“แม่นาง เ้าเป็ใครกันแน่ หันหน้ามาคุยกับข้าเถิด” หญิงสาวผมดำยาวในชุดจีนโบราณสีขาวยืนหันหลังให้ท่านแม่ทัพ แม่นางคนนี้ยืนนิ่งๆสายตามองทอดไปยังนอกหน้าต่าง เมื่อเขาเรียกและเดินเข้าไปใกล้ นางก็หายไปอย่างเช่นทุกครา
ท่านแม่ทัพสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะฝันเมื่อครู่ บนเตียงมีเสี่ยวไป๋นอนหลับอยู่ข้างกาย ความจริงนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาฝันเช่นนี้ ท่านแม่ทัพมักจะฝันถึงแม่นางปริศนาคนหนึ่งอยู่เสมอ ทุกครั้งที่เห็น นางจะต้องยืนหันหลังให้เขา ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะได้เห็นหน้านาง ยิ่งเข้าไปใกล้เท่าไหร่นางก็จะหายไปในที่สุด แต่ครั้งนี้มีสิ่งหนึ่งที่ต่างจากฝันครั้งก่อนๆของเขา นั่นก็คือ แม่นางคนนี้ใส่ชุดของหญิงชาวจีนอย่างที่เขาคุ้นเคย ไม่เหมือนอย่างฝันครั้งก่อนๆ นางใส่ชุดที่ดูแปลกตา เป็ชุดกระโปรงสั้นสีขาว เผยให้เห็นเรียวขาคู่งาม
“นางเป็ใครกันนะ เมื่อไหร่ข้าจะได้เห็นหน้าเ้าสักที” ท่านแม่ทัพรำพึงรำพันออกมาเบาๆขณะนอนเหม่อมองไปบนเพดานห้อง
นิ้วเรียวยาวลูบหัวเสี่ยวไป๋ที่นอนหลับปุ๋ยอยู่ข้างๆก่อนจะนึกได้ว่า ได้เวลากินนมแล้ว
ท่านแม่ทัพลุกขึ้นไปเตรียมอุ่นนมแพะก่อนจะใส่ชามมาให้เสี่ยวไป๋
“เสี่ยวไป๋ ตื่นกินนมเร็ว” แมวน้อยเมื่อได้ยินเสียงเรียกที่คุ้นเคย ก็ลุกขึ้นบิดี้เีอย่างรู้หน้าที่
แจ๊บๆๆ บรรยากาศในยามค่ำคืนเงียบสงัดจนได้ยินเสียงตวัดนมเข้าปากอย่างชัดเจน
เสี่ยวไป๋กินนมอยู่สักครู่ก็นั่งลงใช้ขาหน้ากวาดเศษนมที่ติดอยู่ข้างปากแล้วก็เลียมืออยู่แบบนั้นเพื่อเป็การทำความสะอาดก่อนจะเข้านอนต่ออย่างว่าง่าย คงมีแต่ท่านแม่ทัพที่หลับไม่ลงเพราะมัวแต่ครุ่นคิดถึงเื่ราวมากมายใน่นี้
ยามรุ่งสาง เสียงจอแจของผู้คนเริ่มต้นขึ้น คนงานทั้งหลายในจวนต่างตื่นมาทำหน้าที่ของตัวเอง ท่านแม่ทัพที่เพิ่งจะเข้าสู่ห้วงนิทราได้ไม่นานจึงไม่ได้ยินเสียงรบกวนภายนอก
“มนุษย์พวกนี้เสียงดังรบกวนแต่เช้าเลย” เสี่ยวไป๋คิดขณะนอนเงี่ยหูฟังเสียงรอบข้าง
“เพราะเป็แมวฉันถึงได้หูดีเป็พิเศษ ถ้าเป็ตอนที่ฉันเป็คนนะ ไม่ต้องพูดถึง นาฬิกาปลุกนี่ไม่เคยจะได้ยิน”
แอ๊ดด~ ประตูถูกเปิดออกเบาๆ แม่นางมู่เดินเข้ามาจัดแจงเก็บขยะ ภาชนะใช้แล้ว ผ้าต่างๆที่ใช้สำหรับเลี้ยงเสี่ยวไป๋เมื่อคืน
“ออกไปเที่ยวดีกว่า มาอยู่จวนนี้ตั้งหลายสัปดาห์แล้ว แต่ฉันยังไม่เคยได้ออกจากเรือนนอนนี่เลย” เมื่อคิดเช่นนั้นเสี่ยวไป๋จึงอาศัยจังหวะที่ประตูเปิดรีบหนีออกไปนอกเรือนนอนของท่านแม่ทัพ
“ว้าว สวยเป็บ้า” เสี่ยวไป๋ยืนทึ่งกับภาพตรงหน้ามันสวยงามจนเธอไม่อยากจะเชื่อสายตา ท้องฟ้าที่เริ่มสว่าง แสงอาทิตย์รำไร บ้านเรือนทรงจีนโบราณเป็หลังๆล้อมรอบสี่ทิศ ตรงกลางเป็สวนที่เต็มไปด้วยต้นดอกเหมยที่กำลังออกดอกบานสะพรั่ง กลิ่นหอมหวนของดอกไม้งามหอมฟุ้งไปทั่วทั้งจวน
เสี่ยวไป๋ยืนสูดกลิ่นหอมของดอกเหมยก่อนจะเดินสำรวจรอบๆจวน
“พี่สาว พวกท่านทำหน้าที่อะไรงั้นรึ” เสี่ยวไป๋ถามคำถามที่ไม่มีใครได้ยิน(อีกแล้ว)กับพวกสาวใช้ในจวนที่รีบกุลีกุจอหอบข้าวของไปยังที่ไหนสักแห่ง
เสี่ยวไป๋เดินตามพี่สาวสองคนไปต้อยๆ
“โห หอมมม หอมสุดๆไปเลย” กลิ่นหอมคราวนี้ไม่ได้มาจากดอกเหมยแต่เป็กลิ่นหอมของอาหารเลิศรสที่กำลังถูกปรุงอยู่ในโรงครัวท้ายจวน
“ว้าว ดูเห็ดหอมเต่งตึงนั่นสิ ปลาสดนั่นอีก วัตถุดิบที่นำมาปรุงคัดสรรมาอย่างดีทั้งนั้น ฉันนี่เลือกบ้านได้ถูกหลังจริงๆ”
สูดดด “หอม” กลิ่นหอมของซุปบางอย่างโชยมาแตะจมูกจนดึงดูดให้แมวน้อยต้องเดินตามกลิ่นเข้าไปจนใกล้หม้อ
“เฮ้ย แมวที่ไหนน่ะ”
“ใช่แมวของท่านแม่ทัพรึป่าว”
“ไหน ใช่แล้ว ข้าจำได้ ข้าเคยเห็นตอนเข้าไปทำความสะอาด แล้วแมวของนายท่านมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
“เ้ายืนบื้ออยู่ทำไม รีบไปจับสิ เดี๋ยวก็ลงหม้อหรอก”
เสียงชายหญิงหลายคนพูดจาภาษาโบราณกันอยู่ด้านหลัง
ชะแวบ “หลบทัน โทษทีนะพี่ชาย” ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่พอได้ยินคำว่ารีบไปจับสิ สัญชาตญาณแมวของฉันก็บอกให้ร่างกายรีบหลบโดยอัตโนมัติ
เพล้ง!! ชายคนหนึ่งที่พุ่งเข้ามาจับเสี่ยวไป๋พลาดท่าล้มลงจนจานชามแตกกระจาย
“ไป รีบไปจับมาให้ได้ อย่าให้แมวน้อยของนายท่านาเ็เด็ดขาด”
“อย่าหนีข้าสิ”
“เมี๊ยวว”
เสียงอึกทึกของผู้คนที่วิ่งไล่จับเสี่ยวไป๋ดังไปทั่วจวน จนในที่สุดท่านแม่ทัพก็ได้ยิน
“เกิดอะไรขึ้น!” แม่ทัพผู้นอนน้อยออกมาหน้าเรือนนอนพร้อมเอ่ยถามด้วยเสียงอันดังลั่น ทำให้ผู้คนทั้งจวนที่กำลังวุ่นอยู่กับการไล่จับแมวต้องหยุดชะงักและหันมามองตามเสียงอันดังนั้น
“เสี่ยวไป๋ เสี่ยวไป๋เข้าไปที่โรงครัวเ้าค่ะ เกือบจะลงหม้อซุปแล้ว พวกข้าน้อยจึงรีบไล่จับเ้าค่ะ” สาวใช้คนหนึ่งตอบออกไปด้วยเสียงอันสั่นเครือ
“เสี่ยวไป๋ อยู่ไหน ออกมานี่เดี๋ยวนี้!” ท่านแม่ทัพเรียกเสี่ยวไป๋ด้วยน้ำเสียงดุดัน”
“เมี๊ยว” เสียงร้องเบาๆก่อนจะเดินออกมาจากพุ่มไม้เหมือนผู้ต้องหาที่เข้ามามอบตัวกับตำรวจ
“พวกเ้าไปทำงานต่อเถิด” ท่านแม่ทัพเอ่ยปากบอกข้ารับใช้ทั้งหลาย
“เสี่ยวไป๋ ตามข้ามานี่” เสี่ยวไป๋เดินจ๋อยๆไปตามคำสั่งของท่านแม่ทัพจนมานั่งคอตกอยู่ที่พื้นข้างเตียง
“รู้ตัวไหม ไปก่อเื่อะไรมา คนเขาทำงานกันอยู่เ้าอย่าเข้าไปวุ่นวาย ข้าวของเสียหายน่ะข้าไม่เสียดายหรอก แต่เห็นว่าเ้าเกือบจะลงหม้อซุป หากเ้าเป็อะไรขึ้นมาข้าจะทำยังไง” ท่านแม่ทัพเริ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงเข้มก่อนจะค่อยๆอ่อนลงในประโยคท้าย น้ำเสียงและใบหน้าเป็ห่วงเป็ใยนั้น ทำให้เ้าตัวปัญหารู้ตัวแล้วว่าตัวเองก่อเื่ให้คนตรงหน้าเป็ห่วงขนาดไหน
“ข้าขอโทษ ข้าไม่ทันคิดถึงอันตรายอะไร ข้าเพียงแต่อยากออกไปเที่ยวบ้าง ท่านแม่ทัพอย่าโกรธข้าเลยนะ” เสี่ยวไป๋คิด ก่อนจะเดินเข้าไปถูไถเพื่อแสดงออกแทนคำขอโทษที่ท่านแม่ทัพไม่มีโอกาสได้ยิน
“มานี่มา” ท่านแม่ทัพอุ้มแมวน้อยขึ้นมาวางบนเตียงนอน
“ตอนนี้เ้าไม่ได้เป็แค่แมว แต่เ้าคือครอบครัวของข้านะ” เสี่ยวไป๋แม้กายจะเป็แมวแต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าภายในร่างแมวนั้นก็เป็เพียงหญิงสาวคนหนึ่งที่มีความรู้สึก รับรู้ได้อย่างคนธรรมดา แววตาและคำพูดของชายหนุ่มตรงหน้าทำให้เสี่ยวไป๋รับรู้ได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในหัวใจของเธอ