19
เธอสองคนคบกันไม่ใช่หรอ?
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป เต้ได้เตรียมตัวเตรียมสอบวัดผลระดับชาติทั้งอาทิตย์ วิชาที่น่าหนักใจที่สุดสำหรับเขาคือ วิชาสังคมศึกษา เพราะมันเป็วิชาท่องจำ และข้อสอบก็ออกแบบ Around the world (รอบโลก) ซะด้วย
และเมื่อวันสอบวัดผลระดับชาติวันแรกมาถึง เต้ต้องนั่งรถไปกับโรงเรียนเพื่อที่จะไปสอบ เพราะศูนย์สอบนั้นอยู่ที่โรงเรียนอื่นต่างอำเภอ โดยการสอบนั้นจัดสอบทั้งหมด 2 วัน คนที่บ้านรวยหน่อยก็อาจจะไปนอนที่อำเภอนั้นเลย แต่เขาไม่ล่ะ แค่นั่งไป 1 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว ไม่จำเป็ต้องค้างเลย
เด็กมัธยมปี 3 ทั้งหมดนั่งอัดกันในรถสองแถวขนาดใหญ่ 2 คัน มีบางส่วนที่พ่อแม่ไปส่งเอง แต่ส่วนมากแล้วไปกับรถของโรงเรียน โมเองก็เช่นกัน แม้ว่าจะมีคนชวนเธอให้ไปนั่งด้วยกัน แต่เธอนั้นปฏิเสธ และเลือกที่จะไปนั่งรถคันเดียวกับผู้ชายที่เธอชอบ ซึ่งตอนนี้เธอก็กำลังนั่งแอบมองเต้ด้วยท่าทีเขินอาย
“เต้ไม่ข้างนั่งโมหรอ” เพื่อนผู้หญิงในห้องของเต้คนหนึ่งแซวขึ้น
ทำให้เพื่อนผู้หญิงคนอื่นๆหูผึ่ง และคอยดูปฏิกิริยาของคู่นี้
โมนั้นนั่งก้มหน้าลงพลางลอบยิ้ม ข่าวเื่เธอกับเต้คงไปถึงห้องของเต้แล้วเป็แน่
เต้ทำหน้างง เขาเงยหน้าขึ้นมอง ถึงได้เห็นว่าเธอนั้นนั่งอยู่ตรงข้ามกับเขาด้วยท่าทีที่เขินอายอย่างมาก เธอนั่งกำมือตัวเอง พร้อมกับก้มหน้าลงเล็กๆ ท่าทางดูคล้ายกับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่น่าทะนุถนอม
จู่ๆเต้ก็นึกย้อนไปถึงวันนั้นที่เพื่อนของเธอยกไม้ยกมือแซวเธอกับเขา เต้จึงถึงบางอ้อ นี่เขาตกเป็ข่าวรักๆใคร่ๆกับเด็กอายุ 15 งั้นหรอ? ขนแขนของเขาลุกขึ้นพรึ่บ
ในใจของเขาปฏิเสธทันที จะเป็ใครก็ได้แต่ต้องไม่ใช่เด็กคนนี้! เด็กที่อายุแค่ 15 แต่เสแสร้งเยอะขนาดนั้น ทำเอาท้องของเขาพะอืดพะอมไปด้วย
“นั่งทำไม” เต้รีบตอบกลับไป 3 คำ โมที่ได้ยินคำตอบอย่างนั้นก็หุบยิ้มลงทันที
เพื่อนผู้หญิงในห้องของเต้คนนั้นเห็นท่าทีของโมแล้ว ก็ยิ่งสุมไฟเข้าไป เธอน่ะเกลียดนักกับท่าทีคุณหนูของหล่อน!
“อ้าว ก็เธอสองคนคบกันไม่ใช่หรอ!?” เพื่อนผู้หญิงคนนั้นพูดขึ้นเสียงดัง
“คบก็บ้าละ” เต้ขมวดคิ้วแล้วตอบอย่างรวดเร็ว โมแทบจะเปิดปากพูดแก้ตัวไม่ทัน
“ชะ..ใช่ จะคบกันได้ยังไง เข้าใจผิดกันไปหมดแล้ว เต้แค่เคยมาคุยกับเรา แต่เราไม่ได้คบกับเต้” เธอว่า พลางสะกิดเพื่อนข้างๆ ให้ช่วย
“คงจะลือมาจากตอนที่เต้ไปชวนโมคุยแหละ แต่ที่จริงแล้วสองคนนี้ไม่ได้คบกันหรอกนะ” เพื่อนของโมพูดปกป้อง
เต้เห็นพวกเธอพูดอย่างนั้นก็เริ่มตอบกลับด้วยเสียงนิ่งๆ
“พวกเธอตั้งใจเรียนกันให้เยอะๆหน่อยนะ จะได้ไม่คิดฟุ้งซ่านแบบนี้”
ทันทีที่เต้พูดจบ ทั้งรถก็ดูเหมือนจะเงียบไป หากเป็ผู้หญิงพูดคงจะไม่เท่าไหร่ แต่พอผู้ชายอย่างเต้ ที่อยู่ห้องม. 3/6 ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็ห้องที่รวมคนไม่เก่งเอาไว้เป็คนพูดออกมาว่าให้ตั้งใจเรียน กลับทำให้คำพูดนี้ดูแรงขึ้นเป็เท่าตัว
“นี่นายพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง!!” เพื่อนของโมะโขึ้นเสียงดัง
“ก็ตามนั้นแหละ พักซะบ้างนะเื่รักๆใคร่ๆ ไร้สาระ เป็เด็กนักเรียนก็เอาเวลาไปเรียนเถอะ” เต้พูดขึ้นเหมือนผู้ใหญ่ที่กำลังสั่งสอนเด็ก ก่อนจะปรายตามองไปที่โมแล้วพูดขึ้นว่า
“ส่วนเธอก็เลิกเข้ามาทักได้ละ ตอนนี้เราไม่ชอบเธอ อดีตเราก็ไม่เคยชอบเธอ”
บูม!
เต้ทิ้งะเิลูกใหญ่ไว้ ทั้งรถเงียบสงัด ส่วนโมนั้นก็นั่งหน้าซีด มือกำกระโปรงแน่นจนยับไปหมด
เธอพูดไม่ออก
ทั้งคันรถต่างจับจ้องมาที่โม ใบหน้าของเธอแข็งทื่อ ความรู้สึกคับข้องใจจุกอยู่ที่อก จะโวยวายก็ไม่ได้ จะพูดอะไรก็ไม่ได้! น้ำตาแห่งความคับข้องใจเริ่มปริ่มออกมา แน่นอนว่าความรู้สึกของโมที่มีต่อเต้นั้นได้ติดลบไปแล้ว จะให้เธอชอบต่อไปได้ยังไงในเมื่อเขาหักหน้าเธอขนาดนี้ จากความรู้สึกชอบ ก็กลายเป็เกลียดทันที
ก็อย่างที่ใครๆเขาว่าไว้ ความรู้สึกของวัยรุ่นนั้นมาเร็วไปเร็วเสมอ
“พูดอย่างนี้ได้ยังไง เป็ลูกผู้ชายรึเปล่าเนี่ย!” เพื่อนอีกคนของโมร้องะโขึ้นด้วยท่าทีที่ดูเป็ห่วงเพื่อน
ถึงแม้ว่าขณะที่อยู่ที่บ้าน โมจะทำตัวอย่างนั้น แต่ที่โรงเรียนเธอกลับเป็ที่รักใคร่ของเพื่อนในห้อง เพราะด้วยหน้าตา ความฉลาด และท่าทางอ่อนโยนที่เธอแสดงออกที่โรงเรียนนั้นเรียกได้ว่า เพอร์เฟ็คเหมือนกับเด็กสาวในเมือง จึงไม่แปลกเลยที่เมื่อเธอโดนต่อว่า เพื่อนผู้หญิงในห้องจะลุกขึ้นมาช่วยปกป้องเธอ ที่เปรียบเสมือนคนที่เชิดหน้าชูตาของห้องม.3/1!
“ทำไมล่ะพูดไม่ได้หรอ?” เต้ถามนิ่งๆ แต่ในใจของเขาอยากจะลุกขึ้นแล้วตีมือพวกหล่อนสักคนละทีสองที
“เออ!!!ไม่ให้เกียรติผู้หญิงเลย!” เพื่อนของโมะโขึ้นมาอย่างไม่ลดละ
“ไอ้หน้าตัวเมียเอ้ย” เสียงด่าจากฝั่งตรงข้ามดังขึ้นมาเบาๆ เต้หันขวับมองหาต้นตอของคำด่านี้ ก่อนจะเห็นเด็กผู้หญิงผมสั้น ตัดหน้าม้าคนหนึ่ง นั่งใกล้ๆกับโมมองมาที่เขาด้วยแววตาเกลียดชัง
“หน้าตัวเมีย?” เต้ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่เด็กผู้หญิงคนนั้น คำที่ด่าเมื่อกี้ช่างแรงเกินไปสำหรับเขาจริงๆ สีหน้าแววตาของเต้เริ่มฉายแววความโกรธ เขาเดินเข้าไปใกล้หล่อน ก่อนจะถามด้วยเสียงนิ่งๆ
“ผู้ชายที่หน้าตัวเมียจริงๆ ไม่ใช่อย่างนี้หรอก อยากจะลองของจริงมั้ย” เขาพูดขู่ พร้อมกับมองด้วยสายตาดุดัน รังสีความน่ากลัวของความเป็ผู้ใหญ่ที่เด็กวัยรุ่นไม่มีแผ่ออกมาจางๆ
เธอคนนั้นรีบหลบสายตามองพื้น ปิดปากและไม่พูดอะไรอีกต่อไป ก่อนที่กลุ่มของโมจะลุกขึ้นและขอเปลี่ยนที่นั่งกับคนอื่นๆ
แล้วเื่วุ่นๆ ก็จบลงเพียงแค่นี้
ตลอดระยะทางที่เดินทางไปสนามสอบจึงเริ่มสงบขึ้น ไม่มีใครกล้าพูดจาอะไรเสียงดังต่างนั่งกันอย่างเงียบๆสงบเสงี่ยม
เมื่อถึงโรงเรียนที่เป็สนามสอบ เสียงพูดคุยก็เริ่มดังขึ้นมาอีกครั้ง แต่ละคนส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวไม่ยอมหยุด เด็กผู้ชายต่างมองไปที่เด็กผู้หญิงโรงเรียนอื่น ส่วนเด็กผู้หญิงต่างก็ประแป้ง หวีผม ทำตัวให้ดูน่ารักที่สุด
“เฮ้ยเต้ดูดิคนนั้นน่ารักจังว่ะ” ฟูสะกิดไหล่เต้ให้หันไปมอง
“ไอ้ฟู! มาสอบไม่ได้มาดูหญิง! ไป ไป ดูเลขห้องสอบได้แล้ว” เต้ลากคอฟูให้ไปยังบอร์ดประกาศ
โชคดีที่ทั้งสองได้อยู่ห้องสอบด้วยกัน ดังนั้นพวกเขาจึงเดินเกาะกันไปสองคน เต้ถอดเสื้อแขนยาว เตรียมดินสอปากกาและบัตรประชาชนไว้เรียบร้อย สีหน้าไม่มีความตื่นเต้นใดๆ แต่ฟูนั้นไม่ สีหน้าของเขาตอนนี้นั้นดูเลิ่กลั่กเป็ที่สุด คงเป็เพราะสอบนอกสถานที่ครั้งแรกเลยตื่นเต้น
“มึงหยุดทำหน้าตาอย่างนั้นได้ละ นั่งนิ่งๆ เดี๋ยวก็ลืมหมดหรอกที่ติวมาอ่ะ”
“เออๆ ไม่ลืมๆ I ใช้กับ am, He She it ใช้กับ is, You we they ใช้ are!” ฟูพูดออกมาเหมือนหุ่นยนต์
เต้เห็นอย่างนั้นก็หลุดขำ จะรอดมั้ยนะเพื่อนเขาคนนี้
และเมื่อถึงเวลาเข้าสอบ นักเรียนทั้งหมดก็ทยอยกันเข้าห้องสอบไป ในห้องมีแต่เสียงพลิกกระดาษและเสียงฝนดินสอ เต้นั่งทำข้อสอบด้วยความตั้งใจ ถึงเเม้ว่าจะเป็ข้อสอบมัธยม ปี 3 ก็ จริง แต่มันก็ไม่ได้ง่ายเลย
ระหว่างทำข้อสอบ ก็มีเสียงสูดน้ำมูก เสียงไอ หรือเสียงกรน ดังมาเป็ระยะให้ได้ยินบ้าง เต้แอบหัวเสียไม่น้อยแต่ก็จะลุกไปบอกก็ไม่ใช่เื่ เขาทำได้เพียงแค่อดทนและตั้งสมาธิให้แน่วแน่ที่สุด
จนกระทั่ง4โมงเย็น การสอบวันแรกก็สิ้นสุดลง นักเรียนมัธยมปี 3 ของอำเภอY มารวมตัวกันที่รถสองแถว โดยมีคุณครูกำลังยืนนับจำนวนนักเรียนทั้งหมด
“เต้ทำข้อสอบได้รึเปล่า” มิ้นและเพื่อนๆในห้องม.3/6 พากันเดินเข้ามาทัก
“อืมก็โอเคนะ แต่ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่” เต้ตอบอย่างถ่อมตัว
“แล้วภาษาอังกฤษล่ะ” เพื่อนอีกคนถามขึ้นมาบ้าง
“อันนั้นพอได้นะ”
“คือเราจะบอกว่าที่เต้ติวให้เมื่ออาทิตย์ที่แล้วอ่ะ มีออกสอบด้วยตั้งหลายข้อแน่ะ!!” เพื่อนคนนั้นพูดขึ้นด้วยความดีใจ
“ใช่ๆ นี่ไม่เคยทำข้อสอบภาษาอังกฤษแล้วมั่นใจขนาดนี้เลย” มิ้นก็พูดขึ้นด้วยความตื่นเต้นและดีใจเช่นกัน
“ดีแล้วล่ะที่ทำได้” เต้ตอบยิ้มๆ แววตาเต็มไปด้วยความอิ่มอกอิ่มใจ เหมือนเห็นลูกศิษย์ตัวน้อยของตัวเองกำลังไปได้ดี
“ที่มิ้นช่วยติวสังคมให้ก็ช่วยเราได้เยอะเหมือนกัน” เต้เอ่ยชมมิ้นออกมาเช่นกัน
มิ้นยิ้มรับ พร้อมกับหูที่เริ่มแดงขึ้น เธอโบกมือพลางบอกว่าไม่เป็ไร
“ที่มิ้นช่วยติวสังคมให้ก็ช่วยเราได้เหมือนกันน้า~” เสียงดัดแหลมๆ ของฟูดังขึ้น พร้อมกับทำหน้าทำตาหยอกเย้า ทันใดนั้นบรรยากาศที่เคอะเขินก็หายไปทันที แทนที่ด้วยเสียงหัวเราะของเพื่อนๆ แทน
เต้เดินรีบเดินไปล็อกคอฟูไว้ พร้อมกับตบหัวเบาๆ สองที
“ไอ้ฟู มึงต้องโดนสักที!!!”
เต้ร้องคำราม