“ค่ะ พี่คราม..”
พันไมล์เบียงสายตามาทางอื่นมันแปลกอยู่เหมือนกัน ชาติก่อนเธอไม่ได้คุยกับเขาดี ๆ แบบนี้เลยตัวสีครามนั้นดูใจเย็นกับเธอมาก และไม่ถือสาหาความกับท่าทางเมินเฉยไม่ตอบรับไมตรีของเธอสักนิดเธอนับถือความอดทนของเขาอยู่เหมือนกันเพราะถ้าเธอต้องเจอคนที่ทำตัวแบบนั้นใส่ตัวเอง เธอคงจะเทั้แ่ครั้งแรกนี่เขากลับยอมมาเจอเธอตั้งหลายครั้งจนหากเธอไม่หน้ามืดตามัวเธอก็คงแต่งกับเขาั้แ่ชาติก่อน แล้วบางทีชีวิตเธออาจจะไม่จบอย่างย่ำแย่เช่นนั้นก็ได้
ด้วยความที่เหม่อลอยพันไมล์จึงเดินเพลินจนเกือบจะชนกับเก้าอี้บ้างหน้าสีครามมือไวจึงใช้ตั้งแขนเธอให้ถอยออกมา
“จะเดินไปไหนถึงแล้ว” เสียงทุ้มต่ำกล่าว พันไมล์เก้อเขินเล็กน้อยแก้มเธอเปลี่ยนเป็สีเข้มขึ้นสีครามมองออก หากก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป เขาเลื่อนเก้าอี้ออกมาให้พันไมล์เธอพยักหน้าขอบคุณแล้วขยับไปนั่งลงตรงนั้น สีครามเองก็นั่งลงบริเวณที่นั่งข้างกันส่วนถัดจากสีครามความจริงควรเป็พันแสน พี่ชายของพันไมล์แต่เื่อะไรลลินจะให้มันเป็เช่นนั้น?
เธอถือวิสาสะนั่งลงข้างๆ สีคราม ทำเป็ชื่อ ๆ ใส ๆ ไม่รู้ไม่ชี้มีนรดาเห็นแล้วไม่พอใจนักทำไมเธอจะไม่รู้ว่าเด็กสาวที่เป็ลูกสามีคนนี้ ไม่ได้คิดหวังดีกับพันไมล์จริง ๆลำบากใจก็ตรงเตือนพันไมล์ทีไรก็ไม่ค่อยยอมฟัง
พันแสนไม่ทันเกมของผู้หญิงเลยแค่ย้ายไปนั่งข้างบิดาตนด้วยสีหน้าปกติ ไม่คิดโต้แย้ง มีนรดาขัดใจลูกชายคนโตขณะเดียวกันก็เข้าใจว่าพันแสนคงไม่ไปจี้จี้กับเด็กสาวคนหนึ่งเื่ที่นั่งแน่ั์ตาคู่สวยจึงทอดมองลลินอย่างพินิจพิจารณาว่าควรทำอย่างไรกับเด็กคนนี้ดีถ้าเธอไม่ได้คิดลบเกินไป เธอเดาว่าลลินอาจจะหาทางใกล้ชิดสีคราม ขืนเป็อย่างนั้นมันจะแย่เอาน่ะสิ
คู่ชีวิตที่คู่ควรกันขนาดนี้อย่างไรก็ควรเป็ของลูกสาวสุดรักสุดหวงของเธอไม่ใช่ลูกของผู้หญิงคนอื่นที่เกิดจากความผิดพลาดของสามี
“คุณแม่คะทำไมมองลลินนานขนาดนั้นล่ะคะ”พันไมล์ถามขึ้นเมื่อเห็นมารดาของเธอจับจ้องนังน้องสาวไม่รักดีนั่นนานเกินไป เธอกลัวลลินจะแผลงฤทธิ์อะไรใส่แม่เธอโดยที่เธอไม่รู้
ทํากับเธอเธอยังไม่ทนทํากับมารดาเธอเธอคงจะทนหรอก!
“เอ่อ...”มีนรดาอึกอักเพราะไม่ทันได้คิดเหตุผลไว้ นึกไม่ถึงว่าพันไมล์จะออกปากถามดีที่เธอตาไวเห็นชุดที่ลลินใส่ เลยเอามาเป็ข้ออ้าง"แม่กำลังคิดว่าชุดของลลินดูคุ้นตาเหมือนชุดที่แม่เคยเลือกให้ลูกเมื่อสองปีที่แล้วน่ะค่ะ"
ลลินได้ยินคำว่า 'สองปีที่แล้ว' ก็โกรธอยู่ข้างในจนเืขึ้นหน้าปักธงในใจว่าเอาชุดที่ดีไซน์เกินหนึ่งปีมาให้เธอใส่ก็ไม่ต่างอะไรจากการหยามเหยียดมือที่วางอยู่บนตักเลยสั่นระริก พันไมล์นั้นไม่เห็นอาการลลินชัดนักเพราะสีครามนั่งคันระหว่างเธอกับน้องรักอยู่ทว่าเธอก็พอจะเดาได้ว่าลลินคิดอย่างไร
ต้องมองโลกในแง่ร้ายมองว่าเธอรังแกไว้ก่อนอยู่แล้ว ขนาดชาติก่อนเธอหวังดีกับมันมาตลอดมันยังแทงข้างหลังเธอได้ นับประสาอะไรกับคราวนี้ที่เธอจงใจกลั่นแกล้งมันจริง ๆ ล่ะ
“ก็เป็ชุดของพันไมล์จริงๆ นั่นแหละค่ะ แต่ไม่เป็ไรหรอก ยังไงก็ไม่ได้ใช้แล้ว จะทิ้งไปมันน่าเสียดายออกเป็พี่น้องกัน มีอะไรพันไมล์ก็แบ่งให้น้องได้อยู่แล้วค่ะ”
ฟังเผิน ๆประโยคที่พันไมล์พูดนั้นเหมือนจะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แสดงถึงความใจกว้างผู้ใหญ่ทุกคนจึงยิ้มให้เธอด้วยความเอ็นดูต่างกับลลินที่รู้ดีว่ามันไม่เป็อย่างนั้น
เธอจับสังเกตคำว่า"จะทิ้งไปมันน่าเสียดาย ได้จึงแน่ใจว่าพันไมล์เอาชุดที่คิดจะโละทิ้งมาให้เธอใส่! ทั้งที่โกรธจนปากคอลันลลินก็ฉลาดพอที่จะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็โอกาส ในเมื่อโลลาเริ่มก่อน ก็ต้องรับให้ได้ที่เธอใต้กลับ
เธอแกล้งตีหน้าเศร้าเล็กน้อยก่อนจะมองไปทางสีครามกับมารดาของเขา"เป็อย่างนั้นจริง ๆ ค่ะ พี่ไมล์ใจดีกับลินมาก ยกเสื้อผ้าให้ลินตลอดถ้าว่านอยากใส่เสื้อผ้าสวย ๆก็รอจากพี่ไมล์นี่แหละค่ะขอบคุณนะคะที่ดีกับลินขนาดนี้
ลลินทำเป็ชี่นชมพันไมล์แต่ความจริงกำลังบอกขนิษฐากับสีครามอ้อม ๆ ว่าคนบ้านนี้เลี้ยงเธอมาไม่ดีเสื้อผ้าข้าวของของเธอต้องรอให้ๆลูกสาวเบอร์หนึ่งอย่างพันไมล์คัดทิ้งก่อนถึงจะได้ใส่พันไมล์เองก็ชะงักไป เพราะนี่เป็ชุดแรกที่เธอยกให้ลลินที่ผ่านมาแม้ชุดของลลินจะไม่หรูหราขนาดของเธอ ยังไงก็ไม่เคยต้อยกว่ากันมากพอเธอไม่มีทางปล่อยให้ลลินทำให้เสียชื่อเพราะการเลี้ยงดูที่ต่างกันขนาดนั้นหรอก
ให้ตายสิเธอลืมไปว่าลลินชั่วร้าย พลิกดำเป็ขาวเก่งขนาดไหนแล้วทีนี้เธอจะแก้เกมยังไงดี!
“ไม่ใช่แค่เสื้อผ้านะคะของอื่น ๆ ก็เหมือนกัน โชคดีจริง ๆ ที่ลินมีพี่ไมล์อยู่ข้าง ๆ”ลลินขยี้เื่เดิมเมื่อเห็นสีหน้าของมีนรดากับพ่อเธอย่ำแย่ลงขนิษฐาเองก็ดูท่าหน้าไม่ถูกขนาดพันแสนที่ปกติจะไม่ค่อยเข้าใจคำพูดแฝงนัยสักเท่าไหร่ยังร้อนรน
สีครามเบียงหน้ามาทางลลินอีกทั้งยังมองเธอนิ่งๆ
“พอได้แล้ว”เสียงที่เย็นเยือกของเขาทำให้ลลินไม่กล้าเปิดปากพูดอะไรต่อแค่เผลอไปสบกับั์ตาสีเข้มคู่นั้นเข้า เธอก็ชาวาบไปทั้งแผ่นหลังสีครามหันหน้ากลับไป เขาเคาะโต๊ะเบา ๆ“เธอสำนึกบุญคุณพันไมล์ก็เป็เื่ที่ดีแล้ว พี่น้องยกของให้กันไม่ใช่เื่แปลกนี่"
คำพูดเรียบง่ายของสีครามทำให้บรรยากาศดีขึ้นทันตามีนรดาจึงเนียนเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปเลย ซึ่งระหว่างที่ผู้ใหญ่คุยกันเื่อื่นสีครามก็โน้มหน้าเข้าไปพูดกับลลินใกล้ ๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน
“ขอให้เธอสำนึกว่าพันไมล์ดรกับเธอจริงๆ นะ” เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย "เพราะถ้าเป็ฉันกับลูกเมียอื่นที่ไม่ใช่แม่เดียวกัน..... ไม่แน่ว่าจะยังมีชีวิตอยู่มาลอบกัดฉันได้"
"...!"