เช้าวันถัดมา หนานข่ายลี่มายืนรอเซียนเซียนที่เรือนหน้า หลังจากที่เขาเข้าไปคารวะนายท่านกู้และกู้ฮูหยินแล้ว อย่างไรเสียเหล่าบุตรชายบุตรสาวหากยังไม่ออกเรือน ก็ต้องมาคารวะบิดามารดาทุกเช้าเช่นกัน เขายืนรออยู่ตรงนี้อย่างไรก็ได้พบ แล้วค่อยเดินไปที่เรือนหลังน้อยด้วยกัน ไม่ต้องวนไปวนมาให้เสียเวลาหลายรอบ นี่เป็สิ่งที่เขาคิด
เพียงสองเค่อ ก็เห็นเซียนเซียนเดินตามพี่สาวฝาแฝดมาคารวะผู้าุโ เขาอยากเข้าไปทักทายนาง แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม อะไรที่สมควรทำ ก็ควรจะให้นางไปทำก่อน ไม่นานหลังจากที่พวกนางเข้าไปในห้อง กลับมีเพียงแต่กู้เซียนเซียนเท่านั้นที่เดินออกมา เขาไม่ได้แปลกใจหรือเหนือความคาดหมายนักในเื่นี้ เป็แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ไปทักเด็กน้อย ตอนที่พี่สาวของนางอยู่ด้วย บางทีเขาอาจเป็คนที่วางตัวไม่ถูกเสียเอง
เขาเดินเข้าไปตบหลังเด็กน้อยทีหนึ่งเบาๆ
นางจึงหันกลับมามอง เห็นเป็พี่ชายหนาน ก็ดีใจจนยิ้มแป้น
นางไม่คาดหวังว่าจะได้เจอเขาแต่เช้าเช่นนี้
เขามาได้อย่างไร
“เ้ากำลังสงสัย ว่าข้ารู้ได้อย่างไรว่าเ้าจะมาใช่ไหม” หนานข่ายหลี่ถาม และตอบคำถามตัวเองต่อ
“เพราะข้ามาคารวะนายท่านและฮูหยินแต่เช้าก่อนเ้าอย่างไรหล่ะ เด็กโง่”
และข้าก็มายืนรอเ้าที่ด้านข้างอยู่ตั้งสองเค่อกว่าพวกเ้าจะพากันเดินมา รวมกับที่หายเข้าไป คิดว่าน่าจะสี่เค่อเข้าไปแล้ว เขาคิดในใจเท่านั้น แต่ไม่ได้พูดออกมา
ขณะที่เขาพูดเสียงเขาติดแหบๆไปบ้างแล้ว คงเพราะเขายืนรอนางอยู่นาน่หนึ่งทำให้ตากลมเย็นไปรอบแล้วรอบเล่า แต่ใบหน้าที่พูดคุยกับนางนอกจากจะติดแห้งแดงเล็กน้อยแล้วก็ไม่ได้ผิดปกติอะไร ปากยังคงพูดเล่าอะไรไปเรื่อยเปื่อยให้เด็กน้อยสนุกสนานไปด้วย นี่คงเป็สิ่งเดียวที่เขาทำได้ตอนนี้ระหว่างที่อยู่บ้านของสหาย
วันนี้ เป็เขาที่เดินนำคุณหนูสี่กลับไปที่เรือนด้านหลัง เมื่อไปถึงเขาหยิบอุปกรณ์ประหลาดออกมาจากอกเสื้อ นี่เป็สิ่งของที่เขาเตรียมมาเล่นสำหรับวันนี้ เพียงแต่เขาหันหลังให้กู้เซียนเซียน นางจึงไม่รู้ว่าหนานข่ายลี่กำลังทำอะไรอยู่
เขารู้สึกแปลกใจตัวเองเหมือนกัน เหมือนว่าที่ผ่านมา เขาไม่เคยตั้งใจจะมาเล่นสนุกอย่างวันนี้มาก่อนเลย นี่อาจจะเป็ครั้งแรกในชีวิตของเขาก็เป็ได้
“พี่ชายหนาน ท่านทำอะไรอยู่ ให้ข้าดูบ้างได้หรือไม่” นางถามอย่างอยากรู้อยากเห็น บางทีความอยากรู้อยากเห็นอาจเป็โรคติดต่อ
“ไม่ได้ เดี๋ยวค่อยแสดงให้เ้าดู ” หนานข่ายลี่หันหน้ามาฉีกยิ้มให้นาง
ระหว่างที่เขากำลังหันหลังทำอะไรลับๆล่อๆอยู่นั้น พี่สาวฝาแฝดสองคนของนางก็เดินเข้ามาหาที่เรือน ทั้งสองคนแปลกใจมากที่พบกับหนานข่ายลี่ที่นี่
“คารวะคุณชายหนาน” พวกนางสองคนแทบจะแปล่งเสียงพูดออกมาพร้อมกัน
“ ไม่ทราบคุณชานหนานมาที่เรือนของน้องสี่ มีธุระอันใดหรือไม่ “ กู้หยางถามขึ้น
อย่างไรเสียทั้งสองคนก็เป็พี่สาวของเ้าตัวเปี๊ยกนี่ ถ้าเป็ปกติ คนที่เข้ามาขัดจังหวะเขาเล่นสนุก และถามคำถามแบบนี้ เขาคงอาละวาดใส่ไปแล้ว
“ น้องสาวกล่าวเกินไปแล้ว ไม่มีธุระก็ออกมาเดินเล่นได้มิใช่หรือ นายท่านกู้บอกว่าให้ข้าคิดว่าที่นี่เสมือนหนึ่งเป็บ้านของข้าเอง”
กู้เหยา มองไปทางกู้หยาง ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นมาบ้าง
“คุณชาย พวกเรามิใช่เป็ห่วงที่ท่านจะขาดเหลืออะไรหรือถึงได้ถาม เหตุใดจึงตัดรอนกันเช่นนี้เล่า”
ใช่ เขาจงใจพูดจาแบบนี้จริงๆ นึกถึงความอยุติธรรมที่เด็กน้อยคนหนึ่งได้รับแล้ว เขาก็รู้สึกว่าศัตรูของนางคือศัตรูของเขาด้วยเช่นกัน เป็ความรู้สึกร่วมที่ไม่เคยมีมาก่อน หรือว่าเขาจะมีความรู้สึกเป็พี่ชายขึ้นมาบ้างแล้วจริงๆ
“ ขออภัยแม่นางทั้งสองที่ข้าเสียมารยาท ข้าแค่บังเอิญได้คุยกับคุณหนูสี่แล้วถูกคอ จึงได้ติดตามนางมาที่นี่ “ เขาตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงไม่หนักไม่เบา แต่ท่าทางเอามือกอดอกนั้นช่างไม่สอดคล้องกับเสียงที่เปล่งคำว่า ขออภัยและเสียมารยาท ของเขาเลย
กู้หยางชำเลืองมองไปทางกู้เซียวเซียวก่อนจะเอ่ยตามบ้าง
“ ที่แท้คุณชายก็เอ็นดูน้องสี่นี่เอง ช่างน่าอิจฉานางยิ่งนัก “ นางพูดพร้อมกับส่งยิ้มให้เซียนเซียน และเอ่ยต่อ “ ข้าพี่น้องมาหานาง เพราะมีเื่แจ้งให้นางรู้ ข้ากำลังจะไปหาซื้อผ้าเพื่อมาตัดชุดใหม่ ที่ท่าเรือตอนนี้ได้ยินว่ามีผ้าไหมจากต่างแคว้นเข้ามา ท่านพ่อกับท่านแม่จะพาพวกข้าไปเลือกดู และเลือกบางส่วนเข้าร้านด้วย “ นางเว้นระยะซักพัก ก่อนเอ่ยต่อ
“ แต่ แต่เพราะเราสองคนยังมีผ้าที่เหลือจากฤดูกาลก่อนบางส่วน จึงให้บ่าวยกมาให้น้องสี่ที่นี่ อย่างไรนางก็ยังเด็ก ไม่จำเป็ต้องซื้อใหม่ทุกปี”
พูดถึงตรงนี้ หนานข่ายหลี่จึงมองไปที่ด้านหลังของเด็กหญิงทั้งสอง พบว่ามีบ่าวหญิงสองคน กำลังยกห่อผ้าคนละสามพับเดินตรงมาทางด้านนี้
เขาขมวดคิ้ว เพราะเห็นว่าผ้าเ่าั้ ออกจะดูเก่าเก็บและรูปแบบก็ค่อนข้างล้าสมัยไปบ้างแล้ว น่าจะไม่ใช่ของในฤดูกาลก่อน รวมถึงลายของมัน ก็ไม่ค่อยเหมาะกับเด็กน้อยที่ยืนอยู๋ข้างหลังเขาเท่าไหร่ หลอกอะไรเขาก็หลอกได้ แต่จะมาหลอกเื่ผ้าเหล่านี้ เห็นทีจะเสียเวลาแล้ว เพราะเขาก็เป็หนึ่งในลูกพ่อค้าผ้าเขตซานตงเช่นกัน ถึงจะห่างไกลจากเมืองหลวง แต่ตอนนี้ถ้าเอาผ้าชุดนี้ไปเทียบกับที่นั่น ผ้าของเมืองเขายังจะเข้ายุคมากกว่าผ้ากองที่พวกนางถืออยู่กระมัง
และอีกอย่าง แม่ของพวกนาง ไม่ใช่แม่แท้ๆของเซียนเซียนหรอกหรือ เหตุใดไปข้างนอก จึงพาแต่ลูกเลี้ยงไป ไม่พาลูกของตัวเองไปด้วย
“ พวกเ้าเอาไปวางไว้ข้างในห้องของน้องสี่ “ กู้เหยาสั่ง
เมื่อสาวใช้เข้าไปวางผ้าแล้ว ก็เดินกลับมายืนอยู่ด้านหลังของเด็กสาวฝาแฝดทั้งสองคน
“ น้องสาวทั้งสอง รบกวนบอกพี่ชายหน่อย หากเ้าเอาผ้ามาให้น้องสี่แล้ว น้องสาวของพวกเ้าจะได้ผ้าพับใหม่ของปีนี้หรือไม่ “ นี่ไม่ใช่นิสัยของเขาจริงๆ เขากล้าสาบาน เขาไม่มีนิสัยชอบยุ่งเื่ของเด็กผู้หญิงขนาดนี้ แต่เพราะอะไรเขาก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน ทำไมเขารู้สึก ไม่ยินดีที่เซียนเซียนของเขาเสียเปรียบในเื่นี้
ใช่เซียนเซียนน้อยของเขา ต้องไม่ถูกเอาเปรียบสิ จะใครที่ถูกเอาเปรียบเขาก็ไม่ชอบ หนานข่ายลี่ปลอบใจตัวเอง
“แน่นอนว่าไม่ได้” กู้หยางตอบ
กู้เหยาเห็นว่าอาจจะทำให้หนานข่ายลี่รู้สึกไม่ดีกับพวกตน นางจึงเสริมว่า
“ คุณชาย ท่านดูสิ นางยังเด็ก ไม่ได้ออกไปไหน จะแต่งตัวมากไปทำไม และเด็กนั่นก็ซุกซน หากท่านแม่นำผ้าดีๆมาให้นาง ไม่เท่ากับเอาผ้าดีๆมาทำลายทิ้งหรือ เอาไว้นางรู้ความมากกว่านี้ ท่านแม่ย่อมจัดหาผ้าที่ดีกว่านี้มาให้นางแน่นอน” นางรีบโยนภาระทั้งหมดไปให้มารดาของกู้เซียนเซียน
หนานข่ายลี่ลอบมองไปที่เซียนเซียนอีกรอบ
นางมองตามพี่สาวฝาแฝดที มองเขาที บางทีนางอาจฟังไม่เข้าใจในเนื้อหาที่แฝงอยู่
เขาไม่คิดต่อร้องต่อเถียงกับเด็กสาวสองคนนั่นอีก เพราะทำไปก็เสียเวลา และทำให้เขาออกจะรำคาญใจอยู่บ้าง “ท่านทั้งสองมีธุระพูดคุยต่อกับคุณหนูสี่หรือไม่ ข้าจะได้ขอตัวไปก่อน ไม่เสียมารยาทอยู่รบกวนแล้ว”
“ พวกข้าพูดอีกเื่เดียวก็จะไปแล้ว ไม่รบกวนคุณชายกับน้องสาวอีก” กู้เหยาพูดจบ ก็ส่งสายตาไปให้สาวใช้ที่ยืนอยู่ด้านหลัง
สาวใช้เดินขึ้นมาเบื้องหน้า ในมือของนาง มีห่อผ้ามัดไว้หลวมๆในนั้นมี ผ้า เข็ม มีดเล็ก ด้าย และไหมพรมหลากสีอยู่ นางยื่นมันไปให้กู้เซียนเซียน
“ นี่คือ ?? “ กู้เซียนเซียนหันไปถามพี่สาว
“ท่านแม่ให้ข้ามาแจ้งแก้เ้าว่า ตอนนี้ฝีมือปักผ้าของเ้า ยังอ่อนอยู่มาก ขอให้เ้าเร่งปักผ้าตามแบบผืนนี้ ทำเป็ถุงหอมและนำไปมอบให้ท่านแม่ก่อนเวลาไปสวดมนต์ที่อารามด้วย”
กู้เซียนเซียนมองแบบผ้าแล้วหน้าเสีย เพราะมันเป็ภาพนกกระเรียนที่นางไม่เคยปักมาก่อน ปกตินางปักภาพต้นไผ่ ก็มีคนทักว่านางปักหนอน แล้วภาพนกกะเรียนที่นางปัก จะไม่กลายเป็ไก่หรอกหรือ
ระยะเวลาการปักก็เป็ปัญหาหนึ่ง ความยากก็เป็อีกปัญหาหนึ่ง
หนายข่ายลี่เห็นแล้ว เขาไม่ได้รู้สึกว่านี่เป็ความหวังดีแต่อย่างใด กลับรู้สึกว่าเป็การกีดกันไม่ให้นางออกไปไหนเสียมากกว่า ให้นางเก็บตัวปักผ้าในเรือน เป็การเตือนนางกลายๆว่าอย่าวุ่นวาย
แค่คิดคิ้วเขาก็ขมวดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
เขาเดินไปหยิบอุปกรณ์ที่สาวใช้ยืนมาให้เซียนเซียน แต่สาวใช้กลับดึงมือกลับไป เขาจึงเข้าไปดึงมือนางและเข้าไปรวบหยิบของพวกนั้นมาไว้ในมือตนด้วยความรวดเร็ว เหมือนเช่นการจับปลาเมื่อวานนี้ไม่มีผิด
สาวใช้ไม่ทันได้ดึงของเ่าั้กลับมา ของทั้งหมดก็ตกไปอยู่ที่มือของหนานข่ายลี่แล้ว
แต่สิ่งที่ผิดจากความคาดหมายคือ เืที่ไหลออกมาจากนิ้วมือของหนานข่ายลี่ เปื้อนลงไปที่แบบผ้า และผ้าที่จะใช้ปักถุงหอมนั้น
หนานข่ายหลี่ก็มองไปที่มือข้างนั้นของตนเหมือนกัน เขาใช้มืออีกข้างหนึ่งกดาแที่มีเืไหลออกมาเพื่อห้ามเื หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าาแตรงนิ้วโป้งของเขา ถือว่าสาหัสเลยทีเดียว มันบาดลึกเกือบถึงกระดูก
สาวใช้ใจนหน้าซีด ก้าวถอยหลังไปหลายก้าวติดๆกัน
สองเด็กสาวก็หน้าเสียไม่แพ้กัน พวกนางไม่คิดว่า แค่ยื้อแย่งผ้าปักกันนิดหน่อย จะทำให้หนานข่ายลี่เกิดาแได้ถึงขนาดนี้
ตัวเขาเองก็าเ็อยู่ที่ไหล่ซ้าย ตอนนี้มาเพิ่มที่นิ้วโป้งอีก หากบิดานางรู้ว่าพวกนางทำให้บุตรชายหลงจู๊คนโปรดของเขาได้รับาเ็ พวกนางต้องถูกลงโทษแน่นอน อย่างน้อยต้องคุกเขาอยู่วันครึ่งวัน ที่ห้องโถง หรือบนเบาะหิน…
หนานข่ายหลี่กัดริมฝีปากไว้ ก่อนหันไปหากู้เหยาและกู้หยาง
“ พวกเ้ายังจะยืนเฉยอยู่อีก ไม่รีบไปเอายามาให้ข้า”
กู้เหยาและกู้หยาง กำลังอยู่ใกับเหตุการณ์เหนือความคาดหมายเช่นนี้ นางเห็นเืที่ยังไหลออกมาจำนวนมาก จากมือที่กดาแคู่นั้น
ขณะที่นางกำลังจะวิ่งกลับไปเอายา เขาก็เอ่ยปากบอกว่า
“ ไม่ต้องแล้ว ข้ามียาใส่แผลของข้า “
เขาค่อยๆเอามือที่ไม่ได้รับาเ็ล้วงเข้าไปในอกเสื้อแล้วส่งขวดยาเล็กๆนั่นให้เซียนเซียนน้อยของเขา
“ เ้าเปิดแล้วเอามาโรยที่มือของข้าที “
กู้เซียนเซียนก็ใเช่นก้น แต่ด้วยความเป็ห่วงจึงรีบเปิดขวดยา และเอาผงยาโรยเข้าไปที่าแ
ไม่นานดูเหมือนเืจะหยุดไหล
เขาหันไปหาสองพี่น้องฝั่งตรงข้าม ก่อนเอ่ยประโยคทวงถามความยุติธรรม
“ ผ้าที่จะนำมาให้นางปัก ตอนนี้ใช้ไม่ได้แล้ว และเพราะเ้าทำข้าาเ็ อย่างน้อยควรชดเชยใช่หรือไม่”
เด็กสาวทั้งสองหยักหน้าแทบจะพร้อมกัน มีเพียงกู้เหยาที่เอ่ยปากออกมาด้วย
“ ใช่ คุณชายจะให้เราชดเชยอย่างไร “
“ ข้าอยากให้เ้าออกไปเดินเล่นตามปกติ แต่จะใช้วิธีไหนก็ได้ ที่ไม่ต้องให้น้องสี่ต้องมาปักผ้าพวกนี้อีก ถ้าเ้าเกลี้ยกล่อมกู้ฮูหยินได้ การาเ็ของข้าครั้งนี้ ข้าจะไม่เอาเื่พวกเ้าและบ่าวผู้นั้นอีก ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น” เขามองไปที่หญิงรับใช้ ที่บัดนี้นั่งคุกเข่าตัวสั่นอยู่ที่พื้น
“ นายท่าน ให้อภัยข้าด้วย นายท่าน..” นางขอร้องน้ำตานองหน้า เพราะโทษของการทำร้ายเ้านาย ตามกฏบ้านเฆี่ยนก่อน 50 ที แล้วขายออกไป
กู้เหยาและกู้หยางมีหรือจะไม่รับปากแค่งานง่ายๆแค่นี้ให้จบเื่ไป ออกจะถือว่าหนานข่ายลี่ใจกว้างอยู่มากด้วยซ้ำ เพราะเขาไม่ได้เรียกร้องอะไรให้ตนเอง กลับเรียกร้องให้น้องสาวของพวกนาง
“ ได้ข้ารับปากท่าน จะไปเกลื้ยกล่อมท่านแม่ไม่ให้นางต้องมาปักผ้าเหล่านี้อีก”
“ หวังว่าคุณชายจะให้อภัยพวกเรา หากท่าน้าหมอ เพียงส่งคนมาบอก ข้าจะไปตามหมอให้ท่านเอง” พูดเสร็จพวกนางก็เตรียมหันหลังจากไป เพราะไม่อยากเผชิญหน้ากับหนานข่ายลี่อีก หากเขาไม่พอใจ เพิ่มข้อเสนออื่นๆมาอีก นางเกรงว่าจะทำไม่ได้
“เดี๋ยวก่อนคุณหนูรอง คุณหนูสาม ..” นั่นไงหล่ะ สิ่งที่พวกนางกลัว ก็มาแล้วจริงๆ หนานข่ายลี่ ไม่น่าจะยอมหยุดแค่นี้
แต่ก่อนที่นางจะได้ยินคำพูดอะไรเพิ่มเติม ก็เห็นห่อผ้าลอยมา ที่ห่อผ้ายังเปื้อนเือยู่เลย สิ่งของด้านในบางส่วน กระจัดกระจายออกมาด้วย
หนานข่ายลี่ โยนผ้าให้สาวใช้ของนางที่นั่งอยู่ที่พื้น
“ เ้าเอาของพวกเ้ากลับไปด้วย เอากลับไปเผาเสีย ”
“ อ่อ ฝากบอกให้บ่าวยกอาหารเช้ากับอาหารเที่ยงของข้าและของนาง มาให้ที่เรือนนี้ด้วยได้หรือไม่”
สองเด็กสาวชำเลืองมองไปที่มือของหนานข่ายลี่อีกครั้ง แม้จะบอกไม่ถูกว่ามีอะไรผิดปกติ แต่ก็พยักหน้าแล้วรีบให้หญิงรับใช้เก็บของเดินตามออกไป
เมื่อแขกเ่าั้เดินพ้นโค้งจนหายไปจากสายตาแล้ว
เซียนเซียนจึงสังเกตเห็นจากด้านหลังว่า ไหล่ของหนานข่ายลี่กำลังสั่นอยู่ เขารอจนแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ในบริเวณนั้นแล้วนอกจากเด็กน้อยเซียนเซียนแล้ว จึงะเิเสียงหัวเราะออกมาทันที
ตอนที่เขาหันกลับไปมองหน้าเด็กน้อยของเขา เขาก็พบกว่าใบหน้าของนางอาบไปด้วยน้ำตา
“ นี่..ใครรังแกเ้า ข้าก็ล้างแค้นให้แล้วไม่ใช่หรือ” เขากล่าวอย่างร้อนรน ปกติน้ำตาของเด็กผู้หญิงทำอะไรเขาไม่ได้ แต่เฉพาะกับเ้าหนูเซียนเซียนของเขาเท่านั้น ที่เขาไม่อยากเห็นน้ำตาของนาง นางเหมาะกับรอยยิ้มมากกว่า
“ พี่ชายหนาน ท่านาเ็เพราะข้า…”
นางยิ่งพูดน้ำตาก็ยิ่งไหล จนหนานข่ายลี่ใทำอะไรไม่ถูกชั่วขณะหนึ่ง
เขารีบยื่นมือออกไปให้กู้เซียนเซียนดู
" นี่ เ้าดูนิ้วโป้งข้า ใช่เป็อะไรเสียที่ไหน"
เขายื่นมือให้นางดูยังไม่พอแต่ยังกระดิกนิ้วให้เห็นด้วย
นี่เป็ไปไม่ได้ นางเห็นอยู่ชัดๆตอนใส่ยาว่ามือของพี่ชายหนาน าเ็หนักมากจนนิ้วโป้งแทบจะขาดออกแล้ว
เป็ไปได้อย่างไร
ตอนที่นางกำลังเอื้อมมือมาจับมือที่เปื้อนไปด้วยเืของเขาพลิกไปพลิกมาอยู่นั้น เขาก็เฉลยให้นางฟัง
“ ข้าเอาของเล่นนิ้วหายมาเล่นกับเ้า จริงๆ้าสอนให้เ้าเล่น แต่ไม่คิดว่าจะเล่นให้เ้าดูภายใต้สถานการแบบนี้ได้”
ถือว่าไม่เสียที ที่อุสาห์พกพามาจากเมืองของเขา
เขาได้ของเล่นลักษณะเหมือนนิ้วมาจากนอกด่าน เพราะเมืองของเขาติดชายแดน และเป็หัวเมืองค้าขาย ทำให้มีของแปลกๆอยู่จำนวนมาก ของเล่นประหลาดๆชิ้นนี้ ก็เป็หนึ่งในนั้น
เขายืนนิ้วโป้งปลอมให้นางดู
นิ้วนั้นเหมือนจริงๆมาก โดยเฉพาะเมื่อมันย้อมด้วยสีเื ทำให้แยกแทบไม่ออกว่าของจริงหรือของปลอมเลยทีเดียว
ตอนนี้กู้เซียนเซียนได้แต่อ้าปากค้าง น้ำตาบนใบหน้าเหือดหายไปจนหมด
หนานข่ายลี่เห็นแล้วก็หัวเราะชอบใจ เขาถูกใจแม่นางน้อยคนนี้จริงๆ หรือจะพานางกลับบ้านไปเป็น้องสาวของเขาด้วยซะเลย ไหนๆนางอยู่ที่นี่ก็ไม่มีใครชื่นชอบซักเท่าไหร่อยู่แล้ว
“ ข้าจะไปล้างเืออก เสียดายอุสาห์ไปหาเืไก่ตั้งใจจะมาสอนเ้าเล่น ตอนนี้ไม่มีเหลือแล้ว แถมเสื้อผ้าก็เลอะไปหมด” เขาพูดแล้วเดินตรงไปที่บ่อน้ำ
เขาถอดเสื้อกันลมด้านนอกออก ตักน้ำขึ้นมาและลงมือซักตรงส่วนที่เปื้อนเื หลังซักเสร็จก็ล้างนิ้วปลอมต่อ
เขาเอาเสื้อไปผึ่งลมไว้ แม้ไม่ได้คาดหวังให้มันแห้งในวันที่อากาศเริ่มเย็นลงเช่นนี้ แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าที่เขาจะกลับไปด้วยสภาพเสื้อเปื้อนเื (ไก่) เช่นนี้
เขายื่นนิ้วปลอมให้เด็กน้อยดู กู้เซียนเซียนรับเอามาจับเล่น มันนุ่มนิ่มเหมือนนิ้วจริงๆด้วย มิน่าถึงหลอกคนกลุ่มนั้นได้ พี่ชายหนานช่างเก่งกาจ
“ ท่านให้ข้าได้หรือไม่ “ นางจับนิ้วปลอมไว้ด้วยมือเล็กๆข้างหนึ่ง แล้วเงยหน้าขึ้นถามเขา
หนานข่ายลี่อาจจะมอบของสิ่งนี้ให้กู้หยุนได้ แต่เขาไม่คิดมอบมันให้เด็กน้อยที่ยังไม่โตเช่นนี้ เพราะมันดูน่ากลัวเกินไป
“เ้าอยากได้มัน” เขาถามหยั่งเชิง
“ใช่ หากท่านเอามันมาสอนข้าเล่นอยู่แล้ว ท่านยกมันให้ข้าได้หรือไม่” เซียนเซียนยังคงยืนยันเหมือนเดิม
“ ไม่ได้ “ เขาไม่ได้เป็โรคจิตเสียหน่อย ที่จะเอาของแบบนี้เป็ของฝากไว้ให้กับเด็กหญิงอายุหกเจ็ดปีเช่นนี้ และเขาคงไม่คิดว่านิ้วปลอมจะเป็ของดูต่างหน้าของเขากับนางไปได้ มันคงตลกน่าดู
“ เอาไว้ข้าจะให้อย่างอื่นกับเ้าแทนเป็อย่างไร “
กู้เซียนเซียนเห็นว่าหนานข่ายหลี่ไม่ยอมแน่ๆจึงไม่ตามตอแยอีก
เ้าไปเอาผ้าห่อนั้นมาพับนึงให้ข้าที เขาชี้ไปที่ห่อพับผ้าที่เพิ่งได้รับมา
ไม่ใช่ว่าเขามีใจแต่จะใช้เด็กน้อย
แต่ตอนนี้เขาเวียนหัวมากจริงๆ ใบหน้าเริ่มซีดเล็กน้อย ตรงกันข้ามกับหน้าที่ยิ้มกริ่มของเขา
ตอนที่เขาได้ผ้าสีน้ำเหลืองหม่นกลับมา เขาก็รีบนำมันมาห่อตัว ไม่ถูกสิ ต้องใช้ว่าคลุมตัว เพราะเขาใช้ผ้าคลุมั้แ่หัวลงมาเลย
“ พี่ชายหนาน ท่านหนาวหรือ” กู้เซียนเซียนถาม
เ้าลองถูกแทงหลัง มีไข้ แล้วไปยืนตากลมรอเ้าตอนเช้าดูไหมหล่ะ หนานข่ายลี่คิด แต่ไม่ได้ตอบออกไป
“ ข้าแค่ไม่มีเสื้อกันลมเหมือนเ้า รู้สึกเย็นๆบ้างเท่านั้น เ้าไปหาเสื้อใส่เพิ่มอีกหน่อยเถอะ แล้วหยิบหมากกระดานในห้องมาด้วย ข้าจะสอนเ้าเล่น”
นางพยักหน้าแล้วรีบวิ่งไปหยิบหมากมาเพิ่มอีก
ตอนที่บ่าวสองคนมาส่งอาหารเช้าที่นี่ ก็เห็นภาพหนึ่งเด็กหญิง และหนึ่งหนุ่มน้อยที่นั่งคลุมผ้าสีเหลืองทั้งตัว นั่งเดินหมากกันอยู่ใต้ชายคาบ้านหลังน้อย เด็กหญิงกำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นโดยเอามือทั้งสองข้างวางไว้ที่้าของเก้าอี้ระเบียงยาว ดูนิ้วมือเรียวของเด็กหนุ่มสอนเดินหมากไปทีละตา
ส่วนเด็กหนุ่มคนนั้น เขานั่งอยู่บนชานระเบียงที่สูงกว่า มือเท้าพนักพิงด้านข้าง แม้จะมีใบหน้าที่แดงปากที่เริ่มซีด แต่เขาก็ตั้งอกตั้งใจสอนเดินหมากให้กับเด็กหญิงมาก จนเมื่อพวกเขาเดินไปถึงไกล้ๆถึงเพิ่งรู้สึกตัว
“ เ้าวางไว้ตรงนั้นก่อน เขาชี้มือไปที่ว่างด้านหลังของเขา”
บ่าวทั้งสองคนวางอาหารเช้าไว้ แล้วจากไป
“ เซียนเซียนเ้าไปทานข้าวก่อน” เขาหันกลับมาสั่งนาง
“ แล้วพี่ชายหล่ะ” นางถามกลับบ้าง เพราะสังเกตว่าพี่ชานหนาน ปากเริ่มซีด ตาเริ่มแดงๆบ้างแล้ว
“ ข้าจะทานทีหลัง ขอดูหมากกระดานนี้ก่อน”
เขาพูดพร้อมขยับท่าทางการนั่งใหม่
เซียนเซียนไม่ขัดใจเขา เดินไปทานอาหารแต่โดยดี หนานข่ายลี่นั่งดูนางทานอาหารจนเกือบหมด แล้วจึงหันหลับมาที่หมากกระดานเดิม
ตอนนั้นสติของเขาเริ่มพล่าเลือนเขาคิดว่าหากเขาได้นอนซักหน่อย เมื่อตื่นมา อาการของเขาน่าจะดีขึ้น
ตอนที่เซียนเซียนกินข้าวเสร็จหันกลับมามอง ก็เห็นว่าหนานข่ายลี่ หลับลึกไปแล้ว หัวของเขาพิงอยู่กับระเบียง ตัวของเขาเอนลงไปข้างๆมือยังคงกอดอกอยู่ในท่าเดิมก่อนหน้าที่เขาจะหลับ
เซียนเซียนสังเกตุเห็นใบหน้าที่แดงกว่าปกติของเขา นางจึงเอามือไปััที่หน้าผากถึงรู้สึกถึงความร้อนที่หลังมือ
ขนตายาวของเขากระพือเล็กน้อยเหมือนรำคาญ แต่ก็ไม่ได้ตื่นขึ้นมาแต่อย่างไร
นางรีบเดินไปเปิดกล่องสมบัติของนาง เอามือสั้นๆควานลงไปหยิบห่อยาลดไข้
นางอยู่ด้วยตัวคนเดียวมาตลอด เมื่อป่วยไข้ก็จะมียาที่เฝิงหลานไปหามาให้นาง และมีบางส่วนหากเหลือนางจะเก็บไว้
เด็กน้อยรีบเข้าไปจุดฟืนต้มยาให้หนานข่ายลี่ทันที เขาดีกับนาง นางก็อยากจะตอบแทนเขาเช่นกัน กว่าจะจุดไฟ ต้มยาเสร็จใบหน้านางก็มอมแมมเป็ลูกแมวไปแล้ว นางยกยาร้อนๆมาให้หนานข่ายลี่ที่ยังคงนอนอยู่ในท่าเดิม
" พี่ชาย…. พี่ชาย.. ท่านตื่นมาดื่มยาเถอะ”
นางเรียกเขาเสียงเบา และเขย่าแขนเขาไปด้วย
หนานข่ายหลี่รู้สึกตัว เขาจึงค่อยลืมตาขึ้น มองเห็นหน้ามอมแมมเป็แมวของเด็กน้อยจึงใช้มือเช็ดที่หน้าของนางก่อนจะถาม
“ ข้าหลับไปไม่นาน เ้าก็มีสภาพแบบนี้แล้ว ? “
“ พี่ชายหนาน ข้าไปต้มยามาให้ท่าน ท่านดื่มตอนร้อนๆตอนนี้เลยนะ”
นางเกลี้ยกล่อมหนานข่ายลี่เหมือนที่เฝิงหลานเกลี้ยกล่อมนางให้ดื่มยาที่ทั้งร้อนและขม
หนานข่ายลี่ไม่ได้กลัวยาร้อนหรือขม แต่ที่เขาขมวดคิ้ว เพราะเขาไม่รู้ว่ายาที่นางเอามาให้เขา ตรงตามโรคหรือไม่ และปัญหาสำคัญคือ มันหมดอายุแล้วหรือยัง นางเก็บเอาไว้ในกล่องนานแค่ไหนแล้วมากกว่า
“ นี่เ้าอย่าบอกนะ ว่าเ้าเอามันออกมาจากกล่องสมบัติเ้าอีกแล้ว”
“ ใช่ ตอนข้าป่วย ข้าก็เพิ่งกินยาตัวนี้เข้าไป มันดีจริงๆนะ” นางตอบเสียงหนักแน่น อาจจะเพื่อทำให้ตนเองมั่นใจที่จะกล่าวออกมา หรือเพื่อให้เขามั่นใจ อันนี้หนานข่ายลี่เองก็ไม่แน่ใจเหมือนก้น
“ ตอนนั้นเ้าป่วยเป็อะไร “ เขาซักต่อเพื่อความปลอดภัยของตัวเขาเอง
“ ข้าท้องเสีย มีไข้ด้วย “ นางตอบ
หนานข่ายลี่ ‘‘ … ’’ นี่ไม่ใช่ยาแก้ท้องเสียหรอกหรือ ใครบ้างถ่ายท้องแล้วไม่มีไข้
“ นานหรือยัง “ นี่เขาจะถามต่อไปเพื่ออะไร เห็นๆอยู่ว่ายาไม่ถูกโรค
แต่นางก็ตอบกลับมา “ ไม่นาน เมื่อสองสามอาทิตย์ก่อนนี่เอง”
เอาเถอะ ยาอาจจะไม่ได้เก่าตามที่เขาคิดมากก็ได้ และอย่างน้อยมันก็มีคำว่า “ไข้” อยู่ในประโยคของนาง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ปวดท้องเลยก็ตาม
เขายกยาขึ้นมาทำใจ ก่อนดื่มรวดเดียวจนหมดชาม
หากว่าเขาไม่หาย อย่างมากก็ท้องเสีย ท้องผูกเพิ่มขึ้นมาอีกอย่าง ดี จะได้รักษาไปทีเดียวเลย
เขายื่นชามเปล่ากลับไปให้นางด้วยความเคยชินเหมือนอยู่ที่บ้านของเขา เนื่องจากเขาเป็คุณชายใหญ่ ปกติก็ไม่เคยทำอะไรเองอยู่แล้ว
เซียนเซียนรับชามเปล่ามาดูอย่างพอใจ นางเอาชามไปวางไว้ข้างตัวก่อนบอกให้หนานข่ายลี่กลับไปพักผ่อน
หนานข่ายลี่มองดูท้องฟ้า เห็นว่าเวลาล่วงเลยมายามซื่อแล้ว เขาควรกลับได้แล้ววันนี้
“ พี่ชาย ท่านลืมกินข้าว “ นางชี้ไปที่ถาดอาหารของหนานข่ายลี่
เขายิ้มและส่ายหัวช้าๆ
“ ข้ารู้สึกไม่ค่อยดี วันนี้ไม่ได้อยู่เล่นกับเ้าแล้ว เอาไว้พรุ่งนี้ข้าจะมาใหม่”
เขาลุกขึ้นและก้าวเดินออกจากระเบียงบ้านของนางไป
ไม่นานเขาก็ชะงัก หันกลับมาหานาง
ควักมือเรียกให้นางเข้ามาใกล้ๆเขา แล้วแบมือข้างหนึ่งยื่นออกไปข้างหน้า
“ เด็กดี เ้าเอานิ้วปลอมของข้ามาคืนเถอะ “ เขายิ้ม
นางเห็นว่าถูกจับได้ จึงค่อยๆล้วงเอานิ้วปลอมออกมาจากแขนเสื้อ ยื่นคืนให้หนานข่ายลี่
“ มันไม่ใช่ของที่เด็กผู้หญิงควรเก็บไว้ ข้าสัญญาแล้วว่าจะหาของฝากที่ดีกว่านี้ให้เ้า ข้าไม่ผิดสัญญาแน่นอน “
กู้เซียนเซียนเชื่อว่าหากเขาสัญญาแล้ว เขาจะทำได้ตามนั้นจริงๆ นางไม่ได้้าของมีค่าอะไรจากเขา เพียงแค่นางอยากมีของที่ไว้ดูต่างหน้า เวลาที่พี่ชายคนนี้จากไปแล้ว นางยังคงละลึกถึงความสุขระหว่างที่อยู่กับเขาได้
“ พี่ชายหนาน ข้าขอโทษ” นางก้มหน้าลง
หนานข่ายลี่ไม่ได้กล่าวอะไรต่อ เขาเพียงเอานิ้วปลอมมาเก็บไว้ในอกเสื้อ ก่อนยกมือลูบหัวเด็กน้อย และเดินจากมา
หากในอนาคตนางรู้ว่าเขายึดมั่นในคำสัญญาที่ได้ให้ไว้กับนางถึงเพียงนี้ นางจะไม่มีวันให้เขารับปากนางในเื่ที่ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้ หากเป็ไปได้… นางขอเพียงหนึ่งคำมั่น ขอแค่ข้อเดียวเท่านั้น ……………