ตอนที่6 ผู้าุโโรงครัว
เมื่อโหวพั้งจื่อและศิษย์โรงครัวนำถาดอาหารยกไปให้ท่านเ้าสำนักและผู้าุโในห้องโถงทานอาหารของสำนัก
ในเวลานี้ท่านเ้าสำนักเพิ่งมาถึงพอดีและนั่งในตำแหน่งประธาน
ด้านล่างสองฝั่งซ้ายขวามีผู้าุโนั่งประจำที่ด้านละ3 คน
โดยที่ฝั่งซ้ายมือของเ้าสำนักมีที่นั่งว่างอยู่1 ที่และมีศิษย์ชายคนหนึ่งเดินมาเชิญหลิวเย่ไปนั่งในตำแหน่งนั้น
โหวพั้งจื่อเดินนำคนโรงครัวยกถาดอาหารเป็ชุดไปวางลงบนโต๊ะตรงหน้าของเ้าสำนักและผู้าุโทุกคน
ปรากฏว่ากลิ่นหอมของอาหารทำให้เ้าสำนักถามโหวพั้งจื่อด้วยความแปลกใจว่า
“พั้งจื่อวันนี้เ้าทำอาหารใด? ทำไมถึงมีกลิ่นหอมแตกต่างจากทุกวัน?”
“เรียนท่านเ้าสำนักอาหารคล้ายกับทุกวันแต่ที่แตกต่างคือโรงครัวได้เติมผงปรุงรส์จากท่านผู้าุโหลิวให้มา
ขอรับ” โหวพั้งจื่อรายงานเ้าสำนักตามจริง
“หือผงปรุงรส์เช่นนั้นหรือ?”
จ้าวตงทำหน้าประหลาดใจและก้มลงสูดดมอาหารตรงหน้าที่คนโรงครัวนำมาวางไว้ด้วยความรู้สึกสงสัย
เมื่อตรวจพบว่าไม่มียาพิษเจือปนจึงยกชามน้ำซุปจรดริมฝีปากและชิมอึกหนึ่ง
พลันจ้าวตงมีสีหน้าตื่นเต้นยินดีและส่งเสียงครางอย่างพอใจ“อื้ม! อร่อยจริงๆ เยี่ยมมาก”
เมื่อผู้าุโเห็นท่าทางของเ้าสำนักพึงพอใจรสชาติอาหารเช่นนั้น
พวกเขาต่างหยิบตะเกียบชิมผัดผักและแพะย่างและยกชามน้ำซุปทานเช่นกัน
จากนั้นทุกคนหลับตาพริ้มและเคี้ยวช้าๆอย่างมีความสุขเหมือนกำลังดื่มด่ำในรสชาติแสนอร่อย
“เอื๊อก”โหวพั้งจื่อกลืนน้ำลายด้วยความอยากอาหารที่เห็นท่าทางของเ้าสำนักและผู้าุโ
โดยแต่ละคนล้วนมีท่าทางพึงพอใจและส่งเสียงแ่เบาในลำคออย่างประทับใจรสชาติอาหารนั้น
ด้านหลิวเย่ที่เห็นอากัปกิริยาของเ้าสำนักและผู้าุโทุกคน
เขาส่ายหัวเบาๆอย่างเข้าใจเพราะตนเคยมีท่าทางเคลิบเคลิ้มเช่นนั้นมาก่อน
เขาจึงทานอาหารเงียบๆอยู่อีกด้าน
จ้าวตงลืมตาขึ้นมาหลังจากดื่มน้ำซุปไปอีกหลายคำและพูดขึ้นกับผู้าุโคนอื่นอย่างพึงพอใจว่า
“ข้าตัดสินที่ใจมอบตำแหน่งผู้าุโโรงครัวให้กับหลิวเย่ทุกคนเห็นว่าอย่างไร?”
ผู้าุโอีกห้าคนที่ได้ลิ้มลองรสชาติอาหารซึ่งปรุงด้วยผงปรุงรส์ต่างพยักหน้าและกล่าวสนับสนุนเ้าสำนัก
“ข้าเห็นด้วยขอรับท่านเ้าสำนัก”
“ข้าเห็นด้วยเ้าค่ะท่านเ้าสำนัก”
จ้าวตงพยักหน้าอย่างพอใจที่ผู้าุโทุกคนมีมติเป็เอกฉันท์ที่จะมอบตำแหน่งและหน้าที่ประจำให้หลิวเย่
เขาจึงประกาศออกมาอย่างฮึกเหิมและกดข่มอาณาจักรอื่นโดยตรงว่า
“เช่นนั้นมอบตำแหน่งผู้าุโโรงครัวให้กับหลิวเย่ส่วนผู้าุโเผิงให้รับผิดชอบงานดูแลทั่วไปของอาณาจักรเซียนเทียน
ผู้าุโหลงให้ป่าวประกาศและส่งข่าวแจ้งอาณาจักรอื่นด้วยว่าเวลานี้สำนักเหมันต์แห่งอาณาจักรเซียนเทียนมีผู้าุโ
แกนเทพระดับต้นเพิ่มอีกหนึ่งคนแล้ว”
ผู้าุโคนอื่นต่างตื่นเต้นยินดีที่อาณาจักรเซียนเทียนมีความแข็งแกร่งเหนืออาณาจักรอื่นจึงยิ้มกว้างกันทุกคน
ผู้าุโหลงกล่าวรับคำสั่งเ้าสำนักอย่างยินดี“รับคำสั่งท่านเ้าสำนัก”
หลิวเย่กลอกตาไปมาอย่างไม่พอใจเท่าใดนักแต่ในเวลานี้เขายังไม่กล้าขัดคำสั่งของเ้าสำนักโดยตรง
เพราะเกรงกลัวในความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าของเ้าสำนักและผู้าุโอีกหลายคน
จึงรับคำอย่างจำยอมว่า“รับคำสั่งท่านเ้าสำนัก”
ด้านผู้าุโเผิงที่นั่งอยู่ข้างหลิวเย่ได้หันหน้ามาพูดคุยกับหลิวเย่อย่างอารมณ์ดีและคาดหวังว่า
“เสี่ยวเย่เ้าไม่คงลำบากเกินไปนักที่จะทำให้อาหารทุกมื้อมีรสชาติที่ดีเช่นนี้กระมัง”
“ไม่ลำบากขอรับ”หลิวเย่รับคำอย่างสบายใจ
นั่นเป็เพราะว่าเขามีผงปรุงรส์และใบเว่ยมากพอในมิติพื้นที่ซึ่งสามารถใช้ได้อีกเป็ปี
แต่คงต้องหาใบเว่ยที่อยู่ในโลกนี้เพื่อบอกสูตรการทำผงปรุงรส์ให้กับโหวพั้งจื่อและคนอื่นๆของโรงครัว
โชคดีที่ผู้คนที่นี่ทานอาหารหลักแค่วันละสองมื้อเท่านั้น
นั่นคือมื้อสายและมื้อเย็น โดยมีอาหารว่างระหว่างมื้ออีกสองมื้อ
ในมื้อเช้าก่อนทานอาหารหลักเช้าจะเป็แป้งนึ่งกับน้ำชา
ส่วนมื้อบ่ายก่อนทานอาหารเย็นจะเป็ขนมหรือของหวานกับน้ำผลไม้
ซึ่งหลิวเย่ได้ชิมขนมจากโรงครัวมาบ้างแล้วและพบว่ามีรสชาติใช้ได้ทีเดียว
..........
หลังจากเ้าสำนักและผู้าุโทั้ง5 คนทานอาหารอิ่มแล้ว
เ้าสำนักสั่งให้หลิวเย่ไปสังเกตการประลองคัดเลือกศิษย์สายนอกต่อครู่หนึ่ง
หลิวเย่เข้าใจถึงความแตกต่างของเสื้อผ้าศิษย์สำนักเหมันต์ในเวลานี้
ศิษย์สวมชุดสีดำจะเป็ศิษย์สายนอกที่มีเพิงพักอยู่เชิงเขาแต่ละยอดเขา
ส่วนศิษย์สวมชุดสีขาวจะเป็ศิษย์สายในที่มีบ้านพักเป็หลังๆอยู่เรียงรายตามเนินเขาแต่ละยอดเขา
ยอดเขามีทั้งหมด7 ยอด
โดยยอดสูงที่สุดซึ่งสูงเสียดฟ้าอยู่เทียมก้อนเมฆเป็ยอดเขาของเ้าสำนักเหมันต์ชื่อยอดเขากวนเหลียว
ซึ่งอยู่ด้านทิศเหนือสุดใกล้กับทะเลถูจ่ายทะเลที่เป็เขตชายแดนระหว่างสามอาณาจักร
ยอดเขาอีก 6ลูกจะสูงไล่เลี่ยกันอยู่เรียงลำดับลงมาจากทางทิศเหนือสู่ทิศใต้
ยอดเขาใกล้กับยอดเขาสูงเป็ยอดเขาที่ปกครองโดยผู้าุโซูซูจ้าวฉือ ผู้าุโด้านการต่อสู้
ยอดเขาถัดลงมาเป็ยอดเขาที่ปกครองโดยผู้าุโเชาเชาชุ่ยซิง ผู้าุโด้านศาสตราวุธ
ยอดเขาถัดลงมาเป็ยอดเขาที่ปกครองโดยผู้าุโเพ่ยเพ่ยฮวา ผู้าุโด้านการปรุงยา
ยอดเขาถัดลงมาเป็ยอดเขาที่ปกครองโดยผู้าุโหลงหลงหูผาน ผู้าุโด้านการบริหาร
ยอดเขาถัดลงมาเป็ยอดเขาที่ปกครองโดยผู้าุโเผิงเผิงอ้าว ผู้าุโด้านจัดการทั่วไป
และยอดเขาที่เตี้ยที่สุดเป็ยอดเขารกร้างซึ่งจะปกครองโดยผู้าุโหลิวหลิวเย่ ผู้าุโด้านโรงครัว
เวลานี้หลิวเย่ยืนอยู่บนยอดเขาที่เป็เนินเตี้ยๆและมีต้นไม้รกครึ้มล้อมรอบพลางถอนหายใจอย่างจำยอม
และบ่นพึมพำกับตัวเองว่า“ผู้าุโเผิงให้เราสร้างและจัดทำที่พักได้ตามใจชอบงั้นเหรอ?”
หลิวเย่ยิ้มอย่างขมขื่นที่พบว่าตนเองต้องมานั่งสร้างที่พักอาศัยเอง
ถึงแม้ว่าที่โลกนี้จะมีพลังฉีเข้มข้นและเขาสามารถใช้พลังปราณได้อย่างสบายใจและฟุ่มเฟือย
แต่ทว่าความี้เีในบางเื่ยังคงมีอยู่ในตัว
“ยังดีที่เรามีแรงส์ติดตัวมาด้วย”หลิวเย่ยิ้มได้อยู่บ้างเมื่อนึกถึงตัวช่วยสุดล้ำยุค
เขาหยิบแรงส์ออกมาคราวเดียวห้าตัวจากมิติพื้นที่ซึ่งนำมาจากโลกโบราณที่เป็แรงส์ใช้ขุดแร่ASM
แล้วบันทึกคำสั่งใหม่เพื่อสร้างบ้านและห้องใต้ดินเฉพาะขึ้นมาโดยสร้างอาคารตามแบบคฤหาสน์ของโลกโบราณ
“คราวนี้แหละพวกท่านทั้งหลายจะต้องตะลึงในความสวยงามของบ้านข้า”
หลิวเย่ยกยิ้มอย่างพอใจและปล่อยให้แรงส์ทั้งห้าตัวทำงานของมันไป
ส่วนเขาช่วยปรับปรุงบริเวณโดยรอบของสถานที่ที่จะสร้างอาคารที่พักของตนเองเพื่อความรวดเร็วขึ้นมาก่อน
“บู๊ม บู๊ม บู๊มตุ๊บตุ๊บ” เขาโบกมือทำลายต้นไม้บางส่วนและก้อนหินขนาดใหญ่
ก่อนที่จะใช้พลังปราณส่งหินก้อนน้อยใหญ่ไปวางกองรวมกันเพื่อให้แรงส์จัดเรียงก้อนหินสร้างเป็อาคารที่พัก
“พวกเ้าสร้างที่พักให้ข้าสวยๆล่ะ”หลิวเย่ะโสั่งแรงส์เหมือนกับว่ามันรู้เื่
จากนั้นเขาบินตรงไปโรงครัวเพื่อจัดระเบียบการจัดหาวัตถุดิบและปรุงอาหารสำหรับเ้าสำนักผู้าุโ และศิษย์สายใน
เมื่อมาถึงลานประชุมของโรงครัวที่มีคนโรงครัวทั้งชายหญิงจำนวน100 คนและหนึ่งในนั้นคือ โหวพั้งจื่อ
เขาทำหน้าที่เป็ผู้จัดการโรงครัวและทำตามคำสั่งของผู้าุโเผิงอ้าว
แต่เวลานี้มีหลิวเย่มาทำหน้าที่เป็ผู้าุโโรงครัวแทนผู้าุโเผิง
ดังนั้นเขาจึงเรียกรวมตัวคนโรงครัวทั้งหมดเพื่อต้อนรับและรอรับคำสั่งของหลิวเย่อยู่อย่างกระวนกระวายใจ
เมื่อเห็นหลิวเย่มาถึงจึงปราดเข้าไปทักทายและรายงานผลงานเบื้องต้นอย่างนอบน้อม
“ทำความเคารพผู้าุโหลิว”
“ทำความเคารพผู้าุโหลิว”คนโรงครัวทั้งหนึ่งร้อยคนขานเรียกหลิวเย่เสียงดังลั่น
“ตามสบาย”หลิวเย่พยักหน้ารับรู้และโบกมือสั่งให้ทุกคนนั่งตามสบายไปก่อนขณะรับฟังรายงานจากโหวพั้งจื่อ
“ผู้าุโหลิวเวลานี้โรงครัวสำนักเหมันต์มีคนอยู่ 100 คนรวมกับข้าน้อยด้วยพวกเราปกติจะแบ่งหน้าที่กันทำอาหารว่าง
มื้อเช้าและบ่าย อาหารหลักมื้อเช้าและเย็นโดยรับหลันจากผู้าุโเผิงเดือนละ 60 หลันเพื่อจัดซื้ออาหารสำหรับเ้า
สำนัก ผู้าุโทั้ง6 คน และเฉพาะอาหารมื้อหลักสองมื้อของศิษย์สายในอีก 300 คนที่ผ่านมาหลันมีพอใช้แบบจำกัด
ขอรับ”โหวพั้งจื่อถอนหายใจเล็กน้อยที่งบประมาณมีอย่างจำกัด
“รายได้ของสำนักมาจากที่ใดบ้าง?” หลิวเย่ถามอย่างสงสัยเพราะยังไม่มีผู้าุโคนใดพูดรายละเอียดให้เขาฟัง
“เรียนผู้าุโหลิวตามตรงรายได้มาจากค่าสมัครคัดเลือกศิษย์สายนอกปีละครั้งขายยาสมุนไพรที่ปรุงโดยผู้าุโเพ่ย
ขายอาวุธที่จัดทำโดยผู้าุโเชาและภาษีจากแต่ละหัวเมืองที่เก็บจากตัวแทนศิษย์สายในของผู้าุโหลงขอรับ” โหว
พั้งจื่อกล่าวรายงานตามตรง
“เข้าใจแล้วรายได้จากที่ใดมีมากที่สุด?”หลิวเย่ถามเพิ่มเติม
“รายได้จากภาษีแต่ละหัวเมืองขอรับส่วนต่ำสุดก็เป็การขายยาสมุนไพรขอรับ”
โหวพั้งจื่อตอบเสียงเบาคล้ายกลัวความผิด
“หือยาสมุนไพรงั้นหรือ?”หลิวเย่อุทานอย่างแปลกใจที่พบว่ายาสมุนไพรต่ำที่สุด
ความจริงเขาคิดว่าน่าจะเป็ค่าสมัครคัดเลือกศิษย์สายนอกมากกว่า
หลิวเย่ลูบคางครุ่นคิดอยู่เงียบๆคนเดียวครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจถามเพิ่มเติมในสิ่งที่สงสัยว่า
“ปกติยาสมุนไพรของสำนักเราจะจำหน่ายให้ใครและจำหน่ายที่ไหน?”
“ยาสมุนไพรจำหน่ายโดยศิษย์สายในที่ไปฝากขายในร้านขายยาของสำนักที่มีอยู่ประจำในหัวเมืองใหญ่ๆขอรับ”
“แสดงว่ายาขายไม่ดีเหรอ?”หลิวเย่ยังงุนงงเช่นเดิมเพราะไม่สามารถหาจุดเชื่อมเพื่อบอกข้อบกพร่องได้
“ไม่ใช่เช่นนั้นหรอกขอรับเป็เพราะว่ามียาจากอาณาจักรอื่นมาขายเช่นกันและราคาถูกกว่าของพวกเรามาก”
โหวพั้งจื่อเฉลยสิ่งที่หลิวเย่สงสัยทำให้เขาพยักหน้าร้องอ๋อในใจ
“เข้าใจแล้วเช่นนั้นเ้าเคยเห็นใบเว่ยนี่จากที่ใดหรือ?”
หลิวเย่ปล่อยผ่านเื่รายได้ของสำนักและถามเื่ใบเว่ยโดยตรงเพราะเขาจำคำพูดของพั้งจื่อที่พึมพำได้ชัดเจน
“ข้ายังนึกไม่ออกเลยขอรับ”โหวพั้งจื่อทำหน้าเศร้าและตอบหลิวเย่ตามจริง
หลิวเย่ส่ายหัวเบาๆแล้วส่งภาพใบเว่ยตรงเข้าจิติญญาของทุกคนในโรงครัว
พลันมีเสียงของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นมาอย่างตื่นเต้นยินดีว่า“ข้านึกออกแล้วว่าเคยเห็นใบเค่อชุ่ยนี่ที่ไหน?”
“อ๊า!ใช่แล้วมันชื่อว่าใบเค่อชุ่ยนี่เอง”โหวพั้งจื่อตบหน้าผากตัวเองทันทีที่ได้ยินเสียงลูกน้องตนเองพูดขึ้นมา
“อ้อชื่อมันต่างกัน” หลิวเย่พยักหน้าอย่างเข้าใจแต่เขายัง้าพิสูจน์ว่าใช่พืชชนิดเดียวกันจริงหรือไม่
“มันอยู่ไกลหรือไม่ถ้าไม่เ้าจงไปนำมาให้ข้าดูสิ”หลิวเย่ชี้นิ้วออกคำสั่งตรงไปยังชายหนุ่มคนนั้นทันที
“เอ่อขออภัยขอรับท่านผู้าุโหลิว มันอยู่แถวบ้านข้าน้อยทางตอนใต้น่ะขอรับ” เริ่นซิวซ่านตอบอย่างลำบากใจ
“ใช่ขอรับมันมีอยู่มากทางตอนใต้ซึ่งพวกเราต้องใช้เวลาเดินทางไปกลับอย่างน้อยสามถึงสี่วันขอรับ”
โหวพั้งจื่อตอบยืนยันคำพูดของชายหนุ่มคนนั้น
“มันอยู่ที่เมืองใดหรือ?” หลิวเย่้าพิสูจน์ในเวลานี้จึงถามโดยตรง
“ในป่าแถบเมืองหยงกันขอรับ”ชายหนุ่มตอบขึ้นมาอย่างมั่นใจ
“หือเมืองหยงกัน?”หลิวเย่ประหลาดใจที่เขาไม่เคยสังเกตสภาพแวดล้อมในป่ารอบเมืองหยงกัน
นั่นเป็เพราะว่าเขาให้ความสนใจเื่คนและสัตว์มากกว่าพืชไม้ใบหญ้า
ทำให้เขาละเลยเื่ใบเว่ยไปโดยสิ้นเชิง
“เข้าใจแล้วเช่นนั้นพวกเ้าเตรียมทำอาหารเย็นกันเถิด ข้าจะให้ผงปรุงรส์เพิ่มไม่จำเป็ต้องใส่มากนัก”
หลิวเย่พยักหน้าเข้าใจและบอกภารกิจเดิมที่แต่ละคนควรทำ
พร้อมทั้งหยิบโถปรุงรส์โถใหญ่ออกมาจากมิติพื้นที่และมอบให้กับโหวพั้งจื่อโดยตรง
“พั้งจื่อเ้าทำหน้าที่เดิมที่เคยไปทำก่อนแล้วกันหากจะปรับเปลี่ยนอะไรแล้วข้าจะบอกเ้าอีกที”
หลิวเย่สั่งและมอบหมายงานให้กับผู้ช่วยของตนเอง
“ขอรับผู้าุโหลิว”โหวพั้งจื่อยิ้มรับอย่างยินดีที่หลิวเย่ไม่ได้ปลดคนหรือปรับเปลี่ยนตำแหน่งอะไรในโรงครัว
อันที่จริงเขาไม่รู้ว่าในใจของหลิวเย่นั้นเขาไม่ได้้าอยู่บนโลกนี้นานเกินไป
เพราะภารกิจหลักของเขาคือหาประตูเวลาหรือช่องทางอื่นใดเพื่อเดินทางตามหาแหล่งที่อยู่ของอาจารย์
นั่นต่างหากคือภารกิจที่แท้จริงของเขา
จากนั้นหลิวเย่บินกลับไปดูการก่อสร้างบ้านพักซึ่งแรงส์ทำหน้าที่ได้ดี
โดยมันกำลังก่อสร้างได้มากกว่าห้าส่วนซึ่งเป็แบบคฤหาสน์ที่สวยงามจากโลกโบราณ
“ฝีมือพวกแรงส์นี่ยอดเยี่ยมจริงๆสมกับเป็หุ่นยนต์ที่ล้ำยุคของพวกสมาพันธ์แห่งดวงดาว”
หลิวเย่พึมพำเบาๆกับตัวเองอย่างพึงพอใจ
เมื่อเห็นว่าแรงส์ทำงานได้เป็อย่างดี
เขาจึงบินกลับไปตรวจสอบอาหารในโรงครัวที่กำลังปรุงสำหรับมื้อเย็นพลางคิดในใจอย่างจริงจังว่า
“เห็นที่ต้องหาทางไปหอตำราให้เร็วที่สุดจะมัวแต่ทำงานในโรงครัวแบบนี้ตลอดไปไม่ได้”
หลิวเย่มาถึงโรงครัวและเดินตรวจสอบการทำอาหารของคนโรงครัว
ซึ่งมีศิษย์สายนอกชุดดำจำนวนยี่สิบคนมาเป็ลูกมือของคนโรงครัว
ทุกคนต่างทักทายทำความเคารพเขาเป็ระยะ