คฤหาสน์ออร์บิสพรีมัสที่เคยอบอุ่น บัดนี้กลับปกคลุมไปด้วยบรรยากาศอันหนักอึ้ง หลังจากเหตุการณ์ที่โกดังร้าง ฮารุถูกพาตัวกลับมาที่นี่ทันที ร่างกายของเขาได้รับการดูแลโดยทีมแพทย์ประจำตระกูล แต่าแทางกายนั้นเทียบไม่ได้เลยกับาแในใจที่กำลังฉีกขาด
วูล์ฟเป็คนแรกที่เข้ามารับหน้าที่ดูแลฮารุอย่างใกล้ชิด ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยและอ่อนโยนผิดกับบุคลิกที่เคยดูแข็งกร้าว เขานั่งลงข้างเตียงที่ฮารุนอนอยู่ มือหนาลูบศีรษะที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาของเด็กน้อยอย่างปลอบโยน
ฮารุยังคงตัวสั่นเทา ดวงตาของเขาเหม่อลอย จ้องมองเพดานอย่างว่างเปล่า ภาพของไนล์ที่ยิ้มเยาะอย่างเ็า และคำพูดที่ว่า ‘นายก็แค่หมากตัวหนึ่งในเกมของฉัน’ ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา
“ฮารุ… นายปลอดภัยแล้วนะ” วูล์ฟเอ่ยเสียงแ่ พยายามหาคำพูดปลอบใจ “ไม่เป็ไรแล้ว”
แต่ฮารุไม่ได้ตอบ เขาเพียงแค่สะอื้นไห้เงียบๆ น้ำตาไหลรินไม่หยุด ความรู้สึกสับสน ปวดร้าว และผิดหวังถาโถมเข้ามาจนแทบหายใจไม่ออก คนที่เขารักและไว้ใจที่สุดกลับกลายเป็คนทรยศ คนที่เคยยิ้มให้เขาอย่างสดใสกลับกลายเป็ปีศาจที่หลอกลวงเขามาตลอด
“ทำไม… ทำไมไนล์ถึงทำแบบนี้” ฮารุเอ่ยขึ้นในที่สุด เสียงของเขาแหบแห้งจนแทบไม่ได้ยิน “เขาหลอกผมมาตลอดเลยเหรอ… ทุกอย่าง… ทุกอย่างที่เขาทำ… มันคือการแสดงเหรอ”
วูล์ฟมองฮารุด้วยความเวทนา เขาก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าทำไมคนอย่างไนล์ถึงได้ทำเื่เลวร้ายขนาดนี้ได้ แต่มันก็เป็ความจริงที่โหดร้ายที่ฮารุต้องเผชิญ
“ไม่… ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกฮารุ” วูล์ฟพยายามหาคำพูดที่ปลอบโยน “บางที…บางทีเขาอาจจะมีเหตุผลบางอย่าง”
แต่ฮารุส่ายหน้าอย่างแรง “ไม่! ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องทำร้ายพี่แบบนี้ ไนล์มันเป็คนใจร้าย ฮึก ผมเกลียดมัน”
วูล์ฟดึงฮารุเข้ามากอดแน่น เขารู้ว่าตอนนี้คำปลอบใจใดๆก็คงไม่สามารถเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำของเด็กน้อยได้ สิ่งที่เขาทำได้คืออยู่เคียงข้างฮารุ ปล่อยให้ฮารุได้ระบายความรู้สึกออกมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็ความโกรธ ความเสียใจ หรือความผิดหวัง เขารู้ดีว่าฮารุเป็เหมือนน้องชายคนเล็กที่พวกเขาต้องคอยปกป้อง และหัวใจของวูล์ฟนั้นยังคงมุ่งไปที่ ซากิ ผู้ที่ยังคงหายสาบสูญ
ตลอดทั้งคืนนั้นวูล์ฟไม่ได้ห่างจากฮารุเลย เขานั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงคอยเช็ดน้ำตาให้และพูดคุยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาเล่าเื่ราวตลกๆบ้าง หรือเื่ราวที่เคยผจญภัยกับเครอสและซากิ เพื่อพยายามดึงฮารุออกจากห้วงแห่งความมืดมิดนั้น แต่ในใจของวูล์ฟเองกลับเต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจถึง ชะตากรรมของซากิ เขาภาวนาขอให้ซากิปลอดภัย
ฮารุหลับไปในอ้อมกอดของวูล์ฟในที่สุด แต่ใบหน้าของเขาก็ยังคงซีดเซียว และมีคราบน้ำตาเกรอะกรัง วูล์ฟมองดูฮารุที่หลับใหลอย่างสงบ ความรู้สึกเ็ปในใจของเขาไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย เขาจะไม่มีวันให้อภัยคนที่ทำร้ายเด็กน้อยที่บริสุทธิ์คนนี้ และยิ่งกว่านั้นคือคนที่กล้าแตะต้องซากิ ซึ่งเป็เหมือนเงาของเครอส และเป็เสาหลักสำคัญของตระกูลออร์บิส พรีมัส มันเป็การประกาศาอย่างชัดเจน และวูล์ฟก็พร้อมที่จะร่วมรบไปกับเครอสเพื่อทวงคืนซากิและล้างแค้นให้ถึงที่สุด
.
ภายในห้องประชุมลับของคฤหาสน์ออร์บิสพรีมัสเต็มไปด้วยความตึงเครียดและอึดอัดอย่างที่สุด การที่เครอสเรียกประชุมเร่งด่วนกับสี่ตระกูลใหญ่เช่นนี้ ย่อมไม่ใช่เื่เล็กน้อย
เครอสยืนอยู่หัวโต๊ะ ใบหน้าของเขาเรียบตึง ดวงตาฉายแววเ็าและอำมหิตอย่างเห็นได้ชัด แสงไฟจากโคมระย้าส่องกระทบใบหน้าคมคาย ทำให้ยิ่งดูน่าเกรงขามมากยิ่งขึ้น ที่โต๊ะประชุมนั้น มีตัวแทนจากทั้งสี่ตระกูลใหญ่เข้าร่วมพร้อมเพรียง
เครอสเปิดการประชุมด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก “วันนี้ที่ผมเรียกทุกคนมาประชุมอย่างเร่งด่วน ไม่ใช่เื่ของธุรกิจหรือข้อพิพาทใดๆ” เขาหยุดไปชั่วครู่ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วใบหน้าของผู้ร่วมประชุมทุกคน
“แต่เป็เื่ของบุคคลนิรนาม และการกระทำอันอุกอาจของมัน”
เขาเล่าเหตุการณ์ที่ซากิถูกจับตัวไปอย่างละเอียด ทุกคำพูดราวกับก้อนอิฐที่ตอกย้ำความเ็ปในใจของเขา และความโกรธแค้นที่อัดแน่นจนพร้อมจะะเิ “มันไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับการล่มสลายของตระกูลคุโรซากิ” เครอสกล่าวต่อ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเดือดดาลที่ปะทุขึ้น
“แต่มันยังกล้าแตะต้องคนของผม และมันได้ประกาศากับพวกเราอย่างโจ่งแจ้งแล้ว”
กาเบรียลผู้นำตระกูลซินเคลร์เอ่ยขึ้น “ข้อมูลจากโกดังร้างไม่พบหลักฐานใดๆ ที่บ่งชี้ถึงเส้นทางการหลบหนี หรือแม้แต่ร่องรอยของยานพาหนะที่ใช้ พวกมันจัดการทุกอย่างได้อย่างไร้ที่ติ เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น”
“นั่นหมายความว่าพวกมันมีทีมเก็บกวาดที่มืออาชีพอย่างมาก” วูล์ฟเสริม “และอาจมีการวางแผนล่วงหน้าไว้อย่างถี่ถ้วน”
“การที่พวกมันสามารถตัดขาดการสื่อสารของเราได้ทั้งหมดในชั่วพริบตา และลบทุกร่องรอยได้หมดจดขนาดนี้… แสดงว่าพวกมันมีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ากว่าที่เราเคยเจอมามาก” กาเบรียลกล่าวพลางขมวดคิ้ว
“หรืออาจจะได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานลับบางอย่างที่อยู่เหนือการควบคุมของเรา”
เครอสกำหมัดแน่นจนข้อกระดูกขาวโพลน “พวกมันไม่ยอมทิ้งแม้แต่เบาะแสเดียว” เสียงของเขาต่ำและแหบพร่าด้วยความโกรธ “แต่เราจะไม่มีทางยอมแพ้ พวกมันต้องทิ้งอะไรไว้บ้าง”
“การตามหาซากิจากร่องรอยทางกายภาพในตอนนี้คงเป็ไปได้ยาก เราต้องเปลี่ยนกลยุทธ์” ไครอนจากตระกูลอะธาบัสกาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุขุมจจริงจัง
“แล้วเราจะทำอย่างไร” ชาร์ล็อตถามขึ้น “จะให้เรานั่งอยู่เฉยๆ โดยไม่รู้ชะตากรรมหรือ?”
“แน่นอนว่าไม่” เครอสตอบ ดวงตาของเขาฉายแววเด็ดเดี่ยว
“เราจะใช้ทุกทรัพยากรที่เรามีค้นหามันให้เจอ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม”
เขาหันไปทางไซลาส “ใช้ทุกช่องทางที่เรามี แฮกระบบเครือข่ายทั้งหมดของพวกมัน ค้นหาความถี่ที่ใช้ในการสื่อสาร ค้นหารูปแบบการเคลื่อนไหว ทุกสิ่งอย่างที่เคยเชื่อมโยงกับบุคคลนิรนามและไนล์”
“วูล์ฟ นายไปประสานงานกับสายข่าวของเราทั้งหมด ดึงข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มลึกลับนี้ ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม”
“ไครอน ผมขอให้คุณและฟีนิกซ์ใช้เครือข่ายของตระกูลอะธาบัสกาในการตรวจสอบแหล่งเงินทุนและการเคลื่อนไหวทางการเงินที่ผิดปกติ พวกมันต้องมีแหล่งเงินทุนขนาดใหญ่ในการดำเนินงาน”
“อิซาเบล ชาร์ล็อต และพวกสองคนอองตวน เอเตียน” เครอสหันไปทางตระกูลวาลัวส์ “ผมขอให้พวกคุณใช้ช่องทางลับของตระกูลในการสืบหาข้อมูลในโลกใต้ดิน พวกมันอาจจะมีความสัมพันธ์กับกลุ่มก่อการร้าย หรือองค์กรอาชญากรรมระดับโลกที่เคยอยู่ในเงามืด”
“และเคนจิ” เครอสกล่าวต่อ “ฉันอยากให้นายเตรียมทีมปฏิบัติการพิเศษให้พร้อม สำหรับภารกิจช่วยเหลือและบุกโจมตีในยามจำเป็”
ทุกคนในห้องประชุมรับคำสั่งอย่างเคร่งครัด บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความตึงเครียด บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว พวกเขาทุกคนรู้ดีว่านี่คือการต่อสู้ครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของโลกใต้ดิน และเดิมพันในครั้งนี้คือชีวิตของซากิ และความมั่นคงของสี่ตระกูลใหญ่
เครอสยืนมองแผนที่โลกบนจอภาพ เขากำหมัดแน่น เขายังไม่มีทางรู้เลยว่าซากิถูกพาไปที่ไหน แต่เขาสาบานกับตัวเองว่าจะตามหาให้เจอ และจะทำให้พวกมันต้องชดใช้
.
[ซากิ]
แสงสลัวๆ ลอดผ่านช่องเล็กๆบนผนังคอนกรีต ปลุกซากิให้รู้สึกตัวอีกครั้ง ความเ็ปจากาแยังคงแล่นริ้วไปทั่วร่าง แต่กลับรู้สึกไม่รุนแรงเท่าเดิม เขาพบว่าตัวเองนอนอยู่บนพื้นเย็นเฉียบในห้องแคบๆ ที่ดูเหมือนคุกไม่มีผิด สิ่งเดียวที่พอจะให้ความสบายใจได้บ้างคือาแของเขาได้รับการทำความสะอาดและพันผ้าไว้อย่างดี เืหยุดไหลแล้ว และความเ็ปก็ลดลงเล็กน้อย
ที่นี่ที่ไหนกัน? คำถามนี้ผุดขึ้นมาในหัว ซากิพยายามสำรวจรอบๆแต่ก็พบเพียงผนังคอนกรีตเปลือยเปล่ากับความมืดมิดที่โอบล้อม เขาก้มมองแขนและขา ก็พบว่ายังคงถูกล่ามด้วยโซ่หนาตรึงไว้กับพื้น
ความกังวลและความสับสนถาโถมเข้าใส่ ความคิดแรกที่แล่นเข้ามาคือ ฮารุปลอดภัยหรือไม่? หนีไปได้รึเปล่านะ? ซากิได้แต่นั่งทบทวนเื่ราวต่างๆ คนเดียวในมุมมืด พยายามรวบรวมสติและปะติดปะต่อสิ่งที่เกิดขึ้น
แคร้ง!
เสียงประตูเหล็กถูกเปิดออกอย่างช้าๆ ทำให้ซากิเงยหน้าขึ้นมองด้วยความระแวง ร่างของชายหนุ่มวัยกลางคนผมสีบลอนด์อ่อน ปรากฏขึ้นที่ทางเข้า เขาสวมแว่นตา ดูสูงโปร่งและมีท่าทีใจดีอย่างน่าประหลาด ชายคนนั้นเดินตรงเข้ามาหาซากิ
“เป็ไงบ้าง” ชายตรงหน้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ที่นี่ที่ไหน” ซากิถามสิ่งที่ตนอยากรู้ทันที โดยไม่สนใจคำทักทายก่อนหน้านี้
“ส่วนหนึ่งในบราซิล”
คำตอบนั้นทำให้ซากิชะงัก บราซิลหรอ! แม่งเอ้ย! ซากิสบถในใจอย่างหงุดหงิด การถูกพาตัวข้ามทวีปหมายความว่าเขาอยู่ห่างจากเครอสและฮารุไกลแสนไกล และการหลบหนีก็แทบจะเป็ไปไม่ได้เลย
ส่วนผู้มาเยือนที่บอกว่าเป็หมอนั้น เขาก้มลงขออนุญาตดูแผลของซากิอย่างนุ่มนวล พร้อมกับถามอาการต่างๆ เช่น อาการเวียนหัว หรือความเ็ปที่ยังคงอยู่ หมอตรวจดูาแอย่างละเอียด พลางพยักหน้าเล็กน้อย
ก่อนที่หมอจะลุกขึ้นและเดินกลับไปที่ประตู เขาชะงักเล็กน้อย หันกลับมามองซากิ และกระซิบเสียงแ่เบาจนแทบจะไม่ได้ยิน “น้องชายนาย… เขาหนีไปได้ ฉันคิดว่าเขาน่าจะปลอดภัย”
คำพูดนั้นทำให้ซากิผ่อนคลายไปได้เปราะหนึ่ง ถึงแม้คำพูดของศัตรูจะไม่มีความน่าเชื่อถือ แต่กับคนนี้ซากิกลับรู้สึกแตกต่างออกไป แววตาของหมอคนนั้นไม่ได้มีความเหี้ยมเกรียมเหมือนคนอื่นๆ ที่เขาเคยเจอ
แต่แล้ว ก่อนที่หมอจะเดินออกไปเขากลับหยิบเข็มฉีดยาที่บรรจุของเหลวสีใสจำนวนหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ก้าวเข้ามาใกล้ซากิอีกครั้ง
“ขอโทษนะ” หมอเอ่ยเสียงแ่เบา ก่อนจะจิ้มเข็มลงบนต้นแขนของซากิอย่างรวดเร็ว ของเหลวสีใสถูกฉีดเข้าสู่กระแสเือย่างรวดเร็ว
ไม่นานนัก ซากิก็รู้สึกว่าภาพตรงหน้าของเขาเริ่มบิดเบี้ยวไปจากความเป็จริง สมองของเขาขาวโพลนไปหมด ความเ็ปจากาแดูเหมือนจะหายไปจนสิ้น จู่ๆก็มีความรู้สึกมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน มันเป็ความสุขที่ล้นปรี่ อิ่มเอม จนเขาควบคุมตัวเองไม่ได้