ร่างผอมโซในชุดนักโทษสีซีดถูกกระชากอย่างไร้ความปราณีพร้อมกับเสียงตวาดจากผู้คุม
"คุกเข่า!"
ตลอดหนึ่งเดือนที่ถูกกักขังแล้วนำตัวมา ณ ที่แห่งนี้
ลานปะาที่ตั้งอยู่ระหว่างเขตแดนระหว่างแคว้นเยว่และแคว้นเว่ย
ผู้คนต่างสาบแช่งอดีตพระชายาขององค์ชายเจ็ดแห่งแคว้นเว่ยที่เป็ตัวต้นเหตุให้เกิดการนองเืขึ้นในทั้งสองแคว้น
เพราะองค์ชายเจ็ดที่มีตระกูลเสวียนหนุนหลังคิดการก่อฏโค่นล้มรัชทายาทจึงทำให้เกิดการนองเืล้างแผ่นดินขึ้นในแคว้นเว่ย
ขณะเดียวกันกองทัพตระกูลเสวียนก็คิดการใหญ่้าราชบัลลังก์แคว้นเยว่มาไว้ในมือ ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะรวมแผ่นดินให้กลายเป็แคว้นเดียวกัน
องค์ชายเจ็ดขึ้นเป็ฮ่องเต้ ส่วนพระชายาเสวียนก็ขึ้นเป็ฮองเฮาปกครองแคว้นใหม่ร่วมกัน
กว่าที่ทั้งสองแคว้นจะสามารถปราบฏลงได้ย่อมต้องสูญเสียดหล่าทหารกล้าไปไม่น้อย
หลายครอบครัวต้องสูญเสียบิดาและบุตรชายไปจึงทำให้พวกเขาโกรธแค้นองค์ชายเจ็ดกับพระชายา และตระกูลเสวียนเข้ากระดูก
องค์ชายเจ็ดถูกสำเร็จโทษที่แคว้นเว่ย
ตระกูลเสวียนก็ถูกปะาต่อหน้าชาวเมืองไปก่อนหน้า
เหลือเพียงพระชายาผู้นี้ที่ผู้คนทั้งสองแคว้นอยากเห็นการตายของนาง
แคว้นเว่ยจึงส่งตัวนางมายังแดนปะาที่เขตชายแดนระหว่างสองแคว้น
ในระหว่างการเดินทางส่งตัวนักโทษ นางได้รับเพียงน้ำข้าววันละหนึ่งถ้วยให้พอประทังเพื่อไม่ให้ตายก่อนถึงแดนปะา
ตลอดเส้นทางที่ผ่านนางถูกขว้างปาด้วยก้อนหินก้อนดินหรืออะไรก็ตามที่ชาวบ้านจะหยิบฉวยได้เพื่อระบายความโกรธแค้นของตน ทำให้ร่างกายที่แสนจะบอบบางเต็มไปด้วยาแ
ใบหน้าที่เคยงดงามมีรอยช้ำปูดบวมจนแทบจำไม่ได้ว่าครั้งหนึ่งสตรีผู้นี้เคยเป็ยอดพธูแห่งแคว้นเยว่ที่แม้แต่องค์หญิงบางพระองค์ยังไม่อาจเทียบได้
สายตาของอดีตพระชายาเหม่อมองไปข้างหน้านางไม่ได้ใส่ใจต่อถ้อยคำก่นด่าของชาวเมือง เพราะนางตลอดเส้นทางนางได้ยินมันจนรู้สึกชาไปหมด นางแทบอยากจะสำรอกมันออกมาเสียมากกว่า
หึหึ ฏงั้นรึ
ช่างเป็แผนที่แยบยลนัก
สวามีของนางร่างกายอ่อนแอขี้โรค ไม่มีแม้แต่แรงจะหยิบมีดขึ้นมาเชือดไก่กลับถูกยัดข้อหาให้อย่างไม่เป็ธรรม
ท่านตาและคนในตระกูลเสวียนที่จงรักภักดีมาั้แ่ก่อตั้งตระกูลก็ถูกรื้อสะพานทิ้งเมื่อฮ่องเต้โฉดมั่นคงในราชบัลลังก์
ส่วนตัวนางงั้นรึ ถูกตราหน้าว่ามักใหญ่ใฝ่สูงอยากเป็จักรพรรดินีใต้หล้า
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ช่างน่าสมเพชยิ่งนัก
และคนที่อยู่เื้ัแผนการโค่นล้มตระกูลเสวียนก็หาใช่คนอื่นไกล
เป็ผู้ที่ให้กำเนิดนางอย่างไม่ตั้งใจนั่นเอง
บิดาของข้า
ท่านเกลียดข้า เกลียดตระกูลเสวียนถึงเพียงนี้เชียวหรือ
"หลันเอ๋อร์ ลูกแม่ โฮ ฮือ ฮือ ปล่อยข้า" พระชายาเสวียนแห่งชินอ่องแคว้นเยว่สะบัดตัวออกจากการประคองของบ่าวรับใช้ทันทีที่เห็นบุตรสาวถูกผลักลงที่ลานปะานางถลาเข้าหาบุตรสาวด้วยหัวใจที่แหลกสลาย
แต่ก็ถูกทหารผู้คุมกันไว้เสียก่อน
"หลันเอ๋อร์ หลันเอ๋อร์ ลูกแม่ ฮือ ฮือ"
เสียงร่ำไห้ปานใจจะขาดของพระชายาชินอ๋องไม่ได้ทำให้ผู้คนรู้สึกสงสารหรือเห็นใจกลับกัน พวกเขาต่างสมเพชและสาแก่ใจกับโทษทัณฑ์ที่คนตระกูลเสวียนได้รับมากกว่าหากไม่ติดว่านางเป็พระชายาแห่งชินอ๋องไม่แน่ว่านางอาจจะถูกรุมกระทำเฉกเช่นบุตรสาวก็เป็ได้
"หลินเฉิงจวิน ท่านช่างอำมหิตยิ่งนัก นางเป็บุตรสาวแท้ๆ ของท่านนะ ท่านมันคนไม่มีหัวใจ
เพื่อยกฐานะนังแพศยา ท่านทำลายเกียรติของข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าข้าไม่เคยเอามาใส่ใจ ต่อให้้ายกฐานะสายเืชั้นต่ำนั่น ข้าก็ไม่ขัดขวางแต่เพราะเหตุใด เพราะอะไร ท่านถึงต้องทำลายชีวิตของบุตรทั้งสองของข้าด้วยเหตุใดต้องกวาดล้างตระกูลของข้า พวกข้าทำผิดอะไร ทำไม ทำไม ฮือ ฮือ"
พระชายาเสวียนด่าทอสามีต่อหน้าผู้คนพร้อมกับร่ำไห้ด้วยหัวใจที่ร้าวราน
แม้จะไม่เคยมีความรักให้กันเฉกเช่นสามีภรรยาทั่วไป แต่นางก็นึกไม่ถึงว่าสามีผู้นี้จะมีจิตใจที่อำมหิตมากกว่าที่คิด
เขาสามารถนั่งมองดูบุตรชายของนางถูกตัดหัวโดยไม่กระพริบตาด้วยซ้ำ
"พระชายา ตระกูลเสวียนก่อฏ หลักฐานชัดเจน ไม่มีใครใส่ร้ายทั้งนั้นส่วนคุณชายน้อย หากไม่คบคิดกับแม่ทัพเสวียน ก็คงไม่ต้องจบชีวิตลงเช่นนั้น"หัวหน้าศาลต้าหลี่ทำทีอธิบายหากว่าแต่ละคำพูดนั้นกลับกระตุ้นให้ผู้คนต้องรู้สึกโกรธแค้นขึ้นไปอีก
ทุกประโยคล้วนเข้าหูหลินเฟยหลัน หัวใจของนางกระตุกวาบ "เสด็จแม่เกิดอะไรขึ้นกับน้องเล็ก เกิดอะไรขึ้น บอกข้าที บอกข้า"
เมื่อหันกลับไปมองบุตรสาว ทำให้พระชายาเสวียนจุกที่ลำคอ
หัวหน้าศาลต้าหลี่แสร้งถอนหายใจ แล้วตอบแทน "ก็หลิน อ้อ...ไม่ใช่ต้องเรียกว่า เสวียนเฟยฉี จึงจะถูก เพราะเขาถูกถอดออกจากราชวงศ์แล้วทั้งยังถูกปะาไปพร้อมกับตระกูลเสวียน ในข้อหาฏอย่างไรเล่า"
"มะ ไม่จริง ไม่ ไม่จริงงงงงง ฉีเอ๋อร์ น้อง น้องข้า ไม่จริงงงงงงไม่" ได้ยินเช่นนั้นแล้ว อดีตพระชายาองค์ชายเจ็ดกรีดร้องขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
จนผู้คุมต้องกดตัวนางลง ใบหน้าของนางกระแทกลงที่พื้นอย่างแรง ทำให้กรามที่ถูกกระแทกนั้นหักจนเ้าตัวต้องร้องขึ้นมาอย่างเ็ป
เ็ปงั้นรึ ไม่เลย ไม่เจ็บสักนิด หัวใจของข้าต่างหากที่เจ็บเจียนตาย
"หลันเอ๋อร์ พวกเ้า ปล่อยลูกข้านะ ปล่อยนาง หลันเอ๋อร์ ลูกแม่ ฮือฮือ" เสียงของมารดาที่ร่ำไห้ทำให้หลินเฟยหลันฝืนลืมตาขึ้นมา
สายตาของนางทอดมองไปที่พลับพลา
"ทะ..ท่าน..ช่าง..อำ..มหิต..นัก" หลินเฟยหลันใช้เรี่ยวแรงอันน้อยนิดที่เหลืออยู่แค่นเสียงออกมา
เพื่อราชบัลลังก์ของพี่ชาย เขาใช้ตระกูลเสวียนเป็โล่คุ้มภัยเมื่ออำนาจมั่นคง เขาก็รื้อสะพานทิ้ง
เพื่อตำแหน่งผู้สืบทอดของบุตรชายคนโปรดเขาถึงกลับให้ร้ายน้องชายของนางจนต้องตกตาย
และเพื่อตำแหน่งพระชายาของบุตรสาวคนโปรด เขาใช้นางเป็หินรองเท้าส่งให้น้องสาวผู้นั้นขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งนั่นจนสำเร็จ
หึหึ ช่างเป็บิดาที่เลวได้ใจยิ่งนัก
แต่ว่า...ต่อให้โกรธแค้นไปก็จะมีประโยชน์อันใดเล่าในเมื่อทุกอย่างก็บรรลุตามที่คนพวกนั้น้า จะย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้
ห่วงก็แต่...
"สะ... เสด็จ.. แม่..ขอ ขะ..ข้า ขอ.."
หัวหน้าศาลต้าหลี่เหลือบตามองด้วยความรู้สึกสมเพช "อ้อ ได้สิ ไหนๆก็จะจากกันแล้ว ให้พวกนางได้บอกลากันหน่อยเถอะ"
เมื่อทหารผู้คุมเปิดทาง พระชายาเสวียนก็ถลาไปหาบุตรสาวมือที่สั่นเทาประคองบุตรสาวขึ้นมากอดอย่างทะนุถนอม "หลันเอ๋อร์ ลูกแม่"
หลินเฟยหลันพยายามเปล่งเสียงออกมา "สะ..เด็จ เสด็จแม่อะ...อภัยให้...ลูกด้วย"
"หลันเอ๋อร์ ไม่เป็ไรลูกรัก แม่ไม่เคยโกรธเ้า เป็แม่ที่ไม่ดีไม่ได้ดูแลเ้าให้ดีเท่าที่ควร ฮึก"ผู้เป็มารดาสะอื้นไห้ด้วยหัวใจที่แหลกสลาย
นางยิ้มบางให้มารดามือผอมแห้งที่มีเพียงหนังหุ้มกระดูกยกขึ้นมาลูบใบหน้ามารดาเพื่อเก็บเป็ความทรงจำในแสงสุดท้ายของชีวิต
ดวงตาเรียวค่อยๆ หลับลงช้าๆหยดน้ำตาแห่งความอาลัยมารดาหยดลงมาเป็หยดสุดท้าย
แม้แต่ถ้อยคำลาครั้งสุดท้าย นางก็ไม่มีโอกาสได้เอื้อนเอ่ย
ชาตินี้ลูกอกตัญญูยิ่งนัก ทำให้เสด็จแม่ทุกข์ใจ หากชาติหน้ามีจริงขอให้ลูกได้เกิดมาเป็ลูกของเสด็จแม่อีกครั้งนะเพคะ
ลูกรัก แม่ขอโทษ ที่ทำให้เ้าไม่มีโอกาสได้ออกมาใช้ชีวิตเฉกเช่นคนอื่น