“ลูก” คิ้วขมวดกับคำถาม ‘ที่จริงแล้วเขาตั้งใจมาที่นี่เพื่อขอโทษนางเรื่องสุราดอกท้อ ส่วนเรื่องสมรสพระราชทาน...ก็แค่อยากให้นางรู้เท่านั้นมิได้สำคัญอะไร’
“เจ้ารักนางรึ” ฮ่องเต้ถามต่อหน้าทุกคนในสกุลหวัง
หวังปิงปิงจับท่อนแขนแกร่งพร้อมกับทำหน้างอ “รัชทายาทรักมิ่งลี่ต่างหากเล่าเจ้าคะ”
“_” รัชทายาทฟังแล้วไม่ปฏิเสธในเรื่องชมชอบมิ่งลี่ ส่วนเรื่องรักหวังปิงปิง คงเป็นไปไม่ได้ ‘ที่เขาถามหานางเป็นเพราะความเคยชินเท่านั้น’
“หรือเจ้าแค่รู้สึกผิดที่มอบสุราดอกท้อให้นาง” ฮ่องเต้
หวังปิงปิงเขย่าแขนแกร่ง “ตอนนั้นแค่หายใจไม่ออกแล้วสลบไป ปิงปิงไม่เป็นไรฝ่าบาทบอกรัชทายาทว่าไม่ต้องรู้สึกผิด ไม่ต้องขอโทษ ไม่แต่งนะเจ้าคะ ฝ่าบาทอย่าประทับตรา” กอดแขนแกร่งแน่น
มู่เจี้ยนเทียนลูบผมสตรีของตนที่ดูจะกลัวการสมรสกับบุรุษอื่นเสียเหลือเกิน “ถ้าประทับตราแล้วเราจะกล้าออกมาขอเจ้าเป็นสนมได้อย่างไร แล้วดูเจ้าสิ กอดแขนเราเสียแน่นขนาดนี้บุรุษสกุลใดจะอยากได้เจ้าไปเป็นฮูหยินอีกนอกจากเรา” ‘สำคัญคือฎีกาแผ่นนั้น ตัวเขาได้กำจัดมันไปแล้วน่ะสิ’ มองบุตรชายของตนเองที่ดูเหมือนจะซึมๆ “เรื่องปิงปิงชมชอบบิดา เจ้าก็รู้ ดังนั้นจบเรื่องนี้ได้แล้ว มารดาเจ้าทำผิดให้ว่าไปตามผิด ส่วนเรื่องสุราดอกท้อ ในเมื่อเจ้าไม่รู้และปิงปิงไม่ถือสาก็อย่าได้เก็บมันมาใส่ใจ จำเอาไว้ว่าหลังจากนี้อย่าได้พาตัวเองเข้ามาข้องเกี่ยวกับเรื่องวุ่นวายอีกเพราะอีกสามวันบิดาจะสอนเจ้าออกว่าราชการ พรุ่งนี้ยามอุ้ย (13.00) จะส่งราชเลขาไปหาเจ้า จงเรียนรู้ทุกอย่างจากเขาให้เร็วที่สุด” เพราะตนนั้นจะต้องเตรียมการอีกหลายอย่างเพื่อความรักของพระองค์ที่ไม่เคยกระทำกับผู้ใด ไหนจะเรื่องปลูกเรือนด้านหลังนี้และวังหลวงที่ต้องจัดการแบ่งหน้าที่รอเอาไว้เมื่อสละราชบัลลังก์โดยเขาจะแต่งตั้งตนเองเป็นที่ปรึกษาก่อน แต่นั่นคงต้องรอดูว่ารัชทายาทมู่หรงหลานจะออกว่าราชการได้ดีแค่ไหนและใช้เวลาอีกกี่ปี
รัชทายาททำหน้าตื่นตะลึง ที่เสด็จพ่อกล่าวเช่นนี้นั่นแสดงว่าอีกไม่นานท่านจะสละบัลลังก์ ความตื่นเต้นปิติท่วมท้นในจิตใจจนลืมไปว่าตนเองมาทำสิ่งใดที่นี่
“รู้ใช่หรือไม่ว่าการจะขึ้นเป็นฮ่องเต้ได้ เจ้าต้องมิทำสิ่งใดผิดพลาด มิเช่นนั้นเหล่าขุนนางจะมิยอมให้เจ้านั่งบนบัลลังก์ทองแน่ๆ ส่วนเรื่องมารดาเจ้า” นั่นอาจจะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ขุนนางจะต่อต้าน “เอาไว้ตัดสินหลังจากที่นางออกมาจากการกักบริเวณ”
“พะยะค่ะ” ความดีใจฉายชัดในแววตากับเรื่องที่ต้องเตรียมตัวออกว่าราชการ ดังนั้นในช่วงนี้เขาจะต้องเรียนรู้ทุกอย่างจากราชเลขาของเสด็จพ่อให้หมดโดยเร็ว
“ส่วนเรื่องเยี่ยนมิ่งลี่ หากอยากให้นางเข้าวังไปเป็นชายา บิดาจะออกราชโองการให้” ทันทีที่บุตรชายของตนตกลง
มู่หรงหลานส่ายหน้า “ยังก่อนพะยะค่ะ ไว้ลูกพร้อมเมื่อใดจะไปแจ้งแก่เสด็จพ่ออีกครั้ง ย่อมมิใช่เรื่องยาก” นั่นคงหลังจากที่เขาออกว่าราชการจนชำนาญแล้ว “เช่นนั้นวันนี้ลูกขอตัวกลับตำหนักเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนดีกว่าพะยะค่ะ ทูลลา” ค้อมหัวให้เสด็จพ่อของตนแล้วรีบเดินออกจากจวนสกุลหวังไปพร้อมองครักษ์เงา
หวังปิงปิงทำหน้างุนงงไม่ต่างจากบิดาและมารดาของนางที่ยังนั่งนิ่งเหมือนดูละครยังไม่จบ เหนือสิ่งอื่นใดคือรัชทายาทมาที่นี่เพื่อ? “สรุปว่าจบเรื่องแล้วรึเจ้าคะ”
“จบแล้ว อันที่จริงมู่หรงหลานมิได้สนใจเรื่องสมรสพระราชทานหรอก เขามาที่นี่เพื่ออยากขอโทษเจ้าเท่านั้น อย่าได้กังวล” ที่สำคัญคือบุตรของเขาจะเป็นฮ่องเต้ที่ดีได้แน่เพราะพื้นฐานนั้นเป็นผู้มีความมุ่งมั่นตั้งแต่ยังเยาว์ ติดก็แค่กู้ฮองเฮา...ซึ่งมันอาจจะไม่ใช่ปัญหาถ้าหากเต๋อเฟยจะ? ^^
ถอนหายใจ “เจ้าค่ะ” เงยหน้ามองบุรุษรูปงามข้างกาย “แต่ถ้าสมมติว่ารัชทายาทรักปิงปิงจริง ฝ่าบาทจะหลีกทางให้หรือไม่เจ้าคะ”
ผู้สูงศักดิ์เงียบไป ‘นั่นสิ เขาจะหลีกทางหรือไม่?’ “ไม่หรอก แต่ช่างเถอะเรื่องนั้นมันจบไปแล้วเหลือแค่เรื่องของเราที่กำลังจะเริ่ม” ^^
“อะแฮ่ม!!” หวังร่วนเทากระแอมไอ
^^ “สิ่งใดติดคอรึศิษย์พี่” ฮ่องเต้รูปงามถามยิ้มๆ
“หึ ไม่มี” หันหน้าหนี ‘หมั่นไส้บุรุษผู้มิเคยมีรัก’
๑------------------๑
ตำหนักไป๋เซ่อ
หลังจากที่ท่านพ่อกู้เหวินตง หัวหน้าขุนนางฝ่ายขวาผู้ดูแลเกี่ยวกับภาษีไร่นาทั่วแผ่นดินกลับออกไป กู้หลานหนิงผู้กอดตำแหน่งฮองเฮาไว้ถึงกับกุมขมับ ‘นางพลาดเองที่เข้าไปยุ่งกับหวังปิงปิงและทำร้ายนางก่อนที่ฝ่าบาทจะตัดสินใจรับนางเข้ามาเป็นสนม’ แทนที่นางจะรอดูอยู่เงียบๆ รอสมรสพระราชทานแล้วค่อยหาทางกำจัดนางไปอย่างช้าๆ และบิดานางยังกล่าวต่ออีกว่า เรื่องลอบสังหารที่นางก่อมันอาจจะง่ายกว่านี้หากหวังปิงปิงเป็นเพียงสตรีธรรมดาที่มิได้เป็นหลานสาวของท่านแม่ทัพหรือแม้ฝ่าบาทจะมิพึงใจนาง ซึ่งอย่างหลังนั้น ‘มันเห็นได้ชัดว่าฝ่าบาทย่อมมีใจเพราะพระองค์มิสั่งลงโทษหวังปิงปิงเลย ทั้งๆ ที่ทำความผิด อีกทั้งยังส่งองครักษ์เงาไปคุ้มครองด้วย’ เมื่อฮองเฮาเช่นนางรู้เข้าก็ถึงขั้นสติแตก ผิดที่ตัวฝ่าบาทเองมิเคยมอบความรักให้สตรีใดแม้กระทั่งนางผู้เป็นมารดาของรัชทายาท ความหึงหวงที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น ก็บังเกิด “ข้าจะทำอย่างไรดี” รำพันกับตนเองเมื่อคิดถึงคำพูดบิดา ‘เจ้าอาจจะถูกปลดจากตำแหน่ง’ ความหวาดกลัวนี้ไม่เท่ากับเรื่องที่ว่า แล้วใครจะขึ้นมาแทนที่นางเล่า หากมิใช่...สตรีวัยเยาว์ที่นางลอบสังหาร
“เต๋อเฟยมาขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ” ทหารยามหน้าตำหนักตะโกนลั่น
กู้ฮองเฮามองไปยังประตูด้านหน้าที่เปิดอ้าไว้ ‘วันนี้มีผู้มาเยี่ยมเยียนนางมากมาย’ แต่จุดประสงค์ของผู้มาเยี่ยมนั้นช่างต่างกันพลางมองต้วนชิงหลิวผู้เป็นสนมอย่างแปลกใจ ‘นางไปทำสิ่งใดมา ใบหน้าจึงบวมเป่งเช่นนั้น?’ นี่ขนาดว่าอีกฝ่ายปิดใบหน้าก็ยังมองออก
สตรีผู้สวมผ้าสีดำปกปิดใบหน้าช่วงล่างเอ่ยทัก “พี่ใหญ่” ย่อกายคำนับ ก่อนจะเดินไปนั่งยังเก้าอี้ว่างของฝั่งตรงข้ามโดยมิได้รับเชิญ “ข้าทราบมาว่าพี่ใหญ่ได้รับโทษหนัก” ยกมือปิดปากแสร้งหัวเราะ “มิเห็นรู้ว่าท่านโดนสั่งกักบริเวณแถมยังโดนยึดองครักษ์เงา” ^^