สุดยอดพ่อบ้าน HERO กู้โลก

    ตอนที่ 26 สตีฟกับแผนแหกตา !!

    ตอนที่ 26

    ซาร่าใช้เวลาไม่กี่วินาทีก็เหาะกลับมาถึงร้านอาหารเธอเห็นตำรวจเต็มหน้าร้านไปหมดที่หน้าร้านมีร่างของคนถูกห่อด้วยผ้าสีขาวซึ่งบ่งบอกว่านั่นคือศพ มันทำให้ซาร่าถึงกับใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม

    “ไม่นะ !!!” ซาร่าอุทานออกมาเธอกลัวเหลือเกินที่คนในห่อผ้านั้นจะเป็นสตีฟเพราะสตีฟนั้นเป็นเพียงแค่คนธรรมดาดูจากวายร้ายที่เธอเจอวันนี้ เลเวลหมอนั่นพอๆกับเธอดังนั้นลูกน้องของมันก็ไม่น่าจะต่างกันเท่าไหร่ เต็มที่ก็ยี่สิบหรือสามสิบเลเวล

    ซาร่ารีบเดินเข้าไปถามตำรวจที่กำลังจะย้ายศพพวกนั้นทันที

    “คุณตำรวจศพพวกนี้ !!!” ซาร่ากำลังจะถาม

    “อ๊ะคุณฮีโร่นี่เอง สองศพนี้เป็นศพของวายร้ายที่มีฮีโร่คนหนึ่งจัดการไปครับ เรากำลังย้ายศพไปที่หน่วยชันสูตร” ตำรวจนายนั้นพูด

    “มีฮีโร่มาช่วยงั้นเหรอคะ แล้วคนในร้านล่ะคะเป็นอย่างไรบ้าง !!” ซาร่ารีบถาม

    “มีผู้บริสุทธิเสียชีวิตสี่คนครับ ส่วนคนอื่นๆบาดเจ็บดีที่ฮีโร่ที่ช่วยสามารถจัดการได้เร็วไม่อย่างนั้นเราคงเจอคนเสียชีวิตมากกว่านี้” ตำรวจพูดออกมาทำให้ซาร่าหน้าซีดทันทีในร้านมีผู้เสียชีวิตแบบนี้หนึ่งในนั้นอาจจะเป็นสตีฟสามีเธอก็ได้

    “ขอเข้าไปได้หรือเปล่าคะพอดีสามีฉันก็อยู่ในร้านนั่น” ซาร่าพูด

    “เชิญครับด้านในเรากำลังสอบปากคำเบื้องต้นกันอยู่ ส่วนผู้บาดเจ็บเราส่งให้หน่วยแพทย์ไปแล้ว” ตำรวจนายนั้นพูดซาร่าพยักหน้ารีบเดินเข้าไปในร้านทันที

    กริ๊ง !! กริ๊ง !! เสียงกระดิ่งที่หน้าประตูดังขึ้นทำให้ทุกคนหันไปสนใจผู้มาใหม่ก่อนจะเลิกสนใจ

    “สตีฟ !!!!” ซาร่าตะโกนออกมาหลังจากเห็นสตีฟกำลังนั่งคุยกับตำรวจนายหนึ่งอยู่เธอพุ่งเข้าไปหาสามีเธอทันที

    “อ้าวซาร่ากลับมาแล้วเหรอครับ อ๊ะซาร่าเธอบาดเจ็บ !!!” สตีฟอุทานออกมาอย่างตกใจที่เห็นแผลที่แขนซาร่า แถมดูเหมือนจะไม่ได้มีแค่ที่แขนเท่านั้นอีกด้วย

    “แผลนิดเดียวเองสตีฟโดนแค่ถากๆเลือดเองก็หยุดไหลแล้วด้วย” ซาร่าพูดออกมาเธอสำรวจร่างกายสตีฟไปทั่วก่อนจะเห็นว่าปลอดภัยดีก็โล่งอก

    “ไม่ได้นะซาร่าถ้าเกิดมีเชื้อโรคขึ้นมาจะทำไงล่ะ ยังไงไปให้หมอดูก่อน” สตีฟพูดก่อนจะหันไปพูดกับตำรวจ

    “ผมให้ปากคำเสร็จแล้วขอกลับเลยได้หรือเปล่าครับ ผมจะพาเธอไปหาหมอหน่อยน่ะครับ” สตีฟถามตำรวจ

    “ครับได้เลยครับ เดี๋ยวผมจะไปสอบปากคำคนอื่นต่อเหมือนกัน” ตำรวจนายนั้นพยักหน้า

    “ป่ะซาร่าไปกันเถอะเห็นว่ามีหมอมาสแตนบายอยู่ด้านนอกด้วยเราไปกัน” สตีฟลุกขึ้นก่อนจะจูงมือพาซาร่าออกจากร้านไปตอนนั้นเองจู่ๆก็มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งดึงเสื้อสตีฟเอาไว้

    “หือเธอ !!” สตีฟหันไปมองคนที่ดึงเสื้อเอาไว้ก็ปรากฎว่าเป็นเด็กผู้หญิงที่เขาช่วยเอาไว้นั่นเอง เสียงหัวใจของสตีฟเต้นรัวกลัวเหลือเกินว่าเธอจะเรียกเขาว่าฮีโร่ต่อหน้าซาร่า

    “มีอะไรเหรอจ๊ะหนูน้อย” ซาร่าเมื่อเห็นสตีฟหยุดก็หยุดตามก่อนจะเห็นว่ามีเด็กผู้หญิงดึงเสื้อของสตีฟเอาไว้

    “คือว่าหนูแค่อยากจะขอบคุณพี่ชายน่ะค่ะ พี่ชายคะหนูกับแม่ขอบคุณมากนะคะ” เด็กผู้หญิงคนนั้นพูดก่อนจะวิ่งไปหาแม่เธอ

    “ช่วยเด็กเอาไว้ด้วยเหรอสตีฟ” ซาร่าถามอย่างแปลกใจ

    “อือผมก็แค่ช่วยปลอบตอนที่มีคนบุกเข้ามาไล่ฆ่าคนในร้านน่ะ โชคดีนะที่พวกนั้นฆ่าไปได้ไม่กี่คนก็มีคนมาช่วยพวกเราไว้พอดี” สตีฟพูด

    “มีคนมาช่วยงั้นเหรอ เป็นฮีโร่คนไหนเหรอสตีฟเอาไว้ฉันเจอคราวหน้าจะได้ขอบคุณซักหน่อยที่ช่วยนายไว้” ซาร่าถาม

    “ไม่รู้สิ ตอนนั้นเหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็วมากผมมัวแต่หลบอยู่ใต้โต๊ะเลยไม่ทันสังเกต” สตีฟโกหกออกไป

    “อืมถ้าอย่างนั้นช่างเถอะ” ซาร่าเลิกสนใจก่อนจะเดินออกจากร้านอาหารและตรงไปที่ด้านหน้าของสวนสนุกกับสตีฟ

    และอย่างที่ซาร่าบอกแผลของเธอนั้นไม่ลึกมาก เพราะดูเหมือนคนที่สร้างบาดแผลให้เธอจะไม่ได้จงใจทำให้สาหัสอยู่แล้ว

    “ไอ้โรคจิตนั่นจงใจถ่วงเวลาสินะชิ” ซาร่าสถบออกมาหลังจากได้ยินที่หมอวิเคราะห์บาดแผลของเธอ

    พอทำแผลเสร็จทั้งคู่ก็กลับคอนโดทันที โดยปล่อยให้งานที่เหลือเป็นหน้าที่ของตำรวจต่อไป

    ตลอดระหว่างนั่งอยู่บนรถเมล์ซาร่าทำสีหน้าเครียดขมวดคิ้วเป็นปมตลอดจนสตีฟอดถามไม่ได้

    “คิดอะไรอยู่เหรอซาร่า” สตีฟถาม

    “กำลังคิดถึงพวกวายร้ายที่มันบุกมาวันนี้น่ะสิมันมีเป้าหมายอะไรกันแน่ถึงมาบุกสวนสนุกแห่งนี้ แต่จากที่ได้ยินตอนสู้กับเจ้าตัวตลกนั่น มันเผลอพูดออกมาว่าได้มาสิบ ไม่รู้มันได้อะไรไปกัน” ซาร่านั้นไม่รู้เรื่องเป้าหมายของเหล่าวายร้ายจึงสงสัย สตีฟได้ยินดังนั้นก็ทำสีหน้าคร่ำเครียดพลางคิดในใจ

    ได้ไปสิบงั้นเหรอ บ้าน่า !!! นี่แสดงว่าพวกมันจับเด็กๆได้ไปถึงสิบคนเลยงั้นเหรอ สตีฟกำหมัดแน่นด้วยความโกรธที่ปล่อยให้พวกมันจับเด็กๆไปได้ถึงสิบคนเพราะจากที่เขาเค้นถามจากพวกวายร้ายที่โดนเขาจัดการไปนั้นพวกมันจับเด็กๆไปเพื่อจะสร้างวายร้าย พวกมันคงมีวิธีอะไรซักอย่าง อย่างเช่นล้างสมอง หรือการทดลองอะไรพวกนั้น

    “หือสตีฟเป็นอะไรเหรอจู่ๆก็เงียบไป” ซาร่าถามก่อนจะหันหน้าไปหาสตีฟที่นั่งข้างๆ สตีฟรีบกลบเกลื่อนสีหน้าให้ไวที่สุดเพราะกลัวถูกจับได้

    “อ๋อไม่มีอะไรหรอก” สตีฟตอบตอนนั้นเองสตีฟก็คิดได้ว่าซาร่าก็สอนพวกเด็กๆอยู่จึงคิดว่าจะพูดเตือนไว้ซักหน่อยจึงลองพูดอ้อมๆ

    “อ๊ะจริงสิซาร่าในร้านก่อนที่ฮีโร่คนนั้นจะจัดการคนร้ายหมดผมแอบได้ยินพวกวายร้ายคุยกันว่ามันจะจับเด็กๆน่ะ ส่วนผู้ใหญ่ให้ฆ่าให้หมดไม่แน่ว่า ที่เธอพูดว่าได้ไปสิบเมื่อครู่อาจจะเป็นเด็กๆก็ได้นะ” สตีฟลองใช้คำพูดของวายร้ายพูดให้เชื่อมโยงกับสิ่งที่ซาร่าได้ยินดูซาร่าได้ยินดังนั้นก็หันควับมามองสตีฟ

    “นายพูดจริงเหรอสตีฟ !!!” ซาร่าถาม

    “อืม..ตอนคนร้ายเข้าร้านอาหารมา คนที่ดูเหมือนจะเป็นคนสั่งการมันพูดแบบนั้น ก่อนจะเริ่มโจมตีคนในร้านและพยายามจับเด็กๆไป ตอนนั้นผมก็กำลังหลบใต้โต๊ะด้วยความกลัวก็ได้ยินเสียงโครมครามก่อนจะโผล่หน้าขึ้นมาดูก็เห็นว่าคนร้ายสามคนถูกจัดการไปแล้ว” สตีฟพูด

    “เป้าหมายของมันคือเด็กๆงั้นเหรอ อ๊ะหรือว่ามันกำลังจะขยายจำนวนคนในองค์กรวายร้ายโดยจับเด็กๆไปล้างสมองหรือไปฝึกเป็นวายร้าย หนอยเจ้าพวกนี้ บังอาจมาใช้ผ้าขาวแบบพวกเด็กๆเป็นเครื่องมืออภัยให้ไม่ได้ แถมยังลงมือโดยใช้จังหวะที่ฮีโร่หลายคนไปตรึงกำลังสัตว์กลายพันธ์ไว้ที่ชายแดนแนวหน้าแบบนี้อีก” ซาร่าพูดขึ้นมาอย่างเจ็บใจ

    “ไม่ได้การจะมามัวหยุดอยู่บ้านแบบนี้ไม่ได้ สตีฟขอโทษนะพรุ่งนี้ฉันคงต้องไปทำงานแล้ว จะลองเอาเรื่องนี้ไปคุยกับผู้อำนวยการโรงเรียนฮีโร่ดู จะลองหาวิธีป้องกันเด็กๆในโรงเรียนเอาไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นถ้ามันเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นโรงเรียนแทนล่ะก็ จะรับมือไม่ทันเอาเพราะอาจารย์ที่สามารถต่อสู้ได้แบบฉันในโรงเรียนมีอยู่ไม่ถึงสิบคน ถ้ามันบุกโรงเรียนมากกว่าจำนวนที่บุกมาสวนสนุกวันนี้ล่ะก็ เด็กๆจะเป็นอันตราย” ซาร่าพูดออกมา

    “ไม่เป็นไรผมเข้าใจ ผมคอยเอาใจช่วยนะ ผมล่ะไม่อยากจะเชื่อเลยว่าในยุคแบบนี้ มนุษย์ด้วยกันเองก็ยังเป็นศัตรูกันอีก” สตีฟพูดเขานั้นถูกซาร่าปกป้องมานานเกินไปจนไม่รู้เลยว่า มีองค์กรอย่างพวกวายร้ายนี้อยู่ด้วย

    เมื่อกลับมาถึงคอนโด ซาร่าก็เข้าห้องไปพักผ่อนทันทีเพราะเธอเพลีย ส่วนสตีฟเห็นว่าอีกนานกว่าจะเย็นเขาก็เลยออกไปหาซื้อวัตถุดิบสำหรับทำอาหาร

    ตึง !! สตีฟหยิบรถเวสป้าออกมาจากกระเป๋ามิติก่อนจะสตาร์ทและขับมันไปที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต

    บรืน !! แต่ก !! แต่ก !! แต่ก !! แต่ก !! แต่ก !! เสียงรถเวสป้าขับไปตามถนน

    “เราควรจะหาวิธีบอกเรื่องรถดีกว่ามั้ยจะได้ไม่ต้องแอบขับ” สตีฟคิดตอนนั้นเองสายตาเขาก็เหลือบไปเห็นป้ายโฆษณาเขาถึงกับกำเบรครถหยุดอ่านมันทันที

    เอี๊ยด !!! เสียงรถของสตีฟเบรคจนล้อปัดแต่สตีฟไม่ได้สนใจเพราะถนนนั้นโล่งอยู่แล้วจึงไม่ต้องกังวลเรื่องอุบัติเหตุ

    “ซื้อคูปองชิงโชคสินค้าอย่างนั้นเหรอ !!!” สตีฟอ่านสิ่งที่เขียนอยู่บนป้ายโฆษณา

    “อ๊ะจริงด้วยเอาแบบนี้ดีกว่า !!” สตีฟนึกออกแล้วว่าจะทำยังไงให้สามารถขับเวสป้าได้โดยไม่ต้องกังวลว่าซาร่าจะถามที่มาที่ไปดี เขารีบกลับรถก่อนจะขับออกไปทิศตรงข้ามกับทางที่จะไปซุปเปอร์มาร์เก็ต

    หน้าร้านแห่งหนึ่ง

    แต่ก !! แต่ก !! แต่ก !! เอี๊ยด !!!!! เสียงรถของสตีฟวิ่งมาก่อนจะหยุดที่หน้าร้านทำป้าย เขาดับเครื่องยนต์ก่อนจะเดินเข้าไปในร้านทันที

    “สวัสดีครับร้านเรารับทำป้ายโฆษณาและการ์ดแต่งงานไม่ทราบว่าจะมาสั่งทำอะไรครับ” พนักงานเมื่อเห็นสตีฟเดินเข้าร้านมาก็ถามทันที

    “สวัสดีครับคือผมจะมาสั่งทำป้ายหน่อยน่ะครับ” สตีฟพูด

    “ป้ายงั้นเหรอครับ ต้องการขนาดใหญ่เท่าไหนดีครับ” พนักงานถามและหยิบกระดาษออกมาเตรียมจดสิ่งที่สตีฟต้องการ

    “เอาขนาดที่สามารถติดหน้ารถคันนั้นได้น่ะครับ พอจะทำได้มั้ย” สตีฟชี้ไปที่รถเวสป้าสีแดงหน้าร้าน

    “หือป้ายแค่นั้นเองเหรอครับ ผมก็นึกว่าคุณจะมาสั่งป้ายโฆษณาติดบนตึกอะไรแบบนั้นซะอีก” พนักงานคนนั้นนึกว่าจะได้เงินมากหน่อยซะแล้วแต่พอได้ยินที่สตีฟพูดเขาก็ห่อเหี่ยวทันทีเพราะป้ายขนาดเล็กคงได้เงินไม่กี่สิบเหรียญ

    “ใช่ครับทำให้ผมได้หรือเปล่า” สตีฟพยักหน้า

    “ได้สิครับ ไม่ว่าป้ายแบบไหนเราก็ทำได้หมดไม่ทราบว่าลูกค้าต้องการป้ายแบบไหนเขียนว่าอะไรครับ” พนักงานนั้นถึงแม้จะเซ็งที่เจองานได้เงินน้อยแต่เขาก็ไม่ปฏิเสธงานของสตีฟ

    “เอาเป็นป้ายพลาสติกแข็งแล้วกันครับ ทำจากเรซิ่นก็ได้” สตีฟพูด

    “หือเรซิ่น แพงนะครับคุณลูกค้า” พนักงานถามเพื่อความแน่ใจเพราะเรซิ่นสมัยนี้มีราคาแพงมากต่างจากเมื่อก่อน

    “ครับไม่เป็นไรครับ แต่ผมขอเป็นเรซิ่นใสนะครับจะได้ดูมีราคาหน่อย” สตีฟพูดเขานั้นอยากได้ป้ายที่ดูมีราคาหน่อย

    “ได้ครับ ถ้าให้ผมกะขนาดจากประสบการณ์จะต้องใช้แผ่นขนาดประมาณ ห้าสิบคูณห้าสิบเซนติเมตร ราคาของเรซิ่นใสจะอยู่ที่ประมาณ เจ็ดร้อยเหรียญครับ” พนักงานพูด

    “ไม่มีปัญหาครับ ผมอยากให้แต่งให้มันดูแพงๆด้วย” สตีฟพูด

    “ได้ครับผมจะพ่นสีทราย สีทองเพิ่มให้ด้วย” พนักงานพยักหน้าก่อนจะถาม

    “ว่าแต่จะให้เขียนว่าอะไรเหรอครับ” พนักงานถาม

    “เขียนว่า รางวัลใหญ่รางวัลที่หนึ่ง ครับ !!” สตีฟยิ้มออกมาก่อนจะตอบพนักงานไป

    “ว่าไงนะครับ !!!” พนักงานถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง

    “รางวัลใหญ่รางวัลที่หนึ่งครับ เขียนตามนั้นเลย” สตีฟพูดยืนยันอีกครั้ง

    “เอ่อ...ได้ครับ รวมราคาวัตถุดิบและค่าทำแล้วทั้งหมดประมาณเก้าร้อยเหรียญ จะเสร็จในสองชั่วโมง จะมารับเองหรือให้ผมไปส่งครับ” พนักงานถาม

    “รับเองครับ รับเองเดี๋ยวผมจะมารับเอง” สตีฟรีบตอบเพราะว่าถ้าให้ไปส่งความก็แตกน่ะสิว่าเขากำลังจะแหกตาว่าได้รถคันนี้มาจากการเสี่ยงโชค จากนั้นสตีฟก็จ่ายค่ามัดจำก่อนจะออกจากร้านและขับรถเวสป้าของเขากลับไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตต่ออย่างอารมณ์ดี

    บรืน !! แต่ก !! แต่ก !! แต่ก !! แต่ก !! เสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของรถเวสป้าของสตีฟวิ่งไปตามถนนเมืองนิวยอร์ค โดยมีคนขี่เป็นชายใส่ชุดผ้ากันเปื้อนสำหรับพ่อบ้านที่ใช้กันเวลาเข้าครัว หลายคนเหลียวมองก็อดคิดไม่ได้ว่ามันเข้ากันจริงๆ

    จบ...