เซียวกวงหยุนบ้าคลั่งป่าเถื่อนทว่าภายในตระกูลเซียว มันล้วนมีสิทธิ์กระทำ ไม่ต้องพูดถึงคำประกาศบาดหูเมื่อครู่แม้จะเรียกทั้งตระกูลเซียวว่าสุนัข ทุกผู้คนในตระกูลล้วนต้องยอมรับไม่มีผู้ใดต่อต้านขัดขืน อาจถึงกับมีบางคนที่เตรียมพร้อมกระดิกหางของตนเพื่อรับคำซะอีก
“ก่อนาุโเซียวเจิ้งจะถึงแก่ชีวิตท่านรำลึกได้ถึงทายาทคนนี้ ดังนั้นทิ้งคำสั่งเสียไว้ท่านหวังว่าเราสามารถค้นหาสายเืที่มีคุณสมบัติดีที่สุดเพื่อกลับไปยังพรรคตระกูลเซียว”
เซียวกวงหยุนหยิบม้วนกระดาษที่เซียวหยุนไห่ใช้เวลาทั้งคืนจัดเตรียมไว้ให้มองสำรวจทุกผู้คน แล้วพูดอย่างเย่อหยิ่งว่า “วันนี้ ข้าจะเป็คนตรวจสอบ หลังจากนี้ใครก็ตามที่ข้าเรียกชื่อให้ก้าวออกมาและแสดงวรยุทธ์ของตน อย่างไรก็ตามความสามารถของคนที่ถูกเลือกมิใช่เพียงระดับพลังลมปราณเท่านั้น ยังรวมถึงพื้นฐานและพร์!”
“ก่อนมาที่นี่บิดาของข้าได้ให้ผงชีพจรลมปราณแก่ข้าคนที่ถูกคัดเลือกไม่เพียงได้กลับไปยังพรรคตระกูลเซียวหากยังจะได้รับผงชีพจรลมปราณเป็รางวัล! ยาล้ำเลิศเพียงคู่ควรถูกใช้โดยผู้มีความสามารถหากใช้กับเศษสวะก็จะไม่มีค่าอะไรเลย!” กล่าวถึงตอนนี้ สายตาของเซียวกวงหยุนจับจ้องไปที่เซียวหยุนไห่“ท่านผู้นำ ท่านนำผงชีพจรลมปราณออกมา ถึงนี่จะเป็ของขวัญที่มอบให้แก่ตระกูลเซียวแต่ท่านคงไม่ว่าอะไรหากข้าจะให้เป็รางวัลต่อผู้ที่มีความสามารถที่สุด ใช่หรือไม่?”
ไม่ว่าคำพูดของเซียวกวงหยุนจะไร้เหตุผลปานใดเซียวหยุนไห่ล้วนไม่กล้าโต้แย้ง ทว่า เมื่อได้ยินคำพูดนี้สีหน้าของเซียวหยุนไห่พลันกลับกลายเป็ซีดขาว หน้าผากหลั่งเหงื่อเย็นเยียบเขาไม่มีความเคลื่อนไหวใดเพื่อนำผงชีพจรลมปราณออกมา ทว่ากลับยืนนิ่งอึกอัก
“เป็อะไรไป?”สีหน้าของเซียวกวงหยุนเปลี่ยนเป็เคร่งขรึม “ท่านผู้นำตระกูลเซียวคงมิใช่ท่านไม่เต็มใจมอบผงชีพจรลมปราณออกมาหรอกนะ ใช่มั้ย?”
“ไม่…ไม่…ไม่แน่นอน”เซียวหยุนไห่สั่นศีรษะปฏิเสธอย่างรวดเร็ว สีหน้าท่าทางหวาดหวั่น “นี่เพียงแต่…เพียงแต่…”
“เพียงแต่อะไร?”
ด้วยเสียงตึงดังเข้าสองข้างของเซียวหยุนไห่ทิ้งลงคุกเข่าบนพื้นสองมือสั่นสะท้าน เขากล่าวด้วยสีหน้าหวาดผวา“ข้า…ข้าน้อยสมควรตาย…ผงชีพจรลมปราณที่นายน้อยเซียวมอบเป็ของขวัญแก่พวกเราเมื่อวานนี้ข้านำไปเก็บไว้ในห้องพยาบาลและสั่งให้คนเฝ้าระวังรักษา ทว่า…เมื่อเช้านี้คนจากห้องพยาบาลกลับมารายงานว่าผงชีพจรลมปราณนั้น…หาย…หายไปแล้ว”
——–ฮือฮา——ฝูงชนทางเบื้องล่างสับสนวุ่นวายขึ้นทันที
ใครมันอาจหาญถึงขนาดขโมยสิ่งของที่รับมอบมาจากพรรคตระกูลเซียว?!
“หือ?”เีเ่ขมวดคิ้วช้าๆเมื่อคลื่นความรู้สึกระแวงสงสัยค่อยๆแพร่กระจายอยู่ภายในใจ…ด้วยการทำความรู้จักต่อเซียวหยุนไห่มากว่าสิบปีชายหนุ่มลงความเห็นว่าเซียวหยุนไห่ผู้นี้เป็คนระมัดระวังด้วยคุ้นเคยนิสัยของมันดีการที่มันนำของขวัญที่ได้รับไปเก็บไว้ที่ห้องพยาบาลแทนที่จะเก็บไว้กับตัวเองดูปราศจากเหตุผลเพียงพอ…เนื่องจากห้องพยาบาลมีเพียงเซียวกู่ผู้ทั้งชีวิตอุทิศให้แก่การแพทย์ ทั้งไม่เป็วรยุทธ์แผนกพยาบาลของตระกูลเซียวล้วนสามารถนับเป็สถานที่ที่ไร้การป้องกันที่สุดในเขตตึกแล้ว
ไม่เพียงเท่านั้นผงชีพจรลมปราณถูกมอบให้โดยพรรคตระกูลเซียว หากจะมีคน้ามันอย่างน้อยย่อมต้องรอจนกระทั่งคนของพรรคจากไปก่อนจึงจะลงมือพวกมันจะลงมือใน่เวลาที่เสี่ยงที่สุดเพื่ออะไร…ถึงขโมยไปได้แต่ถ้าไม่มีโอกาสอยู่ใช้มันจะมีประโยชน์อะไร?
เซียวเล่ยพลันสะท้านขี้นทั้งร่างชายชรามองไปทางเซียวหลิงซีในทันทีทว่ากลับพบเห็นใบหน้าตื่นใของเซียวหลิงซีเช่นเดียวกัน เมื่อเห็นเซียวเล่ยมองมาเซียวหลิงซีพลันสั่นศีรษะอย่างแข็งขันเป็เชิงปฏิเสธว่านางไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับเื่นี้ เซียวเล่ยจึงถอนสายตากลับมาพร้อมถอนหายใจลึกๆ อย่างโล่งอก
“อะ…อะไรนะ!!!”
เซียวกวงหยุนยืนขึ้นอย่างรวดเร็วสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็มืดทะมื่นสุดเปรียบปาน ร่างกายปลดปล่อยรังสีอำมหิตชายหนุ่มจ้องมองไปยังเซียวหยุนไห่พร้อมกล่าวอย่างดุร้ายว่า “เ้าจะบอกว่า…มีคน…กล้าขโมยผงชีพจรลมปราณงั้นรึ?”
“ผู้ต่ำต้อยมิอาจรักษาสิ่งของไว้ขอนายน้อยเซียวลงโทษทัณฑ์” เซียวหยุนไห่ค้อมศีรษะกราบกรานสีหน้าท่าทางทั้งละอายทั้งหวาดหวั่น
“ช่างน่าขัน!” เซียวกวงหยุนสูดลมหายใจแรงหน้าอกสะท้อนขึ้น สีหน้ายิ่งมายิ่งมืดทะมึน ท่าทางแสดงถึงความโกรธแค้นอย่างชัดแจ้ง“มีคนกล้าขโมยของขวัญของพรรคตระกูลเซียวเรา ดี! ดีมาก! ข้าดูถูกผู้คนในเมืองเมฆาล่องของเ้ามากเกินไป! พวกเ้าช่าง…กล้าดีจริงๆ”
ความโกรธและรังสีฆ่าฟันของเซี่ยวกวงหยุนแผ่ปกคลุมทั่วทั้งบริเวณทุกผู้คนกระดูกสันหลังสั่นะเืดวงใจสั่นสะท้านพวกมันล้วนไม่กล้าแม้แต่จะปล่อยลมหายใจแรงเกินไป ต่างพากันก้มศีรษะต่ำอย่างหวาดกลัวด้วยเกรงว่าเซียวกวงหยุนจะมองสบตาพวกมัน
เีเ่หรี่ตาลงครึ่งหนึ่งสายตาจับจ้องไปที่ั์ตาของเซียวกวงหยุน ชั่วครู่ ชายหนุ่มสะกิดเซียวเล่ยพร้อมถามเสียงเบาว่า“ท่านปู่ เมื่อวานท่านผู้นำตระกูลได้ล่วงเกินอันใดเซียวกวงหยุนหรือไม่?”
เซียวเล่ยสะดุ้งใจากนั้นส่ายศีรษะ “เซียวหยุนไห่ฉลาดรอบคอบเสมอมา มันไม่สมควรล่วงเกินอันใด”
“งั้นก็แปลกมาก”เีเ่ถูปลายคางพร้อมพูดอย่างแ่เบา“ท่าทางโกรธแค้นของเซียวกวงหยุนล้วนแสร้งแสดงขึ้นมา หากท่านผู้นำตระกูลล่วงเกินเขาและเขาขโมยมันมาเองเพื่อกล่าวโทษท่านผู้นำ นั่นย่อมเป็ไปได้แต่หากไม่ใช่เหตุนี้…อย่าบอกข้านะว่าเซียวกวงหยุนผู้นี้เล่นละครลิงเอาเอง?”
“…ระวังปากเ้าด้วย” เซียวเล่ยไม่ทันขบคิดเข้าใจความหมายของคำพูดเีเ่และรีบห้ามปรามชายหนุ่ม
ดวงตาเซียวกวงหยุนมุ่งร้ายหมายขวัญสีหน้ามืดดำดุจพายุเมฆ “เมื่อวาน เมื่อข้านำผงชีพจรลมปราณออกมามีเพียงสมาชิกตระกูลเซียวอยู่โดยรอบข้าไม่คิดว่าคนตระกูลเซียวของเ้าจะโง่พอที่จะปล่อยให้ข่าวที่ข้ามอบยาวิเศษให้รั่วไหลออกไปภายนอก ยังมี การป้องกันของตระกูลเซียวในเมืองเมฆาล่องไม่นับว่าอ่อนแอหากมีคนฝ่าเข้ามา คงไม่ง่ายดาย…เช่นนั้น หัวขโมยต้องเป็คนในตระกูลเ้า!”
คำกล่าวของเซียวกวงหยุนส่งผลให้สีหน้าของสมาชิกตระกูลทุกคนต้องแปรเปลี่ยนเสียงกระซิบกระซาบยิ่งมายิ่งดัง เซียวหยุนไห่ผงกศีรษะรับพร้อมกล่าวว่า “ใช่แล้ว!นายน้อยเซียวสายตาเฉียบแหลม หลังจากข้ารู้ว่าผงชีพจรลมปราณถูกขโมยข้าเองคาดว่าต้องเป็การลงมือของคนใน เซียวกู่ผู้ดูแลห้องพยาบาลอายุร่วมหกสิบปีทั้งไม่ใส่ใจเื่ทางโลก ไม่มีความสนใจผงชีพจรลมปราณ คนที่เป็ขโมยนอกจากเซียวกู่ ทุกคนล้วนต้องสงสัย”
“ฮึ่มม!ตระกูลเซียวเมืองเมฆาล่องอันกระจ้อยร่อยล้วนไม่มีความหมายในสายตาพวกเราพรรคตระกูลเซียว!แค่ชนชั้นต่ำในพรรคเราก็สามารถถล่มตระกูลเซียวของเ้าจนราบเรียบ! ครั้งนี้เรามอบของขวัญมีค่าให้แก่พวกเ้าทั้งยังเดินทางมาเป็พันลี้ถึงที่นี่นับว่าเป็เกียรติอย่างสูง ทั้งยังแสดงออกถึงความมีน้ำใจของเราต่อตระกูลเซียว…ทว่าพวกเ้ากลับสร้างเื่ประหลาดใจให้ข้าอย่างใหญ่หลวง! นี่ล้วนไม่ต่างอะไรกับการตบหน้าพรรคตระกูลเซียวเรา!”
…การตบหน้าพรรคตระกูลเซียว…ข้อกล่าวหาที่แปลกประหลาดและใหญ่โตเช่นนี้ส่งผลให้เซียวหยุนไห่สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็ขาวซีด
ดวงตาเซียวกวงหยุนทอประกายคล้ายอสรพิษกวาดสายตาไปทุกผู้คนใครก็ตามที่ถูกจ้องมองล้วนก้มศีรษะต่ำลงคล้ายผู้คนหวาดกลัวสายฟ้าฟาดไม่มีผู้ใดอาจหาญสบตา…ทว่านี่มิได้หมายความว่าเซียวกวงหยุนมีสายตาทิ่มแทงหรือรังสีดุร้ายอันใดนี่ล้วนเป็อิทธิพลพรรคตระกูลเซียวที่อยู่เื้ัทั้งสิ้น
สายตาของเีเ่เปลี่ยนไปจับจ้องมองสีหน้าของเซียวหยุนไห่ที่เปลี่ยนเป็ยิ่งหดหู่เศร้าซึมชายหนุ่มพูดพึมพำแ่เบากับตนเองว่า“สีหน้าของเซียวหยุนไห่ผู้นี้ยิ่งหลอกลวงผู้คน…พวกมันคิดทำอะไรกันแน่?”
ในบรรดาประสบการณ์ทั้งสองชาติของเีเ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งประสบการณ์จากดินแดนเมฆคราม ชายหนุ่มได้พบเจอกับภูตผีปีศาจมามากมายทั้งยังผ่านความเป็ความตายมานับครั้งไม่ถ้วนผู้คนที่ได้ประสบพบหน้ายิ่งมีจำนวนเกินกว่าจะนับได้ั้แ่คนธรรมดาที่สุดจนกระทั่งเหล่าชนชั้นผู้นำของโลกความเฉียบคมในสายตาของชายหนุ่มนับว่าไม่ด้อยไปกว่าผู้ฝึกวรยุทธ์ที่มีอายุยาวนานหลายร้อยปีแม้แต่น้อย
เซียวกวงหยุนกวาดสายตาไปโดยรอบอีกครั้ง สุ้มเสียงพลันเปลี่ยนเป็อ่อนโยน“ช่างเถอะ แม้นี่จะเป็เื่น่าผิดหวังข้าไม่มีเวลาเศร้าเสียใจกับคนชนบทอย่างพวกเ้า ใครที่หยิบฉวยผงชีพจรลมปราณไปข้าให้เวลาสิบห้าวินาที ให้เ้าส่งมอบของออกมาด้วยตนเอง ข้าอาจจะเมตตาหากเ้ายินยอมรับผิด! แต่หากเ้ายังดื้อรั้นเช่นนั้นจงอย่าได้หาว่าข้าไม่เกรงใจ”
“เซียวป้า เริ่มนับได้!”
เซียวหยุนไห่พลันหมุนกายไปรอบๆ พร้อมกล่าวเสียงดังว่า“เ้าคนต่ำช้าน่ารังเกียจที่ขโมยผงชีพจรลมปราณไป ได้ยินแล้วหรือไม่!? นายน้อยเซียวอดทนใจกว้างให้ทางออกแก่เ้าจงกลับตัวกลับใจเสียโดยเร็วแล้วออกมาขออภัยโทษ! ถ้ายังดื้อดึง ไม่ต้องพูดถึงนายน้อยเซียวตระกูลเซียวทั้งตระกูลล้วนไม่อภัยให้เ้า!”
“…สิบสอง…สิบเอ็ด…สิบ…เก้า…”ชายหนุ่มชุดดำที่เรียกว่าเซียวป้าเริ่มนับถอยหลัง
ทุกผู้คนในตระกูลเซียวเริ่มหันมองไปยังคนที่ยืนข้างๆ ตนเองล้วนคาดเดาไม่ได้ว่ามีใครสิ้นคิดถึงขั้นกล้าไปขโมยสิ่งของที่พรรคตระกูลเซียวนำมาแม้ปากของเซียวกวงหยุนจะแสดงว่า “เมตตา” แต่จากท่าทางการแสดงออกไม่มีใครทำใจเชื่อว่าพวกมันจะได้รับ “เมตตา” หากยอมรับผิดออกมา
“…สี่…สาม…สอง….หนึ่ง…หมดเวลา!”
เซียวป้าหยุดนับและเดินก้าวถอยหลังเซียวกวงหยุนยืดกายขึ้นอีกครั้ง สายตาดำมืดดูดุร้ายพร้อมทำเสียงเย้ยหยัน“ข้าให้โอกาสเ้าแล้ว เมื่อเ้าไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำจงอย่าได้โทษว่าข้าโเี้หากข้าจับเ้าได้! เซียวจิ่ว!!!”
“ขอรับ”
เซียวจิ่วก้าวมายังเบื้องหน้าตามคำเรียกขานของเซียวกวงหยุนชายชุดดำยกฝ่ามือขึ้น คลื่นพลังลมปราณหมุนวนรวมตัวอยู่ตรงฝ่ามือ
“ท่านผู้นำตระกูลผงชีพจรลมปราณถูกหยิบฉวยไปในกล่องสีดำ ใช่หรือไม่?”
“ถูกต้อง พวกมันล้วนถูกหยิบฉวยไปด้วยกัน”เซียวหยุนไห่ผงกศีรษะรับคำ สีหน้าท่าทีประหลาดใจ แสดงออกถึงความสงสัยว่าเหตุใดเซียวกวงหยุนจึงถามคำถามนี้
“ดีมาก…บนกล่องสีดำที่บรรจุผงชีพจรลมปราณมีตราประทับลมปราณของพรรคตระกูลเซียว- คือสัญลักษณ์อินทรี!เมื่อเราใช้พลังลมปราณของพรรคเราพวกเราสามารถรู้ได้ว่าตราอินทรีนั้นอยู่ที่ไหนในบริเวณใกล้เคียงนี้”
เมื่อเซียวกวงหยุนพูดจบคำเซียวจิ่วพลันเอ่ยเสียงคำรามต่ำจากริมฝีปากว่า “อยู่ที่นั่น”มันหมุนตัวรวดเร็วประดุจพายุหมุนและพุ่งไปทางขวามือดังประกายสายฟ้าความเร็วของมันรวดเร็วเกินบรรยาย มันหายไปจากสายตาของทุกผู้คนในพริบตา
“หึๆ ดูเหมือนว่าเราจะพบมันแล้ว”เซียวกวงหยุนเปล่งเสียงเย้ยหยันความรู้สึกภาคภูมิลำพองอย่างยิ่งสาดประกายออกมาจากส่วนลึกในดวงตา…ดุจดังว่าชายหนุ่มรู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่งจากการกระทำของตน
“ยอดเยี่ยมสมคำร่ำลือพรรคตระกูลเซียวไม่เคยปล่อยให้สิ่งใดเล็ดลอดไปได้แม้แต่น้ำหยดเดียว”สีหน้าของเซียวหยุนไห่เองแสดงถึงความยินดี จากนั้นแปรเปลี่ยนเป็ดำมืดอีกครั้งแล้วกล่าวเสียงหนักว่า“นายน้อยเซียว นี่เป็พฤติกรรมอันต่ำช้า ไม่เพียงสร้างความโกรธแค้นให้นายน้อยเซียวทั้งตระกูลเซียวเราเองก็อับอายขายหน้ามิใช่น้อย ฉะนั้น ไม่ว่าขโมยจะเป็ใครแม้ว่าจะเป็บุตรของข้าน้อย ขอนายน้อยเซียวอย่าได้ปรานี ท่านต้องลงโทษพวกมันอย่างสาสม!”
“ฮึ่มม! แน่นอนไม่มีใครที่ต่อต้านพรรคตระกูลเซียวเราจะมีจุดจบที่ดี!”
ถึงตอนนี้ เกิดกระแสลมแรงพุ่งผ่านเซียวจิ่วกลับมาอย่างรวดเร็ว สองมือประคองกล่องไม้ตราประทับอินทรีบนกล่องยังเรืองแสงอยู่จางๆ กล่องไม้กล่องนี้คือกล่องบรรจุผงชีพจรลมปราณที่เซียวกวงหยุนมอบให้แก่เซียวหยุนไห่เมื่อวานนี้
“นายน้อย ข้าเจอแล้ว”เซียวจิ่วส่งมอบกล่องไม้ใบนั้นแก่เซียวกวงหยุนและก้าวถอยหลังไปโดยไม่เอ่ยอันใดอีก
เสียงกระซิบกระซาบทั้งหมดหยุดลงโดยทันที บรรยากาศโดยรอบกลายเป็เงียบสงัดแม้กระทั่งเข็มตกสักเล่มยังสามารถได้ยินอากาศแปรเปลี่ยนเป็เย็นเยียบขึ้นมา ทุกผู้คนเบิกตากลมกว้างพร้อมกลั้นหายใจ้ารู้ว่าใครคือตัวการอาจหาญหยิบฉวยผงชีพจรลมปราณไป…พวกมันต่างสามารถคาดเดาถึงชะตากรรมอันแสนเลวร้ายที่บุคคลผู้นั้นต้องประสบได้
“เซียวจิ่ว เ้าไปพบกล่องใบนี้ที่ใด?” เซียวกวงหยุนถามด้วยน้ำเสียงเหยียดเยาะ
“เขตตึกที่ 66 – ภายใต้หมอนหนุนของเ้าของที่พัก”เซียวจิ่วตอบกลับด้วยสีหน้าเฉื่อยชาไร้อารมณ์
…เขตตึกที่ 66….
สายตาจ้องจับของทุกผู้คนเปลี่ยนทิศทางมาในทางเดียวกันสายตาเหนือความคาดหมายจ้องมองไปทางหญิงสาวเ้าของตึกผู้ซึ่งดูคล้ายกลายเป็หินไปแล้ว
เมื่อได้ยินคำว่า “เขตตึกที่ 66”เซียวหลิงซีตื่นตะลึงจังงังเมื่อเห็นสายตาของทุกผู้คนล้วนเปลี่ยนมาจับจ้องมองนางทีละคู่ทีละคู่นางก้าวถอยหลังพร้อมสั่นศีรษะปฏิเสธอย่างเอาเป็เอาตายร้องเสียงสั่นเครืออย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ
“ไม่ใช่ข้า…ข้าไม่ได้ทำ!”