กลางคืนอันมืดมิด หลังเหตุการณ์หินทดสอบแตกกระจาย
เฉินหยวนนั่งหลับตาอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ห่างจากลานประลอง
ลมหายใจของเขาสม่ำเสมอ แต่พลังในร่างกลับไหลเวียนไม่หยุด
“ดูเหมือนว่าฟ้าจะเริ่มหวาดกลัว...”
เสียงจากเื้ัทำให้เฉินหยวนลืมตา ดวงตาเรียบนิ่งเหมือนผิวน้ำยามค่ำ
ร่างหนึ่งยืนอยู่ใต้เงาไม้ สูงโปร่ง นุ่งชุดคลุมดำไร้ตราแสดงตัว
“เ้าคือผู้ที่หินวินิจปราณแตกเพียงัังั้นหรือ?”
เฉินหยวนไม่ได้ตอบ แต่สบตากับเขานิ่ง
ชายปริศนาเอ่ยต่อ
“ข้าไม่ได้มาจาก์… ไม่ใช่จากตระกูลใด...
ข้ามาจาก ‘หุบเขาลับ’ สถานที่ที่แม้ฟ้าก็เลือกที่จะหลงลืม”
ูเาที่ล้อมรอบด้วยม่านหมอกแห่งเต๋าที่แปรเปลี่ยน
ไม่มีคัมภีร์ ไม่มีตำรา์ ไม่มีผู้าุโะโสั่ง
ที่นี่เงียบ ราวกับโลกอีกใบที่ตัดขาดจากระเบียบทั่วไป
“ข้าพาเ้ามา เพราะเ้าไม่เหมือนใคร”
“เ้ามีพลังที่ไม่ควรอยู่ในยุคนี้ แต่กลับตื่นขึ้นอีกครั้ง”
ชายในชุดดำผู้นั้น คือหนึ่งใน ‘ผู้เฝ้าประตูเงา’
เขาชี้ไปยังศิษย์หลายคนที่นั่งขัดสมาธิอยู่ใต้อุโมงค์หิน
แต่ละคนต่างมีออร่าพลังที่แปลกแยก — ธาตุสลับขั้ว, ลมหายใจสวนทางเต๋า, บางคนไร้แม้แต่เงา
“พวกเขาคือ ‘ศิษย์เงา’ ผู้ฝึกเส้นทางที่โลกไม่ยอมรับ”
“และหากเ้า้ายืนเหนือฟ้า… จงฝึกเต๋าที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง”
เฉินหยวนเริ่มฝึกฝนตามแนวทางของหุบเขา
ในที่แห่งนี้ ไม่มีการแบ่งระดับพลังตามปราณ หรือชื่อเรียก
แต่ใช้เพียงคำเดียว… “ระดับการมีอยู่” (Existence Degree)
ยิ่งผู้ฝึกฝน “ลบตัวเอง” ออกจากระบบของฟ้าได้มากเท่าไร
จิต ิญญา และเต๋าของเขาก็ยิ่งกลายเป็อิสระจากโลกนี้มากขึ้นเท่านั้น
เฉินหยวนถูกส่งเข้าสู่ “ห้องสะท้อนตน”
ที่ซึ่งผู้ฝึกต้องเผชิญกับ ‘ตัวตนที่ฟ้ายอมรับ’ ของตนเอง
เพื่อ ทำลายภาพลวง และก้าวข้ามขีดจำกัดที่ฟ้ากำหนด
ภายในห้องนั้น เขาเห็นภาพตนเองในชุดขาว
เป็เฉินหยวนที่ถูกฟ้ารับรอง เป็เทพผู้สูงส่งที่ถูกกำหนดให้รุ่งเรือง
“เ้าควรเป็แบบนี้… หากไม่ต่อต้านโชคชะตา”
เสียงจากภาพสะท้อนกล่าวเยาะเย้ย
เฉินหยวนไม่ตอบ เขาเพียงยื่นมือ
แล้วบีบภาพนั้นจนแหลกสลายต่อหน้า
“ข้าไม่้าเป็สิ่งที่ฟ้ากำหนด”
“ข้าจะเป็ข้า…ในแบบที่แม้ฟ้าก็ไม่อาจอธิบายได้”
ขณะที่เขานั่งหลับตา ฝึกฝนตามเส้นทางเงา
พลังในร่างเขาเริ่ม "สลายจากระบบเต๋าทั่วไป"
ไม่ใช่เพียงไร้พร์… แต่ “ไร้แม้แต่การมีอยู่ในสายตา์”
และในหอชั้นฟ้าไกลโพ้น
แผ่นบัญชีผู้ฝึกตนของ์… ชื่อของเฉินหยวนหายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ