โถงห้องนั่งเล่น ที่บ้าน บนเกาะส่วนตัวของ เฉินเฟยหลง
เขานั่งดื่มเหล้า กับ กู่เต๋อ ทั้งคู่เมาหลับคาโซฟาห้องนั่งเล่น
เฉินเฟยหลงได้ฝันเห็นน้องสาวตัวน้อยของเขา
เป่าเป่า ตอนที่เธอกำลังวิ่งเล่นในสวนด้านหลัง คฤหาสน์ตระกูลเฉิน เด็กน้อย 6 ขวบ วิ่งตามผีเสื้อไปอย่างไม่ลดละ พร้ะโกนบอก เฉินเฟยหลง
“น้าเล็กตามผีเสื้อไปค่ะ”
###########################
เฉินเฟยหลง ใตื่นเพราะเสียงของ จางเป่าเป้ยในฝันเขาลืมตาขึ้นมาก็ต้องแปลกใจที่เห็น ผีเสื้อสีดำตัวใหญ่
เกาะที่อยู่ที่มือของเขา เขาขยับมือเพียงเล็กน้อยผีเสื้อตัวนั้นก็บิน ไปทางห้องนอนของ จางเป่าเป้ย
ชายหนุ่มในอาการงัวเงียจากการเพิ่งตื่นและผลของการดื่มสุรา เดินตามผีเสื้อไปในห้องนอนของจางเป่าเป้ย
ผีเสื้อ บินเข้าไปใต้ชั้นวางหนังสือที่เป็เพียงช่องว่างยกจากพื้นเพียงเล็กน้อย เฉินเฟยหลง เกิดความสงสัยจึงได้ก้มมองตรงพื้นที่ผีเสื้อบินเข้าไป ชายหนุ่มสามารถยืนมือเข้าไปในนั้นได้ไม่ยากเท่าไร มือเขาัักับสมุดเล่มเล็กๆเล่มหนึ่งที่อยู่ข้างในนั้น เขาจึงค่อยๆเขี่ยสมุดนั้นออกมา ด้วยความสงสัย
มันเป็สมุดเล่มเล็กสีชมพู ที่ปกด้านหน้า เขียนว่า
หลี่จือหลิน เฉินเฟยหลงถือสมุดเล่มด้วยมือสั่นเทา
ผลการชันสูตรศพของ จางเป่าเป้ย นั้น ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเธอโดดลงมาเอง หรือ มีคนผลักเธอลงมา เพราะเื่ที่เธอท้องไม่มีพ่อและกลายเป็เมียน้อยของคนอื่นที่คนทั้งโรงเรียนพูดถึง อาจจะเป็สาเหตุให้สาวน้อยอายุ 18 ปี คนนี้ ตัดสินใจโดดตึกตาย ก็มีความเป็ไปได้
ตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด บริเวณรอบๆ ในระยะ 1กิโลเมตร รอบที่เกิดเหตุ ปรากฏว่ากล้องเสียทุกตัว ไม่มีภาพในวันเกิดเหตุเลยว่าจางเป่าเป้ย ไปที่นั้นกับใคร ไปเวลาไหน ตำรวจยังไม่สามารถตรวจสอบได้แน่ชัด
แม้ตระกูลเฉินจะมีอำนาจเพียงใดกดดันตำรวจให้หาสาเหตุการตายของ จางเป่าเป้ย ออกมาให้ได้
ตำรวจก็ยังไม่มีหลักฐานใดๆที่แสดงได้ชัดเจนว่า
จางเป่าเป้ย นั้น โดดลงมาเอง หรือ มีคนผลักลงมากันแน่
เื่ที่จางเป่าเป้ย เสียชีวิต และท้องนั้น ทางตระกูลเฉินปิดข่าวทางสื่อทุกช่องทางมีเพียงแต่กดดันตำรวจให้หาสาเหตุการตายที่แท้จริงออกมาให้ได้ในเร็ววัน
เฉินฟางหลง เลี้ยง จางเป่าเป้ย มาั้แ่ อายุ 6 ขวบเขาไม่อยากจะเชื่อว่าน้องสาวที่เลี้ยงมากับมือ จะคิดสั้นโดดลงมาเองเขาจึงไม่เคยยอมแพ้ให้ตำรวจสืบเื่นี้ต่อไป
และที่สำคัญคือ ตำรวจยังหาโทรศัพท์กับคอมพิวเตอร์ของเธอไม่เจอ จึงยังไม่รู้ว่าเธอท้องกับใคร สอบถามเพื่อนๆของเธอก็ รู้เพียงว่าเขาเป็ชายหนุ่มมหาวิทยาลัยปี4 จางเป่าเป้ยเรียกเขาว่า พี่จือหลิน แต่ไม่รู้ว่าเขาแซ่อะไรไม่รู้ว่าเรียนมหาวิทยาลัยไหน เพราะเธอไม่เคยเล่าเื่ของเขาให้เพื่อนฟังเลยไม่เคยพาเพื่อนไปเจอแฟนคนนี้เลย
เฉินเฟยหลง นั้นสืบด้วยตัวเอง ทุกทางที่พอจะทำได้ทั้งดูในโซเซียลของ จางเป่าเป้ย ดูในห้องนอนเธอเขาก็ยังหารูปหรือชื่อของคนที่จะเป็แฟนของ จางเป่าเป้ยไม่เจอเลย
แต่ตอนนี้ สมุดสีชมพูเล่มเล็กๆนี้ที่มีชื่อผู้ชายอยู่หน้าปก ที่เขียนด้วยความตั้งใจพร้อมกับรูปหัวใจสีแดงต่อท้ายนั้น ทำให้ เฉินเฟยหลง มือสั่นเทา ที่จะได้รู้ว่าแฟนของ จางเป่าเป้ย คือใครกันแน่
เฉินเฟยหลง เปิดมาหน้าแรก
หลี่จือหลิน สูง172 ซม อายุ 20 ปี
เรียนที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง สาขาบริหารธุรกิจ
บ้านอยู่ 380 ถนน 12 ซอย 5 เขตเหมินโถวโกวกรุงปักกิ่ง
ชอบกินเค้ก ช็อกโกแลต ชอบ ช็อกโกแลต มาก
แพ้ ถั่วลิสง ชอบกินหมูหวานน้ำแดง ชอบกินหมูสามชั้น
ปล.ฉันจะหัดทำหมูสามชั้นน้ำแดงนะค่ะ อิอิ
เปิดมาหน้าที่ สอง
ครอบครัวพี่เขา ทำโรงงาน พลาสติก ผลิตสินค้าตามคำสั่งลูกค้า ไม่เลวเลยนะถึงจะไม่ใช่บริษัทที่ใหญ่โตระดับประเทศ ก็เถอะแต่คงไม่ทำให้พี่ชายฉันรังเกียจเขาได้หรอกนะ
เฉินเฟยหลง อ่านเพียงแค่สองหน้า น้ำตาก็ไหลออกมา
เขาพลิกสมุดไล่ไปเรื่อยๆจนถึงหน้าล่าสุดที่เธอเขียนไว้ว่า
หลี่จือหลิน ไอ้คนสารเลว จะไม่ยอมแต่งฉันเข้าบ้านใช่ไหม ไอ้เลวจะให้ลูกฉันเป็ลูกนอกสมรส กล้ามากนะ วันนี้แหละฉันจะบอกพี่ชายฉันให้ไปจัดการนายแน่
นายจะได้รู้ว่า นายต้องแต่งเข้าบ้านตระกูลเฉินของฉัน หรือ ฉันต้องแต่งเข้าตระกูลหลี่ของนายกันแน่
เฉินเฟยหลง อ่านจบ หน้าสุดท้ายนี้แล้ว ทำให้นึกขึ้นมาได้2 วันก่อนจะเสียชีวิต ที่น้องสาวของเขา จางเป่าเป้ยมาหาเขาที่เกาะเหมือนเธอมีเื่จะคุยกับเขา แต่แล้วเธอก็ไม่ได้พูดอะไร เธอมาหาเขาเพียง2วัน เสาร์อาทิตย์ เท่านั้นแต่สองวันที่อยู่ที่เกาะ จางเป่าเป้ยเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องไม่ออกมาเดินเล่นรอบๆบ้าน หรือ ไปริมทะเล เหมือนที่เคยเป็แต่พี่ชายก็ไม่ได้สงสัยอะไร และไม่เคยเข้าไปรบกวนเธอในห้องนอนส่วนตัวของเธอที่เขาจัดไว้ให้เธอในบ้านพักส่วนตัวของเขา
หลังจาก เธอจากไป เขาเข้ามาค้น ดูข้าวของเธอทั่วห้องเพื่อหาว่าเธอกำลังคบกับใคร เขาก็หาอะไรไม่เจอ
วันนี้ ตอนนี้ เขาได้รู้แล้วว่า เธอกำลังคบอยู่กับ หลี่จือหลิน เขาถือสมุด เล่มเล็กไว้ในมือแน่นเดินออกจากห้องของ จางเป่าเป้ย ตรงไปที่ห้องนอนของตัวเอง เพื่อที่จะอาบน้ำล้างหน้าให้สร่างจากอาการเมาค้าง
ตอนนี้เป็เวลา 6 โมงเช้าแล้ว เลขาเกาิชง เดินเข้ามาในบ้านเ้านาย ในโถงห้องนั่งเล่นเห็นกู่เต๋อ นอนอยู่บนโซฟา จึงรีบเดินเข้าไป ปลุกให้ตื่น กู่เต๋อ ตื่นมาเห็นเลขาเกาิชงกำลังจ้องอยู่ รีบดีดตัวลุกขึ้นจากโซฟา แล้วส่งยิ้มแห้งๆไปให้
"เมื่อคืน ฉันบอกว่าให้พาเ้านายไปนอนอย่าบอกนะว่า แกกินเหล้าแล้วหลับกับเ้านายที่โซฟานี้ใช่ไหม"ตบกะโหลกไปหนึ่งที แล้วพูดต่อ"ฉันไม่อยู่สามวัน แกจะดูแล คุณเฉินได้ไหมไหนพูดสิ" เลขาเกาิชง ถามด้วยความเหนื่อยใจกับคนตรงหน้า
เฉินเฟยหลง เดินออกมาจากห้องนอน ได้ยิน เลขาเกาิชงกำลังต่อว่า กู่เต๋อ อยู่พอดีจึงพูดขึ้นมาว่า
"เลขาเกาไม่ต้องห่วงหรอกเดี่ยวผมจะให้เขาไปที่ปักกิ่ง" เขาหันไปบอกเลขา
"ไปทำอะไรครับ คุณเฉิน รอผมกลับมาก่อนได้ไหมครับเสี่ยวเต๋อทำงานไม่ค่อยรอบคอบกลัวจะเสียงานนะครับ ผมจะรีบไปรีบกลับถ้าแม่ไม่เป็ไรมาก ผมจะรีบกลับมาเลย"
คนเป็เลขาเอ่ยกับเ้านาย เพราะรู้จักนิสัยของกู่เต๋อ ดี ทำงานไม่ละเอียดรอบคอบ ผิดพลาดบ่อย มักง่ายดีแต่เื่ใช้กำลังเท่านั้น
เฉินเฟยหลง วางสมุดเล่มสีชมพู ที่ถือมายืนให้ เลขาเกาิชงรับสมุดมาด้วยสีหน้างง
"เปิดอ่านสิ" เ้านายสั่งเลขา เขาเปิดอ่านหน้าแรก เท่านั้นก็รู้แล้วว่าเ้านายหมายถึงอะไร
"เดี่ยวผมไปเอาตัวมันมาสอบสวนเดี๋ยวนี้เลยครับคุณเฉิน"
เลขาเกาิชง พูดออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ปนแค้นใจ
"ไม่ต้อง เลขาเกาไปดูแม่เถอะ เื่นี้ให้ เสี่ยวเต๋อทำก็ได้ เดี่ยวให้เขาออกจากเกาะไปพร้อมกันเลย" เฉินเฟยหลง รู้ว่า เลขาของเขานั้นเป็ห่วงแม่ที่แก่ชราแค่ไหน เขาไม่อยากทำให้เลขาเกาิชง ลำบากใจ เพราะเื่นี้ไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อนอะไร แค่หา หลี่จือหลิน ให้เจอแล้วจับตัวมา
มีชื่อที่อยู่ชัดเจนขนาดนี้ ถึงไม่มีรูปถ่ายแต่เขาคิดว่า กู่เต๋อ ก็คงไม่ทำพลาดแน่ และยังมีเขาอีกทั้งคนที่จะเป็คนตัดสินใจ คิดว่า
เด็กหนุ่มอายุ21 ปี เป็แค่นักศึกษา กู่เต๋อ คงจัดการได้ไม่ยาก