พรึ่บบบบบ
“ ว้าวว!!”
เพียงโบกมือแค่ครั้งเดียวทั้งสองคนก็มาปรากฏตัวกลางห้องตำรา อยู่ในตำหนักบุปผา์ ซึ่งเขาแอบถามท่านอาจารย์ก่อนแล้ว ก็ตกตะลึงกับตำรามากมายหลายหมื่นเล่มที่เรียงรายเป็ระเบียบ
พรึ่บบบบบ
พรึ่บบบบบ
พรึ่บบบบบ
“ นี้เป็ตำราทั้งหมดที่เ้าจำเป็ต้องรู้ก่อนที่จะออกไปสู่โลกภายนอก”
“ ข้าจะให้เวลาเพียง 5 ปีเท่านั้นกับตำราทั้งหมดนี้”
หลังซางกวนกล่าวจบ เยว่ซินก็แทบจะเป็ลมไปเสียเดียวนั้นเลย ตำราที่อยู่ตรงหน้าตนนั้นมีหลายพันเล่ม แต่ละเล่มก็หนาเป็พันหน้า
“ ศิษย์รับทราบขอรับ”
“ เ้าก็ตั้งใจศึกษาตำราเ่าั้ให้ดี เมื่อถึงเวลาข้าจะปลุกลมปราณให้แก่เ้าเอง…”
ซางกวนขำเล็กน้อยพลางมองหน้าศิษย์ตัวน้อยที่ทำหน้าเขียวหน้าแดง จ้องมองไปยังหนังสือ
เวลาผ่านไปจากวันเป็เดือน จากเดือนเป็ปี
สี่ปีผ่านไปตลอดเวลาที่ผ่านมาเยว่ซินใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องตำราจะมีบางครั้งจะออกไปพูดคุยกับเหล่าภูติคลายเหงา
“ … ท่านอาจารย์ข้าอ่านตำราครบทุกเล่นครบทุกหน้าแล้วขอรับ…”
ซางกวนยืนมองศิษย์ตรงหน้าด้วยความภาคภูมิใจ เยว่ซินใช้เวลาเร็วกว่าที่ตนคาดการณ์นัก ตลอดเวลาที่ตนเฝ้ามองเยว่ซินเป็เด็กมุมานะ ขยัน แม้จะดื้อสักหน่อย
“ โอสถทลายลมปราณเม็ดนี้จงกินเข้าไป ทำสมาธิรวมปราณจากจุดตันเถียนทะลวงไปยังลมปราณจุดอื่นๆ ทั้ง361จุดตามตำราที่เ้าได้ศึกษาตำรามา” ซางกวนยืนโอสถขนาดเท่าหัวนิ้วโป้งสีทองอร่ามให้กับเยว่ซิน เป็ครั้งแรกที่ได้เห็นโอสถของจริง ส่วนมากเยว่ซินจะเห็นที่เป็รูปภาพที่อยู่ในตำรา
“ ขอรับท่านอาจารย์” ั้แ่ที่เยว่ซินหมกมุ่นอยู่แต่กับหนังสือทำให้เขาดูเป็คนใจเย็น ประโยคที่จะกล่าวออกมาล้วนผ่านการคิดมาเรียบร้อย
เยว่ซินตั้งสมาธิรวบรวมปราณจากจุดตันเถียรส่งผ่านไปยังจุดอื่นๆ ไอปราณสีรุ้งที่แผ่ออกมา กลิ่นอายแห่งความสูงส่งและอำนาจมันลอยรอบตัวเย่วซิน ปรากฏวงแหวนวงแรก
“ ธาตุไร้ลักษณ์” ซางกวนพูดขึ้นเมื่อเห็นปราณสีรุ้งลอยออกมาจากตัวของเยว่ซิน
ปุ้งงงงง
เสียงเลื่อนระดับพลัง เยว่ซินลืมตาขึ้นหลังรู้สึกว่าร่างกายนั้นเบาราวกับขนนก พร้อมกับเมือกสีดำที่ถูกขับออกมาตามร่างกายส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว
“ ปราณแรกเริ่มขั้นกลาง ถือว่าเป็พร์สำหรับการปลุกพลัง”
“ ไปล้างตัวผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วไปพบข้าที่ถ้ำเหมันต์ หลังป่าท้อ์”
“ ขอรับท่านอาจารย์”
หลังจากที่ชำระกาย ผิวของเยว่ซินเปล่งปลั่งขาวอมชมพูและสุภาพดี ใบหน้าเรียวสวย ปากอวบอิ่มสีพีช ยิ่งทำให้เยว่ซินเหมือนเทพธิดาบนสรวง์
“ ชาตินี้ข้าคงหมดวังที่จะได้ภรรยากับเขาแล้วล่ะ นับวันยิ่งสวยขึ้นเลยๆ” เฮ้อ!!! พลางถอนหายใจ
เยว่ซินเดินลัดเลาะตามน้ำตก ผ่านป่าท้อ์ไปทางด้านหลังของป่าท้อ์ ตรงไปยังตำแหน่งถ้ำเหมันต์ ระหว่างทางก็มีภูตแวะเช้ามาทักทายไว้ขาดสาย
เยว่ซินเดินเข้ามาภายในถ้ำก็เจอกับท่านอาจารย์ที่รออยู่ก่อนหน้าแล้ว
“ เอาล่ะ…อันดับแรกคือการเพิ่มพลังลมปราณของเ้า เส้นปราณของเ้าคือเส้นลมปราณพิเศษ ข้อดีของมันคือการดูดซับพลังปราณจากธรรมชาติโดยไร้ความไม่บริสุทธิ์และดูดซับปราณได้เร็วกว่าคนทั่วไป”
“ตอนนี้เ้ามีปราณที่ต่ำเกินไป เ้าลงดูดซับปราณธรรมชาติภายในถ้ำเหมันต์แห่งนี้ จนกว่าถึงปราณปฐี เ้าค่อยเริ่มฝึกการใช้ปราณและการใช้ธาตุของเ้า จงดูดซับปราณให้ถึงปราณนักรบ เมื่อถึงเวลานั้นข้าจะเริ่มฝึกให้เ้าเสียที”
“ขอรับท่านอาจารย์ ข้าจะไม่ทำให้ท่านอาจารย์ต้องผิดหวัง”
ซางกวนเดินไปจากทำไปหลังจากแนะนำให้แก่ศิษย์ของตน
เยว่ซินเดินลึกเข้าไปในถ้ำ ภายในถ้ำมีคริสตัลคอยส่องแสงสว่าง เดินลึกอีกเข้ามาก็เจอห้องโถงขนาดใหญ่ รู้สึกได้ถึงปราณบริสุทธิ์ที่แผ่ออกมา เยว่ซินตัดสินใจที่จะดูดซับปราณที่ตรงนี้ เยว่ซินเริ่มนั่งทำสมาธิที่แท่นคริสตัลตรงกลางห้องนี้ ไม่นานก็ััได้ถึงปราณที่อยู่รอบตัวกำลังถูกดูดซับเข้าจุดตันเถียนที่ยังไม่ขยายใหญ่เพราะมีระดับปราณแรกเริ่มขั้นกลาง
ร่างบางของเยว่ซินที่ดูดซับปราณเร็วกว่าคนทั่วไป บวกกับจุดตันเถียนที่มีขนาดไม่ใหญ่แถมภายในถ้ำยังมีปราณบริสุทธิ์หนาแน่น เวลาผ่านไปเพียงสองเค่อก็ได้ยินขึ้นมาภายในจิตใจ
ปุ้ง!!! เยว่ซินได้เลื่อนระดับมาที่ปราณแรกเริ่มขั้นสูงแล้ว ถ้าคนภายนอกได้รู้ว่าสามารถเลื่อนระดับได้เร็วขนาดนี้คงกระอักเืเป็แน่ สำหรับบางคนภายนอกอาจใช้เวลาเป็เดือน หรือเป็ปีก็ได้
เยว่ซินก็ยังคงดูดซับปราณต่อไป เวลาผ่านไปอีกหกชั่วยาม ก็ได้ยินเสียงขึ้นภายในจิตใจอีกครั้ง
ปุ้ง !!! ปุ้ง !!! เลื่อนระดับปราณมาสองขั้น ตอนนี้อยู่ระดับปราณปฐีขั้นต้น ใช้เวลานานกว่าครั้งก่อนอาจเพราะจุดตันเถียนที่ขยายใหญ่ขึ้นแต่ก็ยังเร็วกว่าคนทั่วไปอยู่มาก
เวลาผ่านไปหลายเดือนตอนนี้เยว่ซินมีระดับปราณนักรบขั้นต่ำ แต่การดูดซับยังดำเนินต่อไป อีกไม่กี่วันภายในมิติเยว่ซินกำลังจะเลื่อนขั้นปราณนักรบขั้นกลาง
ปุ้ง !!! พลังปราณอยู่ในระดับที่พร้อมจะฝึกแล้ว
เยว่ซินลืมตาขึ้นช้าๆ กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ตีขึ้นจมูก คราบสกปรกต่างที่ขับออกมาจากร่างกายเปื้อนตามเสื้อผ้า
“ ยี้…คราบพวกนี้อีกล่ะ”
เยว่ซินเดินออกจากถ้ำตรงไปที่น้ำตก ถอดชุดออกชำระกาย
ทางด้วนซางกวนนั้นมาเฝ้ามองดูลูกศิษย์ทุกวัน ที่ให้เยว่ซินดูดซับลมปราณด้วยวิธีนี้ คงเป็วิธีที่ดีที่สุดของคนที่มีเส้นลมปราณหายาก
“ปราณนักรบขั้นกลางแล้วสินะ ต่อไปนี้ข้าจะสอนการหลอมโอสถให้แก่เ้า”
ซางกวนบอกกล่าวขณะที่เย่วซินกำลังเดินเข้ามาในถ้ำ
“ ขอรับ ศิษย์พร้อมแล้วขอรับท่านอาจารย์”
วูบบบบบ!!
“เ้าจงเลือกเตาหล้อมโอสถของเ้า แล้วทำพันธะกับมัน”เยว่ซินและซางกวนปรากฏยังห้องโอสถ ก็ได้ไปเลือกเตาหลอมโอสถตามที่ท่านอาจารย์บอก
เยว่ซินเจอเข้ากับเตาหลอมโอสถใบหนึ่งลวดลายสัตว์เทพสี่ทิศประดับรอบเตา กลิ่นอายความน่าเกรงขามแผ่ออกมาจึงตัดสินใจหยดเลือกทำพันธะ
“ จงตอบรับข้าเป็นาย…”
“เตาโอสถกลืนพิภพ ถือว่าเลือกได้ดี”
“โอสถสมานแผล โอสถทลายลมปราณ โอสถฟื้นฟูลมปราณ โอสถเสริมธาตุ หลอมโอสถพวกนี้ให้ได้ความบริสุทธิ์มากที่สุด สมุนไพรมีไม่จำกัด เมื่อหมดข้าจะให้ภูตพฤกษานำมาอีก”
“ขอรับท่านอาจารย์”
สิ่งแรกที่เยว่ซินฝึกปรุ่งคือโอสถสมานแผล การปรุงยามักจะมีระดับความบริสุทย์แน่นอนเต็มสิบส่วน
เยว่ซินเริ่มปรุงยาที่ง่ายไปยาก ครั้งแรกระดับของยาออกมาเพียงแค่ระดับห้าและหกส่วนของความบริสุทธิ์
แต่เมื่อฝึกมากขึ้นเรื่อยๆ ความบริสุทธิ์ก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ถึงระดับสิบของความบริสุทธิ์ จนตอนนี้มีโอสถที่ปรุงได้หลายพันเม็ดเสียแล้ว
เป็อีกหนึ่งวันแล้วที่อยู่ภายในมิติแห่งนี้ เยว่ซินฝึกฝนแทบจะไม่ได้หยุดพัก วันนี้ท่านอาจารย์บอกว่าจะสอนวิชาการต่อสู้ให้กับเยว่ซิน
“ ใบไม้?…ไหนท่านอาจารย์บอกว่าจักสอนวิชาต่อสู้ให้กับข้าขอรับ แล้วเอาใบไม้พวกนี้มาให้ข้าด้วยเหตุใด”
เยว่ซินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย
“ใบไม้พวกนี้ถึงมันจะดูไม่มีพิษมีภัย แต่มันก็สามารถเป็อาวุธสังหารได้ ข้าจักให้เ้าใช้ลมปราณควบคุมใบไม้พวกนี้“
“……”
หลังจากนั้นท่านอาจารย์ของเย่วซินใช้ลมปราณบังคับใบไม้ที่อยู่รอบๆตัว แล้วบังคับใบไม้จำนวนหนึ่งพุ่งไปยังก้อนหินตรงหน้า หินก้อนนั้นะเิเป็ผุยผง ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของเยว่ซินทำให้เขาชะงัก แค่ใบไม้ไม่กี่ใบยังทำให้หินแตกได้ขนาดนี้ ถ้าหากทั้งหมดเล่า ไม่อยากจะคิด ซ้ำใบไม้พวกนี้ยังใช้เป็เกราะป้องกันดีๆได้อีกด้วย
“เห็นจึงพลังที่แท้จริงของมันหรือยัง”ชายชราระบายยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“หะ…เห็นแล้วขอรับอาจารย์..” เยว่ซินทำได้เพียงแค่พยักหน้าคล้อยตามเท่านั้น
“เอาล่ะเรามาฝึกกันเกิด..”
“ขอรับท่านอาจารย์ “ เยว่ซินตอบรับและทำตามอย่างว่าง่าย
ท่านอาจารย์ให้เยว่ซินลองบังคับใบไม้ให้ลอยขึ้น จากหนึ่งใบ เป็สิบใบ เป็หนึ่งร้อยใบ เป็หนึ่งพันใบ เป็หนึ่งหมื่นใบ เป็หนึ่งแสนใบตามลำดับ แค่ไม่กี่ใบก็ทำเยว่ซินเหงื่อตกกันเลยที่เดียว เพราะการบังคับใบไม้แต่ละใบนั้นต้องมีสมาธิที่สูงมาก การฝึกยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ไม่รบเร้าเร่งรีบแต่อย่างใด
ตู้มมมม
ตู้มมมม
ตู้มมมม
ตู้มมมม
เสียงะเิของก้อนหินแตกละเอียดเป็ผุยผง หลังจากที่เยว่ซินบังคับใบไม้ได้ลื่นไหลดุจสายน้ำ