“แก... แกว่าใครเป็พวกเลียแข้งเลียขา?” ทุกคนได้ยินดังนั้นถึงกับรูม่านตาหดเกร็ง
“วางใจเถอะ พวกนายไม่ใช่พวกเลียแข้งเลียขาหรอกเพราะขนาดพวกเลียแข้งเลียขาเขายังไม่ต่ำทรามเท่าพวกนายเลย” ลู่เซิ่งกล่าวพร้อมหัวเราะอย่างเ้าเล่ห์
“แกหาที่ตายเรอะ!!!”
คราวนี้ทุกคนโกรธจัดถึงขีดสุดต่างพากันจ้องเขม็งมาที่ลู่เซิ่งด้วยสายตาอาฆาตดูจากท่าทางแล้วพร้อมจะกรูเข้าไปรุมประชาทัณฑ์เขาได้ทุกเมื่อหากพูดจาไม่เข้าหูอีกเพียงคำเดียว
ทว่าลู่เซิ่งกลับไม่มีความกลัวแม้แต่น้อย
จะบ้าหรือไง
เขามีพร์การต่อสู้ระดับSSSอย่าง ‘เสริมพลังหมื่นเท่า’ อยู่กับตัวต่อให้เอาพวกปลายแถวที่เพิ่งเปลี่ยนอาชีพพวกนี้มามัดรวมกันให้หมดแค่เขาเบ่งตดใส่ทีเดียวก็คงรับมือกันไม่ไหวแล้วมั้ง
แต่เขาก็ไม่ได้อยากจะเสียเวลากับพวกปลายแถวกลุ่มนี้ต่อสายตาของเขาเหลือบมองไปรอบหนึ่ง พลันมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในใจ
“ได้ยินว่านายเพิ่งเปลี่ยนอาชีพเป็อาชีพลับแถมยังได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาลด้วยงั้นเหรอ?”
ลู่เซิ่งหรี่ตามองหลี่เทียนหัวที่กำลังทำหน้าภาคภูมิใจพลางเอ่ยถาม
“แล้วจะทำไม?”
หลี่เทียนหัวพยักหน้ารับพร้อมเบะปากถามกลับว่า “ไงล่ะ อิจฉาล่ะสิ?”
“อิจฉาน่ะไม่หรอก แค่รู้สึกว่าไอ้ซื่อบื้ออย่างนายมันไม่คู่ควรกับทุนการศึกษาที่ประเทศมอบให้เลยสักนิด” ลู่เซิ่งโพล่งคำพูดที่ทำให้คนฟังถึงกับช็อกออกมา
“แก... แกพูดว่าอะไรนะ?”
คำพูดนี้ทำเอาหลี่เทียนหัวเกือบจะฟิวส์ขาดตรงนั้น
“ไอ้สารเลว! กล้าดียังไงมาดูถูกรุ่นพี่เทียนหัว?”
“รุ่นพี่เทียนหัวไม่คู่ควร แล้วอย่างแกคู่ควรนักหรือไง?”
“ไอ้เด็กหลังห้องที่เปลี่ยนอาชีพสายต่อสู้ได้เพราะโชคช่วยอย่างแกมีสิทธิ์อะไรมาพูดจาแบบนี้?”
เหล่าบรรดาลูกสมุนต่างโกรธเป็ฟืนเป็ไฟและทำท่าจะกรูเข้าไปล้อมลู่เซิ่งเอาไว้
ยังดีที่มีสวี่ว่านเฉิงคอยขวางเอาไว้
มิฉะนั้นาน้ำลายครั้งนี้คงได้กลายเป็การตะลุมบอนกันจริงๆ แน่
“ทำไม ไม่พอใจเหรอ?”
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มได้ที่ลู่เซิ่งก็เริ่มเผยหางจิ้งจอกออกมา
“ถ้าไม่พอใจ งั้นเรามาลองแข่งกันดูหน่อยไหมล่ะ?” ลู่เซิ่งกล่าวกลั้วหัวเราะ
“แข่ง? แข่ง... แข่งอะไร?”
หลี่เทียนหัวชะงักไปครู่หนึ่งยังไม่ทันตั้งตัวว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ได้ยินลู่เซิ่งพูดต่อว่า“เดี๋ยวโรงเรียนก็จะจัดทีมไปเก็บเลเวลที่เขตมือใหม่แล้วไม่ใช่เหรอ?งั้นก็ดีเลย เรามาพนันกันว่าใครจะอัปเลเวลได้เร็วกว่ากันรอดูผลตอนฟ้ามืด เป็ไง กล้าไหมล่ะ?”
“แข่งก็แข่งสิ คนอย่างฉันจะต้องกลัวไอ้เด็กหลังห้องอย่างแกด้วยเหรอ?”
หลี่เทียนหัวตอบตกลงแทบจะทันทีโดยไม่เสียเวลาคิด
ทว่าในตอนนั้นลู่เซิ่งก็ได้โอกาสเสริมขึ้นมาอีกประโยค “แน่นอนว่าในเมื่อเป็การแข่งขันมันก็ต้องมีเงินเดิมพันติดปลายนวมกันหน่อย ไม่อย่างนั้นมันก็น่าเบื่อแย่จริงไหม?”
“เงินเดิมพัน?”
หลี่เทียนหัวถามอย่างงงๆ“แก... แก้าเงินเดิมพันอะไร?”
ลู่เซิ่งไม่พูดพร่ำทำเพลงเขาหยิบบัตรธนาคารออกมาจากอกเสื้อแล้วกล่าวเรียบๆ ว่า“ในบัตรใบนี้มีเงินหนึ่งล้านเหรียญัมันเป็เงินเยียวยาที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ฉัน ถ้าการแข่งครั้งนี้ฉันแพ้เงินทั้งหมดนี้จะเป็ของนายทันที”
“อะไรนะ? หนึ่งล้านเหรียญั?”
สิ้นคำพูดนี้หลี่เทียนหัวยังไม่ทันได้อ้าปาก บรรดาลูกน้องข้างกายเขาก็เป็ฝ่ายทนไม่ไหวก่อน
“อะไรวะนั่น! ฉันไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม?”
“ไอ้ลู่เซิ่ง... มันกล้าพนันกับรุ่นพี่เทียนหัวด้วยเงินหนึ่งล้านเลยเหรอ?”
“มัน... มันไปเอาความมั่นใจมาจากไหน”
“คงไม่ได้คิดว่าตัวเองเปลี่ยนอาชีพเป็พาลาดินแล้วจะไร้เทียมทานจริงๆหรอกนะ”
ทุกคนต่างมองลู่เซิ่งด้วยความอึ้ง
“แกแน่ใจนะ ว่าจะแข่งอัปเลเวลกับฉัน? แถมเงินเดิมพันยังตั้งล้านนึง?”
แม้แต่หลี่เทียนหัวเองก็ยังคิดไม่ถึงว่าลู่เซิ่งจะกล้าเล่นใหญ่ขนาดนี้
ต้องรู้ก่อนว่าในฐานะผู้ใช้อาชีพที่หาได้ยาก เขาเพิ่งจะเปลี่ยนอาชีพก็มีการประเมินระดับดาวพลังรบ20ดาวแล้ว
ส่วนลู่เซิ่งที่เป็แค่‘พาลาดิน’ ซึ่งมีความสามารถสายสนับสนุนมากกว่าสายต่อสู้มีการประเมินระดับดาวพลังรบเริ่มต้นเพียงแค่ 3 ดาวเท่านั้น
ภายใต้เงื่อนไขแบบนี้ลู่เซิ่งกลับเป็ฝ่ายเสนอแข่งอัปเลเวลกับเขาแถมยังควักทรัพย์สินทั้งหมดออกมาเป็เดิมพันอีก
หมอนี่สมองโดนลากระทืบมาหรือไง?
“แน่ใจสิ”
ลู่เซิ่งไม่ได้สนใจหลี่เทียนหัวที่กำลังเต็มไปด้วยความสงสัยเขาพยักหน้าอย่างเด็ดเดี่ยวพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์“แต่แน่นอนนะว่าถ้านายแพ้ นายก็ต้องจ่ายให้ฉันล้านนึงเหมือนกัน”
“ตกลง! แกเป็คนพูดเองนะ ห้ามคืนคำ!”
ในที่สุดหลี่เทียนหัวก็ตั้งสติได้
เมื่อเห็นว่าลู่เซิ่งโง่พอที่จะเอาเงินมาประเคนให้ถึงที่เขาก็รู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่งจากนั้นเขาก็หันไปพูดกับสวี่ว่านเฉิงที่ยืนอึ้งอยู่ข้างๆ ว่า“ผู้อำนวยการครับ รบกวนช่วยเป็พยานให้พวกเราด้วยจะได้ป้องกันไม่ให้ใครบางคนเบี้ยวหลังจากที่แพ้ไปแล้ว”
“นี่มัน...”
สวี่ว่านเฉิงยืนงงเป็ไก่ตาแตกเห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าคนทั้งสองจะทำสัญญาเดิมพันก้อนโตถึงล้านเหรียญักันง่ายๆ เพียงไม่กี่ประโยค
แต่ในตอนนี้นั้นต่อให้เขาอยากจะเตือนลู่เซิ่งก็คงไม่ทันการณ์แล้ว
เพราะคำเดิมพันนี้ลู่เซิ่งเป็คนเสนอเองออกจากปาก
และลู่เซิ่งเองก็ไม่ได้คิดจะเปลี่ยนใจ
“งั้นก็รบกวนด้วยนะครับเหล่าสวี่”
ลู่เซิ่งตบไหล่สวี่ว่านเฉิงพลางพูดวางท่าราวกับเป็ผู้าุโคุยกับผู้น้อย
“ลู่เซิ่ง แกบ้าไปแล้ว”
ในที่สุดสวี่ว่านเฉิงก็ทนดูต่อไม่ไหวเขาตำหนิด้วยความเสียดายและผิดหวัง “เงินนั่นมันเป็เงินเยียวยาที่พ่อแม่แกเอาชีวิตเข้าแลกมาจากในสนามรบนะถ้าแกแพ้ไป แล้วแกจะใช้ชีวิตต่อไปยังไง?”
“เอ๊ะ?”
ลู่เซิ่งเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยราวกับค้นพบโลกใบใหม่
เพราะเขาคิดไม่ถึงจริงๆว่าสวี่ว่านเฉิงที่ปกติมักจะทำหน้าบึ้งตึงใส่เขาเสมอในเวลาแบบนี้กลับเป็ฝ่ายแสดงความห่วงใยเขาออกมาเอง
อย่างไรก็ตามกว่าเขาจะทำให้หลี่เทียนหัวติดเบ็ดได้ก็ไม่ใช่เื่ง่ายดังนั้นเขาไม่มีทางล้มเลิกแน่นอน
“วางใจเถอะเหล่าสวี่ ผมรู้ขอบเขตดี คอยดูให้ดีเถอะ”
ลู่เซิ่งส่งสายตามั่นใจไปให้สวี่ว่านเฉิงอีกครั้งพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“แก... เฮ้อ”
เมื่อเห็นว่าเื่มันเลยเถิดมาถึงขั้นนี้แล้วสวี่ว่านเฉิงทำได้เพียงทอดถอนใจออกมาอย่างหนักหน่วง
“ฮ่าฮ่า งานนี้มีเื่สนุกให้ดูแล้ว”
ส่วนพวกที่รุมล้อมหลี่เทียนหัวต่างก็มีสีหน้าเยาะเย้ยถากถางราวกับมองเห็นภาพที่ลู่เซิ่งต้องเสียเงินล้านแล้วคุกเข่าร้องไห้ขอชีวิตอย่างน่าเวทนาในอีกไม่ช้า
แน่นอนว่าการที่พวกเขาคิดแบบนั้นก็ไม่ใช่เื่แปลก
ก็ในเมื่อลู่เซิ่งเป็แค่อาชีพสายสนับสนุนแต่กลับดันทุรังจะไปแข่งอัปเลเวลกับอาชีพลับที่มีพลังรบสุดแกร่งถ้าไม่เรียกว่าหาเื่ใส่ตัวแล้วจะเรียกว่าอะไร?
จะมีก็แต่ลู่เซิ่งคนเดียวเท่านั้น
เมื่อเห็นว่าแผนการของตนสำเร็จลุล่วงเขาก็ยิ่งยิ้มกว้างขึ้นอย่างมีเลศนัย...
.........
ในการเดินทางไปยังเขตมือใหม่ครั้งนี้โรงเรียนมัธยมตงหลินที่สามได้เหมาบัสสุดหรูหลายคันเพื่อส่งเหล่านักเรียนไปถึงที่หมาย
และเนื่องจากมี‘เดิมพัน’ ก้อนโตถึงหนึ่งล้านเหรียญั
คราวนี้หลี่เทียนหัวจึงไม่ได้เข้ามาหาเื่ลู่เซิ่งอีกแต่กลับนั่งหัวเราะต่อกระซิกและคุยโวโอ้อวดกับเพื่อนนักเรียนรอบข้างไปตลอดทางเห็นได้ชัดว่าเขากำลังอารมณ์ดีสุดๆ
ในระหว่างทางสวี่ว่านเฉิงอาศัย่เวลาที่รถกำลังเคลื่อนที่ อธิบายข้อควรระวังต่างๆให้เหล่านักเรียนบนรถฟัง
“นักเรียนทุกคน สถานที่ที่เราจะไปในครั้งนี้มีชื่อว่าบึงทมิฬเป็เขตเก็บเลเวลส่วนตัวที่ท่านนายกเทศมนตรีกำหนดไว้ให้โรงเรียนมัธยมตงหลินที่สามของเราโดยเฉพาะมอนสเตอร์ข้างในส่วนใหญ่จะเป็สิ่งมีชีวิตในหนองน้ำ มีเลเวลั้แ่ 1 ถึง 20”
เมื่อพูดถึงตรงนี้เขาก็ทำสีหน้าจริงจังและเตือนด้วยน้ำเสียงเข้มงวดว่า“ฟังนะ แม้ว่าบึงทมิฬจะเป็เพียงเขตมือใหม่แต่ค่าดัชนีความเสี่ยงของมันไม่ได้ต่ำเลยสักนิด”