ตะวันฟังแล้วก็อายจนหน้าแดงรีบขอตัวกลับบ้าน ในใจนึกโมโหลลินมากแต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรได้
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
รุ่งเช้าของวันใหม่ท้องฟ้าสดใสแสงแดดเริ่มจะแผดกล้า
“จะสองโมงแล้วคุณตะวันยังไม่ลงมา ลลินลองขึ้นไปดูสิ ไม่สบายไปอีกหรือเปล่า”
นายแสงบอกกับลูกสาว
ลลินจึงเดินไปที่เรือนใหญ่ พอก้าวจะขึ้นบันได ตะวันก็ก้าวลงมาพอดี เขาเดินผ่านหน้าเธอไปทำเป็เหมือนมองไม่เห็น ลลินต้องเป็ฝ่ายรีบเบี่ยงตัวหลบ เขาเดินไปหานายแสงพร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้าในมือ
“อ้าว คุณตะวัน นั้นจะไปไหนครับ”
“ผมจะกลับกรุงเทพแล้วครับน้าแสง ช่วยไปส่งผมที่ท่ารถทัวร์หน่อย”
“ครับๆ ว่าแต่จะทานข้าวก่อนไหมครับ”
“ไม่ละ ผมยังไม่ค่อยหิว ไว้หิวเมื่อไหร่ค่อยหาทานเอาข้างหน้า น้าลีครับผมกลับก่อนน่ะ ลอยกับน้อยไปเที่ยวกรุงเทพกับพี่ไหมล่ะ”
เขากล่าวลาและทักทายกับทุกคนแล้วก็ชำเลืองไปดูลลินนิดหนึ่งก่อนทำเป็ไม่สนใจเพราะยังเคืองใจอยู่ที่เธอฉีกหน้าเขาเมื่อเย็นวาน และเขาได้ตั้งใจไว้ว่าซักวันหนึ่งจะต้องแต่งชุดทหารเต็มยศมาให้เธอดูให้ได้
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“เฮ้ย ตะวัน ขยันจริงน่ะดูหนังสือแต่เช้าเชียว นี่มันวันเสาร์น่ะไม่คิดไปเที่ยวไหนบ้างหรือไง”
ทะนงผู้เป็เพื่อนรักเดินเข้ามาถามแล้วนั่งลงข้างๆตะวันที่กำลังอ่านหนังสือคู่มือสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารอยู่อย่างคร่ำเคร่ง
“จะสอบให้ได้ภายในปีนี้หรือไง”
ทะนงถามเพื่อนต่อ
“อืม ฉันจะสอบให้ได้ภายในปีนี้ สอบไม่ติดมาสองปีแล้ว”
“ก็ปีที่แล้วแกมัวแต่พาสาวเที่ยวจนไม่เป็อันดูหนังสือนี่หว่า”
“หวัดดีค่ะพี่ตะวัน” เสียงของนภาทักขึ้น เธอมาในชุดทันสมัย กระโปรงสั้นเลยหัวเข่า “อ้าว พี่ทะนงจะมาทำไมไม่บอกนภาจะได้นั่งรถมาด้วย ช่วยชาติประหยัดไงค่ะ”
เธอหันไปพูดกับพี่ชายที่มาถึงก่อนหน้าเธอเพียงนิดเดียว
“ใครจะไปรู้ละว่าแกจะมา”
ทะนงว่าน้องสาว
“ถึงไม่ได้มากับพี่ทะนงนภาก็มาเองได้”
นภาเชิดหน้ากล่าวกับพี่ชายก่อนเข้าไปนั่งชิดตะวันจนเขาต้องขยับหนี
“พี่ตะวันขา ไปเที่ยวทะเลกันไหม นภาอยากไป”
หญิงสาวทำเสียงออดอ้อน
“พี่ไม่ว่างหรอก ต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบ”
ตะวันตอบไปด้วยความรำคาญและทะนงก็ลุกขึ้น
“กันกลับก่อนน่ะตะวัน ไว้ว่างๆจะมาใหม่”
“เดี๋ยวก่อนสิพี่ นภากลับด้วย ฮึพี่ตะวันนะชวนไปไหนก็ไม่ยอมไปน่าน้อยใจนัก”
แล้วทะนงกับนภาก็กลับไป ทั้งสองพี่น้องนี้สนิทกับตะวันเพราะพ่อของทะนงเป็เพื่อนรักกับนายพลสุรินทร์พ่อของตะวัน
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
วันเวลาผ่านเลยไป ปีนี้ตะวันอายุครบยี่สิบสองปีแล้ว และเขาก็ตั้งใจสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารจนได้สมใจของทั้งตัวเขาเองและทุกคนในครอบครัว
“ดีใจด้วยนะตะวัน”
นอกจากคนในครอบครัวแล้ว ทะนงคือคนต่อมาที่มาแสดงความยินดีด้วย เขากล่าวขึ้นพร้อมกับยื่นมือไปจับมือเพื่อนด้วยความดีใจไปกับความสำเร็จของเพื่อนด้วย
“เออ ขอบใจเพื่อน”
“แล้วไม่คิดจะฉลองกันหน่อยเหรอ”
“คิดสิ คุณพ่อจะไปจัดงานให้ที่บ้านสวน แกต้องไปให้ได้น่ะ”
“โธ่ ทำไมไปไกลจัง”
“ไม่รู้เหมือนกัน คุณพ่อเขาจัดการให้ ท่านคงคิดถึงบ้านสวนมั้ง ไม่ได้ไปมานานแล้ว ว่าแต่แกต้องไปให้ได้น่ะ”
“เออน่า ฉันไปอยู่แล้ว”
พูดแล้วทะนงก็ดึงแขนตะวันเดินออกมาจากบ้าน