หนึ่งราตรีผันผ่านประตูของร้านทำผมจันทร์แดงเปิดออกอีกครั้ง
ในยามเช้าตรู่ทั่วทั้งเขตเมืองเก่าเริ่มมีเงาร่างของผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาทั้งร้านอาหารเช้า โรงงานฝีมือ แผงขายของเบ็ดเตล็ด...
ในเวลานี้เองที่เซียวเยี่ยได้ตระหนักว่าเขตเมืองเก่าซ่างจิงที่ใครต่อใครต่างหวาดเกรงว่าเป็พื้นที่สีเทานั้นแท้จริงแล้วส่วนใหญ่ก็เป็เพียงที่พักอาศัยของเหล่าผู้ยากไร้เท่านั้น
เซียวเยี่ยหันหลังกลับไปมองเห็นหงซานเหนียงกำลังนำป้ายชื่อร้านทำผมจันทร์แดงออกมาแขวนไว้ด้านนอกเธอบิดี้เีด้วยท่าทางเกียจคร้านพลางโปรยยิ้มให้เซียวเยี่ย“ไว้เจอกันตอนกลางคืนนะ!”
เซียวเยี่ยพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป
..........
เซียวเยี่ยเดินลัดเลาะผ่านตรอกซอกซอยชั้นแล้วชั้นเล่าจนกระทั่งกลับมาถึงห้องเช่าซอมซ่อของตนเองเขาพบว่าภายในห้องนั่งเล่นเต็มไปด้วยเอกสารและอุปกรณ์ต่างๆ วางกองระเกะระกะแต่เนี่ยเสี่ยวอวี่กลับไม่ได้อยู่ในบ้าน
จากหน้าจอจำนวนมากที่เรียงรายอยู่เซียวเยี่ยสังเกตเห็นว่านอกจากงานวิจัยเกี่ยวกับลูกันิลกาฬแล้วเนี่ยเสี่ยวอวี่ยังมีโครงการวิจัยอื่นๆ อีกหลายอย่างที่ดำเนินไปพร้อมกันและดูเหมือนเธอจะมีประชุมวิจัยที่ต้องเข้าทุกวันวันนี้เธอก็คงจะกลับไปยังฐานวิจัยของทางกองทัพแล้ว
เซียวเยี่ยทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาเก่าๆหวังจะผ่อนคลายเส้นประสาทที่ตึงเครียดมาตลอดทั้งคืนเมื่อคืนมีเื่ราวเกิดขึ้นมากมายเหลือเกิน...
ทว่าทันทีที่เอนกายลงค่ายกลเคลื่อนย้ายพลันสว่างวาบขึ้นภายในห้องเช่าอันคับแคบจากนั้นเงาร่างสีดำสนิทก็มุดออกมาจากค่ายกลอย่างคล่องแคล่วมันคือลูกันิลกาฬนั่นเอง!
ลูกัน้อยตัวนี้ดูเหมือนจะจำได้ว่ามันกลับถึงบ้านแล้วมันดมกลิ่นไปรอบๆ ก่อนจะส่งเสียงร้องคำรามแง้วๆ ใส่เซียวเยี่ย
ให้ตายสิลูกันี่หิวอีกแล้ว...
เซียวเยี่ยถอนหายใจยาวอย่างช่วยไม่ได้เขาลุกจากโซฟาเดินตรงไปยังห้องครัว
ทว่าบนตู้เย็นเขากลับเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตที่เนี่ยเสี่ยวอวี่ทิ้งไว้ให้
[ฉันกลับไปประชุมที่ฐานวิจัยนะ เื่งานวิจัยวิธีสยบันิลกาฬ่นี้มีความคืบหน้าใหม่ๆ แล้วล่ะ! ไว้จะบอกทีหลัง]
[อ้อ มีของดีทิ้งไว้ให้ด้วย กลัวว่าห้องเช่าเฮงซวยของนายจะโดนขโมยขึ้นเลยเอาไปแช่ไว้ในตู้เย็นให้แล้ว... เนี่ยเสี่ยวอวี่]
เซียวเยี่ยเบิกตาด้วยความประหลาดใจเขาเปิดประตูตู้เย็นออกดูทันที และเห็นม้วนคัมภีร์ที่เปล่งรัศมีสีม่วงวางอยู่นิ่งๆในช่องแช่เย็น จนมีฝ้าขาวจากความเย็นเกาะอยู่บางๆ
“ม้วนคัมภีร์ทักษะ!”
เซียวเยี่ยอุทานด้วยความตกตะลึงสำหรับผู้ตื่นรู้แล้ว นอกจากการได้รับทักษะผ่านการตื่นรู้และการเปลี่ยนอาชีพวิธีเดียวที่จะได้ทักษะใหม่มาก็คือม้วนคัมภีร์ทักษะ!
อย่างไรก็ตามการสร้างม้วนคัมภีร์ทักษะนั้นไม่ใช่เื่ง่ายจำเป็ต้องได้รับความร่วมมือจากจอมเวทอักขระมนตราขั้นสูงเฉพาะทางเท่านั้น
ยิ่งทักษะมีระดับสูงเท่าไรก็ยิ่งยากที่จะนำมาสร้างเป็ม้วนคัมภีร์ทักษะ ด้วยเหตุนี้มูลค่าของม้วนคัมภีร์แต่ละม้วนจึงสูงกว่าหลายแสนเหรียญัขึ้นไปทั้งสิ้น
และม้วนคัมภีร์ทักษะที่วางอยู่ในตู้เย็นนี้เปล่งแสงสีม่วงออกมานั่นหมายความว่ามันต้องเป็ทักษะระดับ S เป็อย่างน้อย!
เนี่ยเสี่ยวอวี่คนนี้ช่างมีอิทธิพลกว้างขวางเสียจริงเธอไปหาของแบบนี้มาจากไหนกัน?
เซียวเยี่ยรีบยื่นมือออกไปประคองม้วนคัมภีร์ทักษะนั้นออกมาจากตู้เย็นอย่างระมัดระวัง
ในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกกึ่งขำกึ่งระอาจะมีใครที่ไหนเอาของล้ำค่าอย่างม้วนคัมภีร์ทักษะไปซ่อนไว้ในตู้เย็นกัน?
จะบอกว่าเธอทำเพื่อกันขโมยโดยใช้แผนเหนือเมฆก็ว่าได้อยู่หรอกแต่เธอดันมาทิ้งโน้ตบอกไว้บนประตูตู้เย็นเสียอย่างนั้น...
พริบตานั้นคุณสมบัติของม้วนคัมภีร์ทักษะในมือก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเซียวเยี่ย
[สายใยิญญาสยบอสูร]
[ระดับ: S]
[คำอธิบาย: ทักษะสร้างชื่อของหลินสุยเจี๋ย ปรมาจารย์ในตำนานด้วยการใช้วิธีการควบคุมิญญาเพื่อสร้างสายสัมพันธ์ทางจิติญญากับสัตว์อสูรในพันธสัญญานำไปสู่การหลอมรวมจิตสำนึกเป็หนึ่งเดียว]
เป็ทักษะสายควบคุมิญญาระดับSจริงๆ ด้วย!
เซียวเยี่ยตื่นตระหนกอยู่ในใจมูลค่าของม้วนคัมภีร์ทักษะในมือนี้น่าจะทะลุหลักล้านเหรียญัไปแล้ว!
เนี่ยเสี่ยวอวี่มีตำแหน่งอะไรในสถาบันวิจัยของกองทัพกันแน่ถึงขนาดหยิบฉวยของระดับนี้มาได้!
ในเวลาเดียวกันข้อความแจ้งเตือนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเซียวเยี่ย
[ยืนยันการเรียนรู้ทักษะสายใยิญญาสยบอสูรหรือไม่?]
คราวนี้ลูกันิลกาฬก็เดินเข้ามาใกล้ด้วยความอยากรู้อยากเห็นมันยืดคอขึ้นดมม้วนคัมภีร์ทักษะในมือเซียวเยี่ยเบาๆ
“เรียนรู้!”
เซียวเยี่ยกดตกลงโดยไม่ลังเลการเดินทางไปยังเมืองเฮยสุ่ยในครั้งนี้ลูกันิลกาฬที่อยู่ในมิติอัญเชิญคือไพ่ตายที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา!
หากสามารถสร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้นได้การร่วมมือต่อสู้ระหว่างหนึ่งคนหนึ่งัจะต้องสำแดงพลังที่ไม่อาจดูแคลนได้ออกมาอย่างแน่นอน
ม้วนคัมภีร์ที่มีคราบน้ำแข็งเกาะอยู่พลันสำแดงฤทธิ์กระแสความอบอุ่นไหลหลั่งจากฝ่ามือเข้าสู่ร่างกายทันที
ในขณะเดียวกันพลังจิติญญาที่กล้าแกร่งพร้อมกับข้อมูลมหาศาลก็พุ่งเข้าสู่สมองของเซียวเยี่ย!
นี่คือวิถีแห่งการสืบทอดของม้วนคัมภีร์ทักษะมีเพียงจอมเวทอักขระมนตราขั้นสูงเท่านั้นที่สามารถรวบรวมวิธีใช้ทักษะอันซับซ้อนให้กลายเป็พลังจิติญญาและสลักมันลงบนม้วนคัมภีร์ได้
[เรียนรู้ทักษะสำเร็จ... สายใยิญญาสยบอสูร (ระดับ S)!]
ทักษะนี้ปรากฏขึ้นในแผงสถานะหัวข้อทักษะของเขาทันทีเซียวเยี่ยดีใจเป็อย่างยิ่ง เขาจึงลองใช้ทักษะ สายใยิญญาสยบอสูรกับลูกันิลกาฬที่กำลังมองมาทางเขาด้วยความสงสัยทันใดนั้นสะพานแสงเส้นบางเฉียบก็พุ่งออกจากร่างของเขาไปที่ร่างของลูกัจนมันต้องยกอุ้งเท้าขึ้นมาตะปบซ้ายทีขวาทีด้วยความแปลกใจแต่ก็คว้าได้เพียงความว่างเปล่า
ทว่าขณะนั้นเองในสมองของเซียวเยี่ยกลับปรากฏภาพอีกภาพหนึ่งขึ้นมามันเป็มุมมองภายในห้องเช่าซอมซ่อแห่งนี้แต่ระดับสายตากลับต่ำกว่าของเขาอยู่มาก...
ในขณะที่ยังงุนงงมุมมองนั้นพลันหันไปอีกทาง และเงาร่างของคนคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าซึ่งคนคนนั้นก็คือตัวเซียวเยี่ยเอง!
“ซี้ด...”
เซียวเยี่ยเข้าใจถึงความมหัศจรรย์ของทักษะสายใยิญญาสยบอสูรนี้ในทันที!
ตอนนี้เซียวเยี่ยแทบจะสามารถรับรู้สิ่งที่ลูกันิลกาฬเห็นและได้ยินสิ่งที่มันได้ยินเสมือนเข้าไปอยู่ในร่างของมันเอง!
“เป็ทักษะสายใยิญญาที่ยอดเยี่ยมจริงๆ!”
เซียวเยี่ยตระหนักถึงมูลค่าอันประเมินค่าไม่ได้ของทักษะนี้อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในการสื่อสารกับสัตว์อสูรก็คือการไม่สามารถมีััสื่อิญญาร่วมกันได้!
แต่ทักษะสายใยิญญาสยบอสูรนี้กลับทลายกำแพงนั้นลงโดยสิ้นเชิงนับจากนี้ไป เซียวเยี่ยสามารถใช้มุมมองของลูกันิลกาฬในการสังเกตการณ์สิ่งต่างๆได้!
นี่คือทักษะการสอดแนมชั้นเลิศอย่างเห็นได้ชัดเพราะถึงอย่างไรลูกัน้อยตัวนี้ก็บินได้!
แต่แล้วในชั่วอึดใจความรู้สึกบางอย่างของลูกัน้อยก็พุ่งเข้ามาในสมองของเซียวเยี่ย... หิว หิวหิว...
“เอาละๆ จะรีบทำมื้อเช้าให้เดี๋ยวนี้แหละ!”
เซียวเยี่ยรีบหยิบเนื้อออกมาจากตู้เย็นจุดไฟ ตั้งน้ำมัน ป้อนั... เป็กระบวนการที่เขาเริ่มจะคุ้นชินเป็อย่างดี
เมื่อเสร็จสิ้นเซียวเยี่ยจงใจทอดสเต็กเนื้อชิ้นใหม่เพิ่มอีกหลายชิ้นแล้วใช้พลาสติกถนอมอาหารห่อไว้ก่อนจะนำไปแช่ในตู้เย็น
นี่คือส่วนที่เขาเหลือไว้ให้เนี่ยเสี่ยวอวี่แค่นำไปอุ่นเพียงเล็กน้อยก็ทานได้แล้ว
และที่ประตูตู้เย็นเซียวเยี่ยก็ได้เขียนกระดาษโน้ตแผ่นใหม่ทิ้งไว้ให้เธอ...
[ผมต้องออกไปข้างนอกสักพัก ระหว่างนี้หากลูกัน้อยมีการเปลี่ยนแปลงอะไรผมจะจดบันทึกและส่งผ่านอุปกรณ์สื่อสารไปให้]
[ขอบคุณสำหรับม้วนคัมภีร์ทักษะนะครับ! ในตู้เย็นมีสเต็กเนื้อที่ผมทำไว้ให้อุ่นสักหน่อยก็ทานได้แล้ว... เซียวเยี่ย]
..........
หลังจากหนึ่งคนหนึ่งักินอิ่มหนำสำราญเซียวเยี่ยก็กลับเข้าไปในห้องนอน เอนกายหลับตาพักผ่อนบนเตียงลูกันิลกาฬนอนขดตัวอยู่ที่มุมเตียงอย่างว่าง่ายเกล็ดสีดำสนิทของมันัักับข้างขาของเซียวเยี่ย แผ่ไอเย็นจางๆที่ทำให้รู้สึกสบายตัว
ภายนอกห้องเช่าตะวันเริ่มคล้อยต่ำ เงาไม้ทอดยาว เวลาหนึ่งวันผ่านไปอย่างรวดเร็วเมื่อเซียวเยี่ยลืมตาขึ้นอีกครั้ง ม่านราตรีก็ได้เข้าปกคลุมท้องฟ้าแล้ว
ในทรวงอกของเขาพลันบังเกิดเจตจำนงแห่งการต่อสู้ที่เต็มไปด้วยความคาดหวังริมฝีปากพึมพำออกมาเบาๆ ว่า “เมืองเฮยสุ่ย!”