พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    เล่ม 4 บทที่ 110 อวี้ซือหรงเสียโฉม

            “พวกเจ้าไม่รู้สึกหรือว่าข้าโหดเหี้ยมอำมหิต” นางถามเสียงเรียบ ไม่หันศีรษะกลับไป กลิ่นอายความห่างเหิน หม่นมัวและอ้างว้างแผ่กำจายออกมาทั่วร่าง

            “คุณหนูอวี้ทำร้ายคุณหนูไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้ง เมื่อวานยังวางแผนเล่นงานหมายทำร้ายท่านให้ถึงตาย ทั้งยังคิดทำลายชื่อเสียง วันนี้สตรีร้ายกาจผู้นั้นก็ได้รับกรรมที่ตนเองก่อแล้ว หากนางไม่คิดทำร้ายคุณหนูจะล้มไปชนก้อนหินได้อย่างไร นี่คงต้องการทำให้คุณหนูเสียโฉมกระมัง คิดไม่ถึงว่ากรรมจะตามสนองเร็วเพียงนี้” โม่หลันเห็นท่าทางเศร้าหมองของโม่เสวี่ยถงก็รู้สึกสงสารจับใจ คุณหนูที่เป็นเช่นนี้ชวนให้รู้สึกปวดใจยิ่งกว่ายามอ่อนแอเสียอีก

            ไม่ว่าจะเมื่อครู่นี้หรือเมื่อวาน อวี้ซือหรงก็ไม่มีเจตนาดี หากนางทำสำเร็จ ทั้งชีวิตของคุณหนูก็นับว่าถูกทำลายจนหมดสิ้นแล้ว สตรีเช่นนี้สมควรได้รับผลกรรมแล้ว

            “ข้าก็คิดเช่นนั้น จึงได้ทำแบบนี้” โม่เสวี่ยถงปิดเปลือกตาลง ริมฝีปากทอยิ้มเย็นยะเยือก ตนเองจะใจอ่อนได้อย่างไร อวี้ซือหรงคิดทำให้นางเสียโฉม หากไม่หลบ หรือจะให้นางยืนรอคนมาผลักเพื่อทำลายโฉมหน้าของตนเอง

            นางไม่มีวันลืมว่าตนเองกลับมาเพื่อแก้แค้น ชาติก่อนใครติดหนี้ตนเองไว้ นางจะต้องเอาคืนให้ครบทั้งต้นทั้งดอก กับอวี้ซือหรงนี่เป็นเพียงการเอาคืนส่วนหนึ่งเท่านั้น รอยยิ้มที่ริมฝีปากชวนให้รู้สึกหนาวสะท้านขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่หัวใจของนางล้วนกลายเป็นน้ำแข็งไปแล้ว

            เนื่องจากหัวใจเต็มไปด้วยความหมองเศร้า โม่เสวี่ยถงจึงเดินวนอยู่ภายในวัดเป็นเวลานาน โม่หลันและโม่เยี่ยก็เดินเป็นเพื่อนนางเงียบๆ จนกระทั่งแข้งขาเมื่อยล้าจึงพากันกลับที่พัก

            เมื่อกลับมาถึงเรือน แม่นมสวี่ก็มารออยู่ที่นั่นแล้ว ตอนนางรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับโม่เสวี่ยถงเมื่อเช้าก็รีบออกมาจากจวนทันที ครั้นเห็นพวกนางกลับมาก็พุ่งเข้าสวมกอดโม่เสวี่ยถง สั่นสะท้านไปทั้งตัว ปากก็พร่ำร้องแต่ว่า “ทูนหัวของบ่าว อย่ากลัวนะเจ้าคะ แม่นมอยู่นี่แล้ว ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว”

            ตัวของแม่นมสวี่ค่อนข้างเย็น คงเป็นเพราะยืนตากลมรออยู่นานแล้ว แต่ยามอยู่ในอ้อมอกของนางโม่เสวี่ยถงรู้สึกอุ่นใจยิ่ง แต่ความอบอุ่นนี้ก็ทำให้นางปวดใจ พลันพลิกมือขึ้นสวมกอดแม่นมสวี่กลับ ขบริมฝีปากข่มความเศร้าสลดในหัวใจลงชั่วครู่ แล้วปลอบประโลมเบาๆ “แม่นม... ถงเอ๋อร์ไม่เป็นไร ยังสบายดีอยู่ ไม่เป็นอะไรเลยจริงๆ ต่อไปถงเอ๋อร์จะระวังไม่ให้มีเรื่องเกิดขึ้นกับตัวเองอีก แม่นมจะได้ไม่ต้องวิตกกังวล... ดีหรือไม่”

            “ไม่มีเรื่องอะไรก็ดีแล้ว ในที่สุดคุณหนูของบ่าวก็โตแล้วจริงๆ” แม่นมสวี่ก้มหน้ามองโม่เสวี่ยถง เห็นนางไม่ร้องไห้ ดวงตากระจ่างใสคู่นั้นไม่มีน้ำตาเช่นคนที่ถูกรังแก มิหนำซ้ำยังฉายแววยิ้มบางๆ อีกด้วย นางอดรู้สึกชื่นชมมิได้ ในที่สุดคุณหนูของนางก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว และไม่ยอมให้ใครรังแกได้อีกต่อไป

            “พวกเจ้าไม่มีเรื่อง แต่หรงเอ๋อร์ของเราไม่ใช่ คิดไม่ถึงว่าสกุลโม่จะให้กำเนิดสตรีที่มีจิตใจโหดร้ายได้เพียงนี้” น้ำเสียงขุ่นเคืองอย่างไม่อาจห้ามอยู่ลอยมา นางเฉินขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยท่าทางดั่งจะกินเลือดกินเนื้อยืนอยู่หน้าประตู โดยมีอวี้ซือหรงที่พันแผลบนใบหน้าไว้เหลือเพียงจมูกยืนอยู่ด้านหลัง สายตาเต็มไปด้วยความแค้นเคือง

            คนสกุลอวี้ช่างไม่ยอมเสียเปรียบให้ใครแม้แต่น้อยจริงๆ นี่ก็มาเพื่อสะสางบัญชีแค้นล่ะสิ แต่ดูจะสำคัญตนเกินไปหรือไม่ นางเป็นผู้ก่อเรื่องแท้ๆ แต่ยังกล้าเรียกร้องความเป็นธรรมจากผู้อื่น

            “โม่เสวี่ยถง เจ้าผลักข้าไปชนก้อนหินทำให้ข้าต้องเสียโฉม ช่างอำมหิตนัก เสียแรงที่ข้าดีกับเจ้า ไม่คิดว่าจะถูกใช้อุบายเล่นงานลับหลังเช่นนี้” ทันทีที่เห็นโม่เสวี่ยถง อวี้ซือหรงก็ตวาดแหวและปราดเข้ามาหมายจะตบตี

            อวี้ซือหรงอาละวาดด้วยความแค้นใจ แท้จริงแล้วนางคิดจะทำร้ายโม่เสวี่ยถง แต่คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะหลบไปก่อน ตอนที่โม่เสวี่ยถงเป็นลมไปยังมาขวางอยู่หน้าเท้าของนางทำให้ทรงตัวไม่อยู่ล้มกระแทกโขดหินอย่างแรง เจ็บปวดสุดพรรณนา จนตอนนี้ใบหน้าที่เคยงดงามของนางต้องกลายเป็นแผลลึกถึงสองแผล ท่านหมอที่เชิญมาก็อธิบายชัดเจนแล้วว่าถึงจะใช้ยาที่ดีเลิศเพียงใด สุดท้ายก็เกรงว่าจะยังหลงเหลือแผลเป็น

            แค่คิดว่าตนเองต้องเสียโฉมเพราะโม่เสวี่ยถงก็แค้นใจจนแทบจะกินเลือดกินเนื้อของอีกฝ่าย ใบหน้าหงิกงออัปลักษณ์ดูร้ายกาจ นางเห็นอยู่ชัดๆ ว่ามุมกำแพงอยู่ตรงข้ามกับนางพอดี หากชนถูกจุดนั้นโม่เสวี่ยถงไม่ตายก็ต้องเสียโฉม ถึงยามนี้แล้วนางก็ยังคิดร้ายต่อโม่เสวี่ยถงมิวางวาย

            ขณะที่โม่เยี่ยคิดจะเข้าไปขวาง หางตาเหลือบเห็นฉินอวี้เซวียนเข้าพอดี ร่างพลันชะงัก ตัดสินใจยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

            ฉินอวี้เซวียนปราดเข้าไปขวางหน้าอวี้ซือหรงราวกับเหาะ จึงถูกนางชนเข้าเต็มที่ เขากระเด็นไปด้านหลังสองสามก้าว ท้ายที่สุดก็หยุดนิ่งอยู่หน้าโม่เสวี่ยถง

            “เอาล่ะ หยุดทะเลาะกันก่อน แล้วเล่ามาให้ละเอียดกว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่” ฮูหยินผู้เฒ่าฉินพาสาวใช้เดินเข้ามาด้วยสีหน้าบึ้งตึง มองโม่เสวี่ยถงอย่างไม่พอใจ

            นางไม่ชอบอวี้ซือหรงเป็นเรื่องจริง แต่เมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ย่อมพัวพันมาถึงสกุลฉิน และนี่คือสิ่งที่ฮูหยินผู้เฒ่าไม่อาจรับได้ ปัญหาที่เกิดขึ้นมีความเกี่ยวข้องกับโม่เสวี่ยถง ดังนั้นบัดนี้สีหน้าจึงมีแต่ความเฉยชา ไม่มีความเมตตาอ่อนโยนเช่นยามปรกติ มองจนโม่เสวี่ยถงรู้สึกเย็นวาบในหัวใจ ริมฝีปากปรากฏรอยยิ้มขื่น ที่แท้ฮูหยินผู้เฒ่าก็หาได้รักนางอย่างแท้จริงไม่

            “หึ! จะต้องอธิบายอันใดอีกเล่าเจ้าคะ บุตรสาวของสกุลอวี้ถูกทำร้ายจนกลายเป็นแบบนี้ พวกท่านยังไม่เห็นพูดอะไรสักคำ” เฉินซื่อแค่นเสียงเย็น สายตามองโม่เสวี่ยถงอย่างมาดร้าย แล้วก็เลื่อนไปที่ฉินอวี้เซวียนด้วยประกายตาเย็นยะเยือก “เซวียนเกอ อย่าลืมว่าซือหรงก็เป็นญาติผู้น้องสายตรงของเจ้า เจ้าเป็นพี่ชายไม่แก้แค้นแทนน้องสาวที่ถูกทำร้ายจนเสียโฉมก็ช่าง แต่นี่ยังมาทำท่าปกป้องนางอีก หรือว่าระหว่างพวกเจ้าสองคนมีอะไรที่มากกว่านั้น”

            คำกล่าวนี้ทำให้ทุกคนนึกระแวงในตัวโม่เสวี่ยถงกับฉินอวี้เซวียน

            “ท่านป้าสะใภ้กล่าวอะไรเช่นนั้น พวกนางสองคนล้วนเป็นญาติผู้น้องของข้า ไหนเลยจะเลือกเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ แต่เรื่องยังไม่มีข้อยุติ ควรจะฟังจากที่ท่านย่าสอบถามแล้วค่อยตัดสินใจดีกว่า อย่าเพิ่งร้อนใจ น้องหญิงถงยังเยาว์นัก ท่านป้าสะใภ้กล่าวเช่นนั้นไม่กลัวว่าจะแปดเปื้อนเพราะปากของตนเองหรือ” ฉินอวี้เซวียนแววตาเข้มขึ้น กล่าวต่อจากนั้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่เพียงแต่เป็นการตอบโต้นางเฉินกลับไปอย่างแนบเนียน ในขณะเดียวกันยังอธิบายถึงเหตุผลในการกระทำของตนเอง แต่ละปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้เขาเบื่อหน่ายสกุลอวี้เต็มทน ไหนเลยจะมีวาจาที่ดีไปกว่านี้ได้

            “ยังไม่คุกเข่าลงอีก” ฮูหยินผู้เฒ่ากระทุ้งไม้เท้าที่พื้นสองครั้ง สายตาเย็นเยียบมองไปที่โม่เสวี่ยถง คุณหนูใหญ่สกุลอวี้กล่าวมาแบบนี้ นางเป็นผู้อาวุโสสูงสุดในที่นั้นย่อมต้องให้คำอธิบาย

            ทันใดนั้นบรรยากาศก็เริ่มตึงเครียด

            “เรียนฮูหยินผู้เฒ่า คุณหนูของเรามิใช่เป็นฝ่ายผิด นางเป็นคนใจอ่อนและขี้กลัวเป็นที่สุด จะวางแผนคิดร้ายต่อคุณหนูอวี้ได้อย่างไร” แม่นมสวี่ซึ่งอยู่ด้านข้างร้อนใจยิ่ง วิ่งเข้ามาคุกเข่าร้องไห้ต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าฉิน

            “ฮูหยินผู้เฒ่า ท่านลองดูซือหรงของเราให้ดีๆ แบบนี้นางจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร นี่ยังไม่นับได้ว่าจิตใจอำมหิต ลงมืออย่างเหี้ยมโหดอีกหรือ เป็นเด็กเป็นเล็กยังร้ายกาจขนาดนี้ โตไปจะขนาดไหน ผู้ใดแต่งสตรีร้ายกาจแบบนี้เข้าสกุล เรือนชั้นในคงมีแต่ความวุ่นวายไม่สิ้นสุด” นางเฉินเห็นฉินอวี้เซวียนไม่เข้าข้างฝ่ายตนก็ถลึงตาใส่ด้วยความโมโห แล้วหันมาพูดกับฮูหยินผู้เฒ่าด้วยวาจารุนแรง

            พออวี้ซือหรงนึกถึงว่าครานี้ตนเองต้องเสียโฉมไปจริงๆ มิหนำซ้ำฉินอวี้เซวียนก็ยังมีท่าทางปกป้องโม่เสวี่ยถงอย่างเห็นได้ชัด จึงหันไปซบอกมารดาร้องไห้เสียงดังลั่นอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ

            ยามนี้มีคนมากมายเริ่มเข้ามามุงดูเหตุการณ์

            โม่เสวี่ยถงก้าวเข้ามาอย่างใจเย็น ฉุดแม่นมสวี่ให้ลุกขึ้น แล้วบอกโม่หลันให้พานางไปยืนด้านข้าง หลังจากนั้นก็หมุนตัวกลับมาย่อตัวคารวะฮูหยินผู้เฒ่าฉินอย่างงดงาม เงยหน้าขึ้น ดวงตากระจ่างใสบริสุทธิ์ไม่มีราคีแม้เพียงส่วนเสี้ยว และไม่มีโทสะเพราะคำพูดของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย

            “ท่านยายก็คิดว่าถงเอ๋อร์เป็นคนผลักคุณหนูอวี้หรือเจ้าคะ หลานอยู่ข้างกายท่านมานาน ย่อมไม่มีทางทำเรื่องเช่นนี้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นหลานกับคุณหนูอวี้ไม่มีความแค้นใดต่อกัน แล้วมีเหตุผลใดต้องไปทำร้ายนาง ท่านยายอย่าโกรธเคืองไปเลย โปรดเห็นแก่สุขภาพของตนเองด้วย จะถูกหรือผิดย่อมต้องอาศัยความคิดเห็นของมวลชนเป็นผู้ตัดสิน”

            “เจ้าไม่ได้ทำจริงๆ หรือ” ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นโม่เสวี่ยถงตกอยู่ภายใต้สถานการณ์แบบนี้แล้วยังเป็นห่วงสุขภาพของตนเอง ทั้งคำพูดยังดูสูงส่งมีเหตุผล สีหน้าจึงค่อยดูผ่อนคลายลง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง ลืมเรื่องที่จะให้นางคุกเข่าไปเสียสนิท

            “ท่านยาย ตอนนั้นหลานยืนดูไผ่ม่วงกับภูเขาหินจำลองอยู่ด้านหน้า ส่วนคุณหนูอวี้ยืนอยู่ด้านหลัง ถามหน่อยเถิดว่าหลานจะผลักคุณหนูอวี้จากตำแหน่งนั้นได้อย่างไร หลานไม่ทราบจริงๆ ว่าเพราะเหตุใดนางจึงกล่าวหาว่าหลานเป็นผู้กระทำ”

            “โม่เสวี่ยถงเจ้าพูดเหลวไหล เมื่อก่อนมีครั้งไหนบ้างที่เจ้าถูกคนเข้าใจผิดแล้วข้าไม่เข้าไปช่วย มีครั้งไหนบ้างที่เจ้าได้รับบาดเจ็บแล้วข้าไม่ปกป้องเจ้า คิดไม่ถึงว่าจะใจร้ายถึงขนาดต้องการให้ข้าตาย” อวี้ซื่อหรงขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ยื่นหน้าออกมาจากอ้อมอกของนางเฉิน สายตาจ้องโม่เสวี่ยถงอย่างแค้นเคือง ด่าไปก็ร้องไห้ไป

            “คุณหนูอวี้แน่ใจหรือว่าช่วยข้า ครั้งนั้นข้าถูกขัดขาสะดุดล้ม เดิมทีก็แค่ขาแพลงนิดหน่อย คุณหนูอวี้ให้คนมาช่วยหามข้ากลับไป แต่ระหว่างทางสาวใช้ผู้นั้นก็หกล้มทำให้ข้าตกลงมาข้อเท้าเกือบหัก ยังมีอีก ครั้งญาติผู้พี่ของคุณหนูอวี้ฉีกหน้าข้าต่อหน้าผู้คน ก็ยังเป็นเพราะคุณหนูอวี้เข้าช่วยเหลืออีกนั่นแหละ ทำให้ต่อมาในภายหลังทุกคนต่างพูดกันออกไปว่าข้าเย่อหยิ่งจองหอง ไม่เคารพผู้ใหญ่ พฤติกรรมเสื่อมทรามไร้มารยาท เรื่องแบบนี้มีอีกเยอะ คุณหนูอวี้จะให้ข้าสาธยายให้ครบทุกเรื่องหรือไม่เล่า”

            โม่เสวี่ยถงเงยหน้าขึ้น ในแววตาอ่อนโยนไม่มีไฟโทสะแม้แต่น้อย คล้ายว่าสิ่งที่กล่าวไปเมื่อครู่ตนเองมิเคยเก็บมาใส่ใจ แต่กลับทำให้อีกฝ่ายไม่กล้าสู้สายตา

            ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์หาใช่คนโง่งม ใครฟังไม่ออกก็แปลกแล้ว ต่างคิดไปว่าคุณหนูใหญ่สกุลอวี้ที่ได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นกุลสตรีนุ่มนวลอ่อนโยน ที่แท้ก็มิได้เป็นดั่งคำร่ำลือ ฟังจากความหมายที่เล่าก็บ่งชัดว่าเป็นสตรีที่มีจิตใจอิจฉาริษยาคนหนึ่ง ต่อหน้าอย่าง ลับหลังอย่าง ทุกสิ่งล้วนวางกลอุบาย ช่างน่ารังเกียจยิ่ง

            “ถงเอ๋อร์ มีเรื่องเช่นนี้จริงหรือ” ฮูหยินผู้เฒ่าฉินถามโม่เสวี่ยถง แต่กลับมองอวี้ซื่อลูกสะใภ้อย่างไม่อยากเชื่อ

            เรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ปรกติฮูหยินผู้เฒ่าฉินไม่เคยใส่ใจ อวี้ซื่อต้องการแต่งหลานสาวของตนเองเข้าสกุลฉิน ย่อมต้องทำบางอย่างหมกเม็ดไม่เปิดเผย โม่เสวี่ยถงเป็นเด็กหัวอ่อนขี้กลัว ปรกติแค่เห็นฮูหยินผู้เฒ่าก็ลนลานจนไม่กล้าพูดอะไรแล้ว แม้แต่สาวใช้ข้างกายของฮูหยินผู้เฒ่ายังไม่กล้าต่อต้าน หลานสาวที่ไม่เป็นที่โปรดปรานผู้นี้กับฮูหยินของตน ไหนเลยอยู่ดีๆ จะกล้าเอ่ยถึงเรื่องราวเหล่านี้ให้ตนเองฟัง ดังนั้นทุกเรื่องย่อมถูกปิดบังไว้เจ็ดแปดส่วน

            “เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ของสตรี ท่านแม่ไม่จำเป็นต้องเก็บมาใส่ใจหรอกเจ้าค่ะ มิใช่เรื่องใหญ่อันใด คุณหนูเหล่านั้นก็แค่เข้าใจถงเอ๋อร์ผิดไปเท่านั้นเอง”

            อวี้ซื่อถูกมองจนไม่อาจรักษาสีหน้าไว้ได้ ได้แต่กล่าวแก้ตัว ยามนี้นางแทบอยากจะจับอวี้ซือหรงโขกกำแพงตายไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด เรื่องราวเหล่านี้มิใช่ความลับแต่ประการใด แค่แม่สามีไปสอบถามไหนเลยจะไม่รู้ความจริง คนรู้มากในจวนก็มีอยู่ไม่น้อย ปรกตินางต้องข่มขวัญมิให้ไปพูดอะไรซี้ซั้วต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าฉิน แต่หากทุกเรื่องถูกขุดคุ้ยขึ้นมา ใครจะรู้ว่านางจะสามารถปิดปากคนให้เงียบลงได้อีกหรือไม่

            ต่อให้สกุลอวี้มือยาวเข้ามามากเพียงใดก็ไม่อาจยับยั้งเรื่องในสกุลฉิน เพราะเรื่องของอวี้ซือหรงกระทบมาถึงตนเอง หากฮูหยินผู้เฒ่าเกิดความสงสัยเรื่องอื่นๆ ด้วยเล่า วันเวลาในภายหน้านางย่อมลำบากแน่

            ฉินอวี้เซวียนได้ยินแล้วสีหน้าพลันนิ่งขรึม

            “ท่านป้าสะใภ้ ถงเอ๋อร์ไม่ทราบว่าตนเองเคยไปล่วงเกินสิ่งใดต่อคุณหนูอวี้ เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ให้แล้วไปเถิด แต่วันนี้ถงเอ๋อร์ยืนอยู่หน้าคุณหนูอวี้ชัดๆ แล้วจะเป็นผู้ผลักนางได้อย่างไร คุณหนูอวี้เสียหลักลื่นล้ม ถงเอ๋อร์ตกใจหลบไปด้านข้างทำให้สะดุดล้มลงไปก่อน ด้วยเหตุนี้คุณหนูอวี้จึงพุ่งเข้าชนหินภูเขาจำลอง แต่ถ้าตรองดูให้ดี หากเวลานั้นเป็นถงเอ๋อร์ที่หลบไม่ทัน ผู้บาดเจ็บย่อมไม่ใช่คุณหนูอวี้… แต่เป็นถงเอ๋อร์นะเจ้าคะ หรือจะโทษที่ถงเอ๋อร์หลบไปด้านข้างทำให้คุณหนูอวี้ชนก้อนหิน?”

    คล้ายกับเรื่องพลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604