บทที่ 33 คุณลุงที่รอมานาน
เช้าวันรุ่งขึ้น โจวหลีอันเข้าไปในมิติพิเศษตามความเคยชิน
ผักต่าง ๆ ในแปลงเติบโตได้ดีมาก จนสามารถเก็บเกี่ยวได้อีกรอบแล้ว
ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเธอคงกินไม่หมดแน่! โชคดีที่ผักเหล่านี้สามารถเก็บไว้ในคลังสินค้าได้ ไม่ต้องกลัวว่าจะเน่าเสีย เธอสามารถเก็บผักไว้กินได้นานเป็นเดือน
รอให้หาเหตุผลได้แล้ว ค่อยนำผักไปให้แม่โจว และคนอื่น ๆ ทานด้วย อย่างไรเสียคุณภาพของผักในมิติพิเศษก็ดีกว่าข้างนอก
คิดแบบนี้แล้ว โจวหลีอันก็มาถึงหน้าจอเห็ด เธอเริ่มเก็บผักกะหล่ำปลีที่ปลูกไว้ ด้วยพลังเร่งความเร็วสามเท่าของมิติพิเศษ กะหล่ำปลีเหล่านั้นก็เริ่มห่อหัวแล้ว สามารถรอให้โตอีกสักหน่อย หรือจะเก็บเกี่ยวตอนนี้เลยก็ได้เช่นกัน
โจวหลีอันตัดสินใจที่จะปล่อยให้กะหล่ำปลีโตต่อไปอีกสักพัก
ส่วนพริกที่ปลูกไว้นั้น ส่วนใหญ่สุกหมดแล้ว โจวหลีอันเก็บเกี่ยวไปเกือบหมด ส่วนที่เหลือบนต้น เธอจะมาเด็ดเพิ่มเติมตอนที่ต้องการกินเท่านั้น ส่วนที่เหลือทั้งหมดเธอจะเก็บไว้ทำเมล็ดพันธุ์
โจวหลีอันมองผ่านมะเขือที่เพิ่งเริ่มออกผล… หัวไชเท้าก็เช่นกัน
ผักกาดหอม หอมหัวใหญ่ กระเทียม และขิงที่ยังไม่สุกทั้งหมดถูกมองผ่านไป
**
พืชผลต่าง ๆ เริ่มออกเป็นสีเขียวอ่อน ๆ แล้ว ดูเหมือนว่าอีกสิบกว่าวันก็จะสามารถกินได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นถั่วลิสงที่เพิ่งเริ่มออกดอกไม่นาน ถั่วเขียวออกฝักมากมายแต่ยังไม่เต็มเมล็ด ถั่วเหล่านี้ยังไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้
สำหรับถั่วแขก หลังจากเก็บบางส่วนไว้ทำเมล็ดพันธุ์แล้ว เธอก็เก็บเกี่ยวผลผลิตทั้งหมด
ถั่วฝักยาวก็ดำเนินการเช่นเดียวกับถั่วแขก ในขณะที่เธอเก็บเกี่ยวอย่างขะมักเขม้น โจวหลีอันรู้สึกว่าตัวเองลืมอะไรบางอย่างไป แต่ก็นึกไม่ออกสักที
เธอเดินมาถึงหน้าแปลงผักกาด
นี่เป็นรอบที่สองแล้วที่โจวหลีอันปลูก ผักกาดพันธุ์นี้ใช้เวลาเพียงยี่สิบแปดวันก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว
นอกจากนี้ฟักทองอ่อนก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้วเช่นกัน
ก่อนหน้านี้ โจวหลีอันได้เก็บแตงกวาอ่อนบางส่วนในคลังสินค้า เตรียมไว้สำหรับทำแตงกวาดอง ตอนนี้มันงอกขึ้นมาใหม่และออกผลเต็มไปหมด โจวหลีอันเก็บไว้บางส่วนเพื่อทำพันธุ์ ส่วนที่เหลือเก็บเกี่ยวทั้งหมด
หลังจากเก็บผักเสร็จ โจวหลีอันรู้สึกว่า ต่อไปเธอคงไม่จำเป็นต้องปลูกผักในมิติพิเศษอีกแล้ว
อย่างไรก็ตาม เธอยังมีผักอยู่ในแปลงที่ดินส่วนตัวอยู่ข้างนอก โจวหลีอันมองดูปริมาณสิ่งของในคลังสินค้าของเธอบนหน้าจอเห็ด
การมีหน้าจอนั้นดีจริง ๆ ไม่จำเป็นต้องชั่งน้ำหนักก็สามารถรู้ปริมาณได้
พริกสามสิบเจ็ดจิน ถั่วแขกเจ็ดสิบหกจิน
ถั่วฝักยาวเก้าสิบเอ็ดจิน
ผักกาดเขียวหนึ่งร้อยห้าจิน
ฟักทองอ่อนหกสิบเอ็ดจิน
แตงกวาแปดสิบสองจิน
หลังจากที่เธอเก็บผักเสร็จแล้ว เธอก็ไปดูปลาในบ่ออีกครั้ง พวกมันดูมีชีวิตชีวามาก ว่ายน้ำอย่างสนุกสนาน เห็นได้ชัดว่ากำลังเติบโตได้เป็นอย่างดี
ปลาในบ่อน้ำไม่จำเป็นต้องให้อาหาร เพราะในบ่อน้ำมีอาหารของพวกมันอยู่แล้ว แต่ถ้าอยากให้อาหารก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำไม่ได้ ในยุคหลังนิยมให้พวกหญ้าอะไรแบบนั้นเป็นอาหารปลา เธอก็สามารถให้ได้
เดี๋ยวก่อน!?
โจวหลีอันรู้สึกขนลุกซู่ทันที
ในที่สุดเธอก็นึกออกว่าเธอลืมทำอะไรไป! เธอลืมให้อาหารไก่
หลังจากนึกขึ้นได้ โจวหลีอันรีบไปที่ฟาร์มปศุสัตว์ทันที
ผลก็คือเธอเห็นลูกไก่สิบสองตัวที่หิวจนดูเหมือนจะสิ้นใจ
โจวหลีอันชะงักไปชั่วครู่ เธอรู้สึกผิดอยู่บ้างเล็กน้อย
เธอรีบหาแป้งข้าวโพดมา เติมน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่เจือจางแล้ว คนให้เข้ากันแล้วป้อนให้ลูกไก่ของเธอ
เพราะความรู้สึกผิด ครั้งนี้เธอจึงเพิ่มความเข้มข้นของน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ให้มากกว่าเดิม เมื่อเห็นว่าลูกไก่ทั้งหมดเริ่มกินอาหารแล้วค่อย ๆ ฟื้นคืนพลังชีวิต เธอจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ในชนบทแบบนี้ ตอนกลางคืนไม่มีกิจกรรมบันเทิงใด ๆ ดังนั้น โจวหลีอันจึงใช้เวลาไปกับการนอนหลับ
การนอนครั้งนี้ของเธอ เธอหลับไปเกือบสิบชั่วโมงจนตื่นเองตามธรรมชาติ ถ้าเทียบกับเวลาในมิติพิเศษแล้ว นั่นก็ผ่านมาหนึ่งวันเต็ม ๆ แล้วลูกไก่ตัวเล็ก ๆ ต้องอดอาหารไปเป็นวัน ไม่ตายก็ถือว่าดีแล้ว
โจวหลีอันลองมาคิดดูแล้ว เธอรู้สึกว่าโอกาสที่ตัวเองจะตื่นมาตอนกลางดึกเพื่อให้อาหารไก่นั้นมีน้อยมาก และโอกาสที่จะลืมให้อาหารไก่ตอนกลางวันเพราะยุ่งกับงานนั้นกลับเยอะกว่า
ในที่สุด โจวหลีอันจำใจต้องควักเงินก้อนใหญ่ถึงห้าสิบหยวนเพื่อซื้อโรงงานอาหารสัตว์ในมิติพิเศษ
[ติ๊ง!]
[ผู้เล่นเกมที่เคารพ คุณได้ซื้อโรงงานอาหารสัตว์หนึ่งแห่งสำเร็จแล้ว ได้รับค่าประสบการณ์ห้าสิบแต้ม]
แม้ว่าห้าสิบหยวนนั้นจะหายไปอย่างน่าเสียดาย แต่เมื่อนึกถึงว่าต่อไปนี้เธอไม่จำเป็นต้องให้อาหารสัตว์เลี้ยงอีกแล้ว ทั้งยังได้รับค่าประสบการณ์ห้าสิบแต้มที่สามารถเพิ่มระดับได้ โจวหลีอันก็รู้สึกปลอบใจตัวเองได้อยู่บ้าง
ขอบคุณแม่โจวสำหรับการสนับสนุนด้วยความรักจากครอบครัวจำนวนหนึ่งร้อยหยวนด้วย!
ไม่เช่นนั้นหลังจากซื้อโรงงานอาหารสัตว์นี้แล้ว เธอจะเหลือเงินเก็บแค่ไม่กี่หยวน ซึ่งไม่พอแม้แต่จะซื้อยาบำรุงให้ลู่เยี่ยนโจว หลังจากซื้อโรงงานอาหารสัตว์เสร็จแล้ว โจวหลีอันก็ไปตรวจดูน้ำพุน้ำศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง
ตอนนี้ในแอ่งน้ำเล็ก ๆ นั้น มีน้ำเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ถึงแม้เธอจะใช้ไปกับการให้อาหารไก่ แต่ก็ถือว่ามีน้ำพุศักดิ์สิทธิ์มากกว่าครั้งแรก!
โจวหลีอันรู้สึกพอใจกับปริมาณน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่เพิ่มขึ้นนี้ เธอรีบออกมาจากมิติพิเศษ และด้วยความเคยชิน เธอก็ทาน้ำพุศักดิ์สิทธิ์บนริมฝีปากของลู่เยี่ยนโจวที่นอนอยู่บนเตียงข้าง ๆ
ใช่แล้ว เป็นเตียงที่อยู่ติดกัน
ซึ่งเป็นเตียงแคบ ๆ โจวหลีอันรู้สึกว่าการนอนสองคนบนเตียงเดียวกันนั้นแออัดเกินไป จึงไปหาช่างไม้ถานเพื่อซื้อเตียงสองหลัง
หลังจากย้ายมาอยู่บ้านที่เชิงเขาแล้ว โจวหลีอันและลู่เยี่ยนโจวก็แยกกันนอน
วันนี้ไม่รู้ว่าเพราะอะไร โจวหลีอันพลาดไปแตะริมฝีปากของลู่เยี่ยนโจวเข้าโดยไม่ตั้งใจนั้นทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจมาก
ช่างนุ่มจริง ๆ !
ก่อนหน้านี้เธอเคยแค่ทาน้ำพุวิเศษลงไปเบา ๆ แต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าริมฝีปากของลู่เยี่ยนโจวจะนุ่มนวลขนาดนี้
ขณะนี้ร่างกายโจวหลีอันราวกับถูกผีสิง เธอกดมือลงไปอีกครั้งถึงจะตระหนักได้ เมื่อได้สติก็เริ่มหน้าแดงขึ้นเล็กน้อย
อย่าถามว่าเพราะอะไร!
ถ้าถามก็คือเธอเสียใจกับการกระทำเมื่อครู่น่ะ
เธอถูกความงดงามของชายตรงหน้าหลอกเสียแล้วเหรอ?
โจวหลีอันละทิ้งความชื่นชมในรูปลักษณ์ของลู่เยี่ยนโจวออกจากความคิด ก่อนที่จะมองดูลู่เยี่ยนโจวอีกครั้ง ที่ตอนนี้กลายเป็นเจ้าหนี้ไปแล้ว เมื่อนึกถึงคำพูดของโจวซู่อันเมื่อวาน… โจวหลีอันผู้เป็นลูกหนี้ก็หวังว่าลู่เยี่ยนโจวจะตื่นขึ้นมาโดยเร็ว
"ถ้าคุณตื่นขึ้นมาสอนฉันล่าสัตว์ ฉันจะแบ่งน่องไก่และปีกไก่ให้คุณครึ่งหนึ่ง ฉันสัญญาเลยว่าจะไม่ให้คุณกินแค่ก้นไก่เด็ดขาด!"
โจวหลีอันเขย่าไหล่ของลู่เยี่ยนโจวแรง ๆ แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ น้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้กับเขาในช่วงหลายวันมานี้ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเอาเสียเลย
"หรือว่าใช้น้ำพุศักดิ์สิทธิ์น้อยไป?" โจวหลีอันครุ่นคิดทบทวนสักครู่
ตอนนี้เธอมีพุศักดิ์สิทธิ์อยู่ในมือ จึงไม่รังเกียจที่จะให้ลู่เยี่ยนโจวเพิ่มอีกสักหยด
แต่การป้อนให้เขาดื่มนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะคนที่อยู่ในสภาวะผักไม่สามารถกลืนเองได้ ถ้าเธอป้อนน้ำวิเศษให้เขาหนึ่งอึก แล้วทำให้เขาสำลักเข้าหลอดลม นั้นอาจจะทำให้ถึงชีวิต เมื่อนึกถึงสถานะลูกหนี้ของเธอ นี่คงไม่ต่างอะไรกับ 'การฆ่าคนเพื่อชิงทรัพย์' อย่างแน่นอน! เมื่อไม่สามารถดื่มได้ ก็ต้องใช้แค่ภายนอกเท่านั้น
โจวหลีอันตัดสินใจใช้น้ำพุศักดิ์สิทธิ์เช็ดตัวให้ลู่เยี่ยนโจว
เธอกังวลว่าการเจือจางอาจไม่เพียงพอ และกังวลว่าการใช้ผ้าเช็ดตัวอาจดูดซับน้ำพุศักดิ์สิทธิ์จนหมด โจวหลีอันจึงถอดเสื้อผ้าของลู่เยี่ยนโจวออก แล้วลงมือด้วยตัวเอง
ขณะนี้เธอกำลังเป็นหมอ ในสายตาของหมอไม่มีเรื่องเพศเข้ามาเกี่ยวข้อง
โจวหลีอันพยายามล้างสมองตัวเองแบบนี้
แม้ว่าเธอจะประหยัดมากเพียงใด แต่ก็จำเป็นต้องใช้น้ำพุศักดิ์สิทธิ์เพื่อเช็ดร่างกายท่อนบนของลู่เยี่ยนโจว แต่วันนี้น้ำพุศักดิ์สิทธิ์หมดแล้ว โจวหลีพลางคิดในใจว่าน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ในแอ่งน้ำนั้นมีปริมาณน้อยไปหรือไม่?
มันไม่เพียงพอแม้แต่จะเช็ดทั้งตัวให้เจ้าหนี้ของเธอ!
โจวหลีอันครุ่นคิดสักครู่ เพื่อให้น้ำพุศักดิ์สิทธิ์ถูกดูดซึมได้ดีขึ้น เธอยังนวดให้ลู่เยี่ยนโจว ด้วยน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ไปแล้ว เธออยากให้น้ำพุศักดิ์สิทธิ์ทุกหยดนั้นเกิดประโยชน์สูงสุด
การกดลงบนร่างของลู่เยี่ยนโจวที่ตัวใหญ่ขนาดนี้ ทำให้โจวหลีอันเหงื่อออกตั้งแต่เช้าตรู่
ขณะที่เธอกำลังพักผ่อน เธอก็อดไม่ได้ที่จะตบลู่เยี่ยนโจวเบา ๆ พลางพูดว่า "คุณตื่นขึ้นมาเถอะ ถ้าตายไปแบบนี้มันน่าเสียดายนะ"
"มันน่ากลัวนะ นี่ ๆ คุณรู้ไหม ฉันยังไม่เคยเห็นคนตายด้วยตาตัวเองเลย"
"ถ้าวันไหนคุณนอนหลับแล้ว จู่ ๆ ก็หยุดหายใจไป ฉันอาจจะตกใจจนแทบขาดใจเลยนะ"
"กล้ามเนื้อบนตัวคุณก็แทบจะหายไปหมดแล้ว การสร้างเส้นกล้ามเนื้อที่สวยงามนั้นยากมากนะ คุณรีบลุกขึ้นมาช่วยกล้ามเนื้อของคุณเถอะ!"
โจวหลีอันพูดจ้อไปอย่างนั้นสักพัก หลังจากพักผ่อนจนพอใจแล้ว เธอก็ออกไปล้างหน้าแปรงฟัน ทำให้เธอจึงไม่ได้สังเกตเห็นว่า หลังจากที่เธอออกจากห้องไป คนที่นอนนิ่งอยู่ตรงนั้น แม้จะยังคงหลับตาอยู่ แต่ลูกตาภายในกลับขยับไปมาเล็กน้อย
วันต่อมา อาหารเช้าคือมันฝรั่งทอดที่ทำไว้เมื่อคืน หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ โจวหลีอันก็ออกจากบ้านไป
เธอตั้งใจจะไปที่ร้านรับซื้อของเก่าในอำเภอ เพื่อดูว่าจะสามารถหาหนังสือเรียนและแบบฝึกหัดระดับมัธยมปลายได้หรือไม่?
ซื้อมาไว้ก่อนเมื่อมีเวลาว่างก็ค่อยอ่านดู โจวหลีอันเพิ่งเข้ามาในอำเภอ ก็เห็นลุงยามจากโรงงานอิฐบล็อกทันที
ลุงยามคนนั้นดูเหมือนกำลังรอใครบางคนอยู่ เดินไปเดินมาอย่างกระวนกระวายอยู่กับที่
ในขณะที่โจวหลีอันกำลังคิดว่าจะเข้าไปทักทายดีหรือไม่ ลุงยามคนนั้นก็หันหน้ามาพอดี
โจวหลีอันสังเกตเห็นว่า ดวงตาของลุงยามสว่างวาบขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นเธอ แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไร?
โจวหลีอันคิดในใจ
ถึงอย่างไรเธอก็ไม่ได้มีคุยกับลุงยามมากนัก อีกฝ่ายไม่ควรจะมีท่าทีแบบนี้เมื่อเห็นเธอสิ
ลุงยามเหมือนคนกำลังรอคอยใครบางคนมานาน ในที่สุดก็ถึงเวลาเจอกัน
และแล้วลุงยามก็พูดประโยคหนึ่งที่พลิกความคาดหมายของโจวหลีอันทั้งหมด
"หนูน้อย ในที่สุดเธอก็มาแล้ว!" โจวหลีอันทำหน้างุนงง
นี่มันเกิดอะไรขึ้น?