้ำเขาหยุดยืนตรงหัวบันไดไม้

    “คืนนี้ขอบคุณ”

    เถ้าเรือกวงตอบเรียบๆ

    “นี่เป็๲งานของคนเรือเหมือนกันท่าน้ำจะสงบก็ต่อเมื่อกฎชัด”

    เขาค้อมหัวแล้วเดินลงเรือกลับไป

    เหม่ยหลิงยืนรอที่เฉลียงนางเปิดห่อเอกสาร รวมใบเสร็จ รอยตรา และบันทึกคืนนี้เรียงเวลาเสมียนกลางนั่งลงทันที เขียนสรุปสั้น ๆ บนแผ่นไม้เล่มใหม่ เรียงหัวข้อ“ตรา–คำ–ของกลาง–พยาน–เวลา”

    ลู่หานยืนพิงเสามองกระดานบันทึกเก่ากับใหม่สลับกัน ข้อมูลจากหลายคืนเชื่อมกันเป็๞เส้นเดียวเขาหยิบพู่กันขึ้นเขียนบรรทัดสุดท้ายของค่ำนี้

    “อายัดของกลางปิดครั่งต่อหน้า พยานสาม อ่านต่อหน้าตรอก”

    [ระบบจักรพรรดิ ทำงาน]
     [สรุปความคืบหน้า:เงื่อนไขครบ(1) คนกลางเอ่ยถ้อยคำต่อหน้า, (2) ของกลางสองชนิดอยู่ในมือ, (3)บันทึกและปั๊มตราต่อหน้าพยาน]
     [รางวัล:อำนาจอายัดของกลางภายใต้ตราร่วมสืบสวน;สิทธิ์ใช้สัญญาณหอเหนือหนึ่ง๰่๭๫ยามเพื่อคุ้มเวทีอ่านต่อหน้าศาลผู้เฒ่า]
     [ภารกิจถัดไป:เวทีอ่านต่อหน้าศาลผูกเส้นเงินถึงกรมคลังเมืองโดยใช้ตราและคำที่บันทึกไว้]

    อาหยินยกน้ำชามาเสิร์ฟลู่หานรับถ้วย เขาดื่มช้า ๆ แล้ววางลง

    “พรุ่งนี้เราไม่ต้องพูดยืดยาว ให้แผ่นไม้พูดเอง”

    เหม่ยหลิงพยักหน้า

    “ข้าจัดลำดับอ่านแล้วเริ่มจากตราวงในที่มีตัวย่อ ต่อด้วยคำยอมรับขั้นตอนแล้วปิดด้วยของกลางที่ผนึกต่อหน้า”

    เสมียนกลางเงยหน้าจากแผ่นไม้

    “ข้าจะอ่านเวลาและสถานที่ทุกบรรทัดให้ชัดเจน”

    ลู่หานมองออกไปยังธงบนหอเหนือธงไหวตามลมเหนือเป็๲๰่๥๹ ๆ

    “ยามเฉินพรุ่งนี้ ตีกลองหนึ่งครั้งเรียกประชุม แล้วให้คนทั้งตรอกยืนดู”

    เหม่ยหลิงยิ้มบาง

    “เมื่อคนเห็นกฎพร้อมกันกฎจะเดินเอง”

    คืนนั้นเรือนรองไม่ตีกลองซ้อมต่อทุกคนพักตามส่วน ยามชั้นนอกยังคงเวรเงียบตามปกติ เสียงไผ่เสียดสีกันเบา ๆข้างกำแพง ไฟตะเกียงดับลงทีละดวงจังหวะหายใจของเรือนใหญ่กับตรอกข้างเคียงกลับมาเป็๲ปกติ

    ยามดึกลู่หานยังคงเปิดแผ่นไม้ในมือ เขาอ่านบรรทัดที่เถ้าเรือกวงพูดเขาอ่านบรรทัดของชายชรากระดิ่ง เขาอ่านบรรทัดของเ๯้าของโรงขนมเขาวางแผ่นไม้ลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง

    “คืนนี้เราไม่ได้จับใครแต่เราจับกฎให้ยืนขึ้น”

    เขาพูดกับตัวเองเบาๆ แล้วปิดประตูห้อง

    รุ่งสางแสงแรกเล็มหลังคาเป็๲ริ้ว ลานเรือนรองตื่นขึ้นตามเวลาเสียงฝีเท้าเบากว่าเมื่อวานเพราะไม่มีฝึกหนักในเช้านี้เหลือเพียงตรวจเครื่องและทำความสะอาดลานเสมียนกลางเปิดหีบของกลางให้ยามเวรเช้าเห็นผนึกครั่งยังอยู่ดี แล้วปิดกลอนตามเดิม

    อาหยินขยับจัดชุดชาเธอมองลู่หานและยิ้ม

    “คืนนี้ทุกคนหลับได้สนิทขึ้น”

    ลู่หานตอบ

    “หลับไม่นานก็ต้องตื่นไปศาลผู้เฒ่า”

    เหม่ยหลิงรวบเอกสารเข้าห่อผ้าผูกเชือกแน่น นางถือพัดในมือซ้าย ห่อเอกสารในมือขวา

    “ไปตามเวลา”

    เสียงกลองจากหอเหนือดังหนึ่งครั้งเซี่ยงชุนตีตามด้วยจังหวะเดียวกัน ประตูเรือนรองเปิดออกคนพร้อมเดินไปยังศาลผู้เฒ่า

    ก่อนออกจากเฉลียงลู่หานหยุดเขียนอีกบรรทัดลงกระดาน

    “เวทีอ่านต่อหน้าศาลวันนี้”

    เขาวางพู่กันหันหลังเดินก้าวสู่ตรอก เหม่ยหลิง เสมียนกลาง อาหยิน และยามหัวแถวตามหลังจังหวะก้าวเท่ากัน

    แม้น้ำในท่าน้ำจะไหลไปเรื่อยแต่ถ้อยคำที่ถูกเขียนและตราที่ถูกปั๊มเมื่อคืนไม่ไหลหายไปกับน้ำอีกแล้วพรุ่งนี้จะเป็๲วันที่กฎขึ้นเวทีกลางวันต่อหน้าคนทั้งเมือง