รุ่งเช้า
เจนเนตรตื่นั้แ่เช้าเข้าครัวมาช่วยแม่บ้านเตรียมของสำหรับทำอาหารไม่นานคุณยายสร้อยม่วงก็เข้ามาในครัวทั้งที่เมื่อคืนนั่งคุยกันดึกดื่นก่อนที่คุณยายจะหลับ ทว่าดวงอาทิตย์ยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้าให้เห็นคุณยายก็ตื่นเสียแล้ว
หญิงสาวจึงอาสาเป็ลูกมือให้คุณยายสร้อยม่วงคอยหยิบนี่หยิบโน่นให้จากด้านหลัง สูตรอาหารที่คุณยายปรุงช่างพิเศษแต่ละอย่างใส่พอดี อีกทั้งยังมีเคล็ดลับไม่เหมือนคนอื่นทำให้รสชาติที่ได้กลมกล่อมน่าทาน
เจนเนตรคอยจดจำกลเม็ดเคล็ดลับทำอาหารจากคุณยายสร้อยม่วงด้วยชอบทำอาหารเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว ไม่นานเธอก็จำได้ขึ้นใจ หลายเมนูที่ถูกจัดไว้บนโต๊ะทานอาหารส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วห้อง
คนที่เข้ามาในห้องรับประทานอาหารถึงกับสูดดมเข้าปอดอย่างกระหายหิวทันใด
“หืม…วันนี้กับข้าวหอมกว่าทุกวันนะเนี่ย”
นิธิศเอ่ยชมขึ้นก่อนจะนั่งลงบนโต๊ะอาหารที่มีแม่บ้านคอยช่วยตักข้าวใส่บนจานอยู่ไม่ห่างนัก
“ก็แน่สิคะฉันกับคุณยายตั้งใจทำสุดฝีมือเชียวนะ คุณลองชิมดูสิ จานนี้ฉันผัดเองแต่ใช้สูตรคุณยายค่ะ”
“อื๊มอร่อย ผมเพิ่งเคยทานกับข้าวฝีมือคุณครั้งแรก ต่อไปทำให้ทานบ่อยๆ ได้ไหม”
“ได้สิคะถ้าคุณไม่รังเกียจ”
เจนเนตรเอ่ยอย่างอารมณ์ดีก่อนจะนั่งลงข้างๆนิธิศ ส่วนหัวโต๊ะเป็มุมประจำของผู้าุโที่สุดในบ้านอย่างคุณยายสร้อยม่วงไม่นานก็ปรากฏกายของพ่อแม่นิธิศขึ้น
เมื่อทุกคนมาพร้อมหน้ากันก็ได้เวลาทานอาหารเช้าเมนูส่วนใหญ่จะค่อนข้างย่อยง่ายเห็นแม่นิธิศตักกับข้าวที่เจนเนตรทำทานหลายคำอย่างเอร็ดอร่อยทำให้เธอแอบอมยิ้มน้อยๆ ด้วยดีใจที่ท่านชอบ
หลังอาหารคุณยายสร้อยม่วงก็ชวนให้เจนเนตรมานั่งถักโครเชต์ที่เรือนหลังเล็กข้างบ้านหลังใหญ่กระจกรอบด้านสามารถมองเห็นสวนที่ถูกจัดเอาไว้สวยงามชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย
เจนเนตรไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นมานานมากแล้วเพราะมัวแต่ยุ่งอยู่กับธุรกิจร้านกระเป๋า พอได้นั่งถักโครเชต์ชิลล์ๆมีคุณยายถักอยู่ข้างๆ ชวนคุยไปพลางทำให้มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
อารมณ์อันตึงเครียดจากการโหมงานหนักก็มลายหายสิ้นเป็วันพักผ่อนที่ดีจริงๆ
“ไหนยายขอดูฝีมือถักโครเชต์ของหนูซิ”
“ได้ค่ะคุณยาย”
เจนเนตรส่งลายที่ถักในมือให้คุณยายสร้อยม่วงดูหญิงชราวัยเจ็ดห้าปีใส่แว่นหนาเตอะพลางมองดูสักครู่หนึ่ง
“โห…สวยมากเลยนะ ฝีมือหนูทำให้ยายเทียบไม่ได้แม้แต่น้อย”
สร้อยม่วงเอ่ยชมเปาะนึกไม่ถึงว่าเจนเนตรจะเก่งรอบด้าน ทำอาหารก็เก่ง งานเย็บปักถักร้อยก็เป็เธอสมเป็แม่ศรีภริยาดีเด่นเลยทีเดียว ถ้านิธิศได้ครองคู่ด้วยนับว่าโชคดีนัก
หวังเหลือเกินว่าหลานชายจะจีบหญิงสาวติดเร็วๆจะได้มาเป็ครอบครัวเดียวกันกับสร้อยม่วง มีคนชอบอะไรคล้ายกันมาอยู่เป็เพื่อนนับว่าคลายเหงาไปได้มาก
“คุณยายก็ชมเกินไปแล้วค่ะหนูยังไม่เก่งถึงขั้นเทียบกับคุณยายได้”
เจนเนตรมองลวดลายที่คุณยายสร้อยม่วงถักช่างประณีตไม่แพ้เธอนับว่าคุณยายมีฝีมือเย็บปักถักร้อยไม่ใช่น้อย เธอจึงไม่กล้ารับคำชมของท่าน
“คุยอะไรกันอยู่เหรอคะคุณแม่”
นภาเข้ามาในเรือนหลังเล็กพร้อมกับเดินเข้าไปนั่งข้างๆแม่ของตัวเองด้วยความอยากรู้ว่าท่านอารมณ์ดีทั้งวันด้วยเื่อะไร
“แกควรเอาอย่างหนูเจนบ้างนะดูสิ ฝีมือถักโครเชต์ของหนูเจนสวยมาก”
นภารับมาดูเห็นว่างดงามประณีตสมกับคำชมจริงทว่านภาไม่มีพร์ทางด้านงานบ้านงานเรือนเหมือนแม่ของตัวเองจึงไม่ได้ร่ำเรียนจากท่าน แม้แต่การทำอาหารด้วยเช่นกัน
“คุณแม่ก็รู้ว่าฉันไม่ถนัดงานพวกนี้”
“ไม่ถนัดก็ฝึกสิถ้าแม่กลับเชียงใหม่ก็ให้หนูเจนช่วยสอนแกดีไหม”
“น่าสนใจค่ะถ้างั้นฉันควรฝึกั้แ่วันนี้เลยดีไหม”
นภาเอ่ยอย่างอารมณ์ดีถ้าลองทำอะไรที่เจนเนตรชอบไม่แน่อาจหาข้ออ้างได้พบเธอบ่อยๆ อีกอย่างนภาจะได้แอบช่วยลูกชายสุดที่รักจีบเธออีกแรง
นับว่าแผนนี้ไม่เลวเลย…
“ฉันดีใจที่ได้ยินแกพูดแบบนั้นดูนะ ฉันจะสอนั้แ่ต้น ดูให้ดีๆ”
เจนเนตรถักโครเชต์คอยชำเลืองมองสองแม่ลูกไปด้วยเห็นแม่ของนิธิศกำลังตั้งหน้าตั้งตาเรียนรู้จากคุณยายสร้อยม่วงอย่างมีสมาธิจึงทำให้เธออดยิ้มไม่ได้
พลางนึกถึงเพื่อนสนิทอย่างเพียงฟ้าขึ้นมายัยนั่นก็สไตล์เดียวกันกับแม่ของนิธิศไม่ผิดเพี้ยน ทำธุรกิจเก่งทว่าเื่งานบ้านงานเรือนไม่เอาเลย
ได้ยินนิธิศเล่าให้ฟังว่าแม่ของชายหนุ่มเปิดร้านขายยาแผนโบราณที่เชียงใหม่ขายดิบขายดีจนสามารถส่งเขาเรียนสูง มีอนาคตที่ดีได้ทุกวันนี้
ส่วนพ่อของนิธิศไม่มีหัวทางการค้ารับราชการที่ตำบลบ้านเกิด พอเกษียณอายุงานจึงชวนกันย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ กับเขา
คุณยายสร้อยม่วงอาศัยอยู่กับลูกสาวคนเล็กคอยเทียวไปเทียวมาระหว่างเชียงใหม่กับกรุงเทพฯปีหนึ่งก็มาเยี่ยมประมาณสองสามครั้งเพื่อให้หายคิดถึงกัน
ดูแล้วครอบครัวของนิธิศอบอุ่นมากผิดจากครอบครัวของเจนเนตรที่พ่อแม่แยกไปคนละทิศทาง แม้ว่าตอนเด็กเธอก็เคยมีชีวิตที่อบอุ่นเช่นนี้ก็ตาม
ทว่ามันนานเสียจนเจนเนตรจำภาพความสุขใน่เวลานั้นได้เลือนรางเต็มทีแต่ก็ช่างเถอะ ทุกวันนี้หญิงสาวไม่แสวงหาความอบอุ่นจากพวกท่านอีกแล้วนอกจากเอาเวลาทุ่มเททำงานที่รักเท่านั้น
แค่ได้ทำในสิ่งที่รักก็นับว่าคือความสุขอย่างหนึ่งในชีวิตเพียงเท่านี้ก็คุ้มค่ากับชีวิตมากเพียงพอที่จะไม่ต้องแสวงหาสิ่งอื่นมาทดแทนสิ่งที่ขาดหายไป
แต่ก็อดรู้สึกดีไม่ได้ที่เห็นภาพแห่งความสุขเบื้องหน้าได้เห็นความรักจากแม่ที่มีให้ลูกมากมายประมานไม่ได้ทำให้หัวใจของเจนเนตรอิ่มเอมอย่างบอกไม่ถูก
“หนูเจนสอนป้าตรงนี้หน่อยสิลูก”
“ได้ค่ะคุณป้าอย่าดึงเส้นด้ายแน่นเกินไป ตรงนี้ทำแบบนี้ค่ะ”
เจนเนตรคอยสอนอย่างใจเย็นสำหรับคนเพิ่งเริ่มต้นถักโครเชต์ครั้งแรก ต้องค่อยๆ เรียนรู้อย่าเร่งร้อนพอถักหลายวันเข้าก็จะค่อยๆ ชำนาญเอง เริ่มจากถักลวดลายง่ายๆ ก่อนเมื่อทำได้แล้วค่อยขยับไปถักลายยากขึ้นตามลำดับ
“หนูเจนสอนป้าเข้าใจง่ายมากเลยเอางี้ไหม คราวหลังถ้าหนูเจนว่าง ป้าขอรบกวนให้มาสอนอีกได้ไหม”
“ได้สิคะ”