ตำหนักบูรพา
“ข้าหิวแล้ว”เฉินไป๋หยวนเลือกที่จะเรียกหาเสี่ยวหลิน แทนที่จะเรียกหานางกำนัล
“เ้าไหน”เสี่ยวหลินพาซื่อ ชี้นิ้วมายังเสี่ยวหลินลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองต้องทำทีเป็มองไม่เห็น
“เ้านั่นล่ะ”แกล้งเสมองไปเสียทางอื่นทำเหมือนว่าตามองไม่เห็น
“ข้า ต่อไปไท่จือเรียกข้าว่าเสี่ยวหลิน เดี๋ยวหาไปยกเครื่องเสวยที่ห้องเครื่องมาให้ท่าน รอหน่อย คาดว่ากว่าจะหาห้องเครื่องเจอคงใช้เวลา”
“รีบไปอย่าปล่อยให้ข้ารอนาน หากข้าหิวจนตายเ้าจะผิดบาปกว่าเดิม”เสี่ยวหลินส่ายหน้าไปมา ก้าวขาออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
เสี่ยวหลินเดินอย่างเร่งรีบตั้งใจไปยังห้องเครื่องก็ยิ่งออกนอกเส้นทาง จนกระทั่งไปโผล่ที่ประตูวัง เสียงเอะอะโวยวาย และเกิดการยื้อยุดระหว่างราชทูตของชนเผ่าอุย เสี่ยวหลินถลาเข้าไประหว่างกลาง
“หยุด”ออกคำสั่งเป็ภาษาชนเผ่า ราชทูตหันมาเมื่อเห็นว่าเป็เสี่ยวหลินก็ก้มหน้ายกมือซ้ายระหว่างอกแสดงความเคารพ
“พี่ชายท่านนี้ใจเย็นก่อน”หันไปหาทหารหน้าประตูวัง
“เ้าเป็ใครมายุ่งอะไร”ทหารร่างใหญ่ส่งเสียงคำรามตอบ
“ข้าเป็คนขององค์รัชทายาทเพิ่งจะมาใหม่ ไม่รู้ว่าพวกท่านทะเลาะอะไรกัน แต่หากมัวแต่ทะเลาะกันอยู่แบบนี้องค์รัชทายาทต้องอดข้าวแน่”
“เ้าหมายความว่าอย่างไร”ยิ้มหวานปานจะหยด
“ข้ามาใหม่หลงทาง องค์รัชทายาทาเ็ อีกทั้งตอนนี้หิวมากหงุดหงิดอารมณ์เสียจึงสั่งให้ข้ามายกเครื่องเสวยแต่ข้าเดินหลงมาถึงนี่ หาคนที่จะถามก็ไม่พบ พี่ชายช่วยนำทางข้าไปทีข้าจะได้บอกกับองค์รัชทายาทว่าท่านเป็คนช่วยเหลือข้า”นายทหารผู้นั้นยิ้ม
“รอพบข้า ที่ร้านน้ำชาหัวมุมถนนยามเซิน (150.00-16.59) ”เอ่ยปากเป็ภาษาชนเผ่าอุยราชทูตรีบทำความเคารพแล้วจากไป
“เ้าจะไปไหน ไหนอ้างว่าเป็ราชทูตของชนเผ่าอุยมีเื่เร่งด่วนเข้าเฝ้าไม่เฝ้าแล้วหรือ น้ำหน้าอย่างเ้านะหรือราชทูต ถุย”เสี่ยวหลินขมวดคิ้ว พยักพเยิดให้ราชทูตใจเย็นแล้วโบกมือให้ไปก่อนจะหันมายิ้มหวานกับทหารนายนั้น
“พี่ชายนำข้าไปได้หรือยัง”ย่อตัวลงช้าๆ นายทหารร่างใหญ่รีบนำเสี่ยวหลินไปหวังจะได้รับความดีความชอบ
“ท่านคงมาอยู่ที่วังหลวงนานแล้วใช่ไหม”
“อย่าใช้คำว่านานต้องให้คำว่าั้แ่จำความได้ทีเดียว ในวังหลวงแห่งนี้ข้าหลับตาเดินยังไปถูก”
“ข้าโชคดีที่ได้พบท่าน ว่าแต่คนผู้นั้นบอกหรือไม่ว่าจะเข้าเฝ้าฝ่าาเื่อะไร”
“คนผู้นั้นอ๋อไอ้คนถ่อยนั้นนะหรือมันพูดจาเลอะเลือนเชื่อถือไม่ได้อยู่ๆ ก็บอกว่าองค์หญิงของเผ่ามันถูกจับตัวมา แต่ข้าเห็นเ้าพูดกับมันพูดเื่อะไรกัน”เสี่ยวหลินถอนใจโล่งอก อย่างน้อย ทหารร่างใหญ่นี่ก้คิดว่าเป็คำพูดเลอะเลือน
“ข้า..อ๋อพอพูดได้นิดหน่อยบอกให้เขาไปเสียที่นี่ไม่ใช่ที่ๆ จะมาล้อเล่นได้โดยเฉพาะท่านที่น่าเกรงขามไม่อาจต่อกร ท่านทำงาน..ดี..เช่นนี้ข้าจะทูลองค์รัชทายาทเื่ที่ท่านพาขามาส่งห้องเครื่องทำให้องค์รัชทายาทไม่ต้องอดข้าวตาย”อีกคนเกาหัวแกรกๆ กับคำว่าตาย เสี่ยวหลินอดขำเสียไม่ได้คนอะไรอารมณ์ร้ายแล้วยังเอาแต่ใจฮองเฮาและบรรดาคนในวังหลวงคงตามใจกันมาแต่ต้นจึงกลายเป็องค์รัชทายาทที่เอาแต่ใจเช่นนี้
ตำหนักบูรพา
เสี่ยวหลินยกสำรับ คาวหวานเข้ามาพร้อมด้วย นางในห้องเครื่องอีกสองคนเฉินไป๋หยวน นั่งชันเข่าบนแท่นนอนเหลือบตามองผ่านผ้าแพรสีดำใบหน้าแสดงว่าไม่ชอบใจนัก
“ช้า”เสี่ยวหลินยิ้ม
“ข้าหลงทาง”
“ข้านึกแล้ว คนชนเผ่าป่าเขาเช่นเ้าการมาใช้ชีวิตในวังหลวงอย่างไรเสียก็สู้คนที่นี่ไม่ได้”เสี่ยวหลินหันหน้าหนี บ่นเป็ภาษาชนเผ่า
“คำก็ชนเผ่าสองคำก็ชนเผ่า”เฉินไป๋หยวนนิ่งฟัง
“ความจริงชนเผ่าก้นับว่าดีไม่น้อยมีความเป็อิสระแยกตัวชัดเจน ไม่ข้องเกี่ยวขึ้นตรงกับแคว้นไหน”เสี่ยวหลินขมวดคิ้วหรือว่าเขาจะฟังออก
“ไม่ต้องสงสัยข้าเห็นเ้าบ่นเป็ภาษาอะไรงุ้งหงิงน่ารำคาญฟังไม่รู้เื่ ยกเครื่องเสวยมาที่แท่นนอนป้อนข้าด้วย”ออกคำสั่งในตอนท้าย เสี่ยวหลินยกเครื่องเสวยไปที่แท่นนอน นางกำนัลยกโต๊ะตามมาอีกทีให้วางเครื่องเสวย
“ข้าเกือบหิวตาย”
“ความจริงจะไวกว่านี้หากข้า ไม่ต้องไปห้ามทัพ”
“ห้ามทัพ”
“ข้าหลงไปที่หน้าประตูวังพบทหารเฝ้าประตูวังร่างใหญ่ กำลังทะเลาะกับคนที่จะผ่านเข้ามาในวัง”
“เ้าหลงไปถึงประตูวังเชียวหรือ”ความจริงไม่ได้ไกลอะไรตำหนักบูรพาอยู่ส่วนหน้าเหมือนที่ไทยมักเรียกว่าวังหน้า
“ก็ข้าเพิ่งจะมาใหม่”ตักเครื่องเสวยจ่อที่ปากของไป๋หยวนเมื่ออีกคนอ้าปากรับเอาความรุ้สึกแปลกๆ แล่นเข้าสู่หัวใจปากหยักได้รูปใบหน้าเนียนราวกับสตรีทว่าดวงตากับมีผ้าสีดำปิดไว้ พิศมองใบหน้าหล่อเหลาเกินชายจะว่าสวยก็ไม่ผิดหากได้สบตากลมจะเขินอายเพียงใดหนอ
“ข้าไม่ได้ถามว่าเ้ามาใหม่หรือไม่แต่แปลกใจว่าเ้าหลงไปถึงประตูวังแล้วยังเสียเวลาไปห้ามคนทะเลาะกับคนบ้า”
“ความจริง แค่พูดไม่กี่คำคนผู้นั้นก็จากไปง่ายดายแต่ทหารนายนั้นของวังหลวงทำตัวอวดเบ่งว่าตัวเองเป็ถึงทหารดูแลประตูวังพูดจาหยาบคาย เยาะเย้ยองค์รัชทายาทคิดว่าการที่ต้องอยู่ด่านหน้าต้องเป็คนที่ต้องใช้กำลังเพียงเท่านั้นหรือไร หากจะเป็คนที่มีอัธยาศัยดีพูดจาน่าเชื่อถือ ไม่เหยียดหยามผู้อื่น จะดีกว่ามิใช่หรือ หากเป็แขกบ้านแขกเมืองผ่านมาเจอท่าที ของทหารหนเ้าวังเช่นนี้จะว่าเอาได้ เพราะเขาที่ทำตัวอวดเบ่งแสดงความยิ่งใหญ่ ไปทะเลาะกับคนอื่น ข้าจึงต้องห้ามทัพ เสียเวลาไม่น้อย”ไป๋หยวนคล้อยตามที่เสี่ยวหลินพูดอย่างเห็นได้ชัด
“ก็จริงของเ้า หากเป็คนที่มีมิตรไมตรีก็จะดีไม่น้อยเพราะผู้ที่เข้ามาในวังหลวงมัก้าคำชี้แนะ ขันที เปลี่ยนทหารประจำการหน้าวังเสีย บอกว่าเป็บัญชาของข้าหากพบว่าใครยัง ชอบทำตัว เหมือนกับเ้านั่นอีกข้าจะลดเบี้ยหวัดรายเดือน”เสี่ยวหลินยิ้ม อีกคนเผลอมองรอยยิ้มผ่านผ้าแพรสีดำบางเบา นิ่งตะลึงจังงังกับรอยยิ้ม บริสุทธิ์นั้นรอยยิ้มที่ปราศจากความเคลือบแฝงเหมือนรอยยิ้มของเด็กน้อยยามได้ของเล่นถูกใจ
“ป้อนเร็ว ข้าหิวจนจะกินเ้าได้แล้ว แล้วคราวหลังก็อย่าเข้าใกล้ข้านัก”แกล้งพูดไปเสียอีกทางแต่ดันพูดให้ตัวเองใจสั่นตามไปด้วย
“ทำไม”เสี่ยวหลินสงสัยจริงจัง
“ก็กลิ่นกายของเ้ามีแต่กลิ่น นมแพะข้าไม่ชอบกลิ่นนี้”เสี่ยวหลินยิ้ม
“อย่างนั้นให้นางกำนัลป้อนข้าวจะดีกว่า แต่คงต้องทนอีกนานเพราะกว่าข้าจะทำคุณไถ่โทษจนหมดองค์รัชทายาทก็คงคุ้นชินกับกลิ่นนมแพะไปเสียแล้ว”เดินถอยห่าง อีกคนเผลอคว้าข้อมือไว้แม่นเหมือนจับวางทั้งๆ ที่มีผ้าปิดหน้าอยู่ เสี่ยวหลินเลิกคิ้วมองข้อมือตัวเองที่ถูกคว้าไว้แน่นก่อนที่ไป๋หยวนจะค่อยๆ คลายมือออกปล่อยเสี่ยวหลินให้เป็อิสระ
ตำหนักฮ่องเต้
“ถังกงกงร่างราชสานส์เลือนการส่งเกี้ยวเชิญตัวองค์หญิงแคว้นฉีจูไห่เอ๋อของแคว้นฉีออกไปก่อน”
“ฝ่าาเกรงว่า ทางแคว้นฉีจะยกเลิกการหมั่นหมาย”ถังกงกงขันทีข้างกายเอ่ยเตือนเบาๆ เฉินไป๋หลงถอนใจ จะทำอย่างไรได้
“เสด็จพ่อลูกคิดว่าเื่นี้มิใช่เื่ที่จะดูดายปล่อยให้เป็หน้าที่ของน้องสิบสองเพียงลำพังในเมื่อน้องสิบสองาเ็ปางตายเช่นนี้ลูกอาสาแต่งกับองค์หญิงจูไห๋เอ๋อ เพื่อเชื่อมสัมพันธ์สองแคว้น”
“แต่ที่ข้าหมั้นหมายเป็องค์รัชทายาท สู่ขอองค์หญิงจูไห่เอ๋อเพื่อมารั้งตำแหน่งไท่จือเฟยหากเป็เ้า เ้าแปดฮ่องเต้แคว้นฉีจะรู้สึกเช่นไร”
“ลูกไร้ ยศถาเป็เพียงอ๋องแต่งกับลูกก็เป็เพียงหวางเฟยไหนเลยจะสู้ไท่จือเฟยได้ แต่ครั้งนี้ลูกตั้งใจ ช่วยเหลือเสด็จพ่อจะได้ไม่ต้อง ผิดคำพูดทำให้ฮองเต้แคว้นฉีขุ่นเคือง”
“มิสู้ฝ่าาแต่งตั้งองค์ชายแปดเป็ต้าหวัง ตำแหน่ง ไม่สูงส่งแต่ก็ไม่ด้อยไปกว่า ไท่จือ”ถังกงกงออกปากส่งเสริมองค์ชายแปด ที่ก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม