แพทย์ทหารวิปลาส

    บทที่ 27: เศษเสี้ยวความทรงจำ

    บทที่ 27: เศษเสี้ยวความทรงจำ“อ๋า?” หลี่เยว่เหยาเข้าใจในเสี้ยววินาที ใบหน้าเล็กๆ ของเธอพลันแดงก่ำขึ้น การตอบสนองแรกคือ คิดว่าหลินเซียวหยอกล้อตนเองเล่น“อย่าเข้าใจฉันผิด โรคเกี่ยวกับไขกระดูกนี่ แม้แต่ยาแผนปัจจุบันยังยากที่จะรักษา ในโลกใบนี้ น่ากลัวว่ามีแค่ฉันที่พอจะลองรักษาได้” หลินเซียวเอ่ยเสียงผ่อนคลาย หลี่เยว่เหยาหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกมีแค่นายคนเดียวในโลกที่รักษาได้? พูดจาใหญ่โตซะจริง นายยังไม่กล้าเชื่อในสิ่งที่ตัวเองพูดเลยมั้ง“ลืมมันไปเถอะ ฉันรู้จักอาการของตัวเองดี แม่ฉันทรมานมาทั้งชีวิต ตอนนี้ก็ถึงตาฉันแล้ว ฉันเตรียมใจเอาไว้แล้ว” หลี่เยว่เหยาถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อครู่ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ แต่ไม่คิดเลยว่า ทั้งหมดที่ได้ยินจะเป็นเพียงเรื่องตลก“ฉันพูดความจริง!” หลินเซียวขมวดคิ้วเล็กๆใบหน้าของหลี่เยว่เหยาแปรเปลี่ยนไปเป็นเย็นชา ความประทับใจที่มีต่อหลินเซียว พลันลดลงหลายระดับในเสี้ยววินาที เธอคิดว่าอีกฝ่ายเป็นสุภาพบุรุษ สุดท้ายแล้วก็เป็นพวกบ้าตัณหา ทั้งยังกระทั่งกล้าแต่งเรื่องแปลกประหลาด โกหกออกมาอย่างไร้ยางอายตึง ตึง ตึง!หลี่ลี่วิ่งเข้ามา เขาพลันเห็นใบหน้าแดงก่ำของหลี่เยว่เหยา คิดว่าหลินเซียวทำอะไรบางอย่างกับคุณหนู พลันเบิกตากว้างและตวาดออกมา: “หลินเซียว! นายต้องการจะทำอะไร?”“เข้าใจยากจริง!” หลินเซียวกลอกตาอย่างเหยียดหยาม ไม่สนใจหลี่ลี่ เดินออกไปด้านนอกในทันที เขาดูราวกับคิดอะไรบางอย่าง ในสมองเต็มไปด้วยความวุ่นวาย จำเป็นต้องไปหาที่เงียบๆ ในการจัดเรียงความคิดมันยังเช้าอยู่ ด้านนอกคฤหาสน์ ด้านหน้าคือเส้นทางที่คดเคี้ยวไปมา มุ่งตรงเข้าไปในป่าที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลหลินเซียวเดินจากไป ไม่ช้าก็เข้าไปภายในป่า แสงค่อยๆ มืดหม่นลงเรื่อย ๆ เศษเสี้ยวเปื้อนเลือดในสมอง พลันปรากฎวูบขึ้นมาอีกครั้งชึ่บ!ชายหนุ่มดึงเอาเข็มสีดำออกมา ไม่ลังเลที่จะเสียบมันลงที่จุดอิ้นถังระหว่างคิ้วทั้งสองข้างอิ้นถังเป็นหนึ่งในจุดตายของร่างกาย หมอแพทย์แผนจีนทั่วไป ไม่กล้าที่จะแตะต้องจุดนี้หากไม่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นพิเศษ ไม่ต้องพูดถึงการฝังลงไปอย่างกะทันหันอย่างหลินเซียวเช่นนี้เลย มันคือการกระทำรนหาที่ตายเท่านั้น“อึก!”หลินเซียวส่งเสียงครางออกมาอย่างเจ็บปวด โซเซไปสองสามก้าว พลันนั่งลงขัดสมาธิ อดกลั้นความรู้สึกอยากอ้วกเอาไว้ภายในอก พยายามค้นหาเศษเสี้ยวความทรงจำที่ส่องวูบผ่านในสมองอย่างสุดชีวิตนานๆ ครั้ง หลินเซียวจะใช้วิธีการนี้ในการกระตุ้นความทรงจำในสมองของเขา มันส่งผลเพียงเล็กน้อยตั้งแต่เห็นหลี่เยว่เหยา บานประตูของความทรงจำที่หายไปของเขาก็คล้ายจะเปิดออกอย่างกะทันหัน ทำให้วิธีการนี้ทรงผลดีกว่าเดิมภายในสมอง“หลินเซียว!!!”ฉึบ!ภายในความมืดมิด ร่างร่างหนึ่งพุ่งมาที่ตรงหน้าของเขา ในมือถือดาบเล่มยาวเล่มหนึ่ง ประกายแสงเย็นเยียบส่องประกายไปทุกที่ เฉี่ยวผ่านศีรษะของเขาไปปัง ปัง ปัง!เสียงปืนดังขึ้นรอบๆ ร่างหลายร่างร่วงหล่นลงตรงหน้าเขา ท่วมไปด้วยเลือด เสือดสีแดงสดปกปิดรูปลักษณ์ทั้งหมดของคนเหล่านั้นเอาไว้ ไม่อาจมองเห็นได้ชัดเจนหลินเซียวหลบเลี่ยงอย่างสุดกำลัง ทว่าเท้าของเขากลับไร้เรี่ยวแรงใช้การไม่ได้ ทำได้เพียงโซเซกระแทกต้นไม้ ถือดาบเอาไว้ในมืออย่างแข็งทื่อฉัวะ!ดาบเฉือนพาดผ่านแผ่นอก เลือดสาดกระจายออก ต้นไม้ทั้งต้นแทบจะถูกอาบย้อมไปด้วยสีแดง“มังกรคลั่ง! แกก็มีวันนี้เหมือนกันงั้นเหรอ? ฮ่าฮ่าฮ่า…… ฆ่าแกได้ ฉันทำได้โคตรสุดยอด”ชายหนุ่มไม่อาจมองเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายได้ชัดเจน เต็มไปด้วยความขมุกขมัว มันดูคุ้นเคย ทว่าก็ห่างไกลฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ!ร่างสามร่างพุ่งวูบมาอีกครั้ง ล้อมรอบหลินเซียวเอาไว้ ทั้งหมดล้วนเป็นยอดฝีมือทางดาบ เพียงแค่ว่าดาบในมือของพวกเขา สั้นกว่าตัวคนกว่าครึ่งศีรษะคนทั้งสามสวมใส่ชุดสีดำและหน้ากาก มีเพียงดวงตาเย็นเยียบคู่หนึ่งที่ถูกเผยออกมา“ฆ่ามัน!”คมดาบมาถึงด้านหน้าด้วยความเร็วที่ยากจะจินตนาการ หลินเซียวเพียงรับรู้ได้ถึงความมืดมิดที่เบื้องหน้า รับรู้ได้อย่างเลือนราง เห็นว่าหนึ่งในดวงตาของคนเหล่านั้นมีสีม่วง“หัวหน้า! ไป!”“แก้แค้นให้พวกเราด้วย! หัวหน้า!”เสียงกรีดร้องดังขึ้น ทำให้หัวใจของหลินเซียวรู้สึกราวกับถูกกรีดด้วยใบมีด“เฮือก!”ทันใดนั้น หลินเซียวก็ตื่นขึ้นมา ทั้งร่างเปียกโชกไปด้วยหยาดเหงื่อเย็นเยียบ มือกำหมัดแน่นอย่างควบคุมไม่ได้ ดวงตาเต็มไปด้วยความเย็นชาดวงตาที่มีสีสันแปลกประหลาด เป็นสิ่งที่จะปรากฎขึ้นหนึ่งในสิบล้านเขามั่นใจอย่างมาก ว่านั่นไม่ใช่คอนแทคเลนส์สี มันเป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด“ในที่สุดก็มีเบาะแส!” หลินเซียวถอนหายใจอย่างโล่งอก ถอนเข็มสีดำออกจากระหว่างคิ้วอย่างช้าๆ ใส่มันกลับลงไปในกระเป๋า“มังกรคลั่ง? คนคนนั้นเรียกฉันงั้นเหรอ?” หลินเซียวเหม่อลอย สีหน้าค่อนข้างหม่นหมอง“หัวหน้า? ฉันเป็นหัวหน้าของอะไร?” หลินเซียวตบศีรษะของตนเองอย่างรุนแรงหากพิจารณาจากเศษเสี้ยวความทรงจำ หลินเซียวรู้ว่าเขาต้องผ่านการต่อสู้ที่รุนแรงมาก่อนที่เขาจะสูญเสียความทรงจำไปจากอาการบาดเจ็บสาหัส และตัวการที่ทำให้เขาเป็นแบบนั้น คือนักดาบที่ถือดาบยาวแสนโหดเหี้ยมคนนั้นคนเหล่านั้นที่ตายต่อหน้าเขา ทำให้หลินเซียวรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดในหัวใจที่เอ่อล้นออกมา แม้ว่าเขาจะไม่อาจจดจำได้ว่าพวกเขาคือใคร แต่ว่าความโศกเศร้าได้ปรากฎขึ้นจากจิตวิญญาณ“หลินเซียว หลินเซียว!”ด้านนอกป่า หลี่ลี่ตะโกนออกมาไม่หยุด น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหงุดหงิด“ฉันอยู่นี่!”หลินเซียวเดินออกไปจากป่าอย่างเชื่องช้า มองไปยังหลี่ลี่ที่ท้าวเอวด้วยความงุนงง ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเรียกเขาทำไม“มากับฉัน!” หลี่ลี่เต็มไปด้วยความร้อนรน ดึงหลินเซียวเดินออกไป“ไปไหน? ฉันไม่ได้คุ้นเคยกับนาย!” หลินเซียวสะบัดมือของตนเองออก“โอ้ย! คุณหนูถูกนายท่านเรียกไป น้ำเสียงในโทรศัพท์ฟังดูแย่มาก ต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่ๆ” หลี่ลี่กระวนกระวาย ไม่สนใจที่จะทะเลาะกับหลินเซียว“แล้วจะให้ฉันไปทำไม?” หลินเซียวมุมปากกระตุก“นายจะไม่ช่วยเจ้านายของนายรึไง? ถ้าคุณหนูถูกใส่ร้าย นายพูดอะไรดีๆ สักหน่อย มันต้องได้ผลแน่”หลี่ลี่ฉุดกระชากอีกฝ่ายไป ลากหลินเซียวออกไปตามทาง เดินตรงไปยังเขตคฤหาสน์ตรงกลาง สถานที่ที่นายท่านหลี่จ้งซานและนายน้อยหลี่เยว่หมิงอาศัยอยู่คฤหาสน์หลัก ส่องสว่างโร่ ดูคล้ายจะมีคนอยู่ด้านในจำนวนมาก เสียงตวาดดังขึ้นให้ได้ยินอย่างแผ่วเบาภายในห้องรับรอง มีคนนั่งอยู่เป็นจำนวนมาก หลี่จ้งซาน และหลี่เยว่หมิงล้วนปรากฎตัวอยู่ ทั้งยังมีชายวัยกลางคนจำนวนหนึ่ง ที่ดูเหมือนจะเป็นพนักงานของเครือบริษัทจ้งซานร่างของหลี่เยว่เหยาดูค่อนข้างบอบบาง ยืนอยู่ที่ใจกลางโถง ราวกับถูกลงโทษให้ยืน ศีรษะก้มลงต่ำ กลั้นน้ำตาที่ไหลออกมา ไม่เอ่ยสิ่งใด“เครือบริษัทเชิงหลงไม่ใช่แค่เลิกสัญญา แต่ยังส่งคนมาถามหาค่าเสียหาย นี่มันมีอย่างที่ไหน เยว่เหยา สุดท้ายแล้วเธอคิดอะไรอยู่?” หลี่จ้งซานถือเอกสารปึกหนึ่งไว้ในมือ โยนมันลงไปที่พื้นอย่างแรงแผ่นกระดาษปลิวว่อน สร้างความยุ่งเหยิงขึ้น หัวใจของหลี่เยว่เหยาหดวูบเครือบริษัทเชิงหลงเอ่ยว่า มันได้ถูกเขียนเอาไว้ในเอกสารสัญญาร่วมมือว่า หากเครือบริษัทจ้งซานไม่อาจทำตามสัญญาได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ส่งเงินทุนสนับสนุนงวดที่สอง จำเป็นต้องจ่ายค่าชดเชยความเสียหายด้านการเงินให้กับอีกฝ่ายสิบเปอร์เซ็นแต่เดิมภายใต้กระบวนการโอนถ่ายเงิน กระบวนการทางการเงินภายในสิบสองตึกหลักได้เสร็จสิ้นไปแล้ว การจ่ายเงินงวดที่สองได้ถูกส่งให้กับอีกฝ่ายไปภายในเวลาสามวันแต่ด้วยบางอย่าง ฝ่ายการเงินส่งเงินช้าไปหนึ่งวัน แต่เดิมเครือบริษัทเชิงหลงไม่ได้เอ่ยอะไร แต่จู่ๆ ก็นำเรื่องขึ้นมาพูดในวันนี้ ทั้งยังต้องการค่าชดเชย หลี่เยว่เหยาตั้งตัวไม่ทัน“พ่อ! ฉันจะจัดการเรื่องนี้!” หลี่เยว่เหยาเอ่ยตอบอย่างดื้อดึง“เธอจะจัดการยังไง? ตอนนี้คนมาเอ่ยทวงเงิน เธอจะจ่ายหรือไม่จ่าย?” ใบหน้าชราภาพของหลี่จ้งซานมืดครึ้ม ไอออกมาติดๆ กันหลี่เยว่เหยาไม่ได้เอ่ยตอบ เธอไม่รู้จะพูดอะไร ตั้งแต่เข้ามาในห้องนี้ เธอก็รู้แล้วว่า เธอถูกวางแผนเอาไว้ในตอนนั้น หลี่เยว่เหยาได้เป็นคนสั่งงานจ้าวจื้อชานหลายครั้ง ทำให้เขาจ่ายตรงเวลา จนกระทั่งเจ้าหมอนี่หลบหนีไป เธอถึงได้รู้ ว่ามันมีช่องว่างในกระบวนการมากแค่ไหนจู่ๆ วันหนึ่งก็หาตัวจ้าวจื้อชานไม่เจอ หลี่เยว่เหยาไม่อาจหยุดยืนคอยทั้งวัน ปล่อยให้ถูกอีกฝ่ายจูงจมูก ทำให้ผู้เป็นพ่อเข้าใจเธอผิด และกลายเป็นตัวตลกให้คนอื่นในเครือบริษัทที่สำคัญไปกว่านั้น มันจะยิ่งทำให้ชื่อเสียงความน่าเชื่อถือของหลี่เยว่หมิงยิ่งดีไปกว่าเดิม ทำให้ตนเองห่างไกลจากการควบคุมเครือบริษัทจ้งซานมากขึ้นไปอีกมากนักเธอจะไม่มีวันปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้น แต่มันไม่มีอะไรที่เธอทำได้ ดวงตาคู่โตงดงาม ได้หมองหม่นลงเรื่อย ๆ...