ภาพในความทรงจำที่พวกนั้นหลอกให้ซู่หรานไปหา จับตัวอิงเถาตัดลิ้น บังคับให้ซู่หรานดื่มยาพิษ หากนางไม่ยอมหลอกพาตัวน้องสาวอย่างซินซินไปให้พวกมัน แลกกับยาถอนพิษ นางต้องตายในไม่กี่วัน
ซู่หรานคนเก่า โกหกทุกคนว่าตัวเองเป็คนตัดลิ้นอิงเถาเอง ซินซินรีบร้อนออกตัวช่วยเหลืออิงเถาเต็มที่เพราะ้าช่วยเหลือพี่สาว แต่กลับทำให้พี่สาวอย่างซู่หรานเกลียดน้องสาวมากขึ้นกว่าเดิม
ซู่หรานถูกขังในเรือนตัวเอง นางไม่ยอมให้แผนของคนที่วางยานางได้ประสพความสำเร็จ แม้จะไม่ได้หลอกให้ซินซินไปหาพวกมัน แต่นางก็ไม่ยอมตายคนเดียวเช่นกัน
นางจึงหาทางปล่อยสุนัขป่วยตัวนั้นออกมากัดน้องสาว เหตุผลก็เพราะรับไม่ได้ที่น้องสาวเป็คนดีกว่าตัวเอง รับไม่ได้ที่น้องสาวจะมีชีวิตอยู่ต่อไปและแต่งงานกับคนที่นางรัก ทั้งยังได้แก้แค้นคนที่วางยานางด้วย
แต่ซู่หรานก็ดันตายระหว่างนั้น และเป็ไป๋หลันที่ตกลงมาสู่ร่างนี้ ช่วยซินซินเอาไว้ เหมือนเทพเ้ายี่ซิงให้โอกาสกับไป๋หลันได้มีชีวิตใหม่ และให้โอกาสร่างของซู่หรานได้แก้ไขสิ่งเลวๆ ให้กลับมาดีเหมือนเดิม
“ไหนๆ เ้าก็มาแล้ว ช่วยจุดโคมไฟในเรือนให้ข้าได้หรือไม่” ซู่หรานคนใหม่เปลี่ยนเื่ เพราะมันมืดมากแล้วจริงๆ แถมเธอก็ไม่รู้จะพูดอะไรอีก ในสถานการณ์เช่นนี้มันชวนให้กระอักกระอ่วนจริงๆ
จากนั้นซู่หรานก็ไปอาบน้ำล้างตัวด้วยน้ำอุ่นที่อิงเถาเป็คนต้ม กินอาหารที่อิงเถาเอามาให้ เข้านอนในห้องที่อิงเถาเป็คนดูแลจัดการและหลับไปอย่างรวดเร็ว
ส่วนอิงเถานอนในห้องที่ซู่หรานคนเก่าเคยจัดให้ สาวใช้พิการนอนไม่หลับ เพราะมัวแต่คิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น นางไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นคุณหนูซู่หรานถึงได้เปลี่ยนไปมากเพียงนี้ เพราะผ่านความตายจากพิษร้ายมาได้หรือ
อิงเถานึกถึงเื่ที่ผ่านมา นางติดตามซู่หรานมาหลายปี ซู่หรานเป็คนฉลาด แต่ขี้อิจฉา อยากชนะน้องสาวทุกอย่าง อยากให้ท่านพ่อชื่นชม แต่ไม่เคยทำอะไรเกินเลย
ซู่หรานติดต่อลับๆ กับใต้เท้าเหมิน คอยส่งข่าวในจวนให้แลกกับข้าวของเครื่องใช้ราคาแพง เพราะพ่อของนางเป็ขุนนางตงฉินจึงไม่มีเงินมากพอให้ซู่หรานใช้
จู่ๆ ใต้เท้าเหมินที่แต่งงานแล้วก็อยากได้ตัวซินซินไปเป็อนุ ติดที่ซินซินเป็ลูกภรรยาเอกจวนขุนนาง เขาจึงคิดใช้แผนชั่ว เขาเคยขอให้ซู่หรานหลอกน้องสาวหลายครั้ง แต่ซู่หรานไม่เคยลงมือ ในที่สุดเขาทนไม่ไหวจึงวางยาซู่หรานข่มขู่ และตัดลิ้นอิงเถา
ซู่หรานกลัวคนอื่นรู้ว่าติดต่อลับๆ กับใต้เท้าเหมินจึงโกหกว่าตัดลิ้นของอิงเถาด้วยตัวเอง อิงเถานอนป่วยอยู่เป็เดือน ตื่นมานางยังคิดว่าซู่หรานอาจตายแล้ว แต่ไม่ใช่ ทุกคนต่างบอกว่าคุณหนูซู่หรานเปลี่ยนไปแล้ว
ครั้งคุณหนูซินซินบอกว่าซู่หรานอยากให้อิงเถากลับไปอยู่ด้วย อิงเถายังนึกว่าซู่หรานเล่นงิ้วอันใด แต่วันนี้ หลังจากสาวใช้ของท่านหวังมี่เล่าเื่ที่เกิดขึ้นในตลาดให้อิงเถาฟัง นางจึงตัดสินใจกลับมาดูซู่หรานสักครั้ง นางอยากรู้ว่าซู่หรานจะวางแผนอะไรอีก
นึกไม่ถึงว่าซู่หรานจะแค่อยากขอโทษ เปลี่ยนไปราวกับเป็คนละคน แม้แต่วิธีการพูดยังดูแปลกประหลาด ข้าวของเครื่องใช้ที่ได้จากใต้เท้าเหมิน คุณหนูซู่หรานได้เผาทิ้งทั้งหมด ไม่เสียดายสักนิด อิงเถาคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก
จากนั้นอีกหลายวัน อิงเถาที่คอยสังเกตมาตลอดตัดสินใจว่าซู่หรานได้เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ไม่ใช่เป็การเสแสร้งเพื่อแผนบางอย่าง แม้แต่ของที่ชอบกินยังเปลี่ยนไปเช่นกัน แต่อิงเถาชอบคนใหม่มากกว่าจึงไม่คิดหาเหตุผลอะไรอีก
ไม่นานทุกคนในจวนขุนนางหวังก็เริ่มคุ้นชินกับซู่หรานคนใหม่ ยกเว้นท่านขุนนางหวังเอง เขาไม่ค่อยได้อยู่บ้าน แต่เขาจะไม่รู้จักลูกสาวของเขาได้อย่างไร เพียงแต่เขาไม่กล้าคิดว่าเกิดอะไรขึ้น
เวลาล่วงเลยไป ซู่หรานเริ่มสอนภาษามือให้อิงเถา อาศัยความรู้สมัยที่ยังเป็นักกีฬาทีมชาติในภพที่แล้ว ครั้งหนึ่งเธอเคยได้ไปฝึกซ้อมกับนักกีฬาพาราลิมปิก นักธนูหูหนวกคนหนึ่งเคยสอนให้เธอใช้ภาษามือบ้าง เธอที่ชอบอยู่กับคนเงียบๆ จึงสนิทกับเขา แม้ตอนนี้ซู่หรานจะจำไม่ได้ทั้งหมด แต่คำไหนไม่รู้ก็คิดท่าใหม่เสียเลย
ซู่หรานใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอน มีออกกำลังกาย่เช้าและเย็นตามนิสัยเดิม เพราะเธอมีร่างกายใหม่แล้ว ไม่ต้องเดินลากขา ไม่เจ็บไหล่ตลอดเวลา เธอจึงมีความสุขมากกับการออกกำลังกายตามตารางนักกีฬา
บางวันก็จะเอาผ้ามาตัดเย็บบ้าง ส่วนใหญ่แล้วหลังเย็บเสร็จ เธอจะไม่กล้าหันไปมองผลงานตัวเอง ต่อให้อยากได้ชุดใหม่มากขนาดไหน แต่คงต้องพับโครงการไว้ก่อน ยังดีที่บ้านนี้เป็บ้านขุนนาง ตัดผ้าทิ้งเป็กองๆ ก็ไม่มีใครด่า
ซินซินยังคงเป็น้องสาวที่น่ารัก มีอะไรก็เอามาแบ่งพี่สาวเสมอ วันนี้ก็เช่นกัน นางได้รับคำเชิญให้ไปร่วมงานแต่งของแม่ทัพใหญ่ จิ้งหยาง ฮูหยินจิ้ง ท่านแม่ของแม่ทัพจิ้งหยางเป็คนมาเชิญด้วยตัวเอง บอกกับแม่ของซินซินว่า อยากให้พาลูกสาวบ้านขุนนางหวังไปร่วมด้วย
แน่นอนว่าลูกอนุเช่นซู่หรานย่อมไม่ได้รับเชิญ เพียงแต่ซินซินอ้างว่าแม่ของนางรับซู่หรานมาไว้ในรายชื่อลูกของฮูหยินแล้ว อย่างไรซู่หรานย่อมถือเป็ลูกภรรยาเอก ถึงซู่หรานจะหาเื่อ้างว่าป่วย ไม่สามารถออกไปข้างนอกได้ แต่ถูกท่านป้าที่เธอนับถือสั่งสอนไปสองสามคำ ในที่สุดซู่หรานก็ต้องจำใจรับปากกับซินซินว่าจะไปด้วย
ท่านป้าหวังมี่บอกว่า ตระกูลจิ้ง ถือเป็ตระกูลใหญ่ที่รับหน้าที่ปกป้องดูแลชายแดน บุรุษในตระกูลรับหน้าที่แม่ทัพสูงสุดมาสามรุ่นแล้ว ถือเป็ตระกูลที่ฮ่องเต้ให้ความเกรงใจ มอบบรรดาศักดิ์โหวให้หัวหน้าตระกูล แม้ท่านโหวจิ้งจะไม่ได้เป็ขุนนางแล้ว ตอนนี้บุตรชายคนโตของเขารับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่
งานแต่งนี้ แม่ทัพใหญ่ จิ้งหยาง บุตรชายคนโตของท่านโหวจิ้งที่อายุยี่สิบห้าปี จะแต่งงานกับบุตรสาวคนรองของตระกูลใหญ่ทางเหนือ แม้จะถูกเรียกว่าสาวบ้านนอก แต่หลายคนในราชสำนักกลับยอมรับว่านางเป็คนเก่งมีความสามารถ ฮ่องเต้ถึงขั้นพระราชทานงานสมรสให้
นอกจากนี้ ท่านโหวจิ้งยังมีลูกชายอีกสองคน ลูกชายคนรองชื่อ จิ้งซาน อายุยี่สิบสองปี ลูกชายคนเล็กชื่อ จิ้งจื่อ อายุสิบแปดปี และมีลูกสาวอีกสามสี่คน แต่เป็ลูกของอนุทั้งหมด ภรรยาเอกของท่านโหวจิ้งที่มีบุตรชายถึงสามคน จึงมีแต่คนนับหน้าถือตา