ตอนที่ 14
ติ๊ง!!
[ ท่านกำลังจะเปลี่ยน ซอมบี้ ฝน ให้กลายเป็ แม่ทัพซอมบี้ ใช่หรือไม่ ]
“ใช่…” ทันทีที่เห็นข้อมูลว่าแม่ทัพซอมบี้นั้นสามารถเพิ่มระดับเลเวลได้ด้วยการแบ่งค่าประสบการณ์กับราชินี คนที่จูนเลือกจะให้เป็แม่ทัพย่อมเป็พี่ฝนแบบไม่มีความลังเลแวบเข้ามาในหัวเลยแม้แต่เสี้ยววิ ถึงจูนจะไม่เข้าใจว่าทำไมระบบของเหล่าซอมบี้ถึงส่งค่าประสบการณ์มาให้กับราชินีหรือาาทั้งหมด แต่มันก็ทำให้เลเวลของจูนเพิ่มอย่างรวดเร็วจนทะลุเลเวล 200 มาแล้ว แต่ในทางกลับกันเหล่าซอมบี้ที่อยู่ภายใต้การปกครองของจูนกลับไม่สามารถเพิ่มเลเวลได้เลยทำให้เลเวลของพวกเขายังอยู่เท่าเดิมั้แ่วันที่เปลี่ยนเป็ซอมบี้ครั้งแรกไม่เปลี่ยนแปลงสักนิด
ติ๊ง!!
ทันทีที่จูนยืนยันจะเปลี่ยนพี่ฝนให้เป็แม่ทัพซอมบี้ หน้าต่างสถานะของพี่ฝนก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าจูน ทำให้จูนสามารถเห็นค่าสเตตัสของพี่ฝนได้เหมือนกับหน้าต่างสเตตัสของตัวเองเลย และค่าสเตตัสต่างๆอย่าง พละกำลัง ความเร็ว พลังป้องกัน และ ไหวพริบ ต่างก็สูงเกินระดับเลเวลที่มีเพียง 27 ไปไกลมาก โดยเฉพาะความเร็วของพี่ฝนที่พุ่งขึ้นไปถึง 1,770 หน่วยเข้าไปแล้ว ทว่า… ค่าสติปัญญาของพี่ฝนก็ยังอยู่ที่ -100 อยู่เหมือนเดิมเช่นเดียวกันกับค่า พลังชีวิต ที่มีเพียง 1/1 เท่านั้นเพราะซอมบี้มีจุดอ่อนอยู่ที่เดียว ไม่ว่าจะทำอะไรซอมบี้ก็จะไม่ตายนอกเสียจากทำลายจุดอ่อนได้สำเร็จ ทำให้ค่าพลังชีวิตของซอมบี้ทุกคนรวมถึงตัวจูนเองกลายเป็ตัวเลข 1/1 เสียอย่างนั้น
“พี่ฝน… เรามาพยายามด้วยกันนะคะ” จูนสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะมองไปที่ค่า สติปัญญา ของพี่ฝนด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวัง ถึงสกิลนักตัดแต่งพันธุกรรมจะโกงมากจนทำให้ค่าสเตตัสของพี่ฝนพุ่งไปไกลขนาดนี้ แต่มันก็ไม่สามารถมอบค่าสติปัญญาให้กับพี่ฝนได้ แต่ถ้าพี่ฝนสามารถเพิ่มเลเวลได้ บางทีค่าสติปัญญาของพี่ฝนอาจจะเพิ่มขึ้นมาจากการเลเวลอัพก็ได้ และถ้าสักวันหนึ่งค่าสติปัญญาของพี่ฝนกลับมาเป็ตัวเลขที่ไม่ติดลบละก็ ตอนนั้นพี่ฝนอาจจะ….
“พี่ก็ต้องสู้ไปด้วยกันกับจูนอยู่แล้วสิ” พี่ฝนที่ตอบกลับมาอย่างเป็ธรรมชาติและอ่อนโยนตรงหน้าดูเหมือนพี่ฝนตอนมีชีวิตอยู่ก็จริง แต่จูนก็ยังต้องออกคำสั่งให้พี่ฝนพูดตามที่้าอยู่ดี ถ้าสิ่งที่จูนกำลังวาดฝันเป็จริงขึ้นมามันจะดีแค่ไหนกันนะ…
.
.
.
เปรี้ยง!!
ดาบของพี่นิลเหวี่ยงกระแทกร่างของโกเลมที่ทั้งตัวเป็หินจนแตกกระจายไม่มีชิ้นดีพร้อมๆกับเหล่าซอมบี้ที่กำลังใช้กำลังล้วนๆฆ่าเหล่าโกเลมที่บุกมาจากประตูมิติอย่างต่อเนื่องทำให้เหล่าโกเลมเกือบ 80 ตัวเหลือเพียง 10 ตัวเสียแล้ว
“องค์ราชินี พวกเราเปลี่ยนพวกมันเป็ซอมบี้ไม่ได้ขอรับ พวกเราคงต้องเหลือพวกมันเอาไว้แล้วปล่อยให้เวลาหมดเท่านั้นขอรับ” พี่นิลที่เพิ่งสั่งให้เหล่าลูกน้องเข้าไปเก็บกวาดโกเลมที่เหลือกำลังรายงานสถานการณ์ตรงหน้าให้จูนฟังอย่างละเอียด ไม่นึกเลยว่าเกทบานต่อมาจะเป็โลกของเผ่าโกเลมที่มีร่างกายเป็หินทั้งหมด ทำให้การแพร่เชื้อไวรัสไม่สามารถทำได้ เช่นเดียวกับการพูดคุยที่ไม่ได้ผลอะไรเลยเพราะไม่ว่าจูนจะลองใช้เครื่องแปลภาษาหรือพยายามส่งท่าทีอะไรออกไป เหล่าโกเลมก็ไม่ตอบกลับมาเลยแถมยังเอาแต่โจมตีเข้ามาไม่หยุดอีกต่างหาก
“ไม่ต้องเหลือเอาไว้ค่ะ ฆ่าพวกมันให้หมดเลย” คำสั่งของจูนทำให้พี่นิลเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ หลายสิบปีที่ผ่านมาพวกเขาทำตามแผนการนี้มาตลอด อะไรคือสาเหตุที่ทำให้องค์ราชินีตัดสินใจแบบนั้นกัน…
“ขอรับ…” แม้จะสงสัยแต่คำสั่งขององค์ราชินีถือเป็ที่สุด พี่นิลโยนความสงสัยทิ้งไปก่อนจะเดินเข้าไปในกลุ่มของโกเลมที่เหลือไม่กี่ตัวแล้วใช้ดาบของเขาฟาดใส่เหล่าโกเลมที่เหลือจนแตกละเอียดด้วยตัวเองทำให้ประตูมิติที่เปลี่ยนเป็สีแดงสดกลับกลายมาเป็สีขาวอีกครั้ง
“...” แน่นอนว่าสาเหตุที่จูนสั่งแบบนั้นก็เป็เพราะตัวเลขค่าสติปัญญาของพี่ฝนที่กำลังแสดงผลอยู่บนหน้าต่างสเตตัสตรงหน้าจูนนั่นเอง เหล่าโกเลมที่บุกเข้ามาล้วนแล้วแต่มีเลเวล 120 - 150 ทั้งนั้น ทำให้ค่าประสบการณ์ที่พี่ฝนได้รับแบ่งไปถือเป็ค่าประสบการณ์ที่เยอะมาก หลังจากฆ่าโกเลมตัวสุดท้ายไปเลเวลของพี่ฝนก็เพิ่มจาก 27 มาเป็ 53 เรียบร้อยแล้ว และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือค่าสติปัญญาของพี่ฝนเปลี่ยนจาก -100 กลายมาเป็ -74 แล้ว แม้แต่ละเลเวลจะเพิ่มค่าสติปัญญาขึ้นมาแค่ 1 เท่านั้น แต่มันก็เปลี่ยนแปลงแล้วจริงๆ แบบนี้จูนก็มีแต่ต้องเพิ่มเลเวลของพี่ฝนให้เร็วที่สุด ทำให้การรอประตูมิติครั้งต่อไปมันไม่ทันใจเอาเสียเลย แบบนั้นสู้ฆ่าศัตรูให้หมดแล้วรอให้พวกมันส่งปาร์ตี้ใหม่เข้ามาเรื่อยๆน่าจะเพิ่มเลเวลของพี่ฝนได้เร็วกว่า…
ตึง!!
เวลายังผ่านไปไม่ถึง 1 วันเสียด้วยซ้ำ เหล่าโกเลมจากอีกฝั่งหนึ่งก็ส่งกองกำลังใหม่เข้ามา โกเลมในครั้งนี้มีผิวนอกที่แปลกตากว่ารอบแรกอย่างเห็นได้ชัด ร่างกายของพวกมันคราวนี้ไม่ได้เป็ก้อนหินธรรมดาเท่านั้น บางตัวมีโลหะผสมอยู่ บางตัวมีคริสตัลสีสันสวยงามติดอยู่ตามตัวด้วยซ้ำ ท่าทางพวกมันจะเก่งกว่าโกเลมชุดแรกมากทีเดียว
วี๊ด… เปรี้ยง!!
อยู่ๆเ้าโกเลมที่มีคริสตัลอยู่บนตัวก็เปล่งแสงสีทองออกมาก่อนจะยิง..เลเซอร์เข้าใส่พวกซอมบี้แนวหน้าอย่างรุนแรงจนทำให้ดาบของพี่นิลที่ยกขึ้นมาป้องกันเปลี่ยนเป็สีส้มอย่างกับถูกโยนเข้าเตาหลอมใหม่เลย
เปรี้ยง!!
ไม่ใช่แค่ตัวที่เป็คริสตัลเท่านั้นที่สร้างความใให้กับเหล่าแนวหน้า เพราะพวกโกเลมโลหะที่อยู่ข้าหน้าก็มีร่างกายที่แข็งแกร่งกว่าเดิมมากจนดาบของพี่ฝนแทบจะแทงไม่เข้าเสียแล้ว แต่ที่แทงไม่เข้าก็เป็เพราะอาวุธของพี่ฝนไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับก้อนเหล็กแบบพวกมัน หลังจากเห็นความแข็งแกร่งของพวกโกเลมเหล็กเหล่าซอมบี้ที่ใช้ความเร็วเป็หลักก็เปลี่ยนอาวุธของตัวเองให้เข้ากับการรับมือเหล่าโกเลมอย่างอีเต้อ ขวานใหญ่ หรือแม้กระทั่งค้อนา ทำให้การต่อสู้เริ่มง่ายขึ้นมาก
โครม!!
ในที่สุดพี่ฝนก็ใช้ค้อนบุกเข้าไปทุบเ้าตัวที่มีคริสตัลบนร่างได้สำเร็จ แต่เลเวลของพี่ฝนกลับเพิ่มขึ้นมาไม่มากอย่างที่คิด อาจจะเป็เพราะตอนนี้พี่ฝนได้รับแบ่งค่าประสบการณ์ไปจากจูนเท่านั้นไม่ได้รับค่าประสบการณ์ทั้งหมด
ตูม!!
หลังจากฆ่าเหล่าโกเลมทั้งหมดเป็รอบที่ 2 ในที่สุดศัตรูกลุ่มที่ 3 ก็เข้ามา คราวนี้สีสันของพวกโกเลมต่างไปจากเดิมมาก มีทั้งพวกที่มีร่างกายสีดำสนิทไปจนถึงพวกที่มีร่างกายเป็หินสีขาวสะอาดด้วย แต่ตัวที่เด่นที่สุดคงจะหนีไม่พ้นโกเลมที่มีรูปร่างเหมือนกับชุดเกราะของมนุษย์ที่ยืนอยู่ด้านหลังสุดของกองทัพครั้งนี้ ร่างกายของมันอย่างกับรูปปั้นแกะสลักของนักรบผู้มีชื่อเสียง แถมหินที่ใช้แกะสลักยังมีสีสันที่แปลกตามาก เพราะมันเป็หินสีขาวมันวาวอย่างกับหินอ่อน แต่ยามต้องแสงกลับเปล่งประกายสีม่วงออกมาให้เห็น ช่างเป็โกเลมที่สวยงามจริงๆ
ตูม!!
การต่อสู้ครั้งที่ 3 นี้เป็การต่อสู้ที่ดุเดือดกว่าที่คิดเอาไว้มาก เหล่าโกเลมโลหะมีผิวที่แข็งยิ่งกว่าโกเลมโลหะชุดที่ 2 เสียอีก แถมคราวนี้โกเลมส่วนใหญ่ยังยิงลำแสงออกมาจากร่างกายได้ทำเอากองทัพของจูนเริ่มเกิดความเสียหายแล้วแม้จะมีสกิลฟื้นฟูก็ตาม
“โรส…ออกมาช่วยพวกพี่นิลหน่อย” จูนเห็นสถานการณ์ค่อนข้างตึงเครียดเลยตัดสินใจเรียก โรส หนึ่งในสมาชิกจอมี้เีที่เธอได้มาร่วมกองทัพซอมบี้ตอนปีที่ 20
ตุบ…
ร่างของ โรส ที่ปกคลุมไปด้วยขนสีแดงเข้มที่เหมือนเืมากกว่าสีของกุหลาบเสียอีกกำลังลอยลงมาจากฟ้าราวกับกำลังเหยียบย่างไปบนสายลมได้อย่างกับกำลังเดินเล่นอยู่บนพื้นไม่มีผิด โรสนั้นเป็เผ่าพันธุ์สุนัขในตำนานที่มีชื่อว่า เฟนริล แถมโรสยังเป็เฟนริลที่แข็งแกร่งกว่าเฟนริลทั่วไปเพราะเธอคือเฟนริลสายพันธุ์พิเศษที่กลายพันธุ์จากเฟนริลปกติด้วยตัวเอง แถมเธอยังมีเลเวลสูงที่สุดในโลกใบนี้อีกต่างหาก
เปรี้ยง!!
ร่างกายที่สีแดงฉานที่เคลื่อนไหวไปตามกระแสลมอย่างรวดเร็วพร้อมฉีกกระชากร่างโลหะหนาๆของพวกโกเลมได้อย่างง่ายดายนั้นทำให้สถานการณ์โดยรวมดูดีขึ้นมาก โรสใช้ความเร็วที่เป็จุดเด่นของเผ่าเฟนริลพุ่งทะยานเข้าไปจัดการพวกตัวที่สามารถยิงเลเซอร์ได้เพื่อควบคุมความเสียหายโดยรวม แถมเธอยัง…
แกร๊ก!!
สายลมสีแดงฉานรอบๆตัวโรสหอบเอาร่างของโกเลมขึ้นไปบนอากาศก่อนจะบดขยี้ร่างกายที่แข็งแกร่งของโกเลมเป็ชิ้นๆอย่างง่ายดาย ถ้าจูนไม่ได้มีร่างกายเป็ะแล้วฟื้นฟูได้ตลอดเวลาคงโดนเธอฆ่าตายไปนานแล้ว การเปลี่ยนให้โรสกลายเป็ซอมบี้ได้ถือเป็โชคดีครั้งใหญ่ของจูนเลยก็ว่าได้เพราะเวทมนตร์ธาตุลมเป็ความสามารถจากสายเืของเฟนริลทำให้โรสเคยเป็ซอมบี้ตัวเดียวที่ยังสามารถใช้เวทมนตร์ได้ แม้จะเสียเวทมนตร์ธาตุอื่นๆไปหมดก็ตาม แต่ถึงจะเหลือแค่เวทมนตร์ธาตุลมโรสก็ยังแข็งแกร่งจนน่ากลัว และภาพที่โรสกำลังบดขยี้พวกโกเลมตรงหน้าก็ทำเอาจูนนึกถึงวันที่เจอเข้ากับโรสขึ้นมาเลย ในวันนั้นแม้จูนจะใช้เหล่าเฟนริลที่เปลี่ยนเป็ซอมบี้แล้วทั้งหมดช่วยกันรุมพร้อมๆกับซอมบี้เผ่าต่างๆ แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่เปลี่ยนโรสกลายเป็ซอมบี้โดยแลกกับซอมบี้เฟนริลทั้งหมดกับเผ่าอื่นๆที่หายไปเกือบครึ่ง
กึก..
ระหว่างกำลังไล่จัดการเหล่าโกเลมอย่างดุเดือด อยู่ๆร่างของโรสก็ชะงักอยู่กับที่ก่อนจะหันไปมองทางเ้าโกเลมรูปร่างมนุษย์ที่อยู่ด้านหลังสุดของเหล่าโกเลม ท่าทางการปรากฏตัวของโรสจะทำให้เ้าตัวด้านหลังเริ่มเคลื่อนไหวแล้วเหมือนกัน
เปรี้ยง!!
ทันทีที่โดนท้าทายโรสก็ใช้ความเร็วที่เหนือกว่าทะยานเข้าไปโจมตีเ้ารูปปั้นเดินได้อย่างเต็มแรง แต่ภาพที่แม้แต่จูนก็ยังคาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น เขี้ยวและกรงเล็บของโรสที่บดขยี้ร่างของโกเลมตัวอื่นๆได้สบายกลับสร้างรอยขีดข่วนบนร่างของเ้ารูปปั้นนั่นไม่ได้เลย แม้แต่เวทลมสีแดงที่กำลังเฉือนกระชากไปตามร่างกายของมันก็ไม่สามารถทำอะไรมันได้เลยสักนิด
เคร๊ง!!
ทันทีที่รับการโจมตีของโรสเอาไว้ได้ เ้ารูปปั้นก็เหวี่ยงหมัดเข้าโจมตีโรสทันที แต่กำลังของมันกลับด้อยกว่าโรสอย่างชัดเจน แม้มันจะออกหมัดใส่โรสแต่มันก็โดนเขี้ยวของโรสกัดเข้าเสียก่อน แถมโรสยังโถมตัวและใช้ขาหน้ากดลงร่างของมันลงกับพื้นก่อนจะโจมตีใส่ร่างของมันไปอีกหลายครั้งและพยายามกัดร่างของมันเต็มแรง แต่ความพยายามของโรสเหมือนจะไร้ความหมายเพราะไม่ว่าจะใช้อะไรโจมตีก็สร้างความเสียหายให้เ้ารูปปั้นตรงหน้าไม่ได้เลย
“สุดยอดเลย แร่ที่สร้างเ้านั่นขึ้นมาต้องแข็งแกร่งขนาดไหนเนี่ย” พี่หยกที่มองเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่ข้างๆจูนถึงกับเก็บท่าทีประหลาดใจเอาไว้ไม่มิด เ้าหมาบ้าพลังอย่างโรสทำลายข้าวของมานักต่อนักทำให้หยกรู้ซึ้งถึงกำลังของโรสดี การที่โรสโจมตีเ้าโกเลมตัวนั้นไม่เข้าเลย แสดงว่าความแข็งของแร่สีขาวนั่นต้องแข็งแกร่งมากแน่ๆ
“กรรร…” ท่าทางโรสเองก็เริ่มโมโหแล้วเหมือนกัน เธอคำรามออกมาก่อนจะเริ่มใช้เวทมนตร์ธาตุลมออกมามากขึ้น เธอยกร่างของเ้าโกเลมขึ้นไปบนท้องฟ้าก่อนจะสร้างหอกสายลมที่หมุนควงอย่างรวดเร็วออกมาแทงใส่เ้ารูปปั้นแบบไม่ยั้ง แถมยังใช้ร่างของพวกโกเลมรอบๆเข้าไปกระแทกอีกต่างหาก แต่ท่าทางความพยายามของโรสจะไร้ความหมายอยู่ดี
เปรี้ยง!!
จนถึงตอนนี้โกเลมส่วนใหญ่โดนจัดการไปหมดแล้วทำให้เหล่าซอมบี้เริ่มหันมาสนใจการต่อสู้ของโรสกับเ้าโกเลมรูปร่างมนุษย์กันอย่างตื่นเต้น เ้าโกเลมรูปร่างมนุษย์นั่นพยายามโจมตีกลับมาก็จริงแต่เพราะสกิลของโรสทำให้มันไม่มีโอกาสได้โจมตีเลย แต่เื่ความแข็งแกร่งของร่างกายก็ได้แต่ต้องยอมให้มันจริงๆ ขนาดพวกพี่นิลที่ใช้อาวุธหนักเป็หลักเข้าไปช่วยแล้วก็ยังสร้างาแให้มันไม่ได้เลย
เปรี้ยง!!
ในที่สุดจูนที่ยืนดูอยู่ข้างหลังก็เข้ามาจัดการด้วยตัวเอง จูนใช้เวทมนตร์บัญชาโลหิตสร้างอาวุธจากเืแล้วบังคับให้พวกมันพุ่งเข้าไปแทงใส่เ้ารูปปั้นจนตัวมันแทบจะเปลี่ยนเป็เม่นสีเือยู่แล้ว แถมจูนยังไม่หยุดแค่สร้างอาวุธพุ่งเข้าไปโจมตีแต่อย่างไร เธอเปลี่ยนให้อาวุธที่แทงเข้าไปให้กลายเป็กรงหนามแล้วบังคับให้มันบีบรัดร่างของเ้าโกเลมเต็มแรง
แกร๊ก…
ด้วยค่าสติปัญญามหาศาลทำให้ความรุนแรงของเวทมนตร์ที่จูนใช้เหนือกว่าเวทมนตร์ของโรสหลายเท่า ในที่สุดการโจมตีของจูนก็ได้ผล ความอดทนของเ้าโกเลมรูปร่างมนุษย์นั้นยอดเยี่ยมมากแต่สุดท้ายกรงหนามของจูนก็บีบอัดร่างของมันจนเริ่มเกิดรอยแตกทีละน้อย และในที่สุด…
ตุบ…
ร่างของโกเลมรูปร่างมนุษย์ที่โดนกรงหนามโลหิตของจูนบีบรัดจนแตกเป็ชิ้นๆตกลงมากองอยู่บนพื้นในที่สุด ทำให้จูนได้รับค่าประสบการณ์จากมันมาไม่น้อย ทว่า…
“องค์ราชินี พวกเราควรหยุดเท่านี้ก่อนเ้าค่ะ ไม่อย่างนั้นประตูมิติของเราจะเชื่อมกับโลกอีกฝั่งอย่างถาวรแน่นอน” ไม่รู้ทำไมเลเวลของพวกโกเลมถึงได้ต่ำนักทั้งๆที่จัดการยากขนาดนี้ แม้แต่เ้าตัวรูปปั้นก็ยังมีเลเวลเพียง 140 เท่านั้น แม้จะจัดการกองทัพที่ 3 ได้เลเวลของพี่ฝนก็ยังอยู่ที่ 82 เท่านั้น แต่ถ้าจูนจะเก็บเลเวลกับเกทนี้ต่อก็อาจจะเจอกองทัพที่แข็งแกร่งกว่านี้ แต่สิ่งที่พี่หยกกลัวไม่ใช่เื่นั้นเพราะต่อให้อีกฝ่ายแข็งแกร่งกว่ามาก จูนก็ยังใช้ความสามารถฟื้นฟูในการถ่วงเวลาและปล่อยให้เวลาหมดได้อยู่ แต่ถ้าจูนยังกวาดล้างกองทัพของอีกฝั่งต่อไปเรื่อยๆแบบนี้อาจจะเกิดเหตุการณ์ เกทเบรค เข้าก็ได้
“เข้าใจแล้วค่ะ… พี่นิลเหลือโกเลมเอาไว้หนึ่งตัวนะคะ” จูนมองชิ้นส่วนของโกเลมบนพื้นก่อนจะยอมจบเกทครั้งนี้แต่โดยดี แม้จะน่าเสียดายนิดหน่อยที่ไม่สามารถเก็บเลเวลของพี่ฝนให้ค่าสติปัญญาฟื้นกลับมาได้ทันที แต่ถ้าเธอใจร้อนเกินไปแผนการกลับบ้านที่สำคัญไม่แพ้กันก็อาจจะพังลงได้