ห้อง VIP รพ.เอกชนประเทศ B
ตระกูลมู่หรงสายตรงรุ่นที่สามมีคุณชายทั้งหมด 3 ท่าน โดยมู่หรงเทียน หรือคุณชายรอง เป็ประธานกลุ่มบริษัทมู่หรง ดูแลควบคุมกิจการทั้งหมดในเครือที่ปัจจุบันมีกระจายไปในหลายประเทศ โดยมีประธานบริษัทย่อยต่าง ๆ คอยเป็แขนขาบริหาร ภายใต้การควบคุมดูแลและตรวจตราของเขา ในการเดินทางครั้งนี้เขามาที่ประเทศ B เพื่อตรวจดูแผนกิจการสำหรับปีหน้า แต่คิดไม่ถึงว่าจะมีคนตามมาปองร้ายถึงที่นี่ระหว่างที่เขาคิดจะเดินเล่นเพลิน ๆ ซึมซับพลังงานธรรมชาติเพื่อเพิ่มความสดชื่นสักหน่อย โชคดีที่ไม่ถึงตาย แต่จะปล่อยให้มันรอดไปได้ก็คงไม่ใช่ทายาทตระกูลมู่หรงแล้วล่ะ
“ที่คุณชายรองสั่งไว้ จัดการเรียบร้อยแล้วครับ” เลขาคนสนิทของคุณชายรองหรือคุณชายมู่หรงเทียน จากหน้าตาอายุอานามน่าจะเข้าสี่สิบกว่าปี ดวงตามีความแน่วแน่จริงจัง ค้อมตัวพร้อมกับยื่นเอกสารปึกหนึ่ง เขาพลิกดูเห็น้าเป็เอกสารเกี่ยวกับอุบัติเหตุและประเด็นต่าง ๆ ที่เป็ข้อสงสัยในคดีที่เขาถูกยิง ด้านล่างเป็เอกสารบาง ๆ ไม่กี่แผ่นเป็เื่ราวเกี่ยวกับหยางซินซิน พยาบาลที่ช่วยเหลือเขาในวันนั้น แค่นึกถึงรอยยิ้มและน้ำเสียงของเธอ พลันสายตาก็อ่อนโยนลง ริมฝีปากเม้มคลายเป็รอยยิ้มบาง ๆ ทำให้หน้าตาที่หล่อเหลาของเขาเปล่งประกายมากกว่าเดิม
ถ้าเป็สาว ๆ เห็นรอยยิ้มและใบหน้าหล่อ เหมือนหนุ่มสำอางบางเบา แต่ดวงตาสีนิลกลับหนักแน่นแบบนี้ของคุณชายรองคงจะกรี๊ดอย่างตื่นเต้นเป็แน่ ส่วนตัวเขาจางซื่อที่เป็เลขาของคุณชายรองมาหลายปีกลับเป็ความรู้สึกประหลาดใจมากกว่า ตอนแรกที่เขาเข้ามารับตำแหน่งเลขาให้กับคุณชายหนุ่มหล่อคนนี้ยังเคยปรามาสในใจว่าเป็ตระกูลที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาแต่กำเนิดอาศัยความร่ำรวยทำให้ตัวเองเป็ถึงผู้บริหารระดับสูงขององค์กร แต่เมื่อได้ร่วมงานกันจริง ๆ แล้ว เขากับพบว่าคุณชายมู่หรงเทียนนั้นเต็มไปด้วยความสามารถ ตัดสินใจเด็ดขาด ลงดาบในปัญหาต่าง ๆ อย่างไร้ปรานี และไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงที่ไม่มีประโยชน์ทางธุรกิจมาตลอด แต่วันนี้เหมือนว่าผู้หญิงคนนี้หยางซินซินจะทำให้ทะเลที่ราบเรียบของคุณชายรองเริ่มมีคลื่นลมบางอย่างซะแล้ว
มู่หรงเทียนเห็นเลขาของตัวเองใจลอย นิ่งไม่พูดอะไรต่อ เลยเอ่ยปากถาม
“คนล่ะอยู่ที่ไหน” ใจนึกไปถึงใบหน้า ดวงตา คิ้ว จมูก ปาก ที่ประกอบเป็โครงหน้าที่สมส่วนสมดุลกับความน่ารัก คิดถึงน้ำเสียงที่ยังอ่อนเยาว์ราวกับเด็ก ๆ ที่เอ่ยให้กำลังใจเขานั้นก็ทำให้หัวใจเหมือนจะพองโตด้วยความสุข ค่อย ๆ ละเลียดจิบชาในมือช้า ๆ
“อยู่ในคุกใต้ดินที่ประเทศ A กำลังเค้นหาคนบงการอยู่ครับ”
พรวด !! น้ำชาที่เพิ่งจิบกระเด็นออกมาทางปาก ผสานเสียงไอแค่ก ๆ จากความไม่สัมพันธ์กันระหว่างการกินกับการกลืน
“คุณชายรอง” เสียงใของเลขา มือรีบคว้าผ้าเช็ดหน้าเปียกซับใบหน้าลูบหลังให้คุณชายเบา ๆ
“คนไข้เป็อะไรหรือเปล่าคะ” เสียงหวานในชุดพยาบาลขาวสะอาดตาดังมาพร้อมกับประตูที่เปิดขึ้น เมื่อเห็นเหตุการณ์ภายในห้องพักผู้ป่วย ร่างบางรีบถลามาหยิบถ้วยน้ำชาออกจากมือของเขาอย่างนุ่มนวล
“วันนี้เพิ่งหลังผ่าตัดไม่กี่วัน เวลาดื่มหรือทานอะไรต้องระวังหน่อยนะคะ เพราะการสำลักอาจทำให้คนไข้ที่ยังเคลื่อนไหวตัวได้ไม่ดี มีอาการปอดอักเสบจากการสำลักได้นะคะ”
มู่หรงเทียนมองใบหน้าของหญิงสาวด้วยความยินดี พลางนึกบ่นจางซื่อในใจว่าคนนี้ต่างหากที่ถามถึง เขาไม่สามารถที่จะนอนพักที่โรงพยาบาลกลางเพราะข้อห้ามต่างๆ ในโรงพยาบาลรัฐนั้นมากมาย และเขาไม่อยากที่จะทำให้คนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องต้องมาลำบาก เลยให้จางซื่อหาโรงพยาบาลเอกชนที่เธอทำงานพิเศษ แล้วซื้อหุ้นเพื่อให้ได้เป็เ้าของโรงพยาบาลใช้ให้หัวหน้าพยาบาลพาร์ทไทม์จัดตารางเวรให้เธอมาดูแลเขาโดยไม่ให้รู้ตัว
เพราะถ้ามู่หรงเทียนอยากจะจับกระต่ายก็จะไม่แหวกหญ้าให้กระต่ายตื่น เขาชอบที่จะล่อหลอก ตะล่อมให้อยู่ในกำมือ พอรู้ตัวอีกทีกระต่ายน้อยก็ดิ้นไม่หลุดจากมือเขาแล้ว
หยางซินซินยิ้มอ่อนโยนให้กับชายหนุ่ม “สวัสดีค่ะ หยางซินซิน พยาบาลประจำเวรเช้าของแผนกนี้ เช้านี้อาการเป็อย่างไรบ้างคะ”
“คุณซินซินจำผมได้ไหมครับ มู่หรงเทียนที่คุณส่งผมขึ้นรถพยาบาลไปเมื่อวันก่อน”
“จำได้ค่ะ แล้วคุณย้ายมาจากโรงพยาบาลกลางั้แ่เมื่อไหร่คะ”
“หลังผ่าตัดพออาการผมคงที่ก็ย้ายมาเลยครับ บังเอิญจริง ๆ เลย ไม่คิดว่าจะได้เจอคุณซินซินที่นี่ เื่วันนั้นต้องขอบคุณมาก ๆ เลยนะครับ คุณหมอบอกว่าโชคดีที่มาทัน”
จางซื่อได้ยินเ้านายเอ่ยออกมาเช่นนั้น อยากจะหัวเราะก็ไม่กล้า ได้แต่กล้ำกลืนความขำขันลงไปในท้อง
“นี่คือบังเอิญ บังเอิญจริง ๆ ใช่ไหมครับคุณชาย ทำให้เลขาอย่างผมเปิดหูเปิดตาจริง ๆ” คุณชายให้เขาไปสืบมาแล้วมาคุณซินซินทำงานพาร์ทไทม์ที่นี่ เลยให้เขาซื้อหุ้นโรงพยาบาลนี้ไว้ ตอนนี้ความบังเอิญที่ว่าของคุณชายรอง ทำให้โรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้กลายเป็ส่วนหนึ่งของมู่หรงกรุ๊ปไปแล้วเรียบร้อย
แถมแกมบังคับหัวหน้าพยาบาลจัดเวรพาร์ทไทม์ให้ส่งคุณหยางซินซินมาลงที่หน่วยงานนี้วันนี้ ช่างหน้าไม่อายจริง ๆ คุณชายรองของผม
หยางซินซินมองไปที่ใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้าแม้จะยังซีดเซียวดูอ่อนเพลียอยู่บ้างแต่ก็ดีกว่าวันที่พบหน้ากันครั้งแรก ใบหน้า โดดเด่น หน้าตาเข้าขั้นดีมากคนหนึ่งเลยทีเดียว ดวงตาสีนิลของเขาที่จ้องมองมาเหมือนมหาสมุทรลึกล้ำที่ชวนให้คนหลงใหล ถ้าเผลอตัวตกลงไปในมหาสมุทรแห่งนี้ คงจะผุดขึ้นมาเหนือน้ำได้ยาก ความเป็ไปได้อย่างเดียว คือคงจะตายเป็อาหารปลาอยู่ในนั้นแน่ ๆ ส่วนความเป็กันเองที่ให้และจดจำความช่วยเหลือได้ ก็นับว่าเป็คนที่มีน้ำใจน่าคบหาคนหนึ่ง
“ไม่เป็ไรค่ะ เห็นคุณอาการดีขึ้นแบบนี้ก็เบาใจ ถ้ามีอาการผิดปกติอะไรก็กดออดสัญญาณที่ข้างเตียงแจ้งได้เลยนะคะ ปกติผู้ป่วยห้องพิเศษทางเ้าหน้าที่จะไม่รบกวนโดยไม่จำเป็ แต่จะมีแวะเวียนมาวัดไข้ วัดความดัน ให้ยา และสอบถามอาการ เป็ระยะตามแผนการรักษาของคุณหมอ และแผนการพยาบาลตามความเจ็บป่วยนะคะ” หญิงสาวค้อมตัวกล่าวอำลามู่หรงเทียนและจางซื่อ แล้วจึงกลับออกไป
มู่หรงเทียนปรับสายตาที่มองตามหลังเธอลง เก็บท่าทางกลับมาเป็โหมดของการทำงานเช่นเดิม แต่ในสมองยังคิดหาทางพัฒนาความสัมพันธ์ให้ดีขึ้น เพราะครั้งนี้ทำให้เขารู้สึกอยากจะเรียนรู้ใครสักคนอย่างจริงจัง อยากจะพิสูจน์ให้แน่ใจว่าความรู้สึกที่ทำให้หัวใจหวั่นไหวเป็เพียงแค่ตาม “ทฤษฎีสะพานแขวน” ที่เมื่ออยู่บนเหตุการณ์แห่งความเป็ความตาย หรือสถานการณ์ที่ทำให้สภาพจิตใจไม่มั่นคง การกระทำของใครคนหนึ่งในขณะนั้นทำให้จิตใจเราหวั่นไหว ความรู้สึกหรือการตัดสินใจใดใดบนจิตใจขณะที่อ่อนไหวนั้นจะเป็ความรู้สึกที่เกิดขึ้นชั่วคราว หรือที่แท้แล้วเป็ความรู้สึกที่แท้จริงของเขาจริง ๆ
มู่หรงเทียนถอนใจเบา ๆ เพียงแต่เวลาที่เขามีที่เมือง B นั้นเหลือเพียงน้อยนิด เพราะยังมีปัญหาใหญ่ที่ต้องจัดการอยู่ในประเทศ A ถ้าเขา้าจะพิสูจน์ความรู้สึกของตนเองนั้นคงต้องลงมือทำอะไรให้เกิดขึ้นมาบ้างแล้ว
จากประวัติที่ได้มาหยางซินซินกำพร้าบิดามารดามาั้แ่แรกเกิด ได้รับการเลี้ยงดูจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าประเทศ B ด้วยความขยันหมั่นเพียร ทำให้ผู้บริหารสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า หาทุนสนับสนุนให้เธอได้เรียน เธอให้คำตอบตอนสัมภาษณ์ทุนว่า้าเรียนพยาบาลเพื่อส่งต่อสิ่งดีดีที่เธอได้รับจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ให้กับคนที่มีความเจ็บป่วย
การเรียนสมัยมัธยมเธอสอบได้อันดับต้น ๆ ในโรงเรียนสตรีประจำประเทศ สอบได้คณะพยาบาลศาสตร์ด้วยคะแนนอันดับหนึ่ง สิบปีในระดับมัธยมและนักศึกษาพยาบาลอยู่ในวงเพื่อนสตรีล้วนจึงไม่มีแฟนสักคน ตั้งใจเรียนและฝึกปฏิบัติระหว่างเป็นักศึกษาได้รับความชื่นชมจากครูอาจารย์ เพื่อนร่วมชั้น พี่เลี้ยงที่ดูแลระหว่างฝึกงานรวมถึงคนไข้ที่เธอดูแล เรียนจบด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทอง และเลือกทำงานที่แผนกฉุกเฉินโรงพยาบาลกลางประเทศ B ั้แ่เรียนจบจนถึงตอนนี้
ในเมื่อการทำธุรกิจต้องมีแผนทั้งรุกและรับ แผนการความรักของเขาก็ต้องมีแผนทั้งรุกและรับเหมือนกัน เพียงแค่เธอมาที่ประเทศ A เขาจะทำตัวเป็เ้าบ้านที่ดี ทำตัวให้เธอสนใจ เห็นใจ และหลงรัก ถึงตอนนั้นก็เหมือนกระต่ายน้อยในกำมือเขาแล้ว คิดแบบนี้เหมือนมู่หรงเทียนไม่ต้องจะพิสูจน์ทฤษฎีใดใดแล้วหรือเปล่านะเื่ความรู้สึกที่เขามีต่อหยางซินซิน
แต่เื่ในอนาคต ใครจะรู้ ว่าแผนที่วางไว้จะง่าย สะดวกสบาย ลื่นไหล เป็ไปอย่างที่คิดวางแผนไว้จนจบหรือเปล่านะ