ยอดสายลับโอเมก้า [จบแล้ว]

    ตอนที่ 82 ไม่รับคำชวน (คำเตือน: ตอนนี้มีเนื้อหารุนแรง)

    ตอนที่ 82 ไม่รับคำชวน 


    “พี่ใหญ่ ผมซื้อบุหรี่มาให้แล้วครับ”


    ประตูห้องพักผู้ป่วยถูกเปิดออกพร้อมกับลูกน้องของหรงอันชิ่งที่เพิ่งกลับจากการซื้อบุหรี่ ร่างของผู้มาใหม่นิ่งค้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเหตุการณ์ภายในห้องประจักษ์สู่สายตา ชายคนนั้นยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นหลายวินาที กระทั่งได้สติกลับมาจึงได้โยนบุหรี่ในมือตัวเองทิ้งแล้วตัดสินใจหันหลังเพื่อเตรียมวิ่งออกจากห้อง น่าเสียดายที่เฉินอันหลานมองเห็นเขาก่อน มีดปอกผลไม้ที่อยู่ใกล้มือที่สุดถูกฉวยขึ้นมาไว้บนมือก่อนจะถูกปาออกไปอย่างรวดเร็ว 


    ‘ฉึก!’


    ปลายมีดน่าหวาดเสียวเฉียดผ่านใบหน้าคนที่กำลังคิดจะหนีไปปักลงบนบานประตูห้องพักผู้ป่วยอย่างแม่นยำ ลูกน้องของหรงอันชิ่งตื่นตกใจจนปลายเท้าหยุดชะงักลง สองขาพลันแข็งค้าง ไม่กล้าขยับตัวไปไหนอีก


    เฉินอันหลานยกเท้าข้างหนึ่งขึ้นเหยียบลงบนแผ่นอกของหรงอันชิ่ง โน้มตัวลงไปใกล้อีกฝ่ายพร้อมกับปลายศอกที่ถูกยกขึ้นมาวางพักบนหน้าขาของตน เขาหันไปมองลูกกระจ๊อกที่ยืนตัวสั่นงันงกอยู่ข้างบานประตูก่อนจะเอ่ยปากสั่งเสียงเย็น


    “มานี่”


    ลูกน้องของหรงอันชิ่งไม่กล้าส่งเสียงใดออกมา เขาหันไปมองเฉินอันหลานด้วยสายตาหวาดหวั่นก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้อีกฝ่ายด้วยท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ 


    “เก็บบุหรี่ขึ้นมา” เฉินอันหลานเอ่ยปากออกคำสั่งอีกครั้ง


    คนถูกสั่งเหลือบมองพี่ใหญ่ของตนที่ถูกเหยียบอยู่บนพื้นแวบหนึ่ง หลังจากทำท่ายึกยักลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงได้ตัดสินใจก้มตัวลงไปเก็บบุหรี่ 2 กล่องภายในถุงพลาสติกที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมาและเดินเข้าไปยื่นส่งมันให้กับเฉินอันหลาน


    “แกะซองด้วย”


    “แกะซองออก!”


    ด้วยอารามตกใจกับระดับเสียงที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันทำให้ลูกน้องของหรงอันชิ่งรีบลนลานแกะซองบุหรี่ออกอย่างรวดเร็ว เฉินอันหลานยืนมองร่างตรงหน้าที่กำลังแกะซองบุหรี่ให้เขาด้วยอาการสั่นเทาก่อนจะเอ่ยปากอีกครั้ง


    “แกะซองอื่นด้วย”


    คนแกะซองรีบทำตามคำสั่งในทันที เขาแกะซองที่เหลือออกพร้อมกับเทบุหรี่ทั้งหมดลงบนเตียง“เอาบุหรี่มา”


    “ครับ”


    เฉินอันหลานมองบุหรี่ในมือตน ซองบุหรี่ทั้งหมด 20 ซอง จำนวน 400 มวนถูกแกะออกและวางกองเป็นภูเขาขนาดย่อมอยู่บนเตียง ฝ่ายลูกน้องของหรงอันชิ่งที่ทำตามคำสั่งเสร็จสิ้นก็ยืนนิ่งอยู่ด้านข้างด้วยพร้อมกับปิดปากเงียบด้วยความหวาดกลัว


    “ไปปิดประตู” เฉินอันหลานออกคำสั่งและลูกน้องของหรงอันชิ่งคนเดิมก็พยักหน้ารับและเดินไปปิดประตูให้ทันที


    “ชอบสูบบุหรี่ไม่ใช่เหรอ” เฉินอันหลานล้วงไปหยิบถุงมือในกระเป๋าเสื้อออกมาใส่ ชายหนุ่มขยับนิ้วเล็กน้อย จากนั้นก็โน้มตัวลงไปกำผมของหรงอันชิ่ง กระชากศีรษะเขาขึ้นมาแล้วลากร่างนั้นไปโยนทิ้งไว้บนเตียง 


    โอเมก้าหนุ่มกวาดมวนบุหรี่ที่อยู่บนเตียงยัดใส่ปากเขา หรงอันชิ่งมองเฉินอันหลานด้วยแววตาเคียดแค้น เขาพยายามดีดดิ้นพร้อมกับแหกปากโวยวาย ส่งเสียงต่อต้านออกมาไม่หยุด 


    เฉินอันหลานกระตุกยิ้มมุมปากพลางหันหน้าไปมองคนที่ยืนอยู่ด้านข้างประตูและพูดกับเขาด้วยท่าทางก้ำกึ่งคล้ายจะยิ้มก็ไม่ยิ้ม


    “นายเดินมาจุดบุหรี่สิ”


    ลูกน้องของหรงอันชิ่งเหลือบมองไปทางพี่ใหญ่ของตน สายตาอาฆาตมาดร้ายที่ถูกส่งมาทำให้เขาตัวแข็งไม่กล้าเดินเข้าไป


    “กลัวเขาเหรอ?”


    “พูด”


    “คะ...ครับ ครับ”


    “โดนด่าอยู่บ่อย ๆ ใช่ไหมละ?”


    ลูกน้องคนดังกล่าวเหลือบมองหรงอันชิ่งอีกครั้งก่อนจะรีบก้มหน้างุดพร้อมกับพยักหน้าเบา ๆ 


    เฉินอันหลานกระชากผมของหรงอันชิ่งขึ้นมาส่งผลให้บุหรี่ที่อยู่ในปากถูกคายออก เมื่อปากว่างคนที่ถูกประทุษร้ายก็เอ่ยก่นด่าสาปแช่งออกมาชุดใหญ่ เฉินอันหลานกระตุกยิ้ม ใบหน้ามืดครึ้มลง ก่อนจะกระชากลากศีรษะคนน่าตายมาที่ตู้ข้างหัวเตียง เขาจับศีรษะนั้นกระแทกลงไปอยู่สองสามครั้งจนหรงอันชิ่งไร้เรี่ยวแรงจะเอ่ยสิ่งใดอีก เฉินอันหลานปล่อยมือออกจากศีรษะนั้น ร่างของหรงอันชิ่งพลันร่วงไถลลงไปกองกับพื้น ศีรษะโชกเลือด นอนหายใจรวยระรินอยู่ที่ข้างตู้


    ลูกน้องของหรงอันชิ่งยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นด้วยความหวาดกลัว เขาไม่กล้าเปล่งเสียงใดออกมาแม้เพียงครึ่งคำ


    เฉินอันหลานยืดตัวขึ้น จัดการถอดถุงมือออกแล้วหันกลับมามองลูกน้องของหรงอันชิ่ง


    “มานี่สิ จุดบุหรี่ให้เขาหน่อย”


    “ปล่อย ปล่อยผมไปเถอะ....”


    “กลัวอะไร ฉันไม่ทำอะไรนายหรอก”


    “แต่ถ้าผมทำแบบนั้น พี่ใหญ่จะไม่มีวันปล่อยผมไป เพราะงั้นได้โปรดไว้ชีวิตผมเถอะนะ”


    เฉินอันหลานหรี่ตาลง จ้องเขม็งไปทางอีกฝ่ายโดยไม่พูดอะไร


    เมื่อถูกสายตาข่มขู่ของเฉินอันหลานมองเข้า ลูกน้องของหรงอันชิ่งก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก เขาค่อย ๆ เดินมาหยุดอยู่ข้างพี่ใหญ่ของตนช้า ๆ หยิบบุหรี่จากบนเตียงแล้วคุกเข่าลง ยกมือขึ้นยื่นบุหรี่ไปตรงหน้าอีกฝ่ายด้วยร่างกายสั่นเทา 


    “อาหวินคือใคร?” เฉินอันหลานที่ยืนอยู่ด้านข้างเอ่ยถามขึ้น


    “พี่หวิน...” ความลังเลปรากฏในน้ำเสียงเล็กน้อยก่อนคนพูดจะเริ่มเอ่ยต่ออย่างซื่อตรง


    “เขาเป็น..เป็นคนสนิทของพี่ใหญ่ครับ ปกติแล้วพวกเราจะต้องเชื่อฟังเขา”


    “เขาฆ่าคน ถูกจับเข้าคุกไปแล้ว”


    “พี่หวินถูกจับแล้วงั้นเหรอ?”


    “วันนั้นของพี่ใหญ่นายเองก็ใกล้มาถึงแล้วเหมือนกัน” เฉินอันหลานโน้มตัวลงพูดข้างหูของคนเป็นลูกน้องแล้วหันไปจ้องมองคนเป็นลูกพี่ที่นอนหอบหายใจรวยระรินอยู่ด้านข้าง


    “แค่เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดก็มีสิทธิ์เข้าไปนอนในคุกได้แล้ว นับประสาอะไรกับการนายหน้าค้าของเถื่อน...” ในขณะที่พูดอยู่เฉินอันหลานก็จ้องมองใบหน้าซีดเผือดของคนฟังไปด้วย


    “เพราะงั้นหลังจากนี้เขาไม่มีโอกาสคิดบัญชีกับนายหรอก ลงมือซะ”


    ลูกน้องของหรงอันชิ่งหันกลับมามองใบหน้าของเฉินอันหลานด้วยท่าทางหวาดกลัว เขาหันกลับไปมองหรงอันชิ่งที่นอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้นอีกครั้ง ใบหน้าก้มต่ำลงคล้ายลังเลเล็กน้อย จากนั้นไม่นานมือข้างหนึ่งก็ถูกยกขึ้นมาบีบไปที่ปลายคางของพี่ใหญ่ตน บุหรี่บนเตียงถูกยัดใส่ปากนั้นอีกครั้ง มวนแล้วมวนเล่า หรงอันชิ่งดิ้นพล่าน พยายามหลบหนีอย่างสุดกำลัง ดิ้นรนจนแทบจะกลืนบุหรี่เหล่านั้นลงไปด้วยความโกรธแค้นทว่ากลับไม่เป็นผล


    เฉินอันหลานเอื้อมมือไปแตะบ่าลูกน้องคนนั้น คนที่ก้มหน้าก้มตายัดบุหรี่เข้าปากคนเงยหน้าขึ้นมองเฉินอันหลาน แววตาของเขายังฉายชัดถึงความหวาดกลัวไร้ซึ่งประกายของความโหดร้ายใด ๆ ผิดกับการกระทำก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง


    “พอแล้ว ยัดมากกว่านี้เขาได้ตายกันพอดี”


    “ผม...”


    “จุดไฟซะ เขาจะได้สบายขึ้น”


    ลูกน้องคนดังกล่าวพยักหน้า เขาคลำไปตามลำตัวของตนสักพัก สุดท้ายก็ล้วงหยิบไฟแช็กในกระเป๋ากางเกงออกมา ใช้มือขวาจุดบุหรี่ที่อยู่ข้างปากของหรงอันชิ่งด้วยมือที่สั่นเทา


    เมื่อไฟถูกจุดหรงอันชิ่งก็ร้องครางออกมาด้วยความทรมานแต่กลับไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อต้าน


    เฉินอันหลานที่เห็นว่าคนตรงหน้าใกล้จะเผาหรงอันชิ่งให้ตายอยู่รอมร่อจึงรีบใช้มือแตะไหล่เขาอีกครั้งแล้วลากออกมาก่อนเอ่ยปราม


    “พอแล้ว”


    คนถูกปรามทำท่าคล้ายเพิ่งหลุดออกจากภวังค์ของตัวเอง เขามองไปทางหรงอันชิ่งที่มีบุหรี่หลายมวนอยู่ในปากด้วยแววตาที่มีร่องรอยของความพึงพอใจวาบผ่าน แต่ผ่านไปเพียงไม่นานดวงตาคู่นั้นก็เบิกกว้างขึ้นและหันกลับมามองเฉินอันหลานด้วยความกลัว เม็ดเหงื่อไหลท่วมตัวอย่างไร้สาเหตุ


    “ดูไม่ออกเลยนะเนี่ยว่านายเป็นคนโหดเหี้ยมถึงขนาดนี้”


    “ผม...คือผม...”


    “ไปที่ซอยปืนใหญ่แล้วตามหาคนชื่อบาวดี้ ตั้งแต่วันนี้ไปนายเป็นคนของเขา ถ้าเขาถามก็บอกไปว่าอาเล่อแนะนำมา”


    ลูกน้องคนนั้นพยักหน้าด้วยสติที่ยังไม่ฟื้นกลับมาเต็มที่


    เฉินอันหลานยอมปล่อยเขาออกไปในที่สุด


    อดีตลูกน้องของหรงอันชิ่งไม่อยากอยู่ในห้องนั้นต่อแม้แต่นาทีเดียว ทันทีที่ได้รับคำอนุญาตเขาก็รีบวิ่งออกไปจากห้องพักผู้ป่วยแห่งนี้อย่างรวดเร็ว


    “สบายไหม”


    “อื้ออื้อ”


    “สิ่งที่สบายกว่านี้กำลังจะตามมา” เฉินอันหลานคุกเข่าลงตรงหน้าหรงอันชิ่งแล้วเอื้อมมือไปแตะใบหน้าที่เต็มไปด้วยเลือดของเขา 


    “เซี่ยรุ่ยคางตายแล้ว เป็นฝีมือของอาหวิน ลูกน้องแกไง”


    หรงอันชิ่งร้องครางอืออาไม่ได้ศัพท์ออกมาจากลำคอ


    “ไม่ยอมรับก็ไม่เป็นไร”


    เฉินอันหลานเก็บไฟแช็กขึ้นมาจากพื้น เขาเริ่มลงมือจุดตัวบุหรี่ยังไม่ติดไฟ


    “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหน้าประตูทางเข้าของธนาคารเป็นฝีมือลูกน้องแกสินะ ตอนนั้นมีตำรวจกลุ่มหนึ่งอยู่ที่นั่นด้วยจนกระทั่งเซี่ยรุ่ยคางตาย ถ้าฆาตกรนั่นไม่ใช่คนของแกแล้วมันจะเป็นใคร?”


    “อื้อ อื้อ!”


    “แกกำลังจะบอกว่าอาหวินไม่ได้ทรยศแกล่ะสิ?”


    “อื้อ อื้อ อื้อ....”


    “อายุอานามก็ปาไปขนาดนี้แล้ว ทำไมยังคิดไม่ได้อีกนะ” เฉินอันหลานปัดฝุ่นบนปกเสื้อของหรงอันชิ่งออกเบา ๆ


    “ฆ่าคนก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิต แกคิดว่าพวกเราหาหลักฐานไม่เจอแล้วแกจะสามารถนอนพักผ่อนอย่างสบายใจได้งั้นเหรอ?”


    จบประโยคมือของเฉินอันหลานก็หยุดชะงักลง วินาทีต่อมาคอเสื้อของคนป่วยก็ถูกกระชากขึ้น ลำคอของเขาถูกบีบอย่างแรงด้วยมือข้างเดียว


    “แกผิดตั้งแต่แรก แกไม่ควรแตะต้องคนของฉัน วินาทีที่แกเลือกเหยื่อ นั่นคือเวลาที่แกได้เลือกวิธีตายของตัวเองเรียบร้อยแล้ว”


    ดวงตาทั้งสองข้างของหรงอันชิ่งเบิกกว้างพร้อมจ้องเขม็งไปทางเฉินอันหลาน


    นายตำรวจหนุ่มผลักหรงอันชิ่งออก หลังจากที่จัดเสื้อนอกให้เรียบร้อยแล้วเขาก็ยืนขึ้นและเดินตรงไปที่ประตู


    “ฉันจะรอให้แกหายจากอาการบาดเจ็บในครั้งนี้ก่อนละกัน จากนั้นฉันค่อยมาพาอีกครึ่งชีวิตที่เหลือของแกไปอยู่ในคุก หวังว่าวันนั้นจะไม่ยากลำบากเกินไปนะ”


    เมื่อประตูห้องผู้ป่วยปิดลง เสียงร้องตะโกนของหรงฉันชิ่งก็ถูกปิดกั้นอยู่ด้านหลังบานประตูนั้น


    ณ ระเบียงทางเดิน


    “ได้ยินแล้วใช่ไหม?” เฉินอันหลานหันไปมองระเบียงทางเดินทางด้านซ้ายมือของตัวเอง


    “ได้ยินหมดแล้วก็เดินออกมา”


    ลู่ฮว๋ายยิ้มพร้อมกับก้าวขาออกมาจากมุมระเบียงทางเดิน เขาเปลี่ยนจากเสื้อกาวน์สีขาวของแพทย์มาเป็นเสื้อสูทตัวหนึ่ง


    เฉินอันหลานพิจารณาตั้งแต่หัวจรดเท้าของลู่ฮว๋าย พร้อมกับที่ดวงตาที่แสนเย็นชาลง : “ นายรอฉันเหรอ?”


    “ผมแค่เลิกงานและเดินผ่านมา” ลู่ฮว๋ายปรายตามองไปทางประตูห้องของผู้ป่วยของหรงอันชิ่งเล็กน้อย จากนั้นก็ยิ้มแล้วเดินเข้ามาหาเฉินอันหลาน


    “พอดีบังเอิญได้ยินเสียงดังออกมาจากในห้อง ด้วยความอยากรู้ก็เลย...”


    “ด้วยความอยากรู้ก็เลยแอบฟัง?”


    “คุณเองก็ไม่ใช่เพื่อนของคนไข้ไม่ใช่เหรอ?”


    “แล้วไง คุณจะแจ้งตำรวจจับผมเหรอ?”


    ลู่ฮว๋ายยิ้มจากนั้นก็เดินเข้าไปหาเฉินอันหลานอีกสองก้าวจนกระทั่งประจันหน้ากับอีกฝ่าย


    “เมื่อกี้ผมก็บอกอยู่ว่าเพิ่งเลิกงาน ผมไม่ได้สนใจเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องนั้นหรอก อีกอย่าง...ปกติแล้วคนไข้คนนั้นก็มักจะตะโกนใส่หมอและพยาบาลอยู่แล้ว โดนเสียบ้างก็ดี” เฉินอันหลายยิ้มเย็น เขาหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก 


    ลู่ฮว๋ายยิ้มพร้อมกับขยับแว่นตาบนจมูก เขาหันมองเฉินอันหลาน คิ้วเรียวเลิกขึ้นเล็กน้อยก่อนสองขาจะตัดสินใจก้าวตามหลังอีกคนไป 


    “คุณเฉิน คุณมีความเกี่ยวข้องอะไรกับคนไข้คนนี้เหรอครับ?”


    “มันเกี่ยวอะไรกับคุณ?” เฉินอันหลานหยุดอยู่หน้าลิฟต์ตัวหนึ่ง กดปุ่มและยืนรอให้ลิฟต์ขึ้นมารับ


    ลู่ฮว๋ายยืนพิงอยู่ข้างประตูลิฟต์พร้อมกับมองไปทางเฉินอันหลานด้วยความสนใจ 


    “ถ้าคุณยอมบอกกับผมว่าพวกคุณมีความเกี่ยวข้องอะไรกัน ผมก็จะเป็นผู้ฟังที่ดี”


    “ถ้าผมจำไม่ผิด คุณกับผมเพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรกใช่ไหม?”


    “ดูเหมือนจะใช่ครับ”


    “เจอกันครั้งแรกก็ถามไม่หยุดเสียแล้ว” เฉินอันหลานหันหน้าไปมองลู๋ฮว๋ายด้วยแววตาที่ไร้ความรู้สึก


    “คุณสนใจผมหรือไง?”


    ลู่ฮว๋ายแสดงสีหน้าตกใจไปชั่วครู่ จากนั้นไม่นานก็คลี่ยิ้มออกมา


    เป็นเวลาเดียวกับที่ลิฟต์เคลื่อนขึ้นมาถึงชั้นที่พวกเขาอยู่และช่วยทำลายบรรยากาศน่าอึดอัดที่ลอยรอบตัวคนทั้งคู่ลงได้อย่างพอดิบพอดี


    เฉินอันหลานละสายตาจากลู่ฮว๋ายแล้วเดินเข้าไปในลิฟต์ไป


    ลู่ฮว๋ายเดินตามเข้าไปพร้อมรอยยิ้มบางประดับใบหน้า แย่งกดปุ่มหมายเลขชั้นบนแผงควบคุมก่อนเฉินอันหลาน คนโดนแย่งขมวดคิ้วเล็กน้อยจากนั้นก็ยืนนิ่งด้วยสีหน้าเรียบเฉย ลู่ฮว๋ายเองก็ไม่ได้ขยับไปไหนเขายืนอยู่ห่างจากเฉินอันหลานประมาณสามก้าว ตราบใดที่ยืนหันข้างเขาก็ยังสามารถมองเห็นเฉินอันหลานได้อยู่


    “คุณเฉินจะออกไปกินข้าวข้างนอกเหรอครับ?”


    “คุณอยากเดทกับผมจริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย?”


    “ถ้ามีโอกาสละก็...”


    “ไม่มี”


    ลู่ฮว๋ายยิ้ม


    “คุณเฉินเป็นคนที่น่าสนใจมากคนหนึ่งเลยนะครับ”


    เฉินอันหลานจ้องมองไปที่หน้าจอบอกเลขชั้นของลิฟต์แล้วพูดขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย


    “ผู้ชายคนหนึ่งถูกผู้ชายอีกคนสนใจจนเกินเหตุ น่าจะไม่ได้เป็นเรื่องที่น่ายินดีเท่าไหร่นะครับ”


    “ทำไมพูดแบบนี้ละครับ ผมเองก็อยากจะเลี้ยงข้าวคุณเฉินสักมื้อจากใจจริงนะครับ”


    “ผมไม่ค่อยชินกับการทานข้าวกับคนแปลกหน้าน่ะครับ”


    “ครั้งแรกไม่ชิน เดี๋ยวครั้งที่สองก็ชินเองละครับ”


    “งั้นครั้งที่สามก็ขึ้นเตียงเลยใช่ไหม?” เฉินอันหลานกดปุ่มบนแผงควบคุม เมื่อประตูเปิดออกเฉินอันหลานก็รีบเดินออกไปทันที 


    “คุณหมอลู่ไปหาคนอื่นเถอะ”


    เมื่อประตูลิฟต์ปิดลงลู่ฮว๋ายก็กระตุกยิ้มเล็กน้อย เขาจัดการกดปุ่มหมายเลขชั้นที่ตัวเองต้องการไปจริง ๆ ลิฟต์เคลื่อนตัวไปยังชั้นดังกล่าวที่คุณหมอหนุ่มจอดรถเอาไว้ 

    คล้ายกับเรื่องยอดสายลับโอเมก้า [จบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452