Santianamarir เซนเทียน่ามารีอาร์ 1 (ผู้ฟูมฟักจากโลกต้องห้าม)

    การเดินทาง

    การเดินทาง

            เด็กมนุษย์เพียงหนึ่งเดียวในโลกเซนเทียตอนนี้ยังคงหลับใหลไม่ได้สติอุณภูมิร่างกายขึ้น ๆ ลง ๆ พร้อมกับลมหายใจที่ขาดห้วงหายและกลับมาเป็นเช่นนี้ผ่านไปหลายวันและไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นจนทุกคนเริ่มกังวลใจ

            เหล่าอาวุธประทับร่างและพวกอาจารย์ต่างเร่งหาวิธีมารักษาชีวิตเด็กมนุษย์แต่ก็ยังคงไร้วี่แววใด ๆยังไม่มีใครส่งข่าวกลับมา

            สองมังกรยังคงเฝ้าดูอาการเธอเงียบ ๆอยู่ในมุมห้อง ไม่มีการพูดคุยหรือตอบโต้ใด ๆ กับใครอีกเลย เพราะทั้งสองใช้พลังทั้งหมดที่มีรักษาบาดแผลของเด็กหญิงที่พวกเขาสร้างขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจจนมันหายสนิทแล้วแต่ผู้ฟูมฟักของพวกเขาก็ยังไม่ฟื้นอยู่ดีจนกระทั่ง…

            “ไอ้หนูสองมังกรพวกนายรู้รึเปล่าว่าทำไมยายหนูถึงมีแผลใหญ่ขนาดนี้กลางตัวที่ทะลุไปถึงกลางหลังได้ถูกดวงจิตโฮล์เบเรียสทำร้ายรึ จนต้องมีสภาพเช่นนี้กว่าจะหายดีพวกเจ้าสองคนก็มีสภาพไม่ต่างยายหนูเลยนะ” ชูม่าเปิดประเด็นก่อนหลายวันมาแล้วที่ทั้งสองต่างใช้พลังรักษาบาดแผลของเนย่าจนมันปิดสนิทได้แต่การทำเช่นนั้นก็กินพลังของลูกมังกรอย่างพวกเขาไปมากจนร่างกายเรียกว่าทรุดโทรม เพราะทั้งคู่ไม่กินไม่นอนและไม่ออกไปไหนเอาแต่เฝ้ารักษาเด็กหญิงอยู่อย่างนี้

            “เกิดจากพวกฉันเอง” เซนดรินเอ่ยปากขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหยนับว่าการถ่ายพลังการรักษาให้กับเนย่าคราวนี้หนักหนาเหลือเกิน

            “หู้ววว! นี่คิดจะฆ่ายายหนูกันรึไงเนี่ย” ชูมาทำท่าทางตกใจ อันที่จริงเขาก็พอรู้อยู่บ้างแต่เพราะอยากจะให้สองมังกรเปิดปากพูดบ้างจึงหาเรื่องชวนคุย

            “มันเป็นอุบัติเหตุเนย่าเข้ามาขวางตอนพวกเราสู้กัน” ฮาร์มพูดขึ้นบ้าง

            “เป็นพี่น้องจะตีกันทำไมนี่” ชูม่าส่ายหัวไปมาอย่างระอา

            “ฉันถูกอำนาจดวงจิตควบคุม ฉันตั้งใจจะทำลายตัวเองเพื่อให้มันสลายไปแต่มันก็รู้ตัวก่อนมันอาศัยตอนฉันจิตใจอ่อนแอเข้าควบคุมร่างกาย” ฮาร์มถอนหายใจเมื่อนึกถึงตอนนั้นที่เขาไม่สามารถฝืนอำนาจมืดได้เลย

            “นายไม่ควรทำแบบนั้น เนย่ารู้คงจะเสียใจ” เซนดรินหันไปบอกคนที่เหม่อออกไปนอกหน้าต่าง

            “ฉันไม่เหมือนนาย ที่ไม่ต้องทำอะไรก็ถูกเลือกอยู่แล้ว” ฮาร์มตอบ ท้ายเสียงนั้นแผ่วเบาราวกับกระซิบ

            “นายกับฉัน ไม่มีใครเป็นตัวเลือกของเนย่าทั้งนั้นตอนนี้สิ่งที่เราต้องทำคือหาทางทำให้เธอฟื้น” เซนดรินเบือนหน้าไปอีกทางอย่างขัดใจสายตาหยุดมองจับจ้องไปที่ร่างเล็กบนเตียงที่ใบหน้าซีดเซียวราวกับไร้ชีวิตแม้อกจะกระเพื่อมไหวบางเบาให้รู้ว่ายังมีสัญญาณชีพอยู่ก็ตาม

            “พูดถูกใจมากไอ้หนู” ชูม่าหันไปยกนิ้วป้อม ๆให้กับไอ้หนูมังกรทองของเขา พร้อมกับเดินวนกลับไปกลับมาอย่างใช้ความคิด

             “หากฉันลองใช้อาภรณ์แยกวิญญาณดูบางทีมันอาจควบคุมพลังในร่างกายเนย่าได้” ฮาร์มฉุกคิดขึ้นได้ว่าเขามีบางสิ่งที่น่าจะเป็นความหวังในการฟื้นตื่นของคนตรงหน้า

            “อาภรณ์แยกวิญญาณเป็นแหล่งพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ควบคุมพลังสรรพสิ่ง เพียงมันสัมผัสหรือเกาะอยู่มันยังป้องกันการถูกควบคุมจิตใจแบ่งแยกร่างกายและวิญญาณได้หากผู้ใช้ต้องการมันยังเป็นส่วนประกอบหนึ่งในพิธีสำคัญในแคว้นบาร์เรมบูด้วย แต่มันไม่ใช่ยารักษาสิ่งที่ยายหนูเป็นเกิดจากการรับพลังจากมังกรมามากเกินไป คือพวกนายถ่ายพลังไปให้ทำให้สภาพร่างกายรับไม่ไหวจึงมีภาวะเป็นตายอยู่แบบนี้ คาดว่าแม้อาภรณ์จะสามารถแยกพลังของพวกนายให้ถ่ายมาเก็บไว้กับพวกมันได้แล้วควบคุมไว้แต่ก็ไม่แน่ว่ามันจะทำให้ยายหนูกลับมาเหมือนเดิมแถมดวงจิตของโฮล์เบเรียสก็อยู่ติดมือยายหนูซะขนาดนั้น” ชูม่าเองแม้จะรู้ถึงสรรพคุณของมันก็ยังไม่สามารถวิเคราะห์ได้ว่าหากใช้จะดีหรือร้ายกว่ากัน

             “ถ้ามันแยกเนย่าออกจากพลังมังกรได้จะมีผลอะไรไหม” เซนดรินรีบเอ่ยถาม ประกายตาดูมีความหวัง

            “ข้าก็ไม่รู้แน่ชัดคงต้องลองดู ข้าก็กำลังคิดเพราะขนาดดวงจิตของโฮล์เบเรียสยังไม่สามารถควบคุมดาร์ชิกได้เลยถ้านำมาใช้ดวงจิตโฮล์เบเรียสก็คงเข้าแทรกวิญญาณยายหนูไม่ได้อยู่ดีและมันก็น่าทำอะไรได้ดีกว่าที่ยายหนูเป็นอยู่ตอนนี้” ชูม่าเองก็ดูจะลำบากใจแต่ก็น่าลองหากจะมีอะไรดีขึ้นมาบ้าง

            แมลงปีกแข็งสีดำนับพัน โบยบินออกจากร่างของฮาร์มเมื่อเขารวบมือของร่างเล็กมาจับไว้หมายใจจะให้พวกมันเข้ารักษาร่างของเด็กหญิงแต่ทว่า…

            พวกมันต่างบินชนกันไปมาคล้ายกับหลงทิศทางเมื่อพยายามจะเข้าหาร่างของคนที่นอนอยู่ บางตัวเริ่มมีสีแดงบางตัวก็เป็นสีน้ำเงินและสีดำสลับไปมาอยู่เช่นนี้แต่ไม่สามารถเข้าไปถึงร่างของเด็กหญิงได้ราวกับมีพลังบางอย่างมากันพวกมันออกไปไม่ให้เข้าใกล้เธอ

            ร่างของเด็กหญิงสั่นระริกและกระตุกติด ๆกันหลายครั้ง  

            “เกิดอะไรขึ้นเนี่ย” ชูม่าถึงกับหน้าตื่น

            “เนย่า!” ฮาร์มเมื่อเห็นท่าทางไม่ดีจึงเอ่ยเรียกและรีบรวบร่างเนย่ากดไว้กับเตียงเพราะร่างเด็กหญิงลอยขึ้นเซนดรินก็รีบเข้ามาช่วยเช่นเดียวกันในขณะที่แมลงอาภรณ์ยังคงโบยบินวนไปทั่วห้องจนเกิดแสงดำแดงน้ำเงินสลับกันไปมาจนโกลาหล

            “ช่วยกันจับยายหนูไว้ก่อน ไอ้หนูฮาร์มรีบเรียกอาภรณ์กลับคืนเร็วเข้า” ชูม่าร้องเตือนพร้อมมุดหลบลงไปใต้ผ่าห่มเพราะแมลงเหล่านี้ไม่น่าไว้ใจสำหรับเขาเหมือนกับพวกมันหลงทิศและพร้อมจะบินชนทุกสิ่งที่ขวางทาง

            “เนย่า เนย่า!” เซนดรินเอ่ยเรียกอย่างร้อนรนก่อนกระแสพลังในตัวเด็กหญิงจะระเบิดออกทำให้ผลักทั้งสามที่อยู่ใกล้ตัวออกไปจนกระเด็นไปกระแทกผนังห้องอย่างแรงเหล่าแมลงอาภรณ์ที่ยังหาทิศทางกลับสู่เจ้าของไม่เจอ ถึงกับร่วงหล่นราวกับใบไม้ร่วงเมื่อถูกกระแสพลังเข้ากระทบ

            ไม่มีใครสามารถเข้ามาแตะต้องร่างเด็กหญิงได้จนกระทั่งดวงเนตรสีฟ้าลืมตื่นขึ้นและหลับลงอีกครั้งพร้อมกับร่างที่ลอยนิ่งก่อนจะทิ้งลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา

            “เกิดอะไรขึ้นเนี่ย เจ็บชะมัดเลย” ชูม่าลุกขึ้นนั่งพร้อมกับลูบก้นป้อย ๆ

            “แมลงอาภรณ์ไม่สามารถรวมกับเธอได้เลยแต่พวกมันเปลี่ยนสีดาร์ชิกบอกกับฉันตอนได้มาว่าพวกมันจะเปลี่ยนสีสันตามเลือดของผู้ครอบครอง” ฮาร์มมองร่างแมลงอาภรณ์ที่ค่อย ๆคลานกลับมาหาเขาพร้อมกับรวมตัวกันเป็นเกราะอีกครั้งแต่สีของพวกมันกลับไม่เหมือนเดิมเสียแล้วแม้จะอยู่บนตัวเขาก็ตาม

            “ตามสีเลือดของผู้ครอบครองรึแต่อาจจะเป็นเพราะพลังจากตัวเนย่าสะท้อนกลับก็ได้สภาพพวกมันถึงเป็นเช่นนี้ช่างเถอะแต่เมื่อครู่เนย่าลืมตาขึ้นมาแต่มันเหมือนกับไม่ใช่เธอเลย” เซนดรินสงสัยแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่เด็กหญิงลืมตาขึ้นมาแล้ว

            “ท่านเนย่ามาจากโลกมนุษย์ เธอไม่ใช่คนของโลกนี้สิ่งที่พวกท่านใช้จึงไม่อาจช่วยเหลือท่านเนย่าได้ขอรับ” ชายตาบอดผมสีเงินยวง นัยน์ตาไร้เงาสีม่วงใช้ไม้เท้าคลำทางมาหา 

            “ทำไม” ฮาร์มหรี่ตามองคนตรงหน้าอย่างสงสัยนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบหน้ากับคนๆ นี้ เขารู้สึกคุ้นเคยอย่างแปลกประหลาดและพอจะนึกอะไรออกถึงเหตุการณ์ที่เคยสู้กับราชินีโบอาร์แต่ก็ต้องเก็บความสงสัยไว้ภายในเพราะเรื่องที่สำคัญคือต้องช่วยเนย่าก่อน

            “อาภรณ์แยกวิญญาณ สามารถแบ่งแยกพลังต่างๆไม่ให้ถูกควบคุมแก่ผู้ครอบครอง แต่ท่านเนย่าไม่ใช่คนของโลกนี้ผลที่ได้จึงตรงกันข้ามนอกจากไม่ถูกช่วยเหลือแล้วยังกระตุ้นบางอย่างให้ออกมาด้วยขอรับ”

            “อะไรที่เจ้าว่าถูกกระตุ้น” ฮาร์มเอ่ยถามต่อ

            “ท่านเนย่าคือร่างทรงของเชย์ตี้ในตอนที่อาภรณ์พยายามจะเข้าแยกพลังของมังกรกับร่างออกจากกันพลังของเชย์ตี้ถูกปลุกขอรับ” ไทโซล์อธิบายเสียงเย็น

            “นี่เจ้าตาบอดจริงหรือเปล่า” เซนดรินประคองตัวลุกขึ้นพร้อมกับเอ่ยถามคนตรงหน้าราวกับชายคนนี้รู้เรื่องดีทุกอย่างทั้งที่มองไม่เห็นแท้ ๆ

            “แม้ข้าจะตาบอดแต่ข้าก็รับรู้เรื่องราวของพวกท่านอยู่ตลอดผ่านกระแสจิตของชูม่าขอรับเขาเปรียบเสมือนดวงตาของข้า” ไทโซล์อธิบาย แต่เจ้าตัวเล็กกลับทำหน้าตาเลิกลั่กก่อนจะพยักหน้ารับว่าเป็นจริงดังชายตาบอดว่าเมื่อสายตาจับผิดทั้งสองคู่หันมามองเขา

            “เพราะเป็นแค่ร่างทรง และสภาพร่างกายของท่านเนย่าอ่อนแอเกินกว่าจะทำให้เชย์ตี้ประทับร่างได้เขาจึงมาได้แค่นั้นขอรับ ราวกับจะส่งสารบางอย่างแก่พวกท่านแต่ข้าพอจะรู้อยู่บ้างว่าหากมีต้นกำเนิดแห่งการเกิดท่านเนย่าก็อาจจะช่วยได้นะขอรับ” ชายตาบอดค่อย ๆเยื้องย่างเข้ามาภายในห้องอย่างเชื่องช้าก่อนจะนั่งลงข้างเตียงของเด็กหญิงพร้อมกับจับมือของเธอมาแนบแก้ม

            “อย่างไร พวกเราจะไปตามหามา” ฮาร์มปลดความสงสัยในตัวคนตรงหน้าลงทันทีเมื่อมีข้อเสนอเกี่ยวกับการฟื้นของเด็กหญิง เขาก็ไม่รีรอที่จะเอ่ยถามอย่างใคร่รู้

            “ต้นกำเนิดดวงชีพ” ชายตาบอดเอ่ยแผ่วเบาพร้อมกับลูบผิวเย็น ๆของเนย่าอย่างสำรวจอุณหภูมิ

            “คืออะไร?” เซนดรินเอ่ยถามบ้าง

            “ตามตำนานผู้ก่อเกิดพิภพหรือพื้นดินเขาได้ซ่อนบางสิ่งไว้ยังภพต้องห้ามเมื่อคราถูกแยกออกจากจตุรภพเป็นสิ่งที่สามารถฟื้นคืนชีวิตให้แก่ผู้พ้นอายุไขในโลกมนุษย์ไปแล้วให้กลับมาชีวิตดังเดิมได้” ไทโซล์หันมาแย้มยิ้มบาง ๆ

            “ลักษณะมันเป็นเช่นไร” เซนดรินขมวดคิ้วมุ่น

            “ข้าไม่รู้” ชายตาบอดตอบพร้อมกับลุกขึ้นยืน

            “ถ้าเช่นนั้นพวกข้าจะไปตามหา” ฮาร์มเอ่ยถามเสียงเรียบหลังจากจัดการอาภรณ์แยกวิญญาณจนเข้าที่แล้ว

            “ไปอย่างไรกันภพต้องห้ามถ้าไม่มีสารหรือโองการเชื่อมภพก็ไม่มีทางไปได้หรอกนะ โลกนั้น” ชูม่าทำเสียงดังเข้าข่มถามออกไปเพื่อไม่ให้ทั้งสองคนสงสัยในตัวเขามาก พร้อมกับก้าวเร็วๆ มาหาชายตาบอด

            “แต่ข้ามี” ร่างบาร์รามปรากฏตัวขึ้นภายในห้องทันทีเมื่อถูกเอ่ยถึงโองการเชื่อมภพ

            “โองการกับกุญแจไม่ได้ถูกทำลายไปตอนที่เจ้าถูกขังรึ” ชูม่าเอียงคอถามซึ่งตอนนี้เขาก็มาอยู่บนไหล่ของชายตาบอดเรียบร้อยแล้ว

            “ไม่ เพราะมันอยู่ในตัวข้า” ว่าพรางบาร์รามก็ปลดเสื้อเผยให้เห็นรอยอักขระประหลาดที่อยู่บนร่างเขาและเปิดผ้าปิดตาเพื่อให้ทุกคนได้เห็นว่าที่มันฝังอยู่ในดวงตาของเขาคือกุญแจเปิดประตูโองการสองอย่างนี้อยู่กับเขามาตลอดนับแต่วันได้มันมา 

            “หากเป็นเช่นนั้นเห็นทีคงต้องเป็นข้าที่จะต้องไปล่ะนะ” ร่างทรีบาสปรากฎขึ้นทันทีเขาตั้งใจมาเยี่ยมเนย่าหลังจากไปติดตามข่าวการตายของดาร์ชิกว่ามีผลกระทบต่อเซนเทียน่าหรือไม่เมื่อเข้ามาก็เป็นช่วงเวลาสำคัญพอดี จึงถือโอกาสนี้เสนอตัวเพราะเขาเคยไปที่นั่นมาก่อน

            “ทรีบาส ท่านไปจากที่นี่ไม่ได้หากท่านไปเซนเทียน่าอาจจะเกิดปัญหาได้” บาร์รามปราม

             “เนย่าไม่อาจฟื้นส่วนหนึ่งมาจากความผิดของฉัน” ทรีบาสถอนหายใจ

            “ไม่ใช่ใครอยากจะไปก็ไปได้หรอกนะคนที่ไปจะต้องมีความเชื่อมโยงกับยายหนูอยู่ด้วย” ชูม่าเอ่ยขึ้นขัดจังหวะ

            “เช่นใครบ้าง” เซนดรินไม่รอช้าที่จะรู้คำตอบ

            “มังกร และอาวุธประทับร่างทั้งหมด” 

            “นี่เท่ากับว่าไม่มีใครอยู่ปกป้องเนย่าเลยรึ” เซนดรินขมวดคิ้วมุ่นเขาไม่พอใจในคำตอบสักเท่าไรเพราะหากไปกันหมด เนย่าอาจจะเป็นอันตราย

            “ไปแค่เฉพาะที่จำเป็นสิ”

            “ถ้าเช่นนั้นฉันไปเอง” ฮาร์มเสนอตัว

            “ฉันด้วย” เซนดรินก้าวเข้ามายืนเคียงกัน ทั้งสองตอบอย่างแข็งขันเพราะเห็นทีคงจะมีแต่พวกเขาเท่านั้นที่ทำเรื่องนี้ได้ และชูม่าก็ดูเหมือนจะภูมิใจที่สองมังกรไม่เกี่ยงกันที่จะช่วยเด็กหญิงเลย นับว่าการที่ยายหนูหลับไปคราวนี้ไม่สูญเปล่าเพราะสามารถทำให้สองมังกรสามัคคีกันได้

            “ถ้ามีคนเสนอเช่นนี้ก็ดีจะได้ไม่ต้องมาเกี่ยงกันน่ะนะ ส่วนเจ้า คนเปิดประตูโองการก็ต้องไปเช่นกันเมื่อพบสิ่งที่ต้องการแล้วก็อย่าให้ใครข้ามตามกลับมาได้หรือตามพวกเจ้าออกไปจากที่นี่” ชูม่ากำชับ

            “เรื่องดูแลท่านเนย่าให้เป็นหน้าที่ข้าแล้วกันเพราะพวกรีสและอาวุธประทับที่เหลือยังคงทำหน้าที่เฝ้าระวังและตามหาสิ่งที่จะมาบรรเทาอาการของท่านเนย่าอยู่หากเกิดอะไรขึ้นก็ยังสามารถเรียกพวกเขากลับมาทันขอรับ” ไทล์โซล์เสนอตัว

            “หากเป็นเช่นนั้น ฉันก็ขอให้พวกเธอระวังตัวด้วยทางฉันเองก็ต้องระวังเรื่องจากหลายด้านอยู่” ทรีบาสจับบ่าของทั้งสองคนพร้อมบีบเบา ๆแม้เขาเองจะเป็นห่วง แต่เมื่อหน้าที่หน้าเป็นของสองมังกรเขาก็คงทำได้เพียงแค่ฝากความหวังไว้เพราะตัวเขาเองยังมีหลายอย่างที่ต้องสะสางเพื่อไม่ให้เรื่องถูกสาวมาจนเด็กมนุษย์ต้องเดือดร้อนอีก

            “โลกมนุษย์ตั้งกว้างเราจะหามันเจอได้อย่างไรกัน” เซนดรินตั้งข้อสังสัยหากเขาไปโดยไม่รู้จุดหมายคาดว่าจะกินระยะเวลาในการตามหาค่อนข้างนานอาจยิ่งทำให้อาการเนย่าแย่ลง

            จู่ ๆแสงประหลาดสีเขียวนวลก็เปล่งประกายมาจากสร้อยคอรูปเสี้ยวจันทร์ของเนย่าราวกับว่ามันจะเสนอตัวเป็นผู้นำทางให้มันปลดตัวเองออกมาจากคอเด็กหญิง พร้อมกับลอยวนไปรอบ ๆ เด็กชายทั้งสอง

            “ทีนี้ก็ได้กุญแจนำทางแล้วสินะ” ชูม่ายกยิ้ม

            “การไปครั้งนี้ เดิมพันชีวิตของเนย่าไว้หากพวกเจ้าเป็นอะไรไประหว่างทางก็เท่ากับยายหนูต้องจากโลกนี้ไปด้วยเพราะฉะนั้นห้ามตายกันล่ะ” ชูม่ากำชับ

            “ทางนี้ก็เช่นกัน อย่าลืมว่าถ้าเนย่าเป็นอะไรพวกฉันสองคนก็อยู่ไม่ได้” เซนดรินหันไปกำชับชูม่าด้วยพร้อมกับเหลือบมองไปทางชายตาบอดที่ยืนยิ้มน้อย ๆ 

            “อย่าให้ท่านเนย่าเป็นอะไรไปเด็ดขาดนะชูม่าทรีบาสฝากท่านพรางพลังของโองการเชื่อมภพด้วยอย่าให้ใครตามไปได้ จนกว่าพวกข้าจะกลับมา” บาร์รามหันมาฝากความหวังไว้กับผู้เป็นใหญ่ในที่นี้แทน

    ก่อนบาร์รามจะรวบรวมจิตและมิติเวลาบิดเบือนจนภาพที่เด็กชายทั้งสองเห็นนั้นพร่ามัวเกิดเสียงพูดคุยกระซิบกระซาบจอแจ เสียงสรรพสิ่งโดยรอบดังก้องอยู่ในโสตปราสาทก่อนร่างของทั้งสามจะหายออกไปจากห้องในที่สุด 

            น้ำตาหยดเล็กไหลลงเปียกซึมหมอนนุ่มและซึมหายไปอย่างเงียบงันจากดวงตาที่หลุบลู่นั้นโดยไม่ทันมีใครจะได้สังเกตเห็นว่าเหตุใดร่างเด็กหญิงที่หลับไหลถึงร้องไห้

    คล้ายกับเรื่องSantianamarir เซนเทียน่ามารีอาร์ 1 (ผู้ฟูมฟักจากโลกต้องห้าม) ที่คุณอ่าน