นางซูใที่จู่ ๆ ก็ถูกบุตรสาวเข้ามาจุมพิต นางส่ายหัวอย่างจนใจพลางยิ้มน้อย ๆ และเมื่อได้ฟังสิ่งที่บุตรสาวขอ นางก็ครุ่นคิดอย่างละเอียด… พื้นที่ว่างหลังบ้านนั้นนางวางแผนเอาไว้ว่าจะใช้ปลูกผัก แต่ในเมื่อบุตรสาวบอกว่า้า นางเองก็ไม่อยากขัดใจ ที่หลังเรือนตะวันออกก็ยังมีที่ว่างเหลืออยู่ ไปปลูกผักไว้ที่นั่นก็ได้ หากยังไม่พอ ข้างบ้านก็ยังมีที่อีกตั้งห้าแปลงไม่ใช่หรือ
เมื่อเห็นบุตรสาวมองมาตาปริบ ๆ นางซูจึงพยักหน้าตกลง แต่เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าที่บ้านยังไม่มีเครื่องมือทำสวนเลยก็หน้าสลด “ิเยว่ ตอนนี้ที่บ้านมีเพียงเคียวและจอบอันเล็ก ๆ เท่านั้น แถมมันยังเป็ของที่แอบซื้อมาตอนที่อยู่ในบ้านของบิดาเ้าอีกด้วย หากต้องพึ่งเพียงพวกมันคงจะทำอะไรไม่ได้มาก”
หลี่ิเยว่กลับไม่กังวลเกี่ยวกับเื่นี้ นางมีความคิดขึ้นมาทันที “ท่านแม่ เช่นนี้รอพวกข้าลงมาจากเขาในวันพรุ่งนี้เสียก่อน หากหมอฟู่บอกว่าสมุนไพรที่เก็บมาขายแลกเงินได้ พวกเราจะได้มีเงินไปซื้อเครื่องมือมาทำสวน ท่านแม่ ตอนนี้ท่านต้องดูแลรักษาร่างกายให้ดี น้อง ๆ จะได้เกิดมาอย่างปลอดภัย”
นางซูอดตาแดงไม่ได้เมื่อได้ยินคำพูดเป็ห่วงเป็ใยของบุตรสาว ลูก ๆ ของนางล้วนจิตใจดีจริง ๆ หลี่ิหัวที่นั่งฟังพวกนางพูดคุยกันอยู่ข้าง ๆ มองมาด้วยรอยยิ้ม แต่ไม่ได้หยุดปักผ้าที่อยู่ในมือ
ไม่นานหลี่อวิ๋นห้าวและเหล่าน้องชายก็แบกฟืนกลับมาแล้วเอาไปวางไว้ในบ้าน หลังจากนั้นพวกเขาก็เดินเข้ามาในเรือนตะวันออก เมื่อเห็นเพียงมารดาและหลี่ิหัว แต่กลับไม่เห็นน้องสาวคนอื่น ๆ จึงเอ่ยถาม “ท่านแม่ น้องสี่ไปไหนหรือ? น้องเจ็ด กับน้องแปดด้วย”
นางซูเงยหน้าขึ้นเห็นบุตรชายกลับมาแล้วจึงชี้ไปที่หลังบ้าน พลางพูดอย่างทอดถอนใจ “ิเยว่น่ะหรือ! จูงมือน้อง ๆ ไปที่หลังบ้านนู้น! นางบอกว่าอยากไถที่ข้างหลังบ้าน เพราะ้าปลูกสมุนไพรที่เก็บมาได้ แม่บอกให้นางพักผ่อนนางก็ไม่ยอม เ้ากลับมาแล้วก็ไปดูเสียหน่อยเถอะ อย่าให้นางเหนื่อยเกินไป”
หลี่อวิ๋นห้าวกับหลี่อวิ๋นซู่พยักหน้าแล้วมุ่งหน้าไปหลังบ้าน หลี่อวิ๋นโม่และฝาแฝดของเขาเองก็ตามออกไปด้วย ทันทีที่ทั้งสี่เดินมาถึงหลังบ้าน ก็เห็นหลี่ิเยว่กำลังออกแรงยกจอบ ส่วนน้องสาวทั้งสองคนกำลังไล่ถอนต้นหญ้าตามหลังนางไป เพียงไม่นาน นางก็ไถที่ว่างได้ยาวแปดฉื่อกว้างสี่ฉื่อแล้ว หลี่อวิ๋นห้าวรีบเข้าไปแย่งจอบด้ามเล็กในมือของน้องสาวมา เมื่อเห็นนางเหงื่อท่วมไปทั่วตัวก็รู้สึกปวดใจ
“น้องสี่ เหนื่อยหรือไม่ เอามาให้พี่ใหญ่ทำแล้วรีบกลับไปพักผ่อนเถอะ” หลี่อวิ๋นห้าวดันนางกลับไปยืนบนพื้นดินเรียบ จากนั้นจึงยกจอบขึ้นขุด ส่วนหลี่อวิ๋นซู่และน้องชายทั้งสองกำลังจัดการกับวัชพืชอีกฝั่ง แม้ว่าวัชพืชส่วนใหญ่จะถูกกำจัดไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่ก็ยังมีก้อนหินเล็ก ๆ เหลืออยู่ไม่น้อย
หลี่ิเยว่เห็นร่างเล็ก ๆ ของพี่ใหญ่กำลังออกแรงขุดดิน ส่วนพี่น้องคนอื่น ๆ ก็กำลังก้มหน้าทำงานกันไม่หยุด มองไปมองมาั์ตาของนางก็แดงระเรื่อขึ้นมาทันที เด็กชายตัวเล็ก ๆ เหล่านี้ กำลังใช้ไหล่บาง ๆ ของพวกเขาช่วยงานของนางอย่างเต็มที่
หลี่ิเยว่ะโเรียกน้องสาวทั้งสอง “น้องเจ็ด น้องแปด พวกเรามาเก็บก้อนหินเล็ก ๆ พวกนี้กันเถอะ พี่ใหญ่ วันนี้พวกเราไถดินไปข้างหน้าอีกนิดหน่อยก็พอแล้ว ที่เหลือค่อยมาทำกันวันหลัง รอให้มีเวลาว่าง แล้วไถที่ตรงเรือนตะวันออกก่อน พวกเราจะได้ปลูกผักที่นั่นกัน” ประโยคหน้าเอ่ยกับน้องสาวตัวน้อยสองคน ส่วนประโยคหลังนั้นเอ่ยกับหลี่อวิ๋นห้าว
เช้าตรู่วันต่อมา หลี่ิเยว่ก็พาพี่ชายและน้องชายทั้งสี่แบกตะกร้าขึ้นเขา ตะกร้าบนหลังนี้ นางซูเป็คนนำเงินไปซื้อมาจากบ้านนายช่างโจวในหมู่บ้านเมื่อวานนี้ นางซื้อตะกร้าขนาดกลางมาทั้งหมดห้าใบ และตะกร้าสานใบเล็กมาอีกห้าใบ เหมาะสำหรับเด็กวัยกำลังโตอย่างพวกเขาพอดี
หลังจากขึ้นเขามาไม่นาน หลี่ิเยว่ก็พบหญ้ากรงเล็บแมวต้นหนึ่งเข้า นางคุกเข่าลงแล้วค่อย ๆ ขุดสมุนไพรทั้งต้นออกมา จากนั้นจึงปัดเศษดินออกให้สะอาดอย่างระมัดระวัง แล้วยื่นมันให้น้องหกที่กำลังมองอยู่อย่างสงสัย ปากก็ร้องเรียกพี่ชาย “พี่ใหญ่ พี่สามมาดูสิ นี่คือหญ้ากรงเล็บแมว หญ้ากรงเล็บแมวมีสรรพคุณช่วยระบายความร้อนและขับพิษ บรรเทาอาการไอ และเสริมสร้างร่างกาย”
ขณะที่พูดนางก็ยื่นต้นสมุนไพรให้กับพี่ชายน้องชายดูเพื่อให้พวกเขาจดจำมันไว้ หลังจากนี้จะได้ช่วยกันหาได้ แล้วทั้งคณะก็เดินหน้าต่อ ทุกครั้งที่ขุดหาเจอสมุนไพรตามทาง นางก็จะอธิบายถึงสรรพคุณของมันอย่างละเอียด รวมถึงวิธีการเก็บพวกมันด้วย ระหว่างทางยังขุดต้นกล้าสมุนไพรขึ้นมาได้ไม่น้อย ต้นกล้าเหล่านี้สามารถปลูกได้ในฤดูร้อน บวกกับการที่นางมีมิติพิเศษติดตัวอยู่ น้ำพุิญญาภายในนั้นช่วยหล่อเลี้ยงให้พืชอยู่รอดได้ ดังนั้นนางจึงไม่กังวลเกี่ยวกับการเก็บพวกมันไว้
ตอนเที่ยง พวกเขาทั้งห้าคนยังไม่ลงจากเขา แต่นั่งพักกินอาหารแห้งที่เตรียมมาจากบ้านเท่านั้น ตะกร้าที่พวกเขาแบกมาใกล้จะเต็มแล้ว แต่ใบหน้าทุกคนยังมุ่งมั่น
มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้จักสมุนไพรในูเาเสี่ยวชิงแห่งนี้ ตัวหมอฟู่ที่รู้จักสมุนไพรดี ไม่อาจผละจากภรรยาที่สลบไสลไม่ได้สติได้เป็เวลานาน ดังนั้นบนูเาเสี่ยวชิงจึงยังมีสมุนไพรอยู่เยอะยิ่งนัก และทำให้ตะกร้าของหลี่ิเยว่เต็มไปด้วยต้นกล้าสมุนไพรจำนวนไม่น้อย ขณะที่นางกำลังกินอาหารแห้งอยู่ จู่ ๆ หูก็กระดิก นางส่งเสียงให้พี่น้องทั้งสี่เงียบเสียง ก่อนจะหยิบก้อนหินขึ้นมาจากพื้นอย่างเงียบงัน
ขณะนั้น พวกหลี่อวิ๋นห้าวเองก็ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวดังอยู่ไม่ไกล จึงพากันมองไปยังทิศทางที่เกิดเสียงอย่างระมัดระวัง หลี่อวิ๋นห้าวกับหลี่อวิ๋นซู่กำจอบและเคียวเล็ก ๆ ไว้ในมือแน่น หลี่หมิวเยว่แหวกหญ้าตรงหน้าออกอย่างระวัง ก่อนจะเห็นไก่ป่าสองตัวกำลังคุ้ยหาอาหารบนพื้นอยู่ไม่ไกล ไก่ป่าพวกนี้ระวังตัวยิ่งนัก พวกมันจิกกินอาหารไปพลางเงยหน้ามองรอบ ๆ ไม่หยุด
หลี่ิเยว่กระซิบกระซาบกับพี่น้องที่อยู่ข้างตัว “ข้าจะลองโยนหินใส่ไก่ป่าสองตัวนั้นก่อน แต่แรงที่ข้อมือข้าอาจจะไม่พอที่จะทำให้มันมึนได้ พี่ใหญ่ ท่านรออยู่กับน้องห้าตรงนี้ พี่สาม ท่านกับน้องหกไปล้อมพวกมันไว้ จำไว้นะ ไม่ว่าจะจับได้หรือไม่ก็ตาม ห้ามไล่ตามไปเด็ดขาด ในป่าบนเขาแบบนี้อันตรายยิ่งนัก วิ่งไปมั่วซั่วไม่ได้เด็ดขาด”
ดวงตาของเหล่าเด็กชายบ้านหลี่หงเป็ประกายทันทีที่ได้ยินสิ่งที่นางพูด แต่กลับไม่มีใครพูดอะไรและพยักหน้าตกลง หลังจากที่ทุกคนพยักหน้าให้แล้ว หลี่ิเยว่จึงหันกายไปจับจ้องไก่ป่าสองตัวนั้น และฉวยโอกาสตอนที่พวกมันก้มหน้ากินอาหาร ขว้างหินในมือใส่ ไก่ตัวหนึ่งถูกหินก้อนเล็กกระแทกเข้าที่หัว และเริ่มมึนงง หลี่อวิ๋นห้าวและหลี่อวิ๋นโม่วิ่งเข้าไป และจับมันเอาไว้ตอนที่มันไม่ทันได้ตอบสนอง
ส่วนไก่ป่าอีกตัวนั้นถูกก้อนหินกระแทกเข้าที่ขา มันใและคิดจะบินหนี แต่กลับถูกพวกหลี่อวิ๋นซู่จับไว้เสียก่อน ต้องขอบคุณไหวพริบของหลี่อวิ๋นซู่ที่ช่วยให้จับไก่ป่าตัวนี้ได้ เดิมทีก่อนที่จะไล่จับไก่ป่า เขาได้ถอดเสื้อคลุมตัวนอกของตัวเองออกและใส่ตะกร้าบนหลังไว้เพราะรู้สึกร้อน เมื่อเห็นว่าไก่ป่าจะวิ่งหนีเขาเลยคว้าเสื้อมาตะครุบตัวมันไว้
หลี่อวิ๋นฮุยเห็นไก่ป่าถูกจับได้ก็ดีใจจนะโโลดเต้น และโห่ร้องไปรอบ ๆ ไก่ป่าทั้งสองตัว “พี่ใหญ่ พวกเราจับไก่ป่าได้ตั้งสองตัว เราฆ่ามันกันตัวหนึ่งได้หรือไม่!”
หลี่อวิ๋นห้าวขมวดคิ้วด้วยความลังเล เขารู้ดีว่าสถานการณ์ของที่บ้านตอนนี้เป็อย่างไร ความจริงแล้วเขาอยากนำไก่ป่าเหล่านี้ไปขายในเมือง และจะได้นำเงินมาซื้ออาหาร อย่างที่รู้กันว่าที่บ้านนั้นมีอาหารไม่มากแล้ว ไก่ป่าสองตัวนี้อย่างน้อยก็หนักสักห้าหกจิน และสามารถนำไปขายได้ถึงหลายสิบอีแปะ หากขายไก่ป่าไปก็จะสามารถซื้ออาหารได้มากขึ้น แต่เมื่อเห็นสายตาเป็ประกายเต็มไปด้วยความคาดหวังของน้องชาย เขาก็เริ่มรู้สึกลังเลบ้างแล้ว
ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง
