ยามโพล้เพล้ของคืนถัดมาแสงตะเกียงจากหน้าร้านเรียงเป็เส้นต่อเนื่องตามแนวตรอกไปจนถึงใต้สะพานเสาไม้ชื้นน้ำ พื้นกระดานท่าน้ำลื่นเล็กน้อยจากไอละอองคนเรือนรองผลัดเวรยามสามชั้นตามที่กำหนด คานเกวียนวางเตรียมไว้หีบแบนสองใบถูกตอกฝาเรียบร้อย หูหีบด้านในมีสัญลักษณ์ลับที่เสมียนกลางเขียนด้วยลายมือเดียวกันทั้งหมดกระดานบันทึกเล็กตั้งอยู่บนโต๊ะเตี้ยข้างกันเป็ถ้วยครั่งและตราเรือนรองสำหรับปั๊มพยาน
ชายชราผู้ถือกระดิ่งยืนมุมขวาใกล้แผงปลาเขาวางกระดิ่งบนผ้าผืนเล็ก เ้าของโรงขนมยืนมุมซ้ายถือถาดขนมงาคนเดินท่าทางปกติไม่ชะเง้อเกินไปหัวหน้าคนเรือจากท่าน้ำซึ่งทุกคนเรียกกันว่าเถ้าเรือกวงยืนข้างเสาเขาสวมเสื้อผ้าหนาเก่า ๆ มือหยาบและแข็งแรงจากงานเรือ
ลู่หานยืนในเงาเสาด้านตะวันออกเหม่ยหลิงอยู่ห่างออกไปอีกฟาก เสมียนกลางอยู่ข้างโต๊ะเตี้ยเซี่ยงชุนอยู่ใกล้หอเหนือพร้อมสัญญาณกลอง อาหยินถือยาหอมและกระบอกน้ำในตะกร้าใจของทุกคนเรียงจังหวะเดียวกันั้แ่ยามเย็น
[ระบบจักรพรรดิ ทำงาน]
[ภารกิจ:จับสดกลางรัตติกาลให้คำกับของกลางอยู่ในมือ และให้พยานอ่านออกเสียง]
[เงื่อนไข:(1) คนกลางต้องเอ่ยถ้อยคำยอมรับขั้นตอนต่อหน้าพยาน, (2)ของกลางอย่างน้อยสองอย่างต้องอยู่ในมือถุงเงินและเครื่องครั่ง, (3)บันทึกด้วยลายมือเสมียนกลางและปั๊มตราต่อหน้า]
[คำแนะนำ:ใช้กลองหนึ่งครั้งเป็ “คุมพื้นที่”, สองครั้งเป็ “เลื่อนแถวคลุมเสา”,สามครั้งเป็ “ปิดปากตรอก”; กระดิ่งสองครั้งคือ “ถอยครึ่งก้าวตั้งโล่”]
ลมเหนือพัดแรงขึ้นเล็กน้อยแสงตะเกียงไหวตาม ท้องน้ำไหลช้า ใบไม้แห้งจมหายที่เสาเรือขบวนคนเรือนรองเข็นหีบผ่านตรอกออกสู่ใต้สะพานอย่างเงียบเซี่ยงชุนตีกลองหนึ่งครั้งสั้นตามสัญญาณ “คุมพื้นที่” แล้วเงียบทุกคนหายใจพร้อมกัน
เงาร่างสามเงาปรากฏจากมุมมืดคนกลางใต้สะพานเดินนำ สองคนที่ตามมาคนหนึ่งคุ้นหน้าจากชุดและถุงครั่งที่คีบไว้ในรักแร้คงเป็คนทำตราอีกคนหิ้วห่อผ้าหนักมีรูปทรงกลมคล้ายแท่นตรา
คนกลางหยุดตรงหน้าเกวียน
“หยุดที่นี่”
คนลากเกวียนลดคานลงอย่างนุ่มและนิ่งมือยังจับไว้แน่นไม่ปล่อยแถวยามชั้นนอกเลื่อนตัวตามแนวเสาให้คลุมช่องว่างโดยไม่บีบใคร
คนถือถุงครั่งเหลือบมองซ้ายขวาเขาวางถุงลงบนโต๊ะเตี้ย เสียงเม็ดครั่งกระทบกันในถุงแ่ ๆ
“มีแผ่นไม้รับ–ส่งหรือไม่จะได้ประทับตราให้ผ่านโดยไม่ถูกถาม”
เสมียนกลางมองหน้าลู่หานแล้วตอบชัด
“มีแผ่นไม้ไผ่บันทึกแต่ตราต้องประทับต่อหน้าพยานและลงชื่อผู้ทำตรา”
คนกลางยิ้มเอียงน้อยๆ
“แค่ประทับให้เรียบร้อยก็พอไม่ต้องเอ่ยชื่อใครให้ยุ่งยาก”
เหม่ยหลิงก้าวครึ่งก้าวมาข้างโต๊ะเตี้ยสีหน้านิ่ง
“ค่ำนี้ไม่ใช่การส่งของลับนี่คือการอ่านตามกฎต่อหน้าคน”
คนกลางเหลือบตามองสะบัดหัวเล็กน้อย
“ก็ได้ทำตามที่พวกท่านถนัด”
เขาหันไปทางคนถือถุงครั่ง
“เริ่ม”
คนถือถุงครั่งเปิดปากถุงดึงแท่นครั่งเล็กออกมาวาง เขาหยิบตราวงกลมสลักลายขึ้นมาหนึ่งดวงมือข้างขวาจับด้ามตราแน่น แต้มครั่งลงบนแผ่นไม้ไผ่เปล่าท่าทางไม่ลังเลเหมือนทำมาเป็งานประจำ
เสมียนกลางเอ่ยเสียงนิ่ง
“ตราที่ใช้คืออะไรขออ่านลายตรา”
ชายนั้นชูตราให้ดูลายสลักเรียบคม
“ตรายกเว้นตรวจของคลังเมือง”
เถ้าเรือกวงพยักหน้าเบาๆ
“ข้าเคยเห็นลายแบบนี้ตอนเรือบรรทุกขนผ่านยามวิกาล”
เสมียนกลางจดลงบนแผ่นไม้ทันทีแล้วหันไปทางพยานทั้งสาม
“พยานเห็นลายตราและได้ยินคำหรือไม่”
ชายชรากระดิ่งเอ่ยเสียงชัด
“ข้าเห็นและได้ยิน”
เ้าของโรงขนมพูดตาม
“ข้าเห็นและได้ยิน”
เถ้าเรือกวงเสริม
“ข้าเห็นและได้ยิน”
เสมียนกลางปั๊มตราเรือนรองกำกับคำ“เห็นและได้ยิน” ลงข้างบันทึกบรรทัดนั้นทันที
คนกลางหันกลับมาที่หีบ
“เปิดหีบหนึ่งใบข้าจะนับและจดให้ถูกต้องตามขั้นตอน”
เหม่ยหลิงตอบสั้น
“เปิดต่อหน้า”
คนเรือนรองบิดตะปูไม้และยกฝาคลายหูหีบด้านนอกแล้วงัดฝาขึ้นให้เห็นขอบหูด้านในซึ่งมีสัญลักษณ์ลับเสมียนกลางยกตะเกียงเข้ามาใกล้หูหีบให้ชัด
คนถือถุงครั่งชะงักเมื่อเห็นสัญลักษณ์ลับเขามองคนกลางแวบหนึ่ง คนกลางนิ่งเหมือนไม่รู้สึกอะไร
เสมียนกลางเอ่ยเสียงเรียบ
“ก่อนอื่นขอบันทึกสภาพหูหีบและสัญลักษณ์ลับตรงนี้”
เขาจดเสร็จแล้วผละให้คนกลางนับของตามขั้นตอน
คนกลางเอื้อมมือหยิบแผ่นไม้ไผ่ของตนและเริ่มนับ
“หนึ่ง…สอง… สาม… จำนวนครบ”
เขาผงกศีรษะเบาๆ ให้คนถือถุงครั่งจัดเตรียมแผ่นผ่านทาง
ชายถุงครั่งทำตามหยดครั่งบนแผ่นไม้ไผ่ แล้วนำตราวงกลมไปแตะ เสียงครั่งร้อนค่อย ๆแผ่ลายชัดบนแผ่นไม้
เสมียนกลางยกพู่กัน
“ขอชื่อผู้ทำตรา”
ชายถุงครั่งเหลือบตามองคนกลางอีกครั้ง
“ข้าเป็เพียงคนถือของ”
เสมียนกลางไม่ลดคำถาม
“ขอชื่อผู้ทำตรา”
คนกลางขยับริมฝีปากเห็นเส้นกรามเกร็งอยู่ชั่วครู่
“ชื่อข้าพูดไม่ได้ผู้ที่เห็นดีอยู่เหนือสะพานนี้ไปอีกไกล”
เหม่ยหลิงเอ่ยชัด
“ถ้าพูดไม่ได้ก็ให้ตราบอกชื่อเอง”
เสมียนกลางเลื่อนตะเกียงใกล้ลายตราลายสลักวงในมีตัวอักษรเล็กเป็ตัวย่อของแผนกและชื่อสะกดย่อ เสมียนกลางอ่านช้า ๆแล้วเขียนด้วยลายมือตนลงข้างบันทึก
“เป็ตราของกรมคลังเมืองชายแดนตัวย่อเชื่อมกับชื่อเสมียนระดับกลาง”
คนกลางยิ้มแคบ
“ตัวอักษรเล็กเ่าั้คนทั่วไปอ่านไม่ออกหรอก”
เถ้าเรือกวงพูดเสียงหนัก
“แต่เด็กเรืออย่างข้าเห็นทุกยามที่มีคนแบกแท่นตราลงมาข้าแยกออกว่าตัวใดต่างจากตราเก็บภาษีของท่าน้ำ”
เสมียนกลางปั๊มตราเรือนรองกำกับคำของเถ้าเรือกวงอีกบรรทัด
ลู่หานก้าวออกจากเงาเข้าใกล้โต๊ะเตี้ยระยะพอให้เห็นหน้าแต่ยังเว้นช่องคนเดิน
“ขั้นต่อไปของท่านคืออะไร”
คนกลางตอบโดยไม่หลบตา
“ข้าจะรับหีบไปที่โพรงเรือด้านตะวันตกส่งต่อให้คนของข้าพาออกนอกท่าน้ำ แล้วแยกไปยังคลังเมือง”
เหม่ยหลิงถามสั้น
“ยามใด”
คนกลางตอบทันที
“ก่อนยามสามข้าจะไม่ให้ตรงกับยามตรวจของหอเหนือ”
เสมียนกลางจดถ้อยคำชัดเจนแล้วปั๊มตราเรือนรองกำกับอีกครั้ง
ลู่หานหันไปสั่งเบาๆ กับเซี่ยงชุน ซึ่งอยู่ไม่ไกล
“จำจังหวะไว้”
เซี่ยงชุนประสานมือรับคำ
คนกลางมองซ้ายขวาแล้วหยิบห่อเงินจากคนที่ตามมาส่งให้คนลากเกวียนของเรือนรอง
“รับไว้เถอะจะได้ไม่ต้องเสียเวลาถกกันอีก”
คนลากเกวียนยกมือปฏิเสธทันที
“ห้ามรับ”
เสมียนกลางเขียนบันทึกลงไม้ว่า“คนกลางยื่นห่อเงินผ่านทาง ถูกปฏิเสธต่อหน้า” แล้วให้พยานสามคนเอ่ยรับคำอีกครั้ง
ชายชรากระดิ่งพูด
“ข้าเห็น”
เ้าของโรงขนมพูด
“ข้าเห็น”
เถ้าเรือกวงพูด
“ข้าเห็น”
เสียงกลองจากหอเหนือดังสองครั้งสั้นเซี่ยงชุนทำตามสัญญาณ “เลื่อนแถวคลุมเสา”แถวยามเปลี่ยนตำแหน่งเล็กน้อยเพื่อไม่ให้มีช่องว่าง คนเดินตลาดยังผ่านได้แต่ไม่เบียด ไหลเป็แนวเรียงไปตามระยะ
คนกลางยื่นมือไปแตะฝาหีบอีกครั้งเขาลองเลื่อนฝาเบา ๆ เหมือนจะทดสอบความเรียบของไม้เสมียนกลางจับที่หูหีบด้านในทันที
“ห้ามเปิดเองหากไม่มีคำสั่งต่อหน้า”
คนกลางปล่อยมือเขาเปลี่ยนเป็หยิบแผ่นไม้ไผ่ของตนแล้วจดสั้น ๆ
“รับหนึ่งส่งหนึ่ง”
เหม่ยหลิงยกคิ้วเล็กน้อย
“ส่งที่ใด”
คนกลางยิ้ม
“คืนนี้ส่งที่เดิมพรุ่งนี้เลิกส่ง”
ลู่หานพูดเสียงนิ่ง
“พรุ่งนี้ยามบ่ายเราจะอ่านต่อหน้าศาลผู้เฒ่า คนที่อยู่เหนือสะพานก็ต้องขึ้นเวทีเดียวกัน”
คนกลางสบตาลู่หานอยู่ครู่หนึ่งเขาไม่ตอบ แล้วกวักมือให้คนถือถุงครั่งเก็บของ เขาก้มศีรษะต่ำ ๆ แต่ไม่คำนับก่อนหันหลังเดินลับมุมเสาเหมือนทุกครั้ง
ลู่หานยังไม่สั่งตามเขาหันไปหาเสมียนกลาง
“บันทึกครบหรือยัง”
เสมียนกลางตอบทันที
“ครบทั้งคำและของกลางเราเห็นตรา เห็นครั่ง เห็นห่อเงิน ได้ยินคำยอมรับขั้นตอน พร้อมพยานสามคน”
[ระบบจักรพรรดิ ทำงาน]
[บันทึก:เงื่อนไข (1) และ (2) สำเร็จคนกลางเอ่ยถ้อยคำต่อหน้าและของกลางอยู่ในมือ]
[คงเหลือ:ปั๊มตราบันทึกและให้พยานอ่านออกเสียงต่อหน้า]
[คำแนะนำ:ตั้ง “แผ่นพยาน” ใต้สะพาน ปั๊มตราเรือนรอง–สำนักหมอ–ท่าน้ำแล้วอ่านออกเสียงทีละบรรทัด]
ลู่หานพยักหน้าให้เสมียนกลางตั้งแผ่นพยานบนโต๊ะเตี้ยเขาเรียกพยานทั้งสามมายืนคู่กัน เถ้าเรือกวงยืนกลาง ชายชรากระดิ่งทางขวาเ้าของโรงขนมทางซ้าย
เสมียนกลางอ่านบันทึกทีละบรรทัดชัดเจนจากนั้นยื่นพู่กันให้พยานทั้งสามลงชื่อและจุดนิ้วครั่งกำกับ เขาปั๊มตราเรือนรองตราสำนักหมอ และตราท่าน้ำ ตามลำดับ
เถ้าเรือกวงอ่านออกเสียงตามบันทึกด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเขาเน้นทุกถ้อยคำสำคัญให้คนรอบท่าได้ยิน
“เห็นตรายกเว้นตรวจของคลังเมืองจากคนถือถุงครั่งต่อหน้าคนกลางและคนเรือนรอง”
ชายชรากระดิ่งอ่านต่อ
“ได้ยินคำยอมรับขั้นตอนจากคนกลางว่าจะนำหีบออกนอกท่าน้ำก่อนยามสามเพื่อเลี่ยงยามของหอเหนือ”
เ้าของโรงขนมอ่านบรรทัดสุดท้าย
“เห็นคนกลางยื่นห่อเงินผ่านทางแต่ถูกปฏิเสธต่อหน้า”
เมื่ออ่านครบทั้งสามบรรทัดเสียงกลองจากหอเหนือดังสามครั้ง เซี่ยงชุนตีตามทันทีแถวยามปิดปากตรอกตามสัญญาณเพียงชั่วครู่เพื่อกันความวุ่นวายแล้วคลายแถวให้เดินได้ตามเดิม
ลู่หานเอ่ยสั้นกับคนเรือนรอง
“อายัดห่อเงินและแท่นตราไว้ในถุงผนึกปิดครั่งต่อหน้าพยาน”
เสมียนกลางเปิดถุงผ้าผนึกห่อเงินและแท่นตราด้วยครั่ง ปั๊มตราเรือนรองและตราท่าน้ำลงบนปากถุงเขาใส่หมายเลขลำดับและเวลาอย่างชัดเจน
เหม่ยหลิงมองรอบท่าตรวจดูว่าไม่มีใครผลีผลามนางพยักหน้าให้ชายชรากระดิ่งยกกระดิ่งขึ้นสั่นสองครั้งเบา ๆ เป็สัญญาณ“ถอยครึ่งก้าวตั้งโล่” แถวยามขยับเป็กำแพงคนสั้น ๆ แล้วสลายกลับตามฤๅษีจังหวะเดิม
อาหยินยื่นน้ำให้พยานทั้งสาม
“ดื่มก่อนเ้าค่ะ”
เถ้าเรือกวงรับถ้วยแล้วดื่มรวดเดียวเขาพูดสายตาตรง
“ยามค่ำนี้จบตามกฎดีแล้ว”
ลู่หานรับคำด้วยการค้อมศีรษะเล็กน้อย
“พรุ่งนี้เช้าเชิญท่านทั้งสามไปศาลผู้เฒ่าตามเวลา ยามเฉิน”
เถ้าเรือกวงตอบทันที
“ข้ายืนยันไป”
ชายชรากระดิ่งกล่าว
“ข้าจะไป”
เ้าของโรงขนมยิ้ม
“ข้าจะเอาขนมไปวางด้วย”
บรรยากาศใต้สะพานคลายตึงท้องน้ำยังไหลช้าเหมือนเดิม แต่เสียงผู้คนกลับมาเป็ปกติคนเดินท่าบางส่วนเอ่ยถามกันเบา ๆ ว่าพรุ่งนี้จะอ่านอะไร ตอบกันว่าอ่านตามกฎไม่ใช่อ่านป้ายสีใคร
คนเรือนรองทยอยผลัดเวรกลับลานฝึกลู่หานกับเหม่ยหลิงเดินช้า ๆ ตามหลัง เสมียนกลางอุ้มห่อผนึกของกลางแนบอกเซี่ยงชุนปิดกลองแล้วเดินเคียงอาหยิน
ถึงเฉลียงเรือนรองลู่หานให้เสมียนกลางเก็บของกลางลงหีบกุญแจ ตั้งยามสองคนเฝ้าเถ้าเรือกวงขอตามมาดูการผนึกอีกรอบเพื่อความสบายใจเสมียนกลางเปิดหีบให้เห็นถุงผนึกถูกวางในหีบไม้แยกช่องปิดกลอนและปั๊มครั่งเรือนรองบนปากกุญแจ
เถ้าเรือกวงพยักหน้า
“ชัดเจน”
ลู่หานพาเถ้าเรือกวงออกไปส่งที่ท่าน้ำเขาหยุดยืนตรงหัวบันไดไม้
“คืนนี้ขอบคุณ”
เถ้าเรือกวงตอบเรียบๆ
“นี่เป็งานของคนเรือเหมือนกันท่าน้ำจะสงบก็ต่อเมื่อกฎชัด”
เขาค้อมหัวแล้วเดินลงเรือกลับไป
เหม่ยหลิงยืนรอที่เฉลียงนางเปิดห่อเอกสาร รวมใบเสร็จ รอยตรา และบันทึกคืนนี้เรียงเวลาเสมียนกลางนั่งลงทันที เขียนสรุปสั้น ๆ บนแผ่นไม้เล่มใหม่ เรียงหัวข้อ“ตรา–คำ–ของกลาง–พยาน–เวลา”
ลู่หานยืนพิงเสามองกระดานบันทึกเก่ากับใหม่สลับกัน ข้อมูลจากหลายคืนเชื่อมกันเป็เส้นเดียวเขาหยิบพู่กันขึ้นเขียนบรรทัดสุดท้ายของค่ำนี้
“อายัดของกลางปิดครั่งต่อหน้า พยานสาม อ่านต่อหน้าตรอก”
[ระบบจักรพรรดิ ทำงาน]
[สรุปความคืบหน้า:เงื่อนไขครบ(1) คนกลางเอ่ยถ้อยคำต่อหน้า, (2) ของกลางสองชนิดอยู่ในมือ, (3)บันทึกและปั๊มตราต่อหน้าพยาน]
[รางวัล:อำนาจอายัดของกลางภายใต้ตราร่วมสืบสวน;สิทธิ์ใช้สัญญาณหอเหนือหนึ่ง่ยามเพื่อคุ้มเวทีอ่านต่อหน้าศาลผู้เฒ่า]
[ภารกิจถัดไป:เวทีอ่านต่อหน้าศาลผูกเส้นเงินถึงกรมคลังเมืองโดยใช้ตราและคำที่บันทึกไว้]
อาหยินยกน้ำชามาเสิร์ฟลู่หานรับถ้วย เขาดื่มช้า ๆ แล้ววางลง
“พรุ่งนี้เราไม่ต้องพูดยืดยาว ให้แผ่นไม้พูดเอง”
เหม่ยหลิงพยักหน้า
“ข้าจัดลำดับอ่านแล้วเริ่มจากตราวงในที่มีตัวย่อ ต่อด้วยคำยอมรับขั้นตอนแล้วปิดด้วยของกลางที่ผนึกต่อหน้า”
เสมียนกลางเงยหน้าจากแผ่นไม้
“ข้าจะอ่านเวลาและสถานที่ทุกบรรทัดให้ชัดเจน”
ลู่หานมองออกไปยังธงบนหอเหนือธงไหวตามลมเหนือเป็่ ๆ
“ยามเฉินพรุ่งนี้ ตีกลองหนึ่งครั้งเรียกประชุม แล้วให้คนทั้งตรอกยืนดู”
เหม่ยหลิงยิ้มบาง
“เมื่อคนเห็นกฎพร้อมกันกฎจะเดินเอง”
คืนนั้นเรือนรองไม่ตีกลองซ้อมต่อทุกคนพักตามส่วน ยามชั้นนอกยังคงเวรเงียบตามปกติ เสียงไผ่เสียดสีกันเบา ๆข้างกำแพง ไฟตะเกียงดับลงทีละดวงจังหวะหายใจของเรือนใหญ่กับตรอกข้างเคียงกลับมาเป็ปกติ
ยามดึกลู่หานยังคงเปิดแผ่นไม้ในมือ เขาอ่านบรรทัดที่เถ้าเรือกวงพูดเขาอ่านบรรทัดของชายชรากระดิ่ง เขาอ่านบรรทัดของเ้าของโรงขนมเขาวางแผ่นไม้ลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง
“คืนนี้เราไม่ได้จับใครแต่เราจับกฎให้ยืนขึ้น”
เขาพูดกับตัวเองเบาๆ แล้วปิดประตูห้อง
รุ่งสางแสงแรกเล็มหลังคาเป็ริ้ว ลานเรือนรองตื่นขึ้นตามเวลาเสียงฝีเท้าเบากว่าเมื่อวานเพราะไม่มีฝึกหนักในเช้านี้เหลือเพียงตรวจเครื่องและทำความสะอาดลานเสมียนกลางเปิดหีบของกลางให้ยามเวรเช้าเห็นผนึกครั่งยังอยู่ดี แล้วปิดกลอนตามเดิม
อาหยินขยับจัดชุดชาเธอมองลู่หานและยิ้ม
“คืนนี้ทุกคนหลับได้สนิทขึ้น”
ลู่หานตอบ
“หลับไม่นานก็ต้องตื่นไปศาลผู้เฒ่า”
เหม่ยหลิงรวบเอกสารเข้าห่อผ้าผูกเชือกแน่น นางถือพัดในมือซ้าย ห่อเอกสารในมือขวา
“ไปตามเวลา”
เสียงกลองจากหอเหนือดังหนึ่งครั้งเซี่ยงชุนตีตามด้วยจังหวะเดียวกัน ประตูเรือนรองเปิดออกคนพร้อมเดินไปยังศาลผู้เฒ่า
ก่อนออกจากเฉลียงลู่หานหยุดเขียนอีกบรรทัดลงกระดาน
“เวทีอ่านต่อหน้าศาลวันนี้”
เขาวางพู่กันหันหลังเดินก้าวสู่ตรอก เหม่ยหลิง เสมียนกลาง อาหยิน และยามหัวแถวตามหลังจังหวะก้าวเท่ากัน
แม้น้ำในท่าน้ำจะไหลไปเรื่อยแต่ถ้อยคำที่ถูกเขียนและตราที่ถูกปั๊มเมื่อคืนไม่ไหลหายไปกับน้ำอีกแล้วพรุ่งนี้จะเป็วันที่กฎขึ้นเวทีกลางวันต่อหน้าคนทั้งเมือง